ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน มจร

ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน มจร ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน มจร, องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, Wang Noi.

ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ตำบลลำไทร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย (มจร) ภายใต้การกำกับดูแลของ หลักสูตรสันต...
25/09/2025

ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ตำบลลำไทร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย (มจร) ภายใต้การกำกับดูแลของ หลักสูตรสันติศึกษา มจร รับรางวัลศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ดีเด่นอันดับ 1 ระดับประเทศ จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
วันนี้ (22 กันยายน 2568) ณ โรงแรมอัศวิน กรุงเทพฯ พระเมธีวัชรบัณฑิต,ศ.ดร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ตาม พรบ.ไกล่เกลี่ยฯ ปี 2562 เข้ารับรางวัลศูนย์ไกล่เกลี่ยดีเด่น ที่ได้คะแนนจากการประเมิน 96 คะแนน อันดับหนึ่งของประเทศจาก 2,591 ศูนย์ โดยมี พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้มอบรางวัล
การประกาศรางวัลองค์กรต้นแบด้านสิทธิมนุษยชน ปี 2568 ครั้งนี้ จัดขึ้นโดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ นำโดยนางเอมอร เสียงใหญ่ และภาคีเครือข่าย เพือมอบรางวัลด้านสิทธิมนุษยชนให้แก่องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม กว่า 150 หน่วยงาน ที่ทุ่มเททำงานสนับสนุนและส่งเสริมงานด้านสิทธิมนุษยชน ทั่วทั้งประเทศ
สำหรับแนวทางการตรวจประเมินรางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประเภทศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ประจำปี 2568 เป็นการตรวจผลงานเชิงประจักษ์ (Site Visit Review) 100 คะแนน (1)การบริหารจัดการองค์กร (25 คะแนน) (2) ความยั่งยืนของการดำเนินงานด้านไกล่เกลี่ยข้อพิพาท (35 คะแนน) (3) การประเมินโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (25 คะแนน) และ (4) การนำเสนอ (15 คะแนน)
ในขณะที่ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยานั้น ได้ดำเนินการโดยหลักสูตรสตินวัตกรรม และสันติศึกษา มจร ภาคภาษาไทย และอินเตอร์ ทั้งในระดับปริญญาโท และปริญญาเอก โดยทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในจังหวัดอยุธยาภายใต้พลังบวร ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชนในท้องที่ และท้องถิ่น
ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2563 ซึ่งครบรอบ 5 ปีของการดำเนินการภายใต้บันทึกลงนามความร่วมมือ (MoU) ระหว่าง มจร กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และสำนักงานกิจการยุติธรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผู้ไกล่เกลี่ยฯ และจัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยฯ เพื่อให้บริการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และให้บริการด้านกฎหมาย รวมถึงการบริการด้านอื่นของกระทรวงยุติธรรมแก่ประชาชนในพื้นที่เพื่อเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และเป็นธรรม
ตลอดระยะเวลา 5 ปีของการดำเนินการนั้น ศูนย์ไกล่เกลี่ยได้อบรมผู้ไกล่เกลี่ยขึ้นทะเบียน 15 รุ่น (ภาคไทย 12 รุ่น ภาค Int. 3 รุ่น) จำนวน 687 คน อบรมความรู้ทางกฎหมาย ต.ลำไทร มจร Online 1 รุ่น Onsite 2 รุ่น จำนวน 360 คน อบรมความรู้ทางกฎหมาย ต.สวาย วัดท่าคอยนาง 2 รุ่น จำนวน 200 คน อบรมความรู้ทางกฎหมาย แขวงบางขุนนนท์ วัดใหม่ยายแป้น 2 รุ่น จำนวน 160 คน อบรมผู้นำการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทมืออาชีพ 7 รุ่น จำนวน 140 คน รวมผู้ผ่านการอบรม จำนวน 1,547 คน
ในการพัฒนาและฝึกอบรมผู้ไกล่เกลี่ย ทำให้มีผู้ผ่านการอบรมขึ้นทะเบียนเป็นผู้ไกล่เกลี่ย จำนวน 298 คน จนนำไปสู่ จัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยได้ทั้งหมด 35 ศูนย์ ทั่วประเทศไทย และทำให้มีทุนทรัพย์ที่เกิดจากข้อตกลง จำนวนทั้งสิ้น 3,875, 588 บาท อันเป็นจากการไกล่เกลี่ยสำเร็จในปี 2567-2568 จำนวน 53 คดี
นอกจากนี้ หลักสูตรปริญญาโท สาขาสันติศึกษา มจร ได้เปิดให้เรียนในรายวิชาสันติศึกษากับสิทธิมนุษยชน เป็นวิชาบังคับ และเปิดเป็นวิชาเลือกในระดับปริญญาเอก โดยลงนาม MoU และออกแบบหลักสูตร และสอนร่วมกับสถาบันสิทธิมนุษยชน มหาวิทยาลัยออสโล ประเทศนอร์เวย์
ในขณะเดียวกัน หลักสูตรได้ออกแบบนวัตกรรมกระบวนการไกล่เกลี่ยโดยพุทธสันติวิธี ใช้บันได 9 ขั้น ภายใต้ชื่อว่า กระบวนการไกล่เกลี่ยที่มีสติเป็นฐาน เพือใช้พัฒนาและฝึกอบรมผู้ไกล่เกลี่ยร่วมกับหลักสูตรที่ออกแบบโดยคณะกรรมการยุติธรรมแห่งชาติ ซึ่งมีสำนักงานกิจการยุติธรรมเป็นเลขานุการ
ศูนย์ไกล่เกลี่ยฯ แห่งนี้ จัดได้ว่าเป็น Product Innovation ที่ได้ออกแบบนวัตกรรมกระบวนการ (Process Innovation) โดยใช้กระบวนการไกล่เกลี่ยที่มีสติเป็นฐาน หรือ Mindfulness Based Mediation) และได้ผ่านการนำเสนอถอดบทเรียนความสำเร็จ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างสังคมสันติสุขอย่างยั่งยืนให้แก่มวลมนุษยชาติสืบไปฯ

พระเมธีวัชรบัณฑิต,ศ. ดร.
ผู้อำนวยการหลักสูตรสตินวัตกรรมและสันติศึกษา/
ประธานศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ตำบลลำไทร

กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้ ประกาศผลการพิจารณารางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2568  โดย ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพ...
03/09/2025

กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้ ประกาศผลการพิจารณารางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2568 โดย ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน มจร ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รับผลการประเมินในระดับ "ดีเด่น" ซึ่งจะได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ จากนายกรัฐมนตรี ในโอกาสต่อไป

ในการนี้ ต้องขอขอบพระคุณ พระเมธีวัชรบัณฑิต,ศ. ดร. ประธานคณะทำงาน พระอาจารย์ปราโมทย์ วาทโกวิโท,ดร. รองประธานคณะทำงาน ดร. ศักดิ์ชัย สักกะบูชา เลขานุการ ดร.อุบลวรรณ ขันธหิรัญ เหรัญญิก กำนันแฟรงค์ ผู้ใหญ่อำนาจ และคณะทำงานทุกท่าน รวมถึง แม่น้อย ดร. ธัญญธร ประธานศูนย์ ฯ สุรินทร์ (เครือข่าย) น้องไข่ตุ้ม เจ้าหน้าที่ศูนย์ และน้องย้ง สุริสา ผู้ทำงานวิจัยการพัฒนาเครือข่าย ศูนย์ไกล่เกลี่ยฯ มจร ที่ทุ่มเทการปฏิบัติงานการไกล่เกลี่ยและการลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์การปฏิบัติงานของศูนย์ไกล่เกลี่ยฯ ให้มีผลการดำเนินงานเป็นที่ประจักษ์ค่ะ

๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๘ ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ตำบลลำไทร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย รับการตรวจประเมินองค์กรต้...
28/08/2025

๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๘ ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ตำบลลำไทร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย รับการตรวจประเมินองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประเภทศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน เป็นการตรวจประเมินองค์กรต้นแบบเพื่อ “การตรวจผลงานเชิงประจักษ์ : Site Visit Review” โดยอนุกรรมการจากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม

เริ่มต้นจากการเปิดหลักสูตรสันติศึกษาระดับปริญญาโทเอก โดยมีการลงนามความร่วมมือกับสถาบันพระปกเกล้ามีการสะท้อนถึงคำว่าไกล่เกลี่ยข้อพิพาท มีการสร้างนักไกล่เกลี่ยและนักสิทธิมนุษยชน โดยมุ่ง ๔ สร้างประกอบด้วย "สร้างความรู้ด้านการไกล่เกลี่ยสิทธิมนุษยชน สร้างคนสร้างนักไกล่เกลี่ย สร้างสังคมเสริมสร้างสังคมสันติสุข สร้างเครือข่ายสันติศึกษาและสิทธิมนุษยชน"

โดยพันธกิจของศูนย์ไกล่เกลี่ยภาคประชาชน มจร ซึ่งมีพันธกิจชัดเจน มีแผนปฏิบัติการคน เงิน งาน ซึ่งมีการสนับสนุนงบจากหลักสูตรสันติศึกษา มจร ในการพัฒนาศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน มจร โดยผู้มีส่วนได้เสียสะท้อนว่าได้รับประโยชน์อย่างยิ่ง

โดยมีคณะอนุกรรมการตรวจประเมินองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประเภทศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน มีประธานอนุกรรมการและอนุกรรมการลงพื้นที่ในการตรวจประเมิน โดยมีเกณฑ์การพิจารณาประกอบด้วย

๑)ประเมินด้านการบริหารจัดการองค์กร ประกอบด้วย ความเชื่อมโยงภารกิจของศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชนกับแผนการดำเนินงานประจำปีของศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน สามารถอธิบายหลักการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทกับศูนย์ฯอย่างเข้าใจ ชัดเจน เป็นรูปธรรม จากการประเมินผลในพื้นที่จริง สะท้อนว่า ศูนย์ มจร มีพันธกิจ ศูนย์มีแผนปฏิบัติการชัดเจน มีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยภายในและภายนอกประเทศ

๒)ประเมินด้านความยั่งยืนของการดำเนินงานด้านการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ประกอบด้วย สามารถแสดงและอธิบายแผนปฏิบัติการด้านการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทของศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน โดยนำผลการวิเคราะห์ ประเด็นปัญหา แนวทางการแก้ไขการดำเนินการของศูนย์ฯ ด้านการไกล่เกลี่ยอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม สามารถแสดงถึงแนวทางการดำเนินงานของศูนย์ฯ ในการช่วยลดความขัดแย้ง และมีการเคารพสิทธิมนุษยชน มีความตั้งใจในการขับเคลื่อนศูนย์สู่ภายในและภายนอกองค์กร เกิดความยั่งยืนในการดำเนินการด้านการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พร้อมมีการแลกเปลี่ยนกับศูนย์และองค์กรอื่นๆ เพื่อนำมาแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จากการประเมินผลในพื้นที่จริง สะท้อนว่า ด้านความยั่งยืนของการพัฒนาศูนย์ไกล่เกลี่ยภาคประชาชน มจร มีการสะท้อนถึงการพัฒนาผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในระดับไทยและระดับนานาชาติ ปัจจุบันมีการขยายเปิดหลักสูตรสันติศึกษา ระดับปริญญาโท มจร วิทยาลัยสงฆ์ปัตตานี ซึ่งจะมีการขยายการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชนต่อไป


๓)การประเมินด้านโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ประกอบด้วย มีการสัมภาษณ์สอบถามคณะทำงานบริหารประจำศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน คณะทำงานทราบนโยบายเคารพสิทธิมนุษยชน เข้าใจในบทบาทภารกิจ ขั้นตอนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ประชาชนมีความพึงพอใจ มีความเชื่อมั่น การรับบริการ จากศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน และประชาชนมีส่วนร่วมเป็นเครือข่ายในการขยายผลไปยังบุคคลและหน่วยงานอื่น จากการประเมินผลในพื้นที่จริง สะท้อนว่า เป็นศูนย์มุ่งเน้นการใจจบคดีใจ พบความสุข สามารถมีกระบวนการไกล่เกลี่ยที่สามารถยุติข้อพิพาท โดยชุมชนได้ประโยชน์จากศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ตำบลลำไทร มจร

๔)ประเมินด้านแนวทางของการนำเสนอ ประกอบด้วย ทีมนำเสนอโดยประธานศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน เป็นคณะทำงานบริหารประจำศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน เข้าใจเนื้อหาที่นำเสนอ เนื้อหามีความสอดคล้องกับสื่อประกอบการนำเสนอ นำเสนอกระชับ โดยมีสื่อประกอบการนำเสนอ มีรูปแบบการเสนอน่าสนใจ ดึงดูดใจ สร้างสรรค์ รูปภาพ เนื้อหา ข้อมูลประกอบกานำเสนอถูกต้อง เชื่อถือได้ มีความพร้อมในการนำเสนอด้านสื่อ ภาพ เสียง และใช้เวลาในการนำเสนอภายในระยะเวลาที่กำหนด จากการประเมินผลในพื้นที่จริง สะท้อนว่า มีการนำเสนอที่สามารถตอบโจทย์คณะกรรมการ

สาราณียธรรม
พระปราโมทย์ วาทโกวิโท, ดร.
โค้ชสันติ
กระบวนกรธรรมะโอดี
วิทยากรต้นแบบสันติภาพ
Buddhist Peace Facilitator
ผู้อำนวยการหลักสูตรสันติศึกษา
ระดับปริญญาโท มจร
ณ ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน มจร
๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๘

๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๘ พระปราโมทย์ วาทโกวิโท, ดร. ผู้อำนวยการหลักสูตรสันติศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาล...
17/08/2025

๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๘ พระปราโมทย์ วาทโกวิโท, ดร. ผู้อำนวยการหลักสูตรสันติศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และรองประธานคณะทำงานประจำศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ตำบลลำไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปฏิบัติหน้าที่แทนพระเมธีวัชรบัณฑิต, ศ.ดร. ประธานคณะทำงานประจำศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ตำบลลำไทร มจร

เพื่อการต้อนรับคณะนักกฎหมายช่อสะอาดรุ่นที่ ๒ จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เข้าศึกษาดูงานถอดบทเรียนการขับเคลื่อนของศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน มจร พร้อมนิสิตระดับปริญญาโท หลักสูตรสันติศึกษา มจร รุ่น ๑๓ เข้าร่วมรับฟัง “แนวทางการป้องกันความขัดแย้งความรุนแรงผ่านศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน มจร” โดยเบื้องต้น อาจารย์ ดร.ศักดิ์ชัย สักกะบูชา เลขาคณะทำงานประจำศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ตำบลลำไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวต้อนรับ นำเสนอวีดีทัศน์การดำเนินงานและแนะนำศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน

ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ขับเคลื่อนศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชนโดยพุทธสันติวิธี” โดย พระปราโมทย์ วาทโกวิโท, ดร. ผู้อำนวยการหลักสูตรสันติศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และรองประธานคณะทำงานประจำศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ตำบลลำไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สะท้อนว่าเวลาเกิดความขัดแย้งมนุษย์จะตัดสินใจ ๒ ประการประกอบด้วย ๑)ใช้ความรุนแรง ๒)ใช้สันติวิธี โดยยกกรณีศึกษานักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ ในการตัดสินใจใช้ความรุนแรงกับครูซึ่งสะท้อนหลากหลายมิติของสังคม “ครูควรรับการเยียวยา เด็กควรได้รับการรักษา"

เวลามองความขัดแย้งความรุนแรงจึงต้องมอง ๔ มิติ ประกอบด้วย ๑)มิติเชิงป้องกัน (ขัดแย้ง-รุนแรง) ๒)มิติเชิงแก้ไข(ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท) ๓)มิติเชิงเยียวยา (ชดใช้ สินไหม จิตใจ) ๔)มิติเชิงรักษา (รักษาไม่เกิดซ้ำอีก) โดยประเด็นการขับเคลื่อนศูนย์ไกล่เกลี่ยภาคประชาชน มจร สามารถแบ่งออก ๘ ประเด็นประกอบด้วย

๑)สถานการณ์ปัจจุบันศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชนและไกล่เกลี่ยสากล
โดยศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน มจร ร่วมมือกับเครือข่ายด้านยุติธรรม สิทธิมนุษยชน สันติวิธี ประกอบด้วย ๑)สำนักงานศาลยุติธรรม (พัฒนาผู้ประนีประนอม-ไกล่เกลี่ยพุทธสันติวิธี) ๒)สถาบันพระปกเกล้า (เรียนหลักสูตร-ด้านสันติวิธี-ความร่วมมือทางวิชาการ) ๓)สำนักงานกิจการยุติธรรม (เรียนหลักสูตร วิจัยศีลห้า กับกฎหมายอาญา) ๔)กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ (ตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยภาคประชาชน ผู้ไกล่เกลี่ย) ๕)สำนักงานยุติธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (กำกับมาตรฐานศูนย์ไกล่เกลี่ย) ๖)สถาบันนิติวัชร์สำนักงานอัยการสูงสุด (ร่วมมือวิจัยด้านการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท)

โดยศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน มจร ได้รับการคัดเลือกจากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เตรียมรับการประเมินเป็นองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประเภทศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทประชาชน ซึ่งศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน มจร มีการบูรณาการกับ SDGs การพัฒนาที่ยั่งยืน และ IDGs การพัฒนาภายในที่ยั่งยืน โดยเฉพาะเรื่องการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทสอดรับกับ SDGs และ IDGs โดยคณะทำงานศูนย์ยังมีโอกาสเข้าไปถอดบทเรียนกับสถาบันการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทมาตรฐานสากลในสิงคโปร์ เป็นกระบวนการยุติข้อพิพาทป้องกันความรุนแรงในสิงคโปร์ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ในสถาบันของ CMC SIMI SIMC SMC ซึ่งเป็นสถาบันการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทมาตรฐานสากลของประเทศสิงคโปร์ โดยจะมีการเปิดลักสูตรผู้นำไกล่เกลี่ยมืออาชีพ รุ่น ๘ ระหว่าง ๑๙-๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๘ สามารถไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเป็นตามหลักสากลและจบใจคดีจบตามแนวของพุทธสันติวิธี


๒)มองขัดแย้งยุติข้อพิพาทด้วยยุติธรรมกระแสหลัก-ตัดสินโดยศาล
เมื่อเกิดความขัดแย้งมักใช้วิธีการฟ้องร้องถือว่าเป็นยุติธรรม “กระแสหลัก” มุ่งฟ้องร้อง ผ่าการล้างแค้น กักขัง จำคุก การประหารชีวิต ซึ่งละเลยทางด้านจิตใจ เป็นการทดแทน สร้างข่มขู่ ตาต่อตาฟันต่อฟัน แต่เป็นการควบคุมอาชญากรรมของภาครัฐ เมื่อศาลตัดสินจะพิสูจน์ตามหลักฐานจึงมีแพ้มีชนะ แต่ปัจจุบันศาลมีกระบวนการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องตามาตรา ๒๐ ตรี ภายใต้คำว่า “ศาลเป็นที่พึ่งแรกของประชาชน” หมายถึง เมื่อเกิดข้อพิพาทสามารถเข้ามาสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทได้ โดยปัจจุบันสามารถไกล่เกลี่ยข้อพิพาท “ก่อนฟ้องไกล่เกลี่ย หลังฟ้องไกล่เกลี่ย” โดยผู้ประนีประนอมที่รับการแต่งตั้งโดยทุกศาลมีศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท

๓)มองขัดแย้งยุติข้อพิพาทยุติธรรมทางเลือกศูนย์ไกล่เกลี่ย-ตัดสินโดยคู่พิพาท
เป็นยุติธรรม “กระแสทางเลือกทางรอดสมานฉันท์” เมื่อกระทำผิดทางอาญา / มีความเจ็บปวดมีกระบวนการเยียวยา ฟื้นฟูทางร่างกายและจิตใจ ผู้กระทำผิดได้สำนึก ขอโทษ ชดใช้ค่าเสียหาย ใช้กระบวนการของ RJ ยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ รวมถึงกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก่อนฟ้อง เป็นการยุติความขัดแย้งโดยวิธีไม่ใช้ทางกฎหมาย ประกอบด้วย ๑)การเจรจา(Negotiation) ๒)การไกล่เกลี่ยโดยคนกลาง (Mediation) ๓)สุนทรียสนทนา (Dialogue) ๔)การประนีประนอม (Compromising) ๕)การมีส่วนร่วม (Participation) ๖)การให้อภัย (Forgiveness)

คำว่า ยุติ จึงสามารถแบ่งออกยุติทางโลกและยุติทางธรรม ประกอบด้วย ๑)ยุติธรรม (มุ่งชดใช้ สินไหม คดีจบแต่ยังคงความเจ็บปวด) ๒)ยุติกรรม (จบใจ ขอโทษ ขมากรรมต่อกัน คดีจบ ยุติกรรมต่อกัน) โดยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทจึงมีกฎหมายรับรอง ประกอบด้วย ๑)ไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง (พรบ.๒๕๖๒ ภาคประชาชน) ๒)ไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง (๒๐ ตรี ศาลยุติธรรม) ๓)ไกล่เกลี่ยหลังฟ้อง (ศาลยุติธรรม) ๔)ไกล่เกลี่ยชั้นอัยการ ๕)ไกล่เกลี่ยชั้นบังคับคดี ๖)ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทสากลและพุทธสันติวิธี

๔)แนวทางการขับเคลื่อนศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน มจร
ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน มจร จึงมุ่งเสริมสร้างสังคมสันติสุขเคลื่อนภารกิจประกอบด้วย ๑)ตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน มจร ๒)พัฒนาผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก่อนฟ้องมืออาชีพ ๓)ให้ความรู้ทางกฎหมายแพ่งอาญาคนในชุมชน ๔)ให้คำปรึกษาเมื่อผู้คนในชุมชนเมื่อเกิดข้อพาท โดยมหาวิทยาลับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยร่วมมือกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ขับเคลื่อนศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชนเพื่อมุ่งยุติข้อพิพาทก่อนฟ้อง และ เป็นสถานที่พัฒนาผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทตามพระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ย พ.ศ.๒๕๖๒ ซึ่งสามารถขึ้นทะเบียนเป็นผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทตามกฎหมาย พร้อมเป็นศูนย์ที่ให้ความรู้ด้านกฎหมายสำหรับประชาชนและผู้สนใจ

๕)พัฒนาผู้นำไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องอย่างมืออาชีพตาม พร.บ.ไกล่เกลี่ย ๒๕๖๒
ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน มจร พัฒนาผู้ไกล่เกลี่ยจำนวน ๑๒ รุ่น จำนวน ๖๖๐ รูปคนทั่วประเทศตามหลักสูตรที่ กพยช.รับรอง สามารถขึ้นทะเบียนเป็นผู้ไกล่เกลี่ยได้ และยกระดับหลักสูตรผู้นำไกล่เกลี่ยมืออาชีพ ๗ รุ่น จำนวน ๑๔๐ รูปคน เป็นหลักสูตรมุ่งภาคปฏิบัติสามารถไกล่เกลี่ยข้อพิพาทตามขั้นตอนสากลและพุทธสันติวิธี สิ่งที่เป็นผลลัพธ์เมื่อจบจากการฝึกอบรมจาก มจร ผู้ไกล่เกลี่ยจะมีความเป็นมาตรฐานมีคุณภาพจากภายในสามารถควบคุมตนเองได้และสามารถไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเป็น

ซึ่งเหตุผลที่ผู้คนสนใจเรียนไกล่เกลี่ยแบบพุทธสันติวิธี (มจร) ประกอบด้วย ๑)ต้องการไกล่เกลี่ยกับกิเลสตนเอง ๒)ต้องการช่วยคนอื่นที่มีความขัดแย้งกัน ๓)ต้องการตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคเอกชน ๔)ต้องการเสริมสร้างงานประจำให้มีประสิทธิภาพ ๕)ต้องการเข้าใจ Mindset ด้านเครื่องมือสันติวิธี ๖)ต้องการปรารถนาเครือข่ายทำงานสันติวิธีพุทธสันติวิธี ๗)ต้องการบูรณาการเครื่องมือการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่หลากหลาย ๘)สามารถยกระดับเป็นผู้ประนีประนอมประจำศาลยุติธรรมได้

๖)ศูนย์ไกล่เกลี่ยภาคประชาชนบริการสังคมให้ความรู้ทางกฎหมายประชาชน
โดยศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน มจร มีการบริการสังคมทั้งมิติของการศึกษาดูงาน มิติของการพัฒนาฝึกอบรมผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน มิติการของการให้ความรู้ทางกฎหมายประชาชน โดยมุ่งพระสงฆ์ในชุมชน ผู้นำชุมชน และประชาชนในชุมชน โดยมุ่งพัฒนา ๕ สะอาด ประกอบด้วย ๑)พัฒนากายสะอาด ๒)พัฒนาพฤติกรรมสะอาด ๓)พัฒนาจิตใจสะอาด ๔)พัฒนาปัญญาสะอาด ๕)พัฒนาชีวิตสะอาด พร้อมความร่วมมือกับเครือข่ายภายนอกที่หลากหลาย เช่น ศีล ๕ ในฐานะเป็นรากฐานของกฎหมายไทยทางอาญา ประกอบด้วย ๑)การเคารพ ๒)สิทธิมนุษยชน ๓)ประกันคุณภาพชีวิต ๔)ความมั่นคงของชีวิต ๕)การป้องกันชีวิต ๖)อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

๗)การให้คำปรึกษายุติข้อพิพาทเมื่อผู้คนในชุมชนเมื่อเกิดข้อพิพาท
ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน มจร มีกระบวนการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทางความขัดแย้ง ประกอบด้วย ๑)กระบวนการเยียวยาภายนอกตามกฎหมาย มีการชดใช้ค่าสินไหม มุ่งทรัพย์สินมุ่งบังคับ ๒)กระบวนการเยียวยาภายในความเป็นมนุษย์ โดยสามัญสำนึก-สำนึกผิด เข้าไปรับรู้ความเจ็บปวด กระบวนการขอโทษจริงจัง ขอขมากรรม-อโหสิกรรม ให้อภัย-ยุติกรรม-ความสัมพันธ์ดี ซึ่งการขอโทษเป็นเครื่องมือการเยียวยาที่ดีที่สุดในโลก พร้อมมีการให้คำปรึกษายุติข้อพิพาทเมื่อผู้คนในชุมชนเมื่อเกิดข้อพิพาท

๘)ผลลัพธ์ของการตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยภาคประชาชน ต.ลำไทร มจร
ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน มจร มีการขยายผลศูนย์ไกล่เกลี่ยภาคประชาชน มจร ประกอบด้วย ๑)ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ศรีสะเกษ ๒)ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ขอนแก่น ๓)ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน เชียงใหม่ ๔)ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ลำพูน ๕)ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน กรุงเทพ โดยผลลัพธ์ของศูนย์ไกล่เกลี่ยภาคประชาชน มจร ตามปธาน ๔ ประกอบด้วย ๑)ผลลัพธ์ป้องกัน (ป้องกันขัดแย้ง-รุนแรง) ๒)ผลลัพธ์แก้ไข (แก้ไขขัดแย้งด้วยไกล่เกลี่ย) ๓)ผลลัพธ์เยียวยา(เยียวยาชดใช้สินไหมจิตใจ) ๔)ผลลัพธ์รักษา (ชุมชนช่วยรักษาไม่เกิดซ้ำ) ผลลัพธ์ของศูนย์ไกล่เกลี่ยภาคประชาชน มจร ตามภาวนา ๔ ประกอบด้วย ๑)ผลลัพธ์กายภาพ (บรรยากาศชุมชนสันติสุข) ๒)ผลลัพธ์พฤติภาพ (คนในชุมชนอยู่ร่วมอย่างสันติ) ๓)ผลลัพธ์จิตตภาพ (สภาวะทางจิตใจ สุขภาพจิตดี) ๔)ผลลัพธ์ปัญญาภาพ (สามัคคีพัฒนาชุมชนร่วมกัน)

สาราณียธรรม
พระปราโมทย์ วาทโกวิโท, ดร.
โค้ชสันติ
กระบวนกรธรรมะโอดี
วิทยากรต้นแบบสันติภาพ
Buddhist Peace Facilitator
ผู้อำนวยการหลักสูตรสันติศึกษา
ระดับปริญญาโท มจร
ณ ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ตำบลลำไทร มจร พระนครศรีอยุธยา
๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๘

ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ตำบลลำไทร มจร จัดโครงการอบรม "การส่งเสริมการรับรู้เกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประ...
25/07/2025

ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ตำบลลำไทร มจร จัดโครงการอบรม "การส่งเสริมการรับรู้เกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ตำบลลำไทร
หัวข้อ: การพัฒนาก ารมีส่วนร่วมของเครือข่าย ในการให้บริการของศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน
โดยพุทธสันติวิธี ตำบลลำไทร (ศูนย์ มจร) อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

โดยมีพระอาจารย์ปราโมทย์ วาทะโกวิโท รองประธานคณะทำงานศูนย์ไกล่เกลี่ยฯ มจร และผู้อำนวยการหลักสูตรสตินวัตกรรมและสันติศึกษา มหาบัณฑิต มจร เป็นประธานในพิธีเปิด ร่วมด้วย นายอิธิพงษ์ มณีแก้ว นายอำเภอวังน้อย และผู้อำนวยการโรงพยาบาลวังน้อย และ ดร. ศักดิ์ชัย สักกะบูชา เลขานุการ ศูนย์ไกล่เกลี่ยฯ กล่าวรายงานการดำเนินงาน

ในการนี้ คุณไพโรจน์ ติณชาติอารักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ยุติธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้เกียรติ เป็นประธานในพิธีปิด และมอบวุฒิบัตรให้กับผู้ผ่านการอบรม
ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 เวลา 08.00-17.00 น. ณ อาคารพระพรหมบัณฑิต
วิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ ชั้น 2 ตึกบี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ที่อยู่

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
Wang Noi
13170

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน มจรผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์