สมาคมผู้สื่อข่าวไทย - จีน

สมาคมผู้สื่อข่าวไทย - จีน คณะสื่อมวลชนไทย และ จีน ร่วมมือกันก่อตั้งสมาคมฯ เพื่อสานสัมพันธ์มิตรภาพ

สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน | 600/76-78 ซอยรามคำแหง 39 (เทพลีลา 1) ถนนประชาอุทิศ แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ 10310

หลักสูตร บทจ. รุ่น 3 เชิญที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจและพาณิชย์ สถานทูตจีน บรรยายยุทธศาสตร์การค้า หนุนการลงทุน คว้าโอกาสทองสินค...
13/06/2026

หลักสูตร บทจ. รุ่น 3 เชิญที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจและพาณิชย์ สถานทูตจีน บรรยายยุทธศาสตร์การค้า หนุนการลงทุน คว้าโอกาสทองสินค้าไทยไปจีน

สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน โดยสถาบันสื่อและบริหารธุรกิจไทย-จีน ได้จัดการบรรยายครั้งแรกของหลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทย-จีน หรือ บทจ. รุ่นที่ 3 โดยได้รับเกียรติจาก คุณจางเซียวเซียว ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจและพาณิชย์ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในหัวข้อ บทบาทของจีนต่อการค้าไทยและการค้าโลก เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ณ ห้องเพชรชมพู โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ กรุงเทพมหานคร ท่ามกลางผู้เข้ารับการอบรมจากภาคธุรกิจ สื่อมวลชน ภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ ซึ่งล้วนเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยหลักสูตรดังกล่าวร่วมจัดโดย ศูนย์เอเชียแอฟริกา China Media Group หรือ CMG และ หอการค้าไทย-จีน ภายใต้การสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย

ในการจัดการบรรยายครั้งแรกนี้ มีคณะผู้บริหารระดับสูงให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น นำโดย คุณแจ๊คกี้ แซ่เฉิ่น อุปนายกสมาคมสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน และ นางสาวคัณธรส หาญไชยพิบูลย์กุล ผู้อำนวยการสถาบันสื่อและบริหารธุรกิจไทย-จีน ร่วมให้การต้อนรับคุณจางเซียวเซียว

ภายหลังจากที่ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจและพาณิชย์สถานทูตจีนได้สิ้นสุดการบรรยาย ดร.สืบพงศ์ ปราบใหญ่ ประธานหลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทย-จีน ได้บรรยายต่อในหัวข้อ ประโยชน์และแนวทางการประยุกต์ใช้องค์ความรู้จากการเข้าอบรมหลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทย-จีน เพื่อสร้างความเข้าใจและวางแนวทางการนำความรู้ไปต่อยอดในการบริหารธุรกิจและการประสานความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด

คุณจางเซียวเซียว ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจและพาณิชย์ สถานทูตจีน ได้เริ่มต้นปาฐกถาโดยการฉายภาพรวมของสถานการณ์โลกในปัจจุบันว่า กำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และเข้าสู่ยุคแห่งความผันผวนอย่างรุนแรง เศรษฐกิจทั่วโลกต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนสูง ทั้งจากปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า มาตรการกีดกันทางการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้น ตลอดจนการแข่งขันอย่างดุเดือดในด้านเทคโนโลยี ส่งผลให้หลายประเทศทั่วโลกต้องเร่งปรับตัวเพื่อรักษาเสถียรภาพและความสามารถในการแข่งขันของตนเอง อย่างไรก็ดี แม้ว่าภาพรวมของเศรษฐกิจโลกจะมีความผันผวนเพียงใด แต่ภูมิภาคเอเชียยังคงรักษาความแข็งแกร่งและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลก โดยมีส่วนสนับสนุนอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกมากกว่าร้อยละ 60 ซึ่งความสำเร็จนี้เกิดจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิดและการพัฒนาร่วมกันของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค

ท่ามกลางบริบทความผันผวนของโลก ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนและจับต้องได้มากที่สุดของความร่วมมือที่ประสบความสำเร็จ โดยทางรัฐบาลจีนได้ให้ความสำคัญกับประเทศไทยในฐานะประเทศเพื่อนบ้านและหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน ซึ่งแนวคิดที่ว่า จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน นั้น ไม่ใช่เพียงแค่คำพูดลอย ๆ แต่สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นลึกซึ้งที่สั่งสมมาอย่างยาวนานในมิติทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม สายสัมพันธ์ของประชากรที่มีเชื้อสายจีนในไทย รวมถึงความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และการศึกษา ยิ่งไปกว่านั้น ประเทศไทยยังถือเป็นประเทศเดียวที่ประเทศจีนใช้คำว่า พี่น้อง ในการอธิบายความสัมพันธ์ระดับประเทศ ซึ่งในปี 2568 ที่ผ่านมา เพิ่งจะมีการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ยิ่งเป็นการตอกย้ำรากฐานที่แข็งแกร่งของมิตรภาพและความไว้วางใจของทั้งสองชาติ

ในมิติทางด้านเศรษฐกิจและการค้า คุณจางเซียวเซียว ระบุว่า ประเทศจีนยังคงครองตำแหน่งคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดและเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทยอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 13 ปี โดยประเทศไทยถือเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรรายสำคัญสู่ตลาดจีน ปัจจุบันมีสินค้าเกษตรและอาหารของไทยมากกว่า 116 รายการ ที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าไปยังประเทศจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลไม้ไทยที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจากผู้บริโภคชาวจีน ตัวอย่างที่โดดเด่นและเห็นภาพชัดเจนที่สุดคือ ทุเรียนไทย ซึ่งสถิติล่าสุดพบว่า กว่าร้อยละ 97 ของการส่งออกทุเรียนทั้งหมดของไทยถูกส่งไปยังประเทศจีน โดยในปีที่ผ่านมาไทยสามารถส่งออกทุเรียนไปจีนได้มากกว่า 920,000 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวมมหาศาลกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำให้กับเกษตรกรและภาคการเกษตรของไทย

นอกจากด้านการค้าแล้ว ในด้านการลงทุน ประเทศจีนยังคงเดินหน้าเป็นหนึ่งในแหล่งทุนต่างชาติที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย โดยเฉพาะการหลั่งไหลเข้ามาลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์แห่งอนาคต เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และพลังงานสะอาด การลงทุนเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยขับเคลื่อนตัวเลขทางเศรษฐกิจ แต่ยังช่วยสร้างงาน พัฒนาบุคลากร และยกระดับศักยภาพภาคอุตสาหกรรมของไทยไปสู่ระดับสากล ตัวอย่างที่เด่นชัดคือการลงทุนของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าการลงทุนสะสมสูงพอสมควร

การขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าจีนในไทย ยังช่วยสร้างโอกาสทางการจ้างงานในประเทศอย่างมหาศาล โดยเกิดการจ้างงานโดยตรงในอุตสาหกรรมมากกว่า 10,000 ตำแหน่ง และก่อให้เกิดการจ้างงานต่อเนื่องในห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องอีกกว่า 100,000 ตำแหน่ง นอกจากนี้ บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าของจีนยังได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาของไทยในการพัฒนาบุคลากร ผ่านโปรแกรมการฝึกอบรมที่มีประสิทธิภาพและการส่งบุคลากรไทยไปศึกษาดูงานในประเทศจีน เพื่อเตรียมความพร้อมของแรงงานไทยให้รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตได้อย่างยั่งยืน

เมื่อมองไปข้างหน้า ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจและพาณิชย์สถานทูตจีน เชื่อมั่นว่าความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและจีนยังมีโอกาสเติบโตและขยายตัวได้อีกมาก โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากศักยภาพอันมหาศาลของตลาดจีนที่มีประชากรกว่า 1,400 ล้านคน และมีกลุ่มประชากรชนชั้นกลางที่มีกำลังซื้อสูงขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งจุดนี้จะเป็นโอกาสทองสำหรับสินค้าและบริการคุณภาพสูงจากประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นสินค้ากลุ่มอาหาร สินค้าเกษตร ธุรกิจบริการด้านสุขภาพ การท่องเที่ยว ตลอดจนอุตสาหกรรมบริการสร้างสรรค์ ที่จะสามารถกระจายตัวและเข้าสู่ตลาดจีนได้มากขึ้น

ในขณะเดียวกัน ประเทศจีนกำลังมุ่งเน้นนโยบายการพัฒนาประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมขั้นสูง โดยเน้นหนักไปที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI อุตสาหกรรมอวกาศ ระบบดิจิทัล ระบบอัจฉริยะ และพลังงานสะอาด ซึ่งความก้าวหน้าเหล่านี้จะเป็นช่องทางสำคัญในการขยายความร่วมมือระหว่างสองประเทศ ทั้งในด้านการวิจัยร่วม การถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูง และการพัฒนาอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงร่วมกัน ยิ่งไปกว่านั้น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ เช่น โครงการรถไฟจีน-ลาว และระบบขนส่งเชื่อมโยงอาเซียน จะกลายเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งผลไม้และสินค้าไทยสู่จีน ช่วยลดทั้งระยะเวลาและต้นทุนการขนส่งได้อย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ดี แม้จะมีโอกาสเติบโตอย่างงดงาม แต่ความร่วมมือระหว่างไทยและจีนยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการในอนาคต ซึ่งรวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองระหว่างประเทศและเศรษฐกิจโลก ความผันผวนทางการค้า ตลอดจนปัญหาภายในของไทยเอง เช่น การขาดแคลนแรงงานทักษะสูงในสาขาระบบอัตโนมัติ วิศวกรรมดิจิทัล รถยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงความจำเป็นที่ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งยกระดับมาตรฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน นอกจากนี้ ความแตกต่างด้านวัฒนธรรมองค์กรและรูปแบบการบริหารจัดการระหว่างไทยและจีน ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคธุรกิจต้องร่วมมือกันแก้ไขและสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน

ในช่วงท้ายของการบรรยาย คุณจางเซียวเซียว ได้ให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อนำไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน โดยเสนอว่าทั้งสองประเทศควรเร่งขยายความร่วมมือด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างจริงจัง ร่วมกันใช้ประโยชน์จากตลาดจีนที่กำลังเติบโตอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งสนับสนุนการลงทุนของบริษัทจีนในประเทศไทยในมิติที่ยั่งยืน รวมถึงเร่งพัฒนาบุคลากรไทยให้รองรับอุตสาหกรรมใหม่ และร่วมกันส่งเสริมระบบการค้าโลกที่เปิดกว้าง โปร่งใส เป็นธรรม ตลอดจนสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศ

ข้อความสำคัญที่เป็นหัวใจหลักจากการปาฐกถาในครั้งนี้คือ ความสัมพันธ์ไทย-จีนในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความสัมพันธ์ทางการค้าทั่วไปในลักษณะของการซื้อมาขายไปเท่านั้น หากแต่เป็นความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาวที่มีรากฐานมาจากมิตรภาพอันลึกซึ้ง ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน และผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองชาติ ดังนั้น ทั้งประเทศไทยและประเทศจีนควรก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน โดยใช้โอกาสจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ และการเชื่อมโยงโครงข่ายทางเศรษฐกิจอย่างไร้รอยต่อ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตร่วมกันอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน พร้อมทั้งเป็นพลังสำคัญในการสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจให้แก่ภูมิภาคในระยะยาวต่อไป

12/06/2026

จากกระเป๋า Songmont ถึงบทเรียนใหญ่ของไทย

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ชื่อของ Songmont แบรนด์กระเป๋าจากจีน เริ่มปรากฏอยู่ในบทสนทนาของผู้บริโภคทั่วโลกมากขึ้นเรื่อย ๆ จากแบรนด์ท้องถิ่นที่ไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง สู่การกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์แฟชั่นที่ถูกจับตามองมากที่สุดของจีนในปัจจุบัน
แม้ในมุมหนึ่ง ความสำเร็จของ Songmont อาจเป็นเพียงเรื่องราวของแบรนด์แฟชั่นน้องใหม่ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ในอีกมุมหนึ่ง ปรากฏการณ์ดังกล่าวอาจกำลังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และอำนาจการบริโภคของเอเชียที่กำลังส่งอิทธิพลไปสู่ตลาดโลกมากขึ้นเรื่อยๆ
อ่านต่อที่นี่: https://www.thailandindepth.com/content/detail/13309

12/06/2026

สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน เข้าหารือกรมประชาสัมพันธ์ เดินห […]

การประชุมกรรมการบริหารสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน วันศุกร์ที่ 12 มิ.ย. 2569 ณ โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ รัชดาฯ
12/06/2026

การประชุมกรรมการบริหารสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน วันศุกร์ที่ 12 มิ.ย. 2569 ณ โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ รัชดาฯ

สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิด...
12/06/2026

สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณ
ข้าพระพุทธเจ้า คณะกรรมการบริหารสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน และสมาชิกผู้สื่อข่าวสมาคม

ประกาศสำนักพระราชวัง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้...
12/06/2026

ประกาศสำนักพระราชวัง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวรหมดพระสติ ด้วยพระอาการทางพระหทัย และทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มาตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2565 ตามที่สำนักพระราชวังได้แถลงให้ทราบเป็นระยะแล้วนั้น
ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระอาการทรุดลงจากการติดเชื้อในพระนาภี (ช่องท้อง) จากการอักเสบของพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) ความดันพระโลหิตต่ำ พระหทัยเต้นผิดจังหวะ การแข็งตัวของพระโลหิตผิดปกติ แม้คณะแพทย์จะถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ แต่พระอาการทรุดหนักลงตามลำดับ จนถึงวันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน 2569 เวลา 19.48 นาที สิ้นพระชนม์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชันษาปีที่ 47
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพ ถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง
สำนักพระราชวัง
12 มิถุนายน 2569

🇹🇭🇨🇳 ที่ปรึกษาฝ่ายวัฒนธรรม ประจำสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เข้าพบอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรมเพื่อห...
11/06/2026

🇹🇭🇨🇳 ที่ปรึกษาฝ่ายวัฒนธรรม ประจำสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เข้าพบอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรมเพื่อหารือแนวทางในการประสานร่วมมือด้านวัฒนธรรมระหว่างกัน

🐲🎋กลิ่นหอม  #บ๊ะจ่าง ลอยอบอวลต้อนรับ  #เทศกาลตวนอู่ นักเรียนไทยร่วมสัมผัส “เสน่ห์แห่ง  #วัฒนธรรมจีน”เพื่อต้อนรับ  #เทศกา...
11/06/2026

🐲🎋กลิ่นหอม #บ๊ะจ่าง ลอยอบอวลต้อนรับ #เทศกาลตวนอู่ นักเรียนไทยร่วมสัมผัส “เสน่ห์แห่ง #วัฒนธรรมจีน”
เพื่อต้อนรับ #เทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง เมื่อวันที่ 8-9 มิถุนายน #ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพฯ เปิดโอกาสให้นักเรียนจาก #โรงเรียนนานาชาติ ในประเทศไทยประมาณ 100 คนได้เข้าร่วมและเรียนรู้ #การห่อบ๊ะจ่าง ด้วยตนเอง เพื่อสัมผัสเสน่ห์ของวัฒนธรรมจีน
บ๊ะจ่างไม่ได้เป็นเพียง #อาหารดั้งเดิม ของประเทศจีน แต่ยังสะท้อนถึง #คุณค่าทางวัฒนธรรม อันลึกซึ้งอีกด้วย ภายในกิจกรรมอาจารย์เริ่มต้นด้วยการแนะนำประวัติความเป็นมาและ #ขนบธรรมเนียมประเพณี ดั้งเดิมของเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างและอธิบายวิธีการทำบ๊ะจ่างอย่างละเอียด นักเรียนส่วนใหญ่ยังไม่คุ้นเคยกับ “บ๊ะจ่าง” ซึ่งเป็นอาหารดั้งเดิมของจีน ในการลองทำครั้งแรกอาจยังไม่ชำนาญมากนัก แต่นักเรียนทุกคนต่างก็มีความกระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรม พร้อมทั้งได้สัมผัสความสนุกสนานของการห่อบ๊ะจ่างผ่านการลองทำซ้ำหลายครั้ง
นอกจากการห่อบ๊ะจ่างแล้ว นักเรียนยังได้สัมผัสและเรียนรู้ #การเขียนพู่กันจีน #การวาดภาพจีน การเล่น #กู่เจิง และ #มวยไทเก๊ก ซึ่งช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้และเข้าใจวัฒนธรรมจีนในหลากหลายมิติมากขึ้น
กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นโดยอาศัยเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างเป็นสื่อกลางใน #การถ่ายทอดวัฒนธรรมจีน ผ่านรูปแบบกิจกรรมต่างๆมากมาย ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้สัมผัส “เสน่ห์แห่งวัฒนธรรมจีน” และเรียนรู้วัฒนธรรมจีนดั้งเดิมอย่างใกล้ชิด ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีส่วนช่วยส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างจีนและไทย ตลอดจนกระชับความเข้าใจและมิตรภาพระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นขึ้น
ติดตาม " #ศูนย์วัฒนธรรมจีน" ผ่านช่องทางต่างๆ ได้ที่
ID: cccinbkk
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCoYcdBbsfcnEOaWH12oDPHw
Tiktok: https://vt.tiktok.com/ZSejpEjwS/
Instagram: https://www.instagram.com/cccinbangkok/
Website: https://cccbkk.org

"มีคำหนึ่งที่ปรากฏอยู่แทบทุกห้องประชุม นั่นคือ “AI” ไม่ว่าจะเป็น AI ในงานข่าว AI ในการผลิตคอนเทนต์ AI สำหรับการแปลภาษา A...
10/06/2026

"มีคำหนึ่งที่ปรากฏอยู่แทบทุกห้องประชุม นั่นคือ “AI” ไม่ว่าจะเป็น AI ในงานข่าว AI ในการผลิตคอนเทนต์ AI สำหรับการแปลภาษา AI สำหรับการสื่อสารข้ามพรมแดน หรือ AI สำหรับการบริหารจัดการข้อมูลข่าวสาร"

แต่สิ่งที่ อ้ายจง สนใจมากกว่าการพัฒนา AI คือ การที่จีนกำลังเริ่มพูดถึง “ความรับผิดชอบ” และ “ธรรมาภิบาล” ควบคู่ไปกับการพัฒนา AI มากขึ้นเรื่อยๆ และนี่อาจเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุดที่ไทยและอาเซียนควรให้ความสนใจ

เมื่อ AI กำลังเปลี่ยนโลกสื่อ จีนกำลังวางอนาคตอย่างไรสำหรับจีน อาเซียน และโลก เขียนโดย ภากร กัทชลี อาจารย์ปร....

สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน : นายกเทศมนตรีหลักหกชี้ 'การพัฒนาสีเขียว-ยั่งยืน' เป้าหมายร่วมของจีน-ไทยเซี่ยงไฮ้, 10 มิ.ย. (ซินหั...
10/06/2026

สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน : นายกเทศมนตรีหลักหกชี้ 'การพัฒนาสีเขียว-ยั่งยืน' เป้าหมายร่วมของจีน-ไทย

เซี่ยงไฮ้, 10 มิ.ย. (ซินหัว) -- เมื่อไม่นานนี้ ศักดิ์พิชัย ขุนศรี นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหลักหกของจังหวัดปทุมธานี ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัวระหว่างศึกษาดูงานที่เทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ทางตะวันออกของจีนว่าการพัฒนาที่ยั่งยืนคือวิสัยทัศน์ร่วมของจีนและไทย โดยการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม การสร้างเมืองสีเขียว การพัฒนาที่ยั่งยืน และการสร้างเมืองน่าอยู่เป็นสิ่งที่จีนและไทยสามารถเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือ รวมถึงแบ่งปันประสบการณ์และแนวปฏิบัติใหม่ๆ เพิ่มเติม

ศักดิ์พิชัยระบุว่าจีนและไทยมีทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศและมีบทบาทสำคัญต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ขณะการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของประชาชน กอปรกับบทบาทชี้นำจากรัฐบาลและหน่วยงานท้องถิ่น โดยตำบลหลักหกดำเนินมาตรการการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง เช่น คัดแยกขยะ นำสู่การรีไซเคิลและใช้ซ้ำขยะพลาสติกราว 2 ตันในช่วงสองปีที่ผ่านมา

การเดินทางมาศึกษาดูงานที่เทศบาลนครเซี่ยงไฮ้เป็นครั้งแรกสร้างความประทับใจแก่ศักดิ์พิชัยอย่างมาก ทำให้ได้สัมผัสถึงความสำเร็จอันโดดเด่นของเมืองแห่งนี้ โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม รวมถึงความเป็นระเบียบเรียบร้อย การคมนาคมขนส่ง การวางผังเมือง และการดูแลรักษาโครงสร้างสาธารณูปโภค ซึ่งสมกับการเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางเศรษฐกิจแห่งสำคัญของโลก โดยเซี่ยงไฮ้เป็นมหานครที่เต็มไปด้วยพลังแห่งโอกาสและการพัฒนาเพื่ออนาคต

ทั้งนี้ ศักดิ์พิชัยได้ร่วมงานเสวนาการบริหารจัดการของนายกเทศมนตรีจีนและต่างประเทศ ซึ่งจัดโดยมหาวิทยาลัยฟู่ตั้นและมีเซินเฉียง เลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองจิ้งเจียงของมณฑลเจียงซูเข้าร่วมด้วย โดยศักดิ์พิชัยและเซินเฉียงได้แลกเปลี่ยนมุมมองในประเด็นต่างๆ เช่น การพัฒนาชุมชนน่าอยู่ที่ยั่งยืน การประสานงานระหว่างมหาวิทยาลัยกับรัฐบาลท้องถิ่น แนวปฏิบัติใหม่ๆ ในการบริหารจัดการเขตเมือง รวมถึงแบ่งปันประสบการณ์การพัฒนาระดับท้องถิ่น

ศักดิ์พิชัยประทับใจที่เซินเฉียงได้แนะนำการปรับใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการพัฒนาเมืองและอุตสาหกรรม เนื่องจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของจีนเป็นที่จับตามองของทั่วโลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยแนวทางของเมืองจิ้งเจียงที่บูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการบริการสาธารณะเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การเรียนรู้ ซึ่งศักดิ์พิชัยหวังว่าจะมีโอกาสประยุกต์ใช้สิ่งที่ได้เรียนรู้เพื่อสนับสนุนการพัฒนาของไทย

นอกจากนั้นศักดิ์พิชัยหวังว่าการเดินทางเยือนจีนครั้งนี้จะเป็นโอกาสเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางไปท่องเที่ยวไทยมากขึ้น โดยตำบลหลักหกมีแผนจะพัฒนาตลาดน้ำ ตลาดอาหาร และแลนด์มาร์กอื่นๆ ในอนาคต เพื่อนักท่องเที่ยวได้ชื่นชมทัศนียภาพธรรมชาติและสัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่น

(แฟ้มภาพซินหัว : ศักดิ์พิชัย ขุนศรี นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหลักหกของจังหวัดปทุมธานี กล่าวปราศรัยที่งานเสวนาการบริหารจัดการของนายกเทศมนตรีจีนและต่างประเทศในเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ทางตะวันออกของจีน)

ที่อยู่

เลขที่ 599/195 ซ. เจริญราษฎร์ 7 แยก 7-1 ถ. เจริญราษฎร์ แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กทม. โทร. 02-689-9120
Yan Nawa
10120

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สมาคมผู้สื่อข่าวไทย - จีนผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สมาคมผู้สื่อข่าวไทย - จีน:

แชร์