แนท ฐิตาภา คลินิกสุขภาพจิต

แนท ฐิตาภา คลินิกสุขภาพจิต ดร.แนท: ทำจิตบำบัด รักษาโรคซึมเศร้า ไบโพลาร์ BPD panic & ปรับพฤติกรรมเด็กสมาธิสั้น Tel. 083-545-9165

02/06/2026

เวลาคนไข้ของเราถามถึงการพยายามอ่านใจ
หรืออ่านพฤติกรรมของคนอื่น
เรามักถามคนไข้ด้วยคำถามก่อนว่า
ที่เขาพยายามทำแบบนั้น เจตนาคืออะไร

เพราะถ้าเราพยายามที่จะอ่านคนอื่น
ไม่ว่าจะเป็นท่าทาง
การแสดงออกทั้งทางร่างกาย
หรือแม้แต่กระทั่งคำพูด
“เพื่อทำความเข้าใจ”
จะได้ปรับตัวกับเขาได้ถูก ได้เหมาะสม
ก็อาจเป็นสิ่งที่ดี
แต่ถ้าตอบเหตุผลไม่ได้
เพียงแค่บอกว่าเป็นเรื่องที่ตัวเองสนใจ
หรือตอบว่า
พยายามที่จะศึกษา
เพื่อควบคุมสถานการณ์บางอย่าง
หรือเอาชนะคนบางคน
ในฐานะนักบำบัด เราจะค่อยๆให้เขา
ย้อนกลับมาทบทวนตัวเองก่อนว่า
จริงๆแล้ว เขามี sense of self
หรือ self-esteem ในแต่ละด้านเป็นอย่างไร
เพราะการที่เราจะพยายามควบคุมสถานการณ์
ด้วยการให้ตัวเองเหนือกว่าผู้อื่นนั้น
อาจเพราะความเปราะบางบางอย่าง
ที่ซ่อนอยู่ภายในจิตใจ
แต่เราไม่ได้ตระหนักรู้หรือยอมรับ
เราจึงใช้วิธีการต่างๆ
เพื่อที่จะทำให้ตัวเองรู้สึกปลอดภัย
ความสนใจที่มีจึงไม่ใช่เรื่องผิด
แต่ถ้าหากความสนใจนั้นกำลังปกปิด
หรือซ่อนบาดแผลบางอย่าง

ท้ายที่สุดแล้ว ถึงเราจะอยู่เหนือผู้อื่นด้วยการอ่านสถานการณ์ ท่าทาง หรือรู้สิ่งที่คนอื่นคิด
ก็อาจไม่เพียงพอต่อการเติมเต็มบางสิ่งบางอย่างที่ขาดหายในจิตใจหรือสร้างความปลอดภัยทางความรู้สึกได้อยู่ดี...

31/05/2026

บางครั้งเราอาจไม่ชอบความสม่ำเสมอในความสัมพันธ์
เพราะความสม่ำเสมอที่มีอาจทำให้เรารู้สึกเบื่อหน่าย
คิดว่าสิ่งที่มีอยู่นั้นซ้ำซากจำเจ
หากมองให้ลึกลงไปแล้ว
ความเบื่อหน่ายนั้นอาจมีที่มาจากความไม่เคยชิน
ที่เติบโตมาในครอบครัวที่
พ่อแม่มีการตอบสนองไม่สม่ำเสมอ

เมื่อไหร่ก็ตามที่เราอยากได้ความรักเขาอาจจะไม่ให้
เราอาจจะต้องเรียกร้องหรือทำบางสิ่งบางอย่าง
หรือแม้แต่ต้องรอคอย และหวังว่าเขาจะตอบสนอง
ทำให้เราเคยชินกับความไม่แน่นอนในความสัมพันธ์

เมื่อเจอความแน่นอนในความสัมพันธ์
กลับกลายเป็นเรื่องผิดแปลกและจืดชืด
การได้กลับมาทบทวนที่มาที่ไปของ
รูปแบบความสัมพันธ์ที่เรามี
จึงเป็นสิ่งหนึ่งที่จำเป็นต่อการซ่อมแซมความสัมพันธ์
ความสม่ำเสมอไม่ใช่เรื่องไม่ดี
หรือเป็นเรื่องที่น่าเบื่อหน่าย
แต่ไม่ใช่ว่าความสัมพันธ์ที่ดี
จะไม่มีเรื่องที่น่าตื่นเต้น
หรือทำให้เซอร์ไพรส์ประหลาดใจ
การทำความเข้าใจคู่รักของตนเอง
เพื่อตอบสนองและสื่อสารกันให้ตรงจุด
จึงเป็นเรื่องที่อาจจะหลีกเลี่ยงไม่ได้
หากเราต้องการประคองความรักให้มั่นคงอย่างยืนยาว...

25/05/2026

ในเชิงโรแมนติก
ความรักสำหรับเราอาจเป็นแค่ความเรียบง่าย
ของการถูกซัพพอร์ตในวันธรรมดา
การถูกถามไถ่ว่าเหนื่อยไหมในวันปกติ
และในวันยากๆ
เขาจะทำให้เรารู้สึกได้ว่า
เขาจะเป็นคนที่อยู่ตรงนี้เพื่อเราเสมอ
เขาจะเข้าข้างเรา
และค่อยไปเปิดใจคุยกันทีหลังถึงสิ่งที่ควรจะเป็น

เราจะไม่มีเรื่องปิดบัง
หากแต่จะเคารพพื้นที่
และการตัดสินใจของกันและกัน
โดยไม่ลดทอนคุณค่าของอีกฝ่าย
และถึงแม้ในวันที่เราทะเลาะกัน
เขาจะพยายามมองความรู้สึกของเรา
เช่นเดียวกับที่เราจะมองความรู้สึกของเขา

ไม่ใช่การที่เขาอารมณ์ขึ้นไป
เราจะต้องขึ้นให้สุด ให้เหนือกว่าเพื่อเอาชนะ
หรือกลบเกลื่อนอารมณ์ของตัวเอง

แต่เราจะกล้ายิ้มและกล่าวขอโทษ
เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลาย

เราจะไม่ทำหน้าตึงเพื่อคงความโกรธ
หรือคงให้สถานการณ์ตึงเครียด
เพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกผิด
หรือเพื่อเรียกร้องให้อีกฝ่ายรับผิดชอบความรู้สึกไม่ดีที่เกิดขึ้นแล้วยอมตามเราเพื่อลดปัญหา

อ่อนลงได้เท่าที่เราอ่อนลงไหว
กล้าบอกสิ่งที่ตัวเองต้องการ
และอ้าแขนรับความต้องการของเขาเช่นกัน
ความรักของเรา
เลยเป็นความเท่าเทียมทางความรู้สึก
ที่ผลัดกันเป็นเสาหลักให้อีกฝ่ายได้ยึด
ผลัดเป็นเบาะให้อีกฝ่ายได้ทิ้งตัว

กล้ายิ้ม จับหัว และแตะไหล่อีกฝ่ายก่อนได้
โดยไม่ต้องรู้สึกแย่อะไร...

22/05/2026

การที่คนเราผ่านประสบการณ์ของการถูกปฏิเสธ
ถูกทอดทิ้ง หรือถูกละเลยซ้ำๆ
ไม่แปลกที่เขาจะเลือกปกป้องตัวเอง
ด้วยการไม่รู้สึกรัก และไม่รู้สึกผูกพัน
หากมีใครที่เข้ามา แล้วทำให้เขารู้สึกว่า
มันอาจจะดีก็ได้นะ
เขาอาจจะไม่โดนทอดทิ้งเหมือนเดิมก็ได้นะ

ก็ไม่ได้หมายความว่า
เขาจะกล้าที่จะเปิดใจในทันที
เพราะประสบการณ์เดิม
ความกลัวแบบเดิมที่ฝังรากลึก
จนทำให้เราไม่แน่ใจว่า
สิ่งดีๆที่เกิดขึ้นนั้น
เป็นเรื่องจริงที่เราพอจะไว้วางใจได้หรือไม่
เขาเลยอาจเลือกที่จะขังหัวใจ
และหนีความต้องการของตัวเองหรือความรู้สึก
ที่เขาต้องการใครสักคน
เพราะหากเขายอมรับ และเปิดโอกาส
เขาก็อาจจะเจ็บปวดอีกครั้ง
ในความจริงแล้ว
ถ้าเขาไม่เปิดโอกาสใดๆให้กับตัวเองได้ทดลอง
หากแต่เลือกที่จะปิดกั้นความรู้สึกของตัวเองเอาไว้
เพื่อไม่ให้รู้สึกเจ็บปวด
ท้ายที่สุดโอกาสที่เข้ามาที่อาจจะดี
ก็อาจหลุดลอยไป...

18/05/2026

การเดินทางก้าวข้ามความรู้สึกเจ็บปวดนั้นไม่ง่าย
และยิ่งยากขึ้นไปอีก
หากเราต้องเดินผ่านความรู้สึกนั้นเพียงลำพัง
นั่นเป็นเหตุผลที่ในชั่วโมงของการบำบัด
เราเองในฐานะนักบำบัดจะไม่เคยให้การบ้านคนไข้
โดยการให้เขาเขียนเรื่องราวที่เป็นบาดแผลทางจิตใจ
แล้วนำกลับมาส่งในชั่วโมงการบำบัดครั้งถัดไปเด็ดขาด

เพราะนั่นไม่แตกต่างอะไรกับการที่ปล่อยให้เขา
เผชิญหน้ากับความรู้สึกเจ็บปวดอย่างโดดเดี่ยวเหมือนที่เคยผ่านมา

การบำบัดจึงเน้นไปที่การให้เขาค่อยๆเล่าในสิ่งที่เขารู้สึก
เรื่องราวต่างๆที่เขาเจอ
โดยมีนักบำบัดคอยโอบอุ้มความรู้สึกเขาอยู่ตรงนั้น
เพื่อสร้างประสบการณ์และความรู้สึกใหม่ๆได้ว่า

อย่างน้อยในตอนนี้ที่เขากำลังเผชิญหน้า
กับความเจ็บปวดอยู่
เขาไม่ได้เผชิญหน้ากับความเจ็บปวดนี้
เพียงลำพังอีกต่อไป

แต่เขากำลังมีใครสักคน อยู่ตรงนี้
พร้อมซัพพอร์ตให้เขาผ่านเรื่องราวที่แสนหนักอึ้งนี้ไปได้
และในจังหวะที่เขาไม่ไหว
เขายังมีใครที่คอยประคองจนเขา ‘ไม่จำเป็น’
ต้องรู้สึกว่า ในวันที่แย่ที่สุด เขาโดดเดี่ยวและไม่เหลือใคร...

หลายคนเข้าใจว่าการมาทำจิตบำบัดคือการเข้ามาแค่เพียงเล่าเรื่องหรือระบายเรื่องราวให้กับคนอีกคนหนึ่งฟังเลยมีการเข้าใจผิดไปว่...
12/05/2026

หลายคนเข้าใจว่าการมาทำจิตบำบัด
คือการเข้ามาแค่เพียงเล่าเรื่อง
หรือระบายเรื่องราวให้กับคนอีกคนหนึ่งฟัง
เลยมีการเข้าใจผิดไปว่า
การเล่าเรื่องให้กับใครที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยของเรา
ก็อาจจะช่วยทำให้เรารู้สึกดีขึ้นได้

ที่บอกว่าเป็นการเข้าใจผิด
เพราะการเล่าเรื่องในพื้นที่ปลอดภัยเพียงอย่างเดียว
อาจไม่ได้เพียงพอที่จะช่วยทำให้เรารู้สึกดีขึ้น
เพราะการช่วยให้คนไข้ได้พูดในสิ่งที่ตัวเอง
เก็บกดเอาไว้ออกมา
อาจจะเป็นแค่ส่วนหนึ่งในงานจิตบำบัดเท่านั้น

ส่วนตัวของเราเอง
การทำจิตบำบัดจะเน้นไปที่การสะท้อน
ให้เขากลับเข้าไปมองเห็นความรู้สึกและ
ยอมรับความต้องการที่แท้จริงของตนเอง

เพราะหลายคนเลือกที่จะเก็บกดสิ่งเรานั้นเอาไว้
เพราะความกลัวที่จะถูกปฏิเสธ
หรือกลัวว่าตัวเองจะเป็นภาระหรือปัญหาของผู้อื่น

เขาเลยไม่กล้าที่จะเรียกร้อง
หรือบอกสิ่งที่ตัวเองรู้สึกออกไป
การบำบัดยังช่วยให้เราเข้าใจมุมมอง
ที่เรามีทั้งต่อตนเองและต่อผู้อื่น
ผ่านการทำความเข้าใจเรื่องราว
หรือประสบการณ์ในอดีต

ซึ่งนักบำบัดเองจะทำหน้าที่เป็นผู้สะท้อน
ประสบการณ์เหล่านั้นให้คนไข้เห็นถึง
รูปแบบที่เขาใช้ในการปฏิสัมพันธ์

เช่น คนไข้มีแม่ที่คอยแต่ดุตำหนิต่อว่าในทุกเรื่องที่เขาทำหรือตัดสินใจ

การที่เขาเล่าเรื่องของการตัดสินใจทำบางสิ่งบางอย่างให้นักบำบัดฟัง

แทนที่จะได้รับการดุด่าต่อว่า
ที่นับว่าเป็นประสบการณ์เดิมที่เคยรับจากแม่

นักบำบัดก็จะสร้างประสบการณ์ใหม่
ผ่านการพยายามยืนยันและยอมรับ
ในสิ่งที่คนไข้ตัดสินใจ

นั่นหมายความว่าแทนที่คนไข้
จะได้รับผลลัพธ์ที่เลวร้ายเหมือนในอดีต
เขากลับได้รับการตอบสนองอย่างเหมาะสม
และได้รับความเห็นอกเห็นใจจากนักบำบัดแทน
ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้การรับรู้ตัวเองที่คนไข้
มีต่อตนเองเปลี่ยนแปลงไป เช่น

“ ฉันไม่ได้เป็นคนผิดในทุกเรื่อง”
“ ฉันเป็นคนที่กล้าตัดสินใจและเผชิญหน้ากับปัญหาได้”
เมื่อเขารู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น
ก็ไม่แปลกที่เขาจะค่อยๆเริ่มขยายความรู้สึกดีนั้น
ออกไปสู่การรับรู้คนรอบข้างในมุมมองใหม่ๆ

จากความรู้สึกหวาดระแวงว่าจะมีคนไม่ชอบ
หรือจะมีคนไม่หวังดี
จนทำให้เกิดความไม่มั่นใจในความเป็นตัวเอง 

เราก็อาจรับรู้ได้ว่า
โลกใบนี้ไม่ได้โหดร้ายขนาดนั้น
เป็นธรรมชาติที่จะมีคนที่ไม่หวังดีกับเรา
แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะใจร้าย
จนเราไว้ใจใครบนโลกใบนี้ไม่ได้เลย
การมีมุมมองที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น
อาจทำให้เราสามารถมองเห็นความสุขเล็กๆในชีวิตได้

และทำให้เราสามารถยืนหยัดความเป็นตัวเอง
โดยไม่ต้องกลัวว่าใครจะตัดสิน

สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็นรากฐานของ
ความเข้มแข็งทางจิตใจ
ที่เมื่อเราเกิดปัญหาหรืออุปสรรคบางอย่าง
ความเข้มแข็งของจิตใจที่เรามี
ก็จะช่วยให้เราก้าวข้ามสิ่งเหล่านั้นไปได้
ผ่านการรับรู้ตัวเองที่ดี
ผ่านความเชื่อมั่นในตัวเองที่จะเผชิญหน้ากับปัญหา

ส่งผลให้
คนเป็นซึมเศร้า ก็อาจรู้สึกดีกับตัวเองขึ้นได้
คนที่วิตกกังวลก็อาจไม่จำเป็นจะต้องหวาดระแวงกับทุกเรื่องที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะสิ่งที่ตัวเองควบคุมไม่ได้
ทุกคำพูดของนักบำบัดนั้นมีความหมาย
การทำจิตบำบัดจึงเป็นการเยียวยารักษา
และแก้ไขความรู้สึกภายในจิตใจ
มากกว่าการระบายในพื้นที่ปลอดภัยอย่างที่คนอาจเข้าใจกัน...

08/05/2026

มีหลายคนไม่ชอบที่ตัวเองเป็นคน sensitive
อ่อนไหว หรือร้องไห้ง่าย
เพราะคิดว่า
นั่นเป็นการโชว์ความอ่อนแอให้ใครต่อใครได้รับรู้
ทั้งๆที่ความเป็นจริงแล้ว
การที่เรา sensitive กับบางอย่าง
อาจเป็นเพราะเรื่องๆนั้นมันตรงกับความรู้สึกที่เรากำลังเก็บซ่อนอยู่
จนมีเรื่องอะไรมาสะกิด
เราก็อาจเผลอน้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัว
แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่เราจะต้องมานั่งรู้สึกแย่กับตัวเอง
หากแต่บางครั้งเราควรรู้สึกดีเสียด้วยซ้ำ
ที่เรายังกล้าที่จะรู้สึก

กล้าที่จะยอมรับว่า เรามีความเจ็บปวด
มีความเสียใจ และมีความต้องการที่อยากจะให้ใครสักคนมาเข้าใจในตัวเราบ้างเหมือนกัน
เพราะมีอีกหลายต่อหลายคน
ที่หลบเลี่ยงความเจ็บปวดด้วยความไม่แคร์
ด้วยความไม่ยินดี ยินร้าย
จนบางครั้งกำแพงที่ปิดกั้นความรู้สึกเจ็บปวด
ก็กลับกลายเป็นกำแพงปิดกั้นความรู้สึกดีๆได้เช่นกัน

ทำให้บางครั้งจะเศร้าก็เศร้าไม่สุด
สุขก็สุขได้ไม่เต็มที่
กั๊กๆความรู้สึกไปจนกลายเป็นความอึดอัด
เพราะฉะนั้น หากเรากล้าที่จะรู้สึก
อ่อนไหวบ้างก็คงไม่เป็นไร
อย่างน้อยๆ ความรู้สึกก็คงเป็นเครื่องสะท้อน
ความเป็นมนุษย์ของเราโดยที่เราอาจไม่รู้ตัว...

05/05/2026

บางครั้งการที่เราวนเวียนอยู่ในความสัมพันธ์
ที่เรารู้ทั้งรู้ว่า toxic หรือ กำลังโดนเอาเปรียบ
แล้วหลุดออกจากวังวนนั้นไม่ได้สักที

อาจเป็นเพราะความเชื่อลึกๆที่ข้างในใจ
ที่เราเชื่อว่า
เราจะเป็นคนซ่อมความสัมพันธ์
หรือจะเป็นคนเปลี่ยนแปลงคนๆนี้ให้ดีขึ้น
ความเชื่อที่ทำให้เราไม่กล้าที่จะปล่อยมือ
และรู้สึกเสียดายหากเราต้องทิ้งความสัมพันธ์นี้ไป

ทั้งที่จริงแล้ว ความเชื่อของเราเหล่านี้
อาจขับเคลื่อนมาจากปมส่วนตัวภายในจิตใจ
ที่เราจะพยายามชดเชยสิ่งที่ค้างคาในอดีต

เช่น เราไม่เคยได้รับความรักหรือการดูแลจากพ่อ
เมื่อเราเจอแฟนที่ละเลยเรา
ไม่ค่อยเอาใจใส่เราเท่าไหร่
หรือมีอารมณ์ที่โมโห
ชอบตำหนิต่อว่าในความเป็นเรา คล้ายกับพ่อ

หากเราสามารถเปลี่ยนเขาได้
เราก็อาจจะไปชดเชยความรู้สึกข้างในว่า

”จริงๆฉันก็ถูกรักจากคนที่ละเลยฉันได้“

เหมือนเป็นการแก้ปมที่เราจัดการกับพ่อไม่ได้
เลยพยายามที่จะแก้ไขความรู้สึกที่ค้างคานี้กับแฟนของตนแทน
การเรียนรู้และเท่าทันวงจรดังกล่าว
อาจจะทำให้เราเห็นว่า
ถึงเราจะแก้ไขคนที่อยู่ตรงหน้าได้

แต่มันคุ้มกันไหมที่เราจะเสียสละความเป็นเรา
และเวลาทั้งหมดไปกับความเสี่ยงที่จะเปลี่ยนคนๆหนึ่ง
ที่เราไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าจะเปลี่ยนได้หรือไม่...

03/05/2026

บางทีคนที่ไม่มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
อาจเกิดมาจากแค่
การที่เขาไม่สามารถมองสิ่งอื่นๆนอกเหนือจากตัวเองได้
ซึ่งมีสาเหตุมาจากประสบการณ์เดิมที่ไม่เคยถูกนึกถึง

หรือแม้แต่กลไกการป้องกันตัวเอง
ที่ต้องเลือกตัวเองก่อนเสมอ
ไม่เช่นนั้นจะไม่มีใครมองเห็นเขา
แต่ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไร
การที่เขาวนจมอยู่กับการมองเพียงแต่ตัวเอง
นั่นหมายความว่า เขาไม่มีทางที่จะได้รับ
ประสบการณ์ใหม่ที่ดี จากการเริ่มเป็น “ผู้ให้"
และมีคนอยากที่จะเป็นผู้ให้เขากลับบ้าง

การขาดประสบการณ์นี้
ทำให้เขาไม่เคยเรียนรู้ที่จะได้รับ
แล้ววนเวียนอยู่กับบาดแผลเดิมๆของตนเอง...

28/04/2026

ช่วงเวลาที่เรากำลังแย่
เริ่มรู้สึกว่ารับมือสิ่งต่างๆไม่ค่อยจะไหว
การที่เราได้รับการยืนยันกับใครสักคนว่า
เรามีความสามารถมากพอ
ที่จะประคับประคองทุกอย่างให้ผ่านไปได้
อาจทำให้สภาวะทางจิตใจที่กำลังสั่นคลอน
เริ่มประคับประคองตัวเอง

เหมือนคนที่หกล้มลงไป
แล้วเผลอไปสบตาให้กับคนตรงหน้า
ที่มีสายตาห่วงใยและให้กำลังใจ
รวมถึงแสดงออกถึงความเชื่อมั่นว่าเรายังไปต่อไหว

ความเชื่อมั่นที่ไม่ใช่ความกดดัน
แต่เป็นพลังใจที่ผลักดันให้เราไปต่อ 
แค่มีใครสักคนเชื่อมั่นในความเป็นเรา
เชื่อในศักยภาพที่เรามี
ก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ
ที่เราได้หันกลับมามองตัวเอง
และยืนหยัดได้ว่าเราคงมีดีอะไรสักอย่าง
ที่คนอื่นยังมองเห็น
เราเองก็ควรมองเห็นสิ่งดีๆเหล่านั้นในตัวเองเหมือนกัน...

ที่อยู่

Udon Thani
41000

เบอร์โทรศัพท์

+66835459165

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ แนท ฐิตาภา คลินิกสุขภาพจิตผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง แนท ฐิตาภา คลินิกสุขภาพจิต:

แชร์