We Peace สมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพ

We Peace สมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพ เป็นองค์กรภาคประชาสังคมที่ทำงานเร?

เวทีเครือข่ายแม่ สันติวิธี จชต. รุ่นที่ 1 สัญจร ที่เทพา เสริมบทบาทแม่ดูแลลูกหลานและรับมือความรุนแรงสงขลา – สมาคมผู้หญิงเ...
18/09/2026

เวทีเครือข่ายแม่ สันติวิธี จชต. รุ่นที่ 1 สัญจร ที่เทพา เสริมบทบาทแม่ดูแลลูกหลานและรับมือความรุนแรง

สงขลา – สมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพ We Peace จัดเวที “เครือข่ายแม่ สันติวิธี จชต. รุ่นที่ 1 สัญจร” เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ณ โรงเรียนท่าไทร ตำบลลำไพร อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เปิดพื้นที่ให้เครือข่ายแม่และผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับบทบาทของครอบครัวในการดูแลลูกหลาน การรู้เท่าทันข้อมูลข่าวสาร การเฝ้าระวังพฤติกรรม และการป้องกันตนเองจากความรุนแรงในรูปแบบต่าง ๆ

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายเล็ก ขาวทอง นายกเทศมนตรีตำบลลำไพร กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมด้วย นายดนัย ใจเย็น กำนันตำบลเกาะสะบ้า อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา รวมถึงคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล และบุคลากรเทศบาลตำบลลำไพร ร่วมให้การต้อนรับและสนับสนุนการจัดกิจกรรม

จากนั้น ร้อยเอก ชยพล โยสาจันทร์ หัวหน้าชุดประสานงานประจำจังหวัดยะลาและสงขลา กองภาคประชาสังคม ศูนย์สันติวิธี กล่าวทักทายผู้เข้าร่วม พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลครอบครัวและชุมชน โดยเฉพาะบทบาทของเครือข่ายแม่ในการดูแลลูกหลานและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ด้าน นางสาวปาตีเมาะ เปาะอิแตดาโอะ นายกสมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพ We Peace กล่าวถึงที่มาและวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรม พร้อมบรรยายหัวข้อ “บทบาทแม่กับการเฝ้าระวังพฤติกรรมลูกหลาน” โดยเน้นความสำคัญของการสื่อสารภายในครอบครัว การรับฟัง และการสร้างความไว้วางใจระหว่างแม่กับลูก เพื่อให้ครอบครัวสามารถสังเกตและรับรู้ความเปลี่ยนแปลงของลูกหลานได้อย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับการใช้สื่อและการรับข้อมูลข่าวสารของเด็กและเยาวชนในปัจจุบัน โดยส่งเสริมให้ครอบครัวมีส่วนช่วยให้ลูกหลานรู้จักคิด วิเคราะห์ และแยกแยะข้อมูล รวมถึงตระหนักถึงความเสี่ยงจากข้อมูลที่คลาดเคลื่อนหรือบิดเบือน และการชักจูงที่อาจนำไปสู่พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง

ขณะที่ พันโทยงยุทธิ์ สาเหร่ ตัวแทนจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมบรรยายในประเด็น บทบาทแม่กับการเฝ้าติดตามและเฝ้าระวังพฤติกรรมลูกหลาน โดยให้ข้อมูลเกี่ยวกับการรู้เท่าทันข้อมูลข่าวสารและแนวทางในการดูแลบุตรหลาน พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารและการสร้างความเข้าใจภายในครอบครัว

ช่วงภาคปฏิบัติ ร้อยโท พาตีเมาะ มะระเป๊ะ พร้อมทีมงานจากกองภาคประชาสังคม ศูนย์สันติวิธี จัดกิจกรรมฝึกทักษะการป้องกันตัวเองสำหรับเครือข่ายแม่ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้แนวทางการประเมินสถานการณ์ การหลีกเลี่ยงความเสี่ยง และการดูแลความปลอดภัยของตนเองเมื่อเผชิญสถานการณ์ที่อาจเป็นอันตราย รวมถึงการป้องกันตนเองจากความรุนแรงต่อผู้หญิงในรูปแบบต่าง ๆ

การจัดเวทีครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดเห็นเกี่ยวกับการดูแลลูกหลาน ตลอดจนปัญหาและสถานการณ์ที่พบในครอบครัวและชุมชน เพื่อร่วมกันหาแนวทางที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่

สมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพ We Peace ระบุว่า การเสริมสร้างบทบาทของเครือข่ายแม่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเข้มแข็งให้ครอบครัวและชุมชน โดยมุ่งให้ผู้หญิงและแม่มีความรู้ ทักษะ และเครือข่ายในการดูแลลูกหลาน รู้เท่าทันข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนสามารถประสานความช่วยเหลือเมื่อเกิดสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย

กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่าง เครือข่ายแม่ ผู้นำชุมชน เทศบาลตำบลลำไพร หน่วยงานภาครัฐ และภาคประชาสังคม ในการร่วมกันส่งเสริมการดูแลครอบครัวและสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก เยาวชน และผู้หญิงในชุมชน

#สมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพ

#กองภาคประชาสังคม
#ศูนย์สันติวิธี
#เครือข่ายแม่สันติวิธี

พลังแม่ สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกหลาน หยุดวงจรความรุนแรงWe Peace จัดเวทีสัญจรเครือข่ายแม่สันติวิธี จชต. รุ่นที่ 1 เสริมความ...
08/09/2026

พลังแม่ สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกหลาน หยุดวงจรความรุนแรง

We Peace จัดเวทีสัญจรเครือข่ายแม่สันติวิธี จชต. รุ่นที่ 1 เสริมความรู้–ทักษะแกนนำสตรี รับมือโลกที่เปลี่ยนแปลงและภัยสังคม

วันที่ 8 กันยายน 2569 สมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพ (We Peace) โดย นางสาวปาตีเมาะ เปาะอิแตดาโอะ นายกสมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพ จัดเวทีสัญจรเครือข่ายแม่สันติวิธี จังหวัดชายแดนภาคใต้ รุ่นที่ 1 ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลตันหยงลิมอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นแกนนำสตรีระดับตำบลและหมู่บ้าน จำนวน 70 คน

การจัดเวทีครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะให้แก่ผู้หญิงในบทบาทของแม่ในการดูแลลูกหลาน เฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยง และป้องกันปัญหาความรุนแรง โดยให้ความสำคัญกับการสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชนสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและภัยรูปแบบใหม่

นายก We Peace ชี้ “บทบาทแม่” ต้องเท่าทันโลกของลูก

ช่วงเปิดเวที นางสาวปาตีเมาะ เปาะอิแตดาโอะ นายกสมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพ (We Peace) กล่าวชี้แจงวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรม และบรรยายในประเด็น บทบาทความเป็นแม่ในการเลี้ยงดูลูกให้เท่าทันยุคที่เปลี่ยนแปลง

เนื้อหาครอบคลุมประเด็นการเปลี่ยนแปลงของสังคม ช่องว่างระหว่างวัย ความแตกต่างระหว่างโลกของผู้ปกครองกับโลกของเด็กและเยาวชน รวมถึงภัยทางสังคมที่เด็กและเยาวชนอาจเผชิญในปัจจุบัน

นางสาวปาตีเมาะ เน้นถึงความสำคัญของการปรับบทบาทของแม่ให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการสื่อสารกับลูกหลาน การรับฟังความคิดเห็นของเด็ก การสร้างความไว้วางใจภายในครอบครัว และการทำความเข้าใจพฤติกรรมการใช้สื่อของเด็กและเยาวชน

รวมถึงการสร้างความรู้เท่าทันให้แก่ผู้ปกครอง เพื่อให้สามารถสังเกตและรับมือกับภัยสังคมรูปแบบต่าง ๆ ที่อาจเข้ามาถึงเด็กได้ทั้งจากสภาพแวดล้อมรอบตัวและโลกออนไลน์

เสริมความรู้เรื่องการบิดเบือนและการบ่มเพาะ

จากนั้นได้รับเกียรติจาก นายไซเดน อาแวเตะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตันหยงลิมอ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม

ต่อด้วย พันโทยงยุทธ์ สาเหร่ จากศูนย์อำนวยการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ความรู้เกี่ยวกับ การบิดเบือนและการบ่มเพาะทั้งในและนอกสถานศึกษา รวมถึงการใช้สื่อออนไลน์ของกลุ่มเด็กและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

เนื้อหามุ่งสร้างความเข้าใจแก่ผู้เข้าร่วมเกี่ยวกับปัจจัยที่อาจส่งผลต่อความคิดและพฤติกรรมของเด็กและเยาวชน รวมถึงบทบาทของผู้ปกครองในการติดตาม สังเกต และเฝ้าระวังลูกหลาน

เสริมทักษะป้องกันตัวให้ผู้หญิง

กิจกรรมยังได้รับการสนับสนุนวิทยากรจาก กรมทหารพรานที่ 42 ในการให้ความรู้และฝึกปฏิบัติเรื่อง ทักษะการป้องกันตัวสำหรับผู้หญิง

ผู้เข้าร่วมได้รับการฝึกทักษะพื้นฐานในการรับมือกรณีเผชิญสถานการณ์ความรุนแรง ทั้งการประเมินสถานการณ์ การตั้งสติ การป้องกันตนเอง และการหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตราย

บทบาทกองภาคประชาสังคมกับการป้องกันลูกหลาน

ร้อยเอกชยพล โยสาจันทร์ กล่าวถึงบทบาทของ กองภาคประชาสังคม ศูนย์สันติวิธี ในการสนับสนุนและส่งเสริมบทบาทของผู้หญิง โดยเฉพาะบทบาทความเป็นแม่ ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการดูแลและป้องกันลูกหลาน

โดยให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชน เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกชักจูงหรือถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือของผู้ก่อเหตุ รวมถึงการส่งเสริมให้ครอบครัวมีบทบาทในการสังเกต รับฟัง และดูแลลูกหลานอย่างใกล้ชิด

สร้างเครือข่ายแม่ ขยายผลสู่ครอบครัวและชุมชน

เวทีสัญจรครั้งนี้มีแกนนำสตรี จำนวน 70 คน เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อรับความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และพัฒนาทักษะที่สามารถนำไปใช้ในการดูแลครอบครัวและชุมชน

เนื้อหาการเรียนรู้ครอบคลุม บทบาทความเป็นแม่ การเลี้ยงลูกในยุคที่เปลี่ยนแปลง ช่องว่างระหว่างวัย ภัยสังคม การบิดเบือนและการบ่มเพาะ การใช้สื่อออนไลน์ของเด็กและเยาวชน รวมถึงทักษะการป้องกันตนเอง

สมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพ (We Peace) มุ่งส่งเสริมให้เครือข่ายแม่สันติวิธีมีความรู้และทักษะในการดูแลลูกหลาน เฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยง และมีส่วนร่วมในการป้องกันความรุนแรงตั้งแต่ระดับครอบครัวและชุมชน

เพราะการป้องกันลูกหลาน ไม่ได้เริ่มต้นเมื่อเกิดปัญหา แต่เริ่มจากวันที่แม่เข้าใจโลกของลูก รับฟังลูก และรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงรอบตัว

#สมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพ

#เครือข่ายแม่สันติวิธี
#เครือข่ายแม่สันติวิธีจชต
#พลังแม่
#บทบาทแม่
#ป้องกันความรุนแรง
#เด็กและเยาวชน
#กองภาคประชาสังคม
#ศูนย์สันติวิธี
#จังหวัดชายแดนภาคใต้

“พลังแม่ ด่านแรกสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันความรุนแรง”เครือข่ายแม่สันติวิธี จชต. รุ่นที่ 1 เดินหน้าสร้างภูมิคุ้มกันเด็กและเ...
07/09/2026

“พลังแม่ ด่านแรกสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันความรุนแรง”

เครือข่ายแม่สันติวิธี จชต. รุ่นที่ 1 เดินหน้าสร้างภูมิคุ้มกันเด็กและเยาวชน เสริมทักษะแกนนำสตรีจังหวัดยะลา 70 คน

ยะลา | 7 กันยายน 2569 — เครือข่ายแม่สันติวิธี จังหวัดชายแดนภาคใต้ รุ่นที่ 1 จัดเวทีสัญจรเพื่อเสริมสร้างศักยภาพแกนนำสตรีในระดับตำบลและหมู่บ้าน จังหวัดยะลา จำนวน 70 คน ภายใต้แนวคิด “พลังแม่ สร้างภูมิคุ้มกัน สร้างครอบครัว สร้างสังคมสันติสุข” ณ ห้องประชุมศูนย์กลางอิสลามเพื่อการพัฒนา ตลาดเก่า อำเภอเมือง จังหวัดยะลา

เวทีครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพียงการให้ความรู้ แต่ต้องการ “เปลี่ยนแม่จากผู้เฝ้ามอง ให้เป็นผู้เฝ้าระวังและสร้างภูมิคุ้มกัน” เพราะในวันที่เด็กและเยาวชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้จากทุกที่ผ่านหน้าจอมือถือ ครอบครัวจึงเป็นพื้นที่สำคัญที่สุดในการสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด และแม่คือบุคคลที่ใกล้ชิดลูกหลานมากที่สุด

“แม่ต้องรู้…ก่อนปัญหาจะเกิด”

ช่วงแรกของกิจกรรม คุณจริยา จันทร์เทพ ประธานเครือข่ายแม่สันติวิธี จชต. รุ่นที่ 1 กล่าวต้อนรับและชี้แจงวัตถุประสงค์ของการจัดเวที พร้อมเน้นย้ำถึงบทบาทของผู้หญิงในฐานะ “พลังเงียบ” ที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ระดับครอบครัว

การดูแลลูกหลานในปัจจุบันไม่ได้มีเพียงเรื่องอาหาร การศึกษา หรือความเป็นอยู่เท่านั้น แต่รวมถึงการดูแล “ความคิด ความรู้สึก และโลกที่เด็กกำลังเผชิญ”

แม่จึงจำเป็นต้องรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง เข้าใจธรรมชาติของเด็กและเยาวชน และสร้างพื้นที่ให้ลูกสามารถพูดคุยได้โดยไม่รู้สึกว่ากำลังถูกตัดสิน

“รู้เท่าทันการบิดเบือน ก่อนลูกหลานตกเป็นเป้าหมาย”

ต่อด้วยการให้ความรู้จาก พันโทยงยุทธ์ สาเหร่ จากศูนย์อำนวยการบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในประเด็น การบิดเบือน การบ่มเพาะแนวคิดทั้งในและนอกสถานศึกษา และอิทธิพลของสื่อออนไลน์ต่อเด็กและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ปัจจุบันสื่อออนไลน์ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับความบันเทิงหรือการสื่อสาร แต่ยังเป็นพื้นที่ที่เด็กและเยาวชนสามารถพบเจอกับข้อมูลหลากหลายรูปแบบ ทั้งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ตลอดจนเนื้อหาที่อาจส่งผลต่อทัศนคติและพฤติกรรม

ดังนั้น สิ่งสำคัญที่แม่ควรทำไม่ใช่เพียง “ห้ามลูกใช้โทรศัพท์” แต่คือการทำให้ลูก “ใช้โทรศัพท์อย่างรู้เท่าทัน”

การพูดคุย รับฟัง และตั้งคำถามร่วมกับลูก จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด โดยแม่สามารถทำหน้าที่เป็น “หูเป็นตา” คอยสังเกตความเปลี่ยนแปลงของลูกหลาน และเมื่อพบสิ่งผิดปกติสามารถประสานเครือข่ายหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันหาทางออกได้อย่างเหมาะสม

“ผู้หญิงต้องรู้จักปกป้องตัวเอง”

อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญคือการเสริมทักษะการป้องกันตัวสำหรับผู้หญิง โดยได้รับเกียรติจาก ร้อยโทหญิง พาตีเม๊าะ มะระเพะ กองภาคประชาสังคม ศูนย์สันติวิธี กอ.รมน.ภาค 4 สน.

ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติทักษะพื้นฐานในการรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดความรุนแรง โดยเน้นตั้งแต่การ ประเมินสถานการณ์ การตั้งสติ การหลีกเลี่ยง การรักษาระยะปลอดภัย การขอความช่วยเหลือ และการป้องกันตัวเบื้องต้น

การฝึกครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้หญิงเกิดความมั่นใจและตระหนักว่า การป้องกันตัวไม่ใช่เรื่องของการต่อสู้ แต่คือการรู้จักปกป้องชีวิตและความปลอดภัยของตนเอง

จาก “แม่” สู่ “กลไกเฝ้าระวังของชุมชน”

หัวใจสำคัญของเวทีครั้งนี้ คือการยกระดับบทบาทของผู้หญิงจาก “ผู้ดูแลครอบครัว” ไปสู่ “กลไกสร้างความปลอดภัยในชุมชน”

เพราะแกนนำสตรีระดับตำบลและหมู่บ้านจำนวน 70 คน ไม่ได้เป็นเพียงผู้เข้าร่วมกิจกรรม แต่สามารถนำองค์ความรู้กลับไปถ่ายทอดต่อให้ครอบครัว สมาชิกในชุมชน และเครือข่ายผู้หญิงในพื้นที่

เมื่อแม่หนึ่งคนมีความรู้
แม่หนึ่งคนสามารถดูแลลูกหลานได้ดีขึ้น

เมื่อแม่หลายคนเชื่อมโยงกัน
ก็สามารถกลายเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังที่เข้มแข็ง

และเมื่อครอบครัว ชุมชน โรงเรียน และหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมมือกัน
การป้องกันความรุนแรงก็สามารถเริ่มต้นได้ ก่อนที่ปัญหาจะลุกลาม

**“เพราะการสร้างสันติสุข ไม่ได้เริ่มต้นเมื่อเกิดความรุนแรง

แต่เริ่มต้นตั้งแต่วันที่เรารู้จักป้องกันความรุนแรง”**

เครือข่ายแม่สันติวิธี จชต. รุ่นที่ 1 มุ่งเดินหน้าสร้างพื้นที่เรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของผู้หญิงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ “แม่” เป็นทั้งผู้ดูแล ผู้รับฟัง ผู้เฝ้าระวัง และผู้สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกหลาน

เพราะเด็กหนึ่งคนที่ได้รับการดูแลอย่างเข้าใจ
อาจเติบโตเป็นคนหนึ่งคนที่เลือก “สันติ” แทน “ความรุนแรง”

และนั่นคือพลังของแม่…ที่สามารถเปลี่ยนอนาคตของครอบครัวและสังคมได้

#เครือข่ายแม่สันติวิธีจชต
#เครือข่ายแม่สันติวิธีรุ่นที่1
#พลังแม่สร้างภูมิคุ้มกัน
#แม่สร้างสันติสุข
#ผู้หญิงสร้างสันติภาพ
#กองภาคประชาสังคม
#ศูนย์สันติวิธี
#จังหวัดยะลา

04/09/2026

เสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่

“ฟังเสียงประชาชนให้ดังขึ้น…และต้องไปให้ถึงการแก้ปัญหา”สภาที่ปรึกษาฯ เดินหน้าขับเคลื่อน 7 ด้าน เชื่อมเสียงประชาชนสู่การแก...
03/09/2026

“ฟังเสียงประชาชนให้ดังขึ้น…และต้องไปให้ถึงการแก้ปัญหา”

สภาที่ปรึกษาฯ เดินหน้าขับเคลื่อน 7 ด้าน เชื่อมเสียงประชาชนสู่การแก้ปัญหาในพื้นที่

3 กันยายน 2569 | โรงแรมเซาท์เทิร์นวิว ปัตตานี

นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. เปิดประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนงานของสมาชิกสภาที่ปรึกษาฯ ทั้ง 7 ด้าน เพื่อรวบรวมปัญหาและข้อเสนอจากประชาชน ผลักดันสู่การแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

หัวใจสำคัญคือ “ลดช่องว่างระหว่างเสียงประชาชนกับการลงมือแก้ไข” โดยต้องมีหน่วยงานเจ้าภาพที่ชัดเจน เชื่อมต่อกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ข้อเสนอจากพื้นที่เดินหน้าได้จริง

ด้านนายขดดะรี บินเซ็น ประธานสภาที่ปรึกษาฯ ย้ำบทบาทของสภาฯ ในการเป็น “สะพานเชื่อมเสียงประชาชนสู่การกำหนดนโยบาย” พร้อมนำผลการรับฟังความคิดเห็นทั้ง 7 ด้าน มาขับเคลื่อนต่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่

ฟังให้จริง เชื่อมให้ถึง และขับเคลื่อนให้เกิดผล ภายใน 1 ปี

#สภาที่ปรึกษาฯ #ศอบต #เสียงประชาชน #จังหวัดชายแดนภาคใต้ #ฟังเสียงประชาชน #7คณะทำงาน #ขับเคลื่อนพื้นที่

“เสียงผู้หญิงต้องถูกได้ยิน” ปาตีเมาะ ร่วมเวที ศอ.บต. สะท้อนเสียงภาคประชาสังคม สู่ข้อเสนอแก้ปัญหา จชต.ยะลา | 31 สิงหาคม 2...
31/08/2026

“เสียงผู้หญิงต้องถูกได้ยิน” ปาตีเมาะ ร่วมเวที ศอ.บต. สะท้อนเสียงภาคประชาสังคม สู่ข้อเสนอแก้ปัญหา จชต.

ยะลา | 31 สิงหาคม 2569

นางสาวปาตีเมาะ เปาะอิแตดาโอะ นายกสมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพ (We Peace) เข้าร่วมเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบการจัดทำรายงานสถานการณ์ ปัญหา และอุปสรรคในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จัดโดย ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 2 ศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดยะลา

เวทีครั้งนี้เปิดพื้นที่ให้หน่วยงานและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อ สถานการณ์ ปัญหา อุปสรรค ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะ เพื่อประกอบการจัดทำรายงานสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยกระบวนการประชุมให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ตั้งแต่ “สถานการณ์ → ปัญหา/สาเหตุ → ข้อเสนอ” เพื่อให้ได้ข้อเสนอที่สะท้อนปัญหาและบริบทของพื้นที่อย่างรอบด้าน

ในฐานะตัวแทนภาคประชาสังคมและผู้ขับเคลื่อนงานด้านผู้หญิง ปาตีเมาะให้ความสำคัญกับการนำเสียงของผู้หญิงและประชาชนในพื้นที่เข้าสู่กระบวนการกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา เพราะผู้หญิงไม่ได้เป็นเพียงผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ แต่ยังเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการดูแลครอบครัว ชุมชน และสามารถเป็นพลังในการสร้างความเข้าใจและสันติสุขในพื้นที่ได้

การเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงและภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วม จึงไม่ใช่เพียงการ “รับฟังความคิดเห็น” แต่คือการทำให้ ประสบการณ์จากพื้นที่ถูกนำไปเชื่อมโยงกับการกำหนดนโยบายและการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

เวทีดังกล่าวครอบคลุมประเด็นสำคัญ 6 มิติ ตั้งแต่ ความมั่นคงและสังคม เศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต การศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การบริหารจัดการภาครัฐและธรรมาภิบาล การสร้างความเข้าใจทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสาธารณภัย

We Peace เชื่อว่า การสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะเกิดขึ้นได้ เมื่อทุกเสียงมีพื้นที่ในกระบวนการ โดยเฉพาะเสียงของผู้หญิงที่อยู่กับปัญหาและความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ในทุกวัน

เพราะ “ผู้หญิงไม่ใช่เพียงผู้ได้รับผลกระทบ แต่คือผู้มีส่วนร่วมในการออกแบบอนาคตของพื้นที่”

และการรับฟังเสียงเหล่านี้ คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญของการร่วมกันสร้าง สันติสุขที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกคน

 #เมื่อความรุนแรงต่อผู้หญิงเป็นเรื่องที่ไม่ควรนิ่งเฉยWe Peace เสริมทักษะป้องกันตัว สร้างความมั่นใจให้แกนนำสตรีจังหวัดปัต...
31/08/2026

#เมื่อความรุนแรงต่อผู้หญิงเป็นเรื่องที่ไม่ควรนิ่งเฉย

We Peace เสริมทักษะป้องกันตัว สร้างความมั่นใจให้แกนนำสตรีจังหวัดปัตตานี

เมื่อความรุนแรงต่อผู้หญิงเป็นปัญหาที่สังคมไม่ควรนิ่งเฉย การเสริมสร้างความรู้และทักษะในการดูแลและป้องกันตนเอง จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้กับผู้หญิงในพื้นที่

สมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพ We Peace จัดกิจกรรม “ฝึกทักษะการป้องกันตัวสำหรับผู้หญิง” โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็น แกนนำสตรีจังหวัดปัตตานี จำนวน 70 คน เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะพื้นฐานในการรับมือกับสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของตนเอง

กิจกรรมประกอบด้วยการเรียนรู้เกี่ยวกับการประเมินและหลีกเลี่ยงสถานการณ์เสี่ยง การสังเกตสิ่งผิดปกติรอบตัว การตั้งสติและตัดสินใจเมื่อเผชิญเหตุการณ์ไม่ปลอดภัย รวมถึงการฝึกทักษะการป้องกันตัวเบื้องต้นผ่านการฝึกปฏิบัติจริง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้

การฝึกครั้งนี้เน้นหลักสำคัญว่า “การป้องกันตัวไม่ใช่การใช้ความรุนแรง แต่คือการรู้จักป้องกันตนเองและเอาตัวรอดอย่างปลอดภัย” พร้อมส่งเสริมให้ผู้หญิงเกิดความมั่นใจในการดูแลตนเอง ครอบครัว และสามารถเป็นกำลังสำคัญในการสร้างความปลอดภัยให้กับชุมชน

กิจกรรมได้รับการสนับสนุนจาก #ศูนย์สันติวิธี และได้รับการสนับสนุนวิทยากรจาก #กองภาคประชาสังคม ศูนย์สันติวิธี และ #กรมทหารพรานที่42 ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ ตลอดจนฝึกทักษะภาคปฏิบัติให้แก่แกนนำสตรีทั้ง 70 คน

We Peace เชื่อว่า ผู้หญิงที่มีความรู้ มีทักษะ และมีความมั่นใจ คือพลังสำคัญในการสร้างครอบครัวและชุมชนที่ปลอดภัย และการสร้างสันติสุขที่ยั่งยืน จำเป็นต้องทำให้ผู้หญิงสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย มีศักดิ์ศรี และมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของชุมชน

“หยุดความรุนแรง เริ่มต้นจากการสร้างความปลอดภัย
เสริมพลังผู้หญิง ให้ผู้หญิงลุกขึ้นมาปกป้องตัวเองและสังคม”


#สมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพ
#กองภาคประชาสังคม
#ศูนย์สันติวิธี
#แกนนำสตรีจังหวัดปัตตานี
#ผู้หญิงต้องปลอดภัย
#ทักษะป้องกันตัว
#เสริมพลังผู้หญิง
#สร้างสันติสุข

คพท. ยะลา เปิดเวที “ถอดบทเรียนการทำงาน” ทบทวนอดีต สู่การขับเคลื่อนสันติสุขในพื้นที่วันที่ 30 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00 – 1...
30/08/2026

คพท. ยะลา เปิดเวที “ถอดบทเรียนการทำงาน” ทบทวนอดีต สู่การขับเคลื่อนสันติสุขในพื้นที่

วันที่ 30 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00 – 16.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 1 ศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ คณะพูดคุยเพื่อสันติสุขระดับพื้นที่จังหวัดยะลา (คพท. ยะลา) จัดกิจกรรม “ถอดบทเรียนการดำเนินงานในปีงบประมาณที่ผ่านมา” เพื่อทบทวนผลการทำงานที่ผ่านมา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และร่วมกันมองไปข้างหน้าถึงแนวทางการทำงานในระยะต่อไป

การถอดบทเรียนครั้งนี้เปิดพื้นที่ให้คณะทำงานได้สะท้อนการทำงานจากประสบการณ์จริง ตั้งแต่ “เราเริ่มต้นจากอะไร – เราทำอะไรไปแล้ว – สิ่งที่เกิดขึ้นจริงเป็นอย่างไร – และเราเรียนรู้อะไรจากการทำงานที่ผ่านมา” โดยไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการสรุปจำนวนกิจกรรมหรือผลสำเร็จ แต่ให้ความสำคัญกับกระบวนการทำงาน ความร่วมมือ ความสัมพันธ์ และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในพื้นที่

ในวงพูดคุย ผู้เข้าร่วมได้ร่วมกันทบทวน จุดแข็งและสิ่งที่ทำได้ดี ตลอดจนสะท้อน ข้อจำกัด ปัญหา และความท้าทาย ที่เกิดขึ้นระหว่างการดำเนินงาน เพื่อค้นหาวิธีการที่เหมาะสมในการปรับปรุงและพัฒนาการทำงานให้สอดคล้องกับบริบทของจังหวัดยะลา

ประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นจากการแลกเปลี่ยน คือ การทำงานด้านสันติสุขจำเป็นต้องอาศัย ความต่อเนื่อง ความไว้วางใจ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน การเปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้พูดคุย รับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง และร่วมกันหาทางออก เป็นหัวใจสำคัญของการทำงานในระดับพื้นที่

การถอดบทเรียนครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการมองย้อนกลับไป แต่เป็นการ “หยุดเพื่อเรียนรู้ และเรียนรู้เพื่อก้าวต่อ” โดยบทเรียนจากการทำงานที่ผ่านมา จะถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดทิศทางและพัฒนากระบวนการทำงานของ คพท. ยะลา ในปีงบประมาณต่อไป ให้มีความชัดเจน ต่อเนื่อง และตอบโจทย์ประชาชนในพื้นที่มากยิ่งขึ้น

“บทเรียนของเมื่อวาน คือเข็มทิศของการทำงานในวันพรุ่งนี้”

คพท. ยะลา มุ่งเดินหน้าสร้างพื้นที่พูดคุย สร้างความเข้าใจ และร่วมขับเคลื่อนสันติสุขไปด้วยกัน

 #ปัตตานีเดินหน้าเครือข่ายแม่สันติวิธี จชต.รุ่นที่ 1 สัญจร รวมพลังแม่ สร้างภูมิคุ้มกันครอบครัว สู่สังคมสันติสุขวันนี้ ที...
29/08/2026

#ปัตตานีเดินหน้าเครือข่ายแม่สันติวิธี จชต.รุ่นที่ 1 สัญจร

รวมพลังแม่ สร้างภูมิคุ้มกันครอบครัว สู่สังคมสันติสุข

วันนี้ ที่ 29 สิงหาคม 2569 ณ สถานีบริการวิชาการชุมชนปัตตานี สำนักส่งเสริมและวิชาการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จัดกิจกรรม “เครือข่ายแม่สันติวิธี จังหวัดชายแดนภาคใต้ รุ่นที่ 1” สัญจร เริ่ม เวทีแรก ที่ จังหวัดปัตตานี ภายใต้แนวคิด พลังแม่ สร้างภูมิคุ้มกัน สร้างครอบครัว สู่สังคมสันติสุข เพื่อเปิดพื้นที่ให้แม่และผู้หญิงในพื้นที่ได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และร่วมกันพัฒนาบทบาทของแม่ในการดูแล เฝ้าระวัง และสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ลูกหลาน

กิจกรรมครั้งนี้ให้ความสำคัญกับแนวคิดว่า การป้องกันเริ่มต้นจากคนใกล้ตัว โดยเฉพาะแม่ ซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ใกล้ชิดลูกหลานและสามารถมองเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันได้ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ พฤติกรรม การคบเพื่อน การใช้เวลาว่าง การเรียน ตลอดจนการใช้โทรศัพท์และสื่อออนไลน์

การจัดกิจกรรมจึงมุ่งให้แม่ไม่ได้เป็นเพียงผู้ดูแลครอบครัว แต่เป็น ผู้เฝ้าระวัง ผู้สร้างภูมิคุ้มกัน และผู้เชื่อมต่อความช่วยเหลือ เมื่อพบว่าลูกหลานกำลังเผชิญความเสี่ยง

#หัวข้อที่1 แม่ พลังเล็ก ๆ ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงในครอบครัวและสังคม โดย แกนนำคณะทำงานเครือข่ายแม่ สันติวิธี จชต. รุ่นที่ 1 จังหวัดปัตตานี

วิทยากรชวนผู้เข้าร่วมทบทวนบทบาทของแม่ในครอบครัวว่า ความเป็นแม่ไม่ได้หมายถึงเพียงการดูแลเรื่องความเป็นอยู่ของลูก แต่ยังรวมถึงการดูแลความรู้สึก การรับฟัง การให้คำปรึกษา และการเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ลูกสามารถกลับมาพูดคุยได้เมื่อพบปัญหา

เนื้อหาการบรรยายให้ความสำคัญกับ การสื่อสารระหว่างแม่กับลูก โดยเฉพาะการรับฟังโดยไม่รีบตัดสิน เพราะในหลายครั้งลูกอาจไม่ได้ต้องการคำตอบทันที แต่อาจต้องการเพียงคนที่พร้อมฟังและเข้าใจ

วิทยากรยังชวนแม่มอง พฤติกรรมเล็ก ๆ ของลูกที่อาจเป็นสัญญาณว่ากำลังมีบางอย่างเกิดขึ้น เช่น การเก็บตัวมากขึ้น อารมณ์เปลี่ยนแปลง ไม่อยากพูดคุยกับครอบครัว เปลี่ยนกลุ่มเพื่อน กลับบ้านไม่เป็นเวลา หรือมีพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์และสื่อออนไลน์เปลี่ยนไป

สิ่งสำคัญคือ แม่ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องของลูก แต่ควรรู้จักลูกมากพอที่จะเห็นเมื่อเขาเปลี่ยนไป

การเฝ้าระวังจึงไม่ใช่การจับผิด แต่เป็นการติดตามด้วยความรัก ความห่วงใย และความเข้าใจ เพื่อให้แม่สามารถเข้าไปพูดคุยและช่วยเหลือได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

เพราะเมื่อครอบครัวมีพื้นที่ให้พูดคุยกัน ปัญหาหลายเรื่องก็มีโอกาสได้รับการแก้ไขก่อนที่จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ และการไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหาภายในครอบครัว ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างสังคมสันติสุข

#หัวข้อที่2 แม่รู้ทัน ลูกปลอดภัย
พลังแม่ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกหลานจากความรุนแรง โดย ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)

หัวข้อนี้เป็นประเด็นสำคัญของกิจกรรม โดยมุ่งสร้างความเข้าใจให้แม่เห็นถึงบทบาทของตนเองในการ เฝ้าระวังและป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับลูกหลานตั้งแต่ระดับครอบครัว

วิทยากรเน้นว่า การเฝ้าระวังไม่ใช่การควบคุมหรือจับผิดลูก แต่คือการ “อยู่ใกล้พอที่จะมองเห็น” และ “รู้จักลูกมากพอที่จะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง”

แม่สามารถเริ่มต้นจากเรื่องใกล้ตัว เช่น รู้ว่าลูกคบเพื่อนกลุ่มใด ใช้เวลาว่างอย่างไร สนใจเรื่องอะไร มีพฤติกรรมการใช้สื่อออนไลน์อย่างไร และใครหรือสิ่งใดกำลังมีอิทธิพลต่อความคิดและการตัดสินใจของลูก

โดยเฉพาะในปัจจุบัน โลกของเด็กและเยาวชนไม่ได้อยู่เฉพาะในบ้านหรือโรงเรียน แต่ยังอยู่ในโลกออนไลน์ด้วย การสร้างภูมิคุ้มกันจึงต้องทำควบคู่กันทั้ง “โลกจริงและโลกออนไลน์”

แม่ควรพูดคุยกับลูกเกี่ยวกับสิ่งที่พบเห็นบนสื่อออนไลน์ สอนให้รู้จักคิดวิเคราะห์ แยกแยะข้อมูล รู้เท่าทันการชักจูง และรู้จักปฏิเสธสิ่งที่อาจนำไปสู่พฤติกรรมเสี่ยง

อีกประเด็นที่วิทยากรเน้นคือ หากพบว่าลูกมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง แม่ควรใช้ความเข้าใจเป็นจุดเริ่มต้น ไม่รีบกล่าวหา หรือตัดสินว่าเด็กกำลังทำผิด เพราะการตำหนิอย่างรุนแรงอาจทำให้เด็กปิดตัวและไม่กล้าพูดความจริง

คำถามง่าย ๆ อย่าง
“ช่วงนี้ลูกเป็นอะไรหรือเปล่า แม่เป็นห่วงนะ”
อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดใจและทำให้แม่ค้นพบปัญหาที่ลูกกำลังเผชิญ

หัวใจของการเฝ้าระวังจึงอยู่ที่

“เห็นก่อน เข้าใจก่อน ช่วยเหลือก่อน”

เมื่อพบสัญญาณความเสี่ยง แม่ไม่จำเป็นต้องแก้ปัญหาเพียงลำพัง แต่สามารถประสานคนในครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันดูแลและช่วยเหลือลูกหลาน

เพราะการป้องกันความรุนแรงไม่ได้เริ่มต้นเมื่อเกิดเหตุแล้ว แต่ควรเริ่มตั้งแต่วันที่แม่สังเกตเห็นว่า “ลูกมีบางอย่างเปลี่ยนไป”

#หัวข้อที่ 3 ผู้หญิงต้องรู้…ต้องรอด…และปกป้องตัวเองได้ เทคนิคการป้องกันตัวสำหรับสตรี รู้เท่าทัน ป้องกัน และเอาตัวรอดจากความรุนแรง โดย กองภาคประชาสังคม ศูนย์สันติวิธี

อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญ คือการเสริมทักษะให้ผู้หญิงสามารถประเมินและรับมือกับสถานการณ์ที่อาจไม่ปลอดภัย โดยเริ่มจากการมีสติ รู้จักสังเกตสิ่งรอบตัว และประเมินความเสี่ยงก่อนที่สถานการณ์จะรุนแรงขึ้น

เนื้อหาครอบคลุมการสังเกตสัญญาณเตือน การหลีกเลี่ยงสถานการณ์เสี่ยง การรักษาระยะห่าง การหาทางออกจากพื้นที่ไม่ปลอดภัย รวมถึงการขอความช่วยเหลือจากบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

วิทยากรเน้นว่า การป้องกันตัวไม่ได้หมายถึงการต้องต่อสู้ แต่หมายถึงการรู้จักเอาตัวเองออกจากสถานการณ์อันตรายให้ได้อย่างปลอดภัยที่สุด

สำหรับแม่ ความรู้เรื่องการป้องกันตัวมีความสำคัญมากกว่าการดูแลตัวเอง เพราะเมื่อแม่รู้จักประเมินสถานการณ์และรักษาความปลอดภัยของตนเองได้ ก็สามารถนำความรู้ดังกล่าวไปถ่ายทอดให้ลูกหลานได้ด้วย

“จากพลังแม่…สู่พลังเครือข่าย”

ช่วงสุดท้ายของกิจกรรมเปิดพื้นที่ให้แม่และผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์จากชีวิตจริง โดยเฉพาะเรื่องการดูแลลูกหลาน การสังเกตพฤติกรรม และปัญหาที่ครอบครัวกำลังเผชิญ

การพูดคุยทำให้เห็นว่า แม่แต่ละคนอาจมีประสบการณ์แตกต่างกัน แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือความรักและความห่วงใยที่มีต่อลูกหลาน

แม่อยากเห็นลูกเติบโตอย่างปลอดภัย อยากให้ลูกมีอนาคตที่ดี
และไม่อยากเห็นลูกต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับความรุนแรงหรือปัญหาที่อาจทำลายอนาคตของเขา

ด้วยเหตุนี้ “เครือข่ายแม่สันติวิธี” จึงมีเป้าหมายที่จะสร้างพื้นที่ให้แม่ได้พูดคุย ช่วยเหลือ และเรียนรู้ร่วมกัน ไม่ปล่อยให้แม่ต้องเผชิญปัญหาในการดูแลลูกหลานเพียงลำพัง เพราะบางครั้ง แม่คนหนึ่งอาจมองเห็นความเสี่ยงของลูก แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นแก้ปัญหาอย่างไร การมีเครือข่ายจะช่วยให้สามารถพูดคุย ขอคำปรึกษา และเชื่อมต่อความช่วยเหลือได้รวดเร็วขึ้น

“แม่รู้ทัน ลูกปลอดภัย ครอบครัวเข้มแข็ง ชุมชนสันติสุข”

กิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการอบรม แต่เป็นการสร้างความตระหนักว่า แม่สามารถเป็นกำลังสำคัญในการป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นทาง

การเฝ้าระวังลูกหลานอาจเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ การถามลูกว่า “วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง” การรู้จักเพื่อนของลูก
การพูดคุยเรื่องสิ่งที่ลูกพบเจอบนโลกออนไลน์ การสังเกตเมื่อพฤติกรรมของลูกเปลี่ยนไป
และการทำให้ลูกมั่นใจว่า “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แม่พร้อมอยู่ข้างลูก”

เพราะเมื่อแม่ใส่ใจ ลูกก็มีโอกาสปลอดภัยมากขึ้น เมื่อครอบครัวดูแลกัน ชุมชนก็มีภูมิคุ้มกันมากขึ้น
และเมื่อแม่หลายคนรวมพลังกัน เราจะสามารถร่วมกันสร้างสังคมที่ลดความรุนแรง และเดินหน้าสู่ สังคมสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้อย่างยั่งยืน

#กองภาคประชาสังคม
#ศูนย์สันติวิธี
#สมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพ

#เครือข่ายแม่สันติวิธี
#เครือข่ายแม่สันติวิธีจชต
#เครือข่ายแม่สันติวิธีจชตรุ่นที่1
#พลังแม่
#แม่รู้ทันลูกปลอดภัย
#เฝ้าระวังลูกหลาน
#สร้างภูมิคุ้มกันครอบครัว
#ครอบครัวเข้มแข็ง
#สร้างสังคมสันติสุข
#ปัตตานี
#จังหวัดชายแดนภาคใต้

 #สุขภาวะที่ดีเริ่มจากการมองเห็นชีวิตของผู้คนวันนี้ นางสาวปาตีเมาะ เปาะอิแตดาโอะ นายกสมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพ และในฐานะ...
27/08/2026

#สุขภาวะที่ดีเริ่มจากการมองเห็นชีวิตของผู้คน

วันนี้ นางสาวปาตีเมาะ เปาะอิแตดาโอะ นายกสมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพ และในฐานะ กรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กขป.) เขต 12 ด้านสตรี ได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กขป.) เขต 12 ครั้งที่ 3/2569 เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุมปารีส โรงแรมคริสตัล หาดใหญ่

การประชุมครั้งนี้ทำให้ได้เห็นภาพการทำงานที่ไม่ได้มองเรื่อง “สุขภาพ” เพียงในมิติของการเจ็บป่วยหรือการรักษาพยาบาล แต่เป็นการมองไปถึง คุณภาพชีวิตของผู้คน ครอบครัว และชุมชน ซึ่งทุกเรื่องล้วนเชื่อมโยงกัน

หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจ คือการแลกเปลี่ยนบทเรียนการรับมือภัยพิบัติจากภาวะโลกเดือด ทั้ง “หาดใหญ่โมเดลพลัส” การจัดทำแผนที่ความเสี่ยงการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่ 6 อำเภอของจังหวัดสงขลา รวมถึงบทเรียนจากจังหวัดสตูลและยะลา

สิ่งที่สะท้อนออกมาอย่างชัดเจนคือ เมื่อเกิดภัยพิบัติ ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องสุขภาพ แต่กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ รายได้ ความมั่นคงของครอบครัว และความปลอดภัยของผู้คน โดยเฉพาะ ผู้หญิง เด็ก และกลุ่มเปราะบาง ซึ่งมักเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากกว่าคนทั่วไป

ในฐานะ กขป. ด้านสตรี ปาตีเมาะให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาวะแม่และเด็ก รวมถึงสุขภาวะของกลุ่มเปราะบางทางสังคม เพราะการดูแลผู้หญิงไม่สามารถแยกออกจากครอบครัวและบริบทของชุมชนได้ หากผู้หญิงมีสุขภาวะที่ดี ครอบครัวก็มีโอกาสเข้มแข็ง และเมื่อครอบครัวเข้มแข็ง ชุมชนก็มีภูมิคุ้มกันมากขึ้น

การรับรองแผนปฏิบัติการปี 2570 ซึ่งประกอบด้วย 4 ประเด็น ได้แก่ บุหรี่และปัจจัยเสี่ยง สุขภาวะแม่และเด็ก สุขภาวะกลุ่มเปราะบางทางสังคม และเกษตรและอาหารเพื่อสุขภาพ จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะแต่ละประเด็นไม่ได้แยกขาดจากกัน แต่สามารถเชื่อมโยงและทำงานร่วมกัน โดยมี “คน” และ “ชีวิตของผู้คน” เป็นศูนย์กลาง

ขณะเดียวกัน การประกาศใช้ธรรมนูญคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน เขต 12 ชุดที่ 3 ก็ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างกรอบการทำงานร่วมกัน โดยเน้นการบูรณาการทั้ง Agenda – Area – Function หรือประเด็น พื้นที่ และภารกิจ

แนวคิด “แนวตั้งถักทอแนวราบ” ทำให้เห็นว่า การแก้ปัญหาสุขภาวะของประชาชนไม่สามารถเป็นหน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เชื่อมโยงนโยบายกับการทำงานในพื้นที่ และเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

สำหรับปาตีเมาะแล้ว การได้ทำหน้าที่ทั้งในฐานะ นายกสมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพ และ กขป. เขต 12 ด้านสตรี เป็นอีกโอกาสสำคัญในการนำเสียงและมุมมองของผู้หญิงเข้าไปอยู่ในกระบวนการขับเคลื่อนงานด้านสุขภาวะ เพราะผู้หญิงไม่ควรเป็นเพียง “ผู้รับผลกระทบ” แต่ควรเป็น ผู้ร่วมคิด ผู้ร่วมตัดสินใจ และผู้ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง

สิ่งที่ได้กลับจากการประชุมวันนี้จึงไม่ใช่เพียงแผนงานหรือมติที่ประชุม แต่คือความเข้าใจที่ชัดขึ้นว่า การสร้างสุขภาวะที่ดีต้องเริ่มจากการเข้าใจชีวิตของผู้คน เข้าใจพื้นที่ และทำงานร่วมกัน

“เรียนรู้ เติมเต็ม ต่อยอด ขยายผล”

เพื่อให้การทำงานจากห้องประชุมเดินทางไปถึงพื้นที่จริง และทำให้ผู้หญิง ครอบครัว และคนทุกกลุ่มในสังคมมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ที่อยู่

ซอยเจริญทรัพย์
Yala
95000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ We Peace สมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพ โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง We Peace สมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพ:

แชร์