08/07/2026
จากสนามรบ…สู่บ้านหรูใจกลางกรุงเทพฯ?
ขณะที่ประชาชนเมียนมาหลายล้านคนต้องหนีตายออกจากบ้านของตัวเอง ต้องใช้ชีวิตอยู่ในค่ายผู้พลัดถิ่นและค่ายผู้ลี้ภัย แต่ครอบครัวของอชาญากร 'มิน อ่อง หล่าย' ผู้นำเผด็จการทหารเมียนมา กลับถูกเปิดโปงว่ามีความเชื่อมโยงกับการถือครองอสังหาริมทรัพย์หรูใจกลางกรุงเทพมหานคร
ก่อนการเยือนไทยของมิน อ่อง หล่าย Justice For Myanmar (JFM) ได้เผยผลการสืบสวนที่ตั้งคำถามสำคัญต่อรัฐบาลไทยว่า ประเทศไทยกำลังกลายเป็นพื้นที่พักทรัพย์สินของผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนรับผิดชอบต่ออาชญากรรมระหว่างประเทศหรือไม่
JFM ระบุว่า ในปี 2565 อ่อง เปีย โซน (Aung Pyae Sone) บุตรชายของมิน อ่อง หล่าย และภรรยา เมียว ยาดานา ไทก์ (Myo Yadana Htaik) ได้เข้าซื้อบ้านหรูในโครงการ Issara Residence Rama 9 ผ่านบริษัทที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทยไม่นานก่อนการโอนกรรมสิทธิ์ บ้านหลังดังกล่าวมีมูลค่าประมาณ 98 ล้านบาท ตั้งอยู่ในโครงการบ้านเดี่ยวระดับอัลตร้าลักชัวรี ย่านพระราม 9 ที่มีบ้านเพียง 20 หลัง พร้อมลิฟต์ สระว่ายน้ำส่วนตัว และระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าครอบครัวเดียวกันถือครองห้องชุดแบบดูเพล็กซ์ในโครงการ Belle Grand Rama 9 มูลค่าประมาณ 20 ล้านบาท อีกด้วย
สิ่งที่ทำให้ประเด็นนี้ถูกจับตามองมากขึ้น คือ การซื้ออสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวเกิดขึ้น หลังจากอ่อง เปีย โซน ถูกสหรัฐอเมริกาและแคนาดาคว่ำบาตรแล้ว โดยมีการใช้ชื่อภรรยาและบริษัทในประเทศไทยเป็นผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ ซึ่ง JFM ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นการใช้โครงสร้างบริษัทเพื่ออำพรางผู้ถือครองที่แท้จริง และอาศัยช่องว่างทางกฎหมายเกี่ยวกับการถือครองทรัพย์สินของชาวต่างชาติ
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ประชาชนเมียนมาหลายล้านคนกลับไม่มีแม้แต่บ้านให้กลับไป
หมู่บ้านจำนวนมากถูกเผาทำลายจากการสู้รบและการโจมตีทางอากาศ ผู้คนต้องอาศัยอยู่ในเต็นท์หรือที่พักชั่วคราว ขณะที่เด็กจำนวนมากเติบโตขึ้นท่ามกลางสงครามโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคำว่า "บ้าน" ที่ปลอดภัยมีหน้าตาเป็นอย่างไร
ประเทศไทยควรปล่อยให้ทรัพย์สินที่อาจเกี่ยวข้องกับบุคคลซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีส่วนรับผิดชอบต่ออาชญากรรมร้ายแรง ถูกถือครองและได้รับความคุ้มครองอยู่ในประเทศต่อไปหรือไม่?
เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยดำเนินการสอบสวนเส้นทางการเงิน แหล่งที่มาของเงินที่ใช้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ ตรวจสอบผู้ที่มีส่วนช่วยเหลือในการทำธุรกรรม และหากพบว่าทรัพย์สินดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินหรือทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิด ก็ควรดำเนินการอายัดหรือยึดทรัพย์ตามกระบวนการกฎหมาย
หากประเทศไทยต้องการยืนหยัดในหลักนิติธรรม การเป็นศูนย์กลางทางการเงินและการลงทุนของภูมิภาค ก็ไม่ควรปล่อยให้ประเทศของเรากลายเป็น "ที่หลบซ่อนทรัพย์สิน" ของผู้มีอำนาจที่ถูกกล่าวหาว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง
ก้าวด้วยกัน ไปได้ไกล !
เขียนโดย #แอดมินลี้หลีกภัยพาล
#ข้ามเส้น