29/10/2026
📣 เรื่องเล่าจากชุมชน
ภายใต้โครงการ คนพิการต้นแบบ IDP เรื่องที่ 50
จากความกังวล สู่การเป็นพลังของชุมชน
“ เราพิการเขาจะรับไหม ”
จากผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยกังวลว่าจะหางานทำได้อย่างไร สู่การเป็นผู้ช่วยนักพัฒนาชุมชนที่มีบทบาทในการดูแลและช่วยเหลือผู้คนในท้องถิ่น เรื่องราวของ “ฝะฮ์” ลาตีฝะฮ์ เหร็มเส็ม สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อคนพิการได้รับโอกาสที่เหมาะสม ความสามารถและความตั้งใจก็สามารถเติบโตเป็นพลังสำคัญของชุมชนได้
ฝะฮ์ วัย 35 ปี จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีความพิการทางการเคลื่อนไหวหรือร่างกาย โดยแขนขวาลีบจากภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดตั้งแต่วัยเด็ก แม้จะมีข้อจำกัดทางร่างกาย แต่เธอได้รับกำลังใจจากครอบครัว คุณครู และเพื่อน ๆ มาโดยตลอด หลังแต่งงานและมีลูกสองคน ฝะฮ์ต้องเผชิญกับความท้าทายในการหารายได้เลี้ยงครอบครัว เคยช่วยพี่สาวขายปลาเค็มตามตลาดนัด ขณะที่สามีรับจ้างทั่วไป รายได้ในช่วงนั้นไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย ทำให้เธอเริ่มมองหางานที่มั่นคง แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหน
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2562 เมื่อทีมประสานสิทธิจากชมรมคนพิการจังหวัดสตูลประสานงานร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลควนสตอ เพื่อคัดเลือกคนพิการในพื้นที่เข้าทำงานทดแทนตำแหน่งที่ว่างลง ฝะฮ์จึงได้สมัครและได้รับคัดเลือกให้ทำงานในกองสวัสดิการสังคม ในตำแหน่งผู้ช่วยนักพัฒนาชุมชน โดยได้รับการสนับสนุนการจ้างงานคนพิการตามมาตรา 35 จากบริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชยสอบบัญชี จำกัด และทำงานต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันเป็นปีที่ 6
ในช่วงแรก ฝะฮ์กังวลกับการทำงานในระบบราชการ โดยเฉพาะการใช้คอมพิวเตอร์และการจัดการเอกสาร แต่ด้วยการสนับสนุนจากหัวหน้างานและเพื่อนร่วมงาน เธอค่อย ๆ เรียนรู้และพัฒนาทักษะจนสามารถปฏิบัติงานได้อย่างคล่องแคล่ว ปัจจุบันฝะฮ์รับผิดชอบงานด้านเด็กแรกเกิด คนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง รวมถึงงานเอกสาร การประสานงาน และการลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในชุมชน
สิ่งที่ฝะฮ์ชื่นชอบมากที่สุดคือการได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้คน เพราะการได้เห็นรอยยิ้มของผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือทำให้เธอรู้สึกมีความสุขและเห็นคุณค่าของงานที่ทำ แม้งานบางครั้งจะมีความท้าทาย แต่ฝะฮ์ก็พร้อมเรียนรู้และร่วมมือกับทีมเพื่อแก้ไขปัญหา จนได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมงาน นอกจากนี้ เธอยังพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้โทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ การจัดทำรายงาน และการเข้าร่วมโครงการ “90 วัน มหัศจรรย์ของฉัน” ทุกซีซั่น เพื่อดูแลสุขภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง
วันนี้ งานที่ได้รับไม่เพียงช่วยให้ฝะฮ์มีรายได้และแบ่งเบาภาระครอบครัว แต่ยังทำให้เธอมีเป้าหมายในการดำเนินชีวิตที่ชัดเจนขึ้น เธอตั้งใจเก็บออมเพื่อรับมือกับเหตุฉุกเฉิน วางแผนปลดภาระหนี้สิน และมีความฝันที่จะศึกษาต่อจนจบปริญญาตรี เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าทำงานประจำที่มีความมั่นคง พร้อมส่งเสริมให้ลูกทั้งสองคนได้รับการศึกษาที่ดีและมีอนาคตที่สดใส
เรื่องราวของฝะฮ์จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการมีงานทำ แต่คือการได้รับโอกาสในการพัฒนาศักยภาพ สร้างความมั่นคงให้ครอบครัว และส่งต่อโอกาสนั้นไปสู่ผู้อื่นในชุมชน เพราะเมื่อคนพิการได้รับโอกาสที่เหมาะสม พวกเขาก็สามารถเป็นทั้งผู้สร้างคุณค่าให้ตนเอง ครอบครัว และสังคมได้อย่างเต็มภาคภูมิ