ศูนย์พลาญข่อย

ศูนย์พลาญข่อย ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ศูนย์พลาญข่อย, องค์กรไม่แสวงผลกำไร (NGO), 77 Moo2, Non Goa, Sirindhorn District, Ubon Ratchathani.

มูลนิธิเพื่อผู้ด้อยโอกาสศูนย์พลาญข่อย จ.อุบลราชธานี

พัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน ผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ ศูนย์ปากท้อง(การพึ่งพาตนเอง) ศูนย์จิตใจ (การดูแลสุขภาวะกาย–จิต–อารมณ์) และ ศูนย์สมอง(เปิดโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ 100% ให้แก่ เด็กด้อยโอกาสตามชายแดน) ศูนย์ปฏิบัติธรรมพลาญข่อย หรือ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนพลาญข่อย ตั้งอยู่ที่ บ้านแหลมทอง หมู่ 2 ต.โนนก่อ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี 34350 สร้างขึ้นโดยพ่อคร

ูบัญชา ตั้งวงษ์ไชย และ ชาวบ้าน พร้อมญาติธรรมทั้งหลาย

เนื่องจากท่านพ่อครูบัญชา ได้ละทิ้งความมีและความเป็นที่อยู่บนกองทุกข์ในขณะที่อาศัยอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แม้ท่านจะมีเงินมากมาย มีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ท่านไม่เคยเป็นอิสระทางใจเลย แต่ละวันชีวิตมีแต่การแข่งขัน กังวลกับธุรกิจอยู่ตลอดเวลา มีความคิดว่า“ชีวิตที่มั่นคง ต้องมีความเจริญเติบโตทางวัตถุเป็นเป้าหมาย เพราะเชื่อว่านั่นคือ หนทางเดียวที่จะมุ่งสู่ความมั่นคงของชีวิต" ซึ่งเป็นความเชื่อ ณ เวลานั้น ต่อมาท่านได้ปฏิบัติธรรมจึงได้ค้นพบสัจธรรม ความเป็นจริงตามธรรมชาติ ที่ว่า...

"จนแปลว่าไม่มี ไม่ได้แปลว่าทุกข์
รวยแปลวว่า มีเยอะ ไม่ได้แปลว่าสุข สำเหร็จแปลว่าเสร็จแล้ว"

เมื่อท่านได้ค้นพบกับความหมายของคำว่า "สำเร็จ" พ่อครูจึงตัดสินใจที่จะกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิดเมืองนอน กลับมาทดแทนบุญคุณแผ่นดินเกิดที่ จังหวัดอุบลราชธานี ในปี พ.ศ. 2533

“ ความเจริญเติบโตมั่นคงนั้น ไม่มีขอบเขตจำกัด ไม่มีวันเสร็จ
เจริญ คือ มีมากขึ้น
เติบโต คือ ยิ่งใหญ่ขึ้น ไม่ได้แปลว่ามั่นคง
ความสำเร็จ ซึ่งหมายถึง ไม่มีปัญหาอะไรจะต้องแก้ไขอีกแล้ว
หรือหยุดแล้ว จะเกิดขึ้นได้อย่างไรในโลกยุคเสรี ”

หลังจากที่กลับมา พ่อครูได้อุทิศตนให้พุทธศาสนาอย่างเต็มตัว ให้สมกับที่ได้เกิดมาอยู่ใต้พระบารมีของพระพุทธเจ้า เผยแพร่คำสอนของพระพุทธเจ้าและนำสัจธรรมความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกับตนเองมาถ่ายทอดให้ญาติธรรม โดยสอนวิปัสสนา ที่ใช้หลักการนำอายตนะมาเป็นฐานที่ตั้งแห่งการเจริญสติ ที่เรียกว่า "อายตนะวิปัสสนากัมมัฏฐาน"

เมื่อพ่อครูได้มาใช้ชีวิตที่บ้านแหลมทอง ทำให้ได้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่มีแต่ปัญหาสังคม เนืื่องจากสังคมในยุคปัจจุบัน เป็นสังคมแบบทุนนิยม พ่อแม่ต้องไปทำงานในเมืองหลวง เพื่อหาเงินทองมาจุนเจือครอบครัว ทำให้เกิดปัญหาสังคมตามมา ครอบครัวแตกแยก เด็กขาดความอบอุ่น คนแก่เลี้ยงหลานที่บ้าน ชาวบ้านถูกชักชวนให้ไปทำงานเพราะเห็นว่าเงินดี แต่สุดท้ายกลับโดนหลอกให้ไปขายแรงงาน ปัญหาทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะชาวบ้านขาดการศึกษา ถูกคนที่บอกว่าเป็นนายทุนเอารัดเอาเปรียบ และโดนสังคมที่ถูกหล่อหลอมมาว่าต้องมีเงิน มีทอง มีบ้าน มีรถ ชาวบ้านจึงต้องขวนขวายเพื่อให้ตนมีเหมือนคนอื่นๆ

ดังนี้ พ่อครูบัญชาได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงต้องการที่จะส่งเสริมการศึกษา ควบคู่กับการพัฒนาด้านจิตใจ เป็นเครื่องมือในการพัฒนาคนและชุมชน เน้นการอยู่ร่วมกันและการดำเนินชีวิตตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ทำการเกษตรปลอดสารพิษ บนไร่นาสวนผสมบนเนื้อที่ 200 ไร่ ในนามไร่แหลมทอง ต.โนนก่อ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ซึ่งอยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 120 กิโลเมตร

จากการทำไร่นาสวนผสมที่ปลอดสารเคมี กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับชุมชนในหมู่บ้าน ท่านได้ให้คำแนะนำทั้งวิธีการผลิตและการดำรงชีวิต โดยยึดหลักว่า

“เกษตรเพื่อชีวิต ไม่ได้ปฏิเสธเรื่องซื้อเรื่องขาย แต่เน้นให้เป็นเรื่องรอง
เรื่องหลัก คือ ทำอยู่ ทำกิน ทำทาน เพื่อมรรคผลของชีวิต มิใช่เพื่อประโยชน์หรือผลงาน”

ศูนย์จิตใจ : Clip Video Youtube : อัลบั้มเพลง DANCE FOR PEACE  โดย   WISE SINGER (ไวซ์ ซิงเกอร์) ( มูลนิธิเพื่อผู้ด้อยโอ...
18/05/2026

ศูนย์จิตใจ : Clip Video Youtube : อัลบั้มเพลง DANCE FOR PEACE โดย WISE SINGER (ไวซ์ ซิงเกอร์) ( มูลนิธิเพื่อผู้ด้อยโอกาสศูนย์พลาญข่อย)

“นักร้องผู้มีสติปัญญา ผู้มองเห็นความจริงตามที่เป็น”

อัลบั้มนี้เกิดขึ้นด้วยวัตถุประสงค์เพียงอย่างเดียว คือ “การให้”

มิได้มุ่งหมายจะช่วยเหลือใคร เพราะสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมของตน

การให้ที่บริสุทธิ์ คือ “ให้เพราะให้”
บริสุทธิ์กับการให้ ไม่มีสิ่งแอบแฝง ไม่มีความคาดหวัง ไม่รู้สึกดีใจ หรือเสียใจ กับผลที่เกิดขึ้น

ให้เพราะให้ ทำเพราะทำ รู้เฉยๆ
ไม่รู้สึกถูก ไม่รู้สึกผิด “สักแต่ว่ารู้”

WISE SINGER มิใช่นักวิชาการ มิใช่นักบวช
เป็นเพียงผู้ถ่ายทอดประสบการณ์ที่ได้รู้ ได้เห็น และได้สัมผัสจริง
โดยไม่ยึดติดกับลัทธิ ศาสนา หรืออุดมคติใดๆ

จากชีวิตที่เคยแยกแยะทุกสิ่งเพื่อหวังผล
ยิ่งแยก..ยิ่งหนัก ยิ่งเยอะ..ยิ่งสับสน

สู่การ “แจกจ่าย”ตามเหตุเพื่อมรรคผล
ยิ่งแจก..ยิ่งเบา ยิ่งจ่าย..ยิ่งว่าง

สิ่งใดที่อาจเกิดประโยชน์ได้ “ไม่สงวนลิขสิทธิ์”
สิ่งใดยังรับไม่ได้ อย่าเก็บไว้ใส่ใจ เพราะจะทำให้เกิดทุกข์

ขอให้ทุกท่านมีดวงตาเห็นธรรม
รู้แจ้งสัจธรรมความจริงของชีวิต
และไม่หลงวิ่งตามหาความสุข ซึ่งไม่มีอยู่จริง

กดติดตามช่อง เพื่อไม่ให้พลาดคลิปใหม่ๆ ได้ที่ :
https://www.youtube.com/channel/UCDCCojW-MGGBUDuKSWYEaqg...

://plarnkhoihealthvillage.com/

https://www.youtube.com/watch?v=tjk5Yt_wjWI&feature=youtu.be

อัลบั้มเพลง DANCE FOR PEACE โดย WISE SINGER (ไวซ์ ซิงเกอร์) ( มูลนิธิเพื่อผู้ด้อยโอกาสศูนย์พลาญข่อย)“นักร้องผู้มีสติปัญญา ผู้....

ถาม : อะไรคือการเจริญสติ อะไรคือการเจริญมรรคจิต ตอย : เมื่อกี้เราดูเรื่องอรหันต์จี้กง อาจารย์อานี่เจริญสติ มีการกำหนด อร...
17/05/2026

ถาม : อะไรคือการเจริญสติ อะไรคือการเจริญมรรคจิต

ตอย : เมื่อกี้เราดูเรื่องอรหันต์จี้กง อาจารย์อานี่เจริญสติ มีการกำหนด อรหันต์จี่กงนี่ เขาทำหน้าที่ เขาเดิน..ก็เดิน แล้วก็มีเสียงดังด้วย ก็ไม่รบกวน เสียงนี่เป็นตัวทำให้เรามีจับจังหวะ เพื่อไม่ให้มันไปคิด

ส่วนอาจารย์อา พยายามจะเพ่งดูอะไรนี่ พอเผลอปุ๊บ ก็ล้มได้ อันนั้น คือเจริญอนุสติเท่านั้นเอง ส่วนการปฏิบัติธรรม พ่อครูบอกแล้ว ต้องเจริญมรรค-ผล-นิพพาน ไม่ใช่อยู่แค่สติ

คลื่นกระแสสังคมตอนนี้ ทุกคนก็มุ่งมาที่สุขภาพ เพราะว่าปัญหาเยอะมาก ทุกคนเครียด โรคภัยไข้เจ็บแทรกซ้อน มะเร็ง ฆ่าตัวตาย ทุกคนก็หันมามอง

อันนี้ก็เป็นการสะท้อนให้เห็นว่า สังคมทุกวันนี้ เรามุ่งแต่เรื่องสร้างวัตถุ จนลืมสุขภาวะ ประเทศเราก็มี T26 ออกมา มาออกกำลังกายกัน ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่มันก็สะท้อนให้เห็นว่ ามันจะสายเกินไปหรือไม่ เพราะเราจัดระบบชีวิต มันแข่งขันจนเครียด แต่ก็ดีกว่าไม่ทำ

T26 นี่ทุกคนสังเกตอยู่ยังมีการกระทำ คือมี 3 ท่า ท่าโบกแท๊กซี่ ท่าเสือหมอบ แล้วก็ท่ารีดผ้า ทุกคนทำเหมือนกันหมด ยังมีการกำหนด การสั่งการ

เหมือนเราเต้นแอโรบิคนั่นหละ มันก็ได้ผ่อนคลายบ้าง กายภาพบำบัด ผ่อนคลายอารมณ์ชั่วคราว แต่มันไม่ได้เข้าไปเอาอารมณ์ข้างในออก อันนี้ก็เต้นตามอารมณ์สนุกสนาน เพื่อให้มันเพลิดเพลินให้ลืมความเครียด

แต่สิ่งที่เราทำ Shake & Dance ไม่มีกำหนด ทุกคนทำตามอิสระ แล้วก็เอาอารมณ์ออก แล้วเราเรียนรู้ เห็นอารมณ์เรา อันนี้จะเกิดปัญญา อันนี้จะเกิดวิปัสสนา

ชีวิตเราไม่เคยหยุดเลย ทำอะไรต้องควบคุม ต้องสั่งการ พ่อครูก็เลยเซ็ตอัพโปรแกรมนี้ออกมา ตั้งแต่เช้า-สาย-บ่าย-เย็น 4-5 โปรแกรมดำเนินไป ไม่มีขั้นตอน ไม่มีท่าที่แน่นอน

ก็มีอีกเรื่องหมอญี่ปุ่น ท่าผีดิบอะไรนี่ ก็เหมือนเรา Shake ก็คือว่า การสั่นสะเทือน แรงสั่นสะเทือนมันสามารถทำให้จิตเราไปรวมศูนย์ได้ แล้วก็ช่วงที่เราสั่นสะเทือนนี่ กล้ามเนื้อเส้นเอ็นมันก็ผ่อนคลาย มันก็ปลดปล่อยความตึงเครียดได้บ้าง

แต่เขาก็ทำอยู่แค่ตรงนั้น ตรงนั้นคือตัวเริ่มต้นทำให้จิตเรารวมศูนย์ หลังจาก Shake แล้วก็ Dance อาศัยความแรงของการเคลื่อนไหว

การเคลื่อนไหวเพื่อให้เลือดลมมันวิ่ง แล้วพลังเคลื่อนไหวต่างๆ ก็ส่งจิตเข้าไปในจิตในจิตได้นะ เราไม่ได้แยกส่วนเรื่องกายภาพอย่างเดียว เราบวกกับจิตวิญญาณด้วย แล้วก็เรียนรู้กับอารมณ์ที่มันเกิดขึ้น พ่อครูก็สรุปสั้นๆ
พ่อครูบัญชา ตั้งวงษ์ไชย
#ศูนย์พลาญข่อย
#จ.อุบลราชธานี

.plarnkhoi.com
.facebook.com/Plarnkhoi.Foundation
.instagram.com/plarnkhoi.wayoflife

“ ทุกข์ ”โดย พ่อครูบัญชา  ตั้งวงษ์ไชยณ ศูนย์พลาญข่อย จ.อุบลราชธานีบรรยายธรรม เมษายน 2558( ตอนที่ 1/6 )   คำว่า “ทุกข์” เ...
15/05/2026

“ ทุกข์ ”
โดย พ่อครูบัญชา ตั้งวงษ์ไชย
ณ ศูนย์พลาญข่อย จ.อุบลราชธานี
บรรยายธรรม เมษายน 2558
( ตอนที่ 1/6 )

คำว่า “ทุกข์” เป็นภาษาทั่วไป แต่เขาโยงไปถึง 2 เรื่อง คือ อริยสัจ 4 อันนี้เป็นธรรมะหลักของพุทธศาสนา และก็กฎพระไตรลักษณ์ ลักษณะ 3 ประการของธรรมชาติ คือ อนิจจัง-ทุกขัง-อนัตตา

ศาสนาพุทธไม่ได้มองโลกในแง่ร้าย ไม่ได้มองโลกในแง่ดี แต่ศาสนาพุทธมองโลกในแง่ความเป็นจริง พระองค์ตรัสรู้ว่า เรามีทุกข์เป็นประธาน

ตั้งแต่วันแรก เกิดออกมาก็ร้องไห้ สัญชาตญาณ คือ ญาณรู้ซึ่งเป็นสัญญาณในอดีตชาติ เขาจำได้หมายรู้ว่า เกิดทีไร..ทุกข์ทุกที

พอแก่ตัวมา ลุกก็โอย นั่งก็โอย พอเจ็บป่วยก็ทุกข์ลำเค็ญ วันที่จะตาย ถ้าวางไม่ลง ยังห่วงลูกห่วงหลาน ห่วงทรัพย์สินศฤงคาร มันตายไม่ลง ก็ทุกข์อีก

ศาสนาพุทธไม่ได้สอนให้คนเป็นคนดี ศาสนาพุทธไม่ได้สอนให้คนเป็นคนชั่ว เป็น..คืออัตตา แต่สอนว่า อะไรคือทุกข์ อะไรคือเหตุแห่งทุกข์ อะไรคือความดับทุกข์ อะไรคือหนทางไปสู่การพ้นทุกข์ พูดเรื่องความสุขมีอย่างเดียวเท่านั้น คือ นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง

ทำไมเราถึงต้องมาเสียเวลาปฎิบัติธรรมเพื่ออะไร สิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ คือ อริยสัจ 4 คำถามว่า มีอยู่จริงหรือไม่

อริยสัจ 4 เขาแปลไว้ว่า ความจริงที่ยิ่งใหญ่ 4 ประการ มันต้องย่อมมีอยู่จริงสิ ไม่เช่นนั้นพระพุทธเจ้าไม่ตรัส แล้วมันคืออะไรกันแน่ ทุกข์ในที่นี้มันคืออะไร

ถ้าพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ ทุกคนทุกข์ เราเกิดมาเราก็ทุกข์ เพราะต้องแก่-ต้องเจ็บ-ต้องตาย

พระพุทธเจ้าบอกว่า ถ้าทุกข์โดยธรรมชาติ มันเนื่องด้วยกระแสกรรมเก่า เราอยากก็ช่าง เราไม่อยากก็ช่าง เราไม่อยากเกิดอีก กระแสกรรมยอมไหม..ไม่ยอม อยากเกิดให้มันดีขึ้น เราเลือกก็ไม่ได้

ทุกอย่างเป็นอุปาทาน ฝึกเยอะๆ เดี๋ยวเราจะเจอทางรอด เจอความสุขที่แท้จริง ไปนอนป่าช้าที่ไหนก็ไม่กลัวนะ  สมัยก่อนพ่อครูเป็นอ...
13/05/2026

ทุกอย่างเป็นอุปาทาน ฝึกเยอะๆ เดี๋ยวเราจะเจอทางรอด เจอความสุขที่แท้จริง ไปนอนป่าช้าที่ไหนก็ไม่กลัวนะ

สมัยก่อนพ่อครูเป็นอดีตนักการเมือง แขวนพระเต็มคอเลย แล้วทำตัวเป็นนักเลงเรียกพี่ แต่ลึกๆ มันกลัวตายถึงแขวนพระ วันไหนถ้าออกจากบ้าน ถ้าลืมเอาไปนี่..ขาสั่นเลยนะ เห็นไหม เราไม่ได้เก่งจริง เราไม่ได้เข้มแข็งเลย

พอวันนั้นมันระเบิด เลยอัญเชิญพระไปอยู่บนหิ้งเลย พระอยู่ในภูเขาจิต จากวันนั้นถึงวันนี้ ไม่ต้องพึ่งอะไร ไปนอนป่าช้าที่ไหนก็ได้ พระอยู่ในนี้ อย่าไปพึ่งพระข้างนอก เป็นแค่วัตถุ มันเป็นแค่อุปาทาน ถ้าเราพึ่งมันแล้วอุ่นใจ มันมีของดีๆ ถ้าวันไหนของดีเราลืมเอาไป เราจะพึ่งใคร

ทุกข์..ปฏิบัติ ทุกคนมีพระอยู่ในจิตเราแล้ว พุทธจิตอยู่ในเราแล้วนะ อยากก้าวหน้าต้องถอยหลัง ถอยเข้าไปหาพระพุทธที่อยู่ในจิตเรา แล้วทุกคนจะข้ามพ้นความทุกข์ ทุกคนจะรู้สึกมั่นคง นอนที่ไหน อยู่ที่ไหน มั่นคงหมด

มนุษย์เรานี่อยู่ดีๆ ไม่ชอบ ชอบหาเรื่องให้ตัวเองทุกข์ ไม่รู้เรายิ่งเรียนยิ่งฉลาดขึ้นหรือเปล่า พ่อครูคนหนึ่งโง่มา 40 ปี จริงๆ แล้วโง่มาหลายชาติแล้ว ตอนนี้มันหายโง่แล้ว มันถึงเลือกไปอยู่ในป่าไง

เราเป็นนักสู้นะ ก่อนนั้นหมือนนักมวย ขอให้ขึ้นเวทีเถอะ ขอให้ได้ชก เจ็บช่างมัน เขายกมือชนะ เกือบตายเหมือนกัน แพ้ก็เจ็บ ชนะก็เจ็บ

จำไว้ว่า สุขก็อุปาทาน ทุกข์ก็อุปาทาน ดีก็อุปาทาน ชั่วก็อุปาทาน ไม่ใช่ของจริงหมด ถูก-ผิด-ดี-ชั่ว เป็นภาษามนุษย์ ธรรมชาติจริงๆ มันไม่มีภาษา ภาษาไทย ภาษาลาว ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน มนุษย์สร้างขึ้นมาหมด มันไม่มีอยู่จริงตามธรรมชาติ บางอย่างเมืองไทยตัดสินบอกว่าถูก ฝรั่งบอกผิด เห็นไหม
พ่อครูบัญชา ตั้งวงษ์ไชย
บรรยายธรรม ม.ค 2560
#ศูนย์พลาญข่อย
#จ.อุบลราชธานี

.plarnkhoi.com
.facebook.com/Plarnkhoi.Foundation
.instagram.com/plarnkhoi.wayoflife

11/05/2026

เราก็เป็นแบบนี้..
เพราะเราไม่มีโอกาส
มาศึกษาความจริงว่า.ชีวิต คืออะไร.ความจริง คืออะไร
เราก็เอาความเชื่อของเรา
ความชอบของเรา.ไปยึดมั่น..ถือมั่น..
โดยไม่เห็นความจริงว่า.อะไรที่มันสมควร.เดินทางสายกลางนะ..
พ่อครูบัญชา ตั้งวงษ์ไชย
#ศูนย์พลาญข่อย
#จ.อุบลราชธานี

.plarnkhoi.com
.facebook.com/Plarnkhoi.Foundation
.instagram.com/plarnkhoi.wayoflife

ถาม :  การทำบุญตักบาตร กับกิจกรรม S&D (นานาจิตตัง) กุศลที่ได้รับนั้นแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ตอบ :  ทาน-ศีล-ภาวนา การทำบุญต...
10/05/2026

ถาม : การทำบุญตักบาตร กับกิจกรรม S&D (นานาจิตตัง) กุศลที่ได้รับนั้นแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

ตอบ : ทาน-ศีล-ภาวนา การทำบุญตักบาตร ก็คือการให้ทาน แล้วการทำบุญตักบาตรก็เป็นวัตถุทาน เราแบ่งส่วนหนึ่งไปกับทาน อันนี้คือ วัตถุทาน

ที่พ่อครูบรรยายตรงนี้ ธรรมทานนะ วัตถุทานก็ได้หน่อยหนึ่ง ธรรมทานก็ได้มากขึ้น อภัยทานได้เยอะที่สุด แต่ทานทั้งหมดนี่ สู้วิปัสสนาไม่ได้นะ

ทาน-ศีล-ภาวนา ตัวภาวนานี่ได้มากที่สุด เราทำบุญเพื่อทำลายความโลภ ความตระหนี่ การให้ธรรมทานก็เหมือนกัน ทำลายความตระหนี่ถี่เหนียวกับเรื่องความรู้เรา อภัยทานก็ยกภูเขาออกจากอกก้อนหนึ่ง เราก็เบานะ

แต่หนี้กรรมเก่าเราเยอะมาก การที่จะล้างมันออก ต้องใช้การเจริญภาวนานะ เหมือนโจรคนหนึ่ง เขาวิ่งมา ตำรวจบอกว่า ให้เขาหยุด เขาบอกเขาทุกข์มาก เขาไม่รู้หรอกศาสนาคืออะไร

แต่เขาไม่มีทางเลือกแล้ว ให้เขาเริ่มต้นอย่างไร บอกโจร..นั่งเหวี่ยงนะ ไม่ใช่ๆ โจรมันต้องมีศีลก่อน ต้องถือศีลก่อน ถือๆ หลุดๆ นะ

โจรนั่งเหวี่ยง เหวี่ยงไปเหวี่ยงมา มันเข้าไประลึกชาติ มันเห็นอดีตกรรมมันมา มันเกิดมีสำนึก อะไรเกิดขึ้น มันก็อ้างว่า ธรรมะคือหน้าที่ การฆ่าคน ปล้นคน วันหนึ่งฆ่าหนึ่งคน เพื่อเอามาเลี้ยงลูกเมีย เป็นหน้าที่ของเขา เดือนหนึ่งฆ่า 30 คน ปีหนึ่ง 360 กว่าคน

แต่ถ้ามันเลิกฆ่าคน อะไรเกิดขึ้น คนรอดตายปีหนึ่ง 300 คน ชาติหนึ่งหลายพันคน อันนี้ได้คำตอบคือ ได้อานิสงส์มากที่สุด หลายคนไม่ชอบ เพราะมันเมื่อยไง มันต้องแลกด้วยความเหนื่อย ถ้าถามตรงๆ เลย อันนี้ได้อานิสงส์มากกว่าทำบุญตักบาตร
พ่อครูบัญชา ตั้งวงษ์ไชย
#ศูนย์พลาญข่อย
#จ.อุบลราชธานี

.plarnkhoi.com
.facebook.com/Plarnkhoi.Foundation
.instagram.com/plarnkhoi.wayoflife

“ Inside Out ”โดย พ่อครูบัญชา  ตั้งวงษ์ไชยณ ศูนย์พลาญข่อย จ.อุบลราชธานีบรรยายธรรม กันยายน 2558( ตอนที่ 14/14 )ชีวิตเราปั...
08/05/2026

“ Inside Out ”
โดย พ่อครูบัญชา ตั้งวงษ์ไชย
ณ ศูนย์พลาญข่อย จ.อุบลราชธานี
บรรยายธรรม กันยายน 2558
( ตอนที่ 14/14 )

ชีวิตเราปัญหาที่มีปัญหา มันจะกลายเป็นไม่ใช่ปัญหา พ่อครูจะเน้นเรื่องนี้ จะให้รู้ว่า งานเราก็เยอะแล้ว เหนื่อยก็เหนื่อยแล้ว ทำไมต้องเดินทางมาไกล บอกพ่อครูทำไมมาอยู่ไกลจัง พ่อครูบอกว่า ไม่ไกลหรอก ยังใกล้กว่าอินเดียตั้งเยอะแยะ

พ่อครูไปอินเดียเมื่อ 2-3 ปีก่อน หลังจากเก็บตัว 20 ปี เขาบอกออกไปข้างนอก..ก็ไป ถ้ามีความหวัง ถ้าหวังพ่อครูจะผิดหวัง คิดว่าไปบ้านเกิดเมืองนอนของพระพุทธองค์ จุดกำเนิดของพุทธศาสนา วัดวาอารามไม่ว่าจะชาติไหนก็ช่าง กลายเป็นแค่รีสอร์ทให้นักท่องเที่ยวไปพัก

หลังจากกลับมาก็ไปเมืองจีน ไปตามรอยพระพุทธเจ้าไปวัดวาอารามสายมหายาน เกือบทุกวัดกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ต้องซื้อตั๋วเข้าไปไหว้พระ คนจนไม่มีสิทธิ์ ตอนนี้กำลังจะกลายเป็นพุทธพาณิชย์ไปหมด

ก็ใช้คำว่า น่าเสียดาย เกิดมาเจอสิ่งดีๆ แล้ว ถ้าเราไม่รู้เท่าทัน เราจะแพ้การเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก มันแข่งขันกันแรงมาก ทุกคนจะเอาเงินเป็นตัวตั้ง พ่อครูไม่ได้บอกว่า เงินไม่สำคัญ มันเป็นส่วนประกอบของชีวิตอย่างหนึ่ง

โดยเฉพาะตอนนี้ เขาเอาเงินมาแลกเปลี่ยนตรงกลาง เราทำงานเพื่อชีวิต แต่ตอนนี้ชีวิตเรา มันต้องเอาเงินเป็นตัวกลาง แต่ต้องใช้เงินให้มันเป็น อย่าใช้ให้มันตาย อย่าไปทุกข์กับเงิน มีก็ใช้ ถ้าไม่มี ก็ไม่เป็นไร

ทั้งโลก..ที่มนุษย์เราคุยกันไม่รู้เรื่อง ชิงดีชิงเด่นกัน ฆ่าแกงกัน สร้างอาวุธนิวเคลียร์แข่งกัน ถ้าอยู่กับฉันสันติ ถ้าอยู่กับเธอไม่สันติ แล้วมันเท่าเทียมกันอย่างไร ถ้านิวเคลียร์เพื่อสันติจริงๆ ต้องช่วยกันสร้างเยอะๆ โลกนี้จะได้สันติ ใช่ไหม ปากว่าตาขยิบ มันเป็นอย่างนี้หมดแล้ว

พ่อครูสรุปว่า ทั้งหมดคือ ยุคนี้เป็นยุคที่เฟื่องฟูทางความรู้ เรียกว่า knowledge base แต่ขาดปัญญา ขาดคุณธรรม ลูกต้องมีคุณธรรม ลูกต้องเป็นเด็กดี แค่อย่าทำชั่วให้พ่อแม่เดือดร้อนเท่านั้นเอง

เราไม่ค่อยมีเวลาพาลูกไปทำความดีเลย ความดีคืออะไร คนดี คือให้ได้..อภัยได้ รู้จักรับผิดชอบตัวเองกับสังคม

คนคิดเป็น ไม่ใช่คนคิดเก่ง คนคิดเก่ง ยิ่งคิดก็ยิ่งทุกข์ เรียกว่า คนคิดไม่เป็น คนคิดเป็น ถ้าจำเป็นต้องคิด คิดแต่เรื่องเป็นกุศล เป็นประโยชน์ต่อตัวเองและผู้อื่น

เพราะเราตั้งโจทย์ให้ชีวิตผิด พอจุดเริ่มต้นมันผิด ทำถูกแค่ไหนก็ผิด เราไม่ได้ทำเพื่อชีวิต เราทำเพื่อสร้างอนาคต ประเด็นมันอยู่ตรงนี้

ปัญญากับความรู้ต่างกันนะ ความรู้ภาษาอังกฤษเรียกว่า knowledge ที่เราเรียนรู้วิชาโน่นวิชานี่ ภาษาก็เป็นความรู้ ความรู้มาใน...
06/05/2026

ปัญญากับความรู้ต่างกันนะ ความรู้ภาษาอังกฤษเรียกว่า knowledge ที่เราเรียนรู้วิชาโน่นวิชานี่ ภาษาก็เป็นความรู้ ความรู้มาในรูปของวิชาการต่างๆ

แต่ปัญญาต้องเกิดจากประสบการณ์จริง ประสบการณ์จริงชาตินี้เราก็แค่คิดเอานะ แต่ประสบการณ์จริงที่บันทึกในจิตใต้สำนึกเรานี่มหาศาล เราเข้าไปเอาออกมาต่อยอดมาใช้

แล้วก็จิตเราจะรู้ว่า ร่างกายนี้บกพร่องตรงไหน ตรงไหนที่มันไม่สมดุล เดี๋ยวจิตเขาจะจัดการ จิตเป็นนาย..กายเป็นบ่าว มันไม่เกี่ยวกับศาสนาใด ทุกเผ่าพันธุ์ ทุกชาติ ทุกศาสนา ทุกคนทำได้

คนก็มี กาย-จิต-อารมณ์ มันเป็นสากลจักรวาล ทุกท่านทุกคนทำได้และก็ง่ายๆ ไม่ต้องใช้เทคโนโลยี ไม่มีอะไรสับสน ขอให้เราข้ามพ้นความเคยชิน ความลังเลสงสัย ความอาย อะไรพวกนี้

พวกนี้กิเลสทั้งนั้น ถอยตัวเองกลับคืนสู่ธรรมชาติเดิม ที่เราไม่รู้เรื่องภาษา ไม่รู้เรื่องเลยนะ นั้นแหละ.. ปัญญาเราจะผุดขึ้นมา

เราเอาประสบการณ์เก่าเรามาใช้ ทุกคนทำได้ ไม่ใช่เรื่องไสยศาสตร์ ไม่ใช่เรื่องอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ ตั้งมั่นกับสิ่งที่เราทำ ตั้งมั่น คือเป็นหนึ่งเดียวกับสิ่งที่เราทำ
พ่อครูบัญชา ตั้งวงษ์ไชย
บรรยายธรรม ก.ย 2559
#ศูนย์พลาญข่อย
#จ.อุบลราชธานี

.plarnkhoi.com
.facebook.com/Plarnkhoi.Foundation
.instagram.com/plarnkhoi.wayoflife

04/05/2026

เราเจริญมรรค..
เมื่อจิตมันอิสระแล้ว
เข้าไปสู่กระแสมรรค
จิตปัจจุบันเรามีหน้าที่
ปลดปล่อยให้จิตเดิมแสดงตัว
อาจารย์เราตื่นแล้ว
เขาจะมาสอนจิตปัจจุบัน.ให้มันฉลาดขึ้น..
แล้วพฤติกรรมเราข้างนอกจะเป็นมรรค
โดยที่เราไม่ต้องรู้ตัวหนังสือด้วย
พ่อครูบัญชา ตั้งวงษ์ไชย
#ศูนย์พลาญข่อย
#จ.อุบลราชธานี

.plarnkhoi.com
.facebook.com/Plarnkhoi.Foundation
.instagram.com/plarnkhoi.wayoflife

ถาม : ช่วงอิริยบถ 4 ตอนนอนจะรู้สึกว่า มีความร้อนทั่วร่างกาย เหมือนดั่งไฟอยู่บนเตา ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น แล้วสิ่งที่เกิดขึ้...
03/05/2026

ถาม : ช่วงอิริยบถ 4 ตอนนอนจะรู้สึกว่า มีความร้อนทั่วร่างกาย เหมือนดั่งไฟอยู่บนเตา ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นจะค่อยลดลงไหม ถ้าปฏิบัติไปเรื่อยๆ

ตอบ : เห็นไหม..เกิดขึ้นแล้วก็ถามว่าทำไม แล้วจากนี้ไปมันจะเป็นอย่างไร มันจะลดลงหรือเปล่า เห็นไหม

อยากรู้อยากเห็นตลอด อยากรู้อะไรล่วงหน้านะ สักแต่ว่ารู้ มันร้อน..เราก็รู้ อย่าไปร้อนตามมัน ถ้าเรารู้เฉยๆ ปุ๊บ ความร้อนก็ไม่จีรังยั่งยืน มันเกิด..มันก็ดับ

ความสงบเกิดขึ้น เราก็รู้อย่าไปหลงมัน อย่าไปติดสงบนั้น เดี๋ยวมันก็ดับ นะ ความไม่สงบเกิดขึ้น ก็รู้ว่ามันไม่สงบ สักแต่ว่ารู้ อย่าไปไม่สงบตามมัน เดี๋ยวมันก็เกิด..มันก็ดับ

เราจะเข้าถึง สัมผัสความเป็น อนิจจัง-ทุกขัง-อนัตตา เราจะเห็นตัวเกิด-ดับ เห็นตัวรูป-นาม

เราปฏิบัติวิปัสสนานี่ ไม่ใช่ให้เห็นโน่นเห็นนี่ แต่เห็นนิมิต เมื่อจิตเดิมมันสร้างนิมิตมา เพื่อสอบจิตปัจจุบันว่า สักแต่ว่าเห็นไหม

ถ้าเราสักแต่ว่าเห็น เป้าหมายของวิปัสสนา ไม่ได้ให้รู้มาก คือรู้แจ้งเห็นจริงว่า ทุกอย่างเป็น อนิจจัง-ทุกขัง-อนัตตา คือเข้าถึงกฎพระไตรลักษณ์เท่านั้นเอง

ส่วนเห็นสวรรค์เห็นนรกนี่ บางทีเห็นสวรรค์นี่ ไม่ยอมสักแต่ว่าเห็นนะ กอดมันไว้เลย มีความสุข ไปสุขกับมัน เห็นนรก พยายามจะผลักไสไล่ส่งมัน เห็นไหม เราไม่สักแต่ว่าเห็น

ก็ดำเนินไปเรื่อยๆ เราจะเห็นความเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเราเอง มันเป็นปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ เป็นสิ่งที่รู้ ก็รู้ได้เฉพาะตน
พ่อครูบัญชา ตั้งวงษ์ไชย
#ศูนย์พลาญข่อย
#จ.อุบลราชธานี

.plarnkhoi.com
.facebook.com/Plarnkhoi.Foundation
.instagram.com/plarnkhoi.wayoflife

“ Inside Out ”โดย พ่อครูบัญชา  ตั้งวงษ์ไชยณ ศูนย์พลาญข่อย จ.อุบลราชธานีบรรยายธรรม กันยายน 2558( ตอนที่ 13/14 )งานการก็ทำ...
01/05/2026

“ Inside Out ”
โดย พ่อครูบัญชา ตั้งวงษ์ไชย
ณ ศูนย์พลาญข่อย จ.อุบลราชธานี
บรรยายธรรม กันยายน 2558
( ตอนที่ 13/14 )

งานการก็ทำไป ปฏิบัติก็ปฏิบัติ ทำคู่กันไป ไม่ใช่ไปรอหลังเกษียณ ไม่ใช่แยกส่วนแบบนั้น ปฏิบัติธรรมไม่ใช่ไปนั่งหลับหูหลับตา หรือว่าอยู่ในศาลาอย่างเดียว เพียงแต่ว่าถ้าเรามีโอกาสมาศาลา เรามีโอกาส เข้าไปสะสางของเก่าเราเร็วหน่อยหนึ่ง

แต่อยู่ข้างนอก เราก็ปฏิบัติธรรม 24 ชั่วโมง คืออยู่ปัจจุบัน ขับรถก็อยู่กับการขับรถ เดินก็อยู่กับการเดิน ไม่ต้องตั้งใจว่าขวาซ้าย นั่นคือการฝึก

เดินเราก็รู้ว่าเราเดิน แต่ตอนนี้เราทำอย่างนั้นได้ไหม เดินไปด้วย คิดไปด้วย นึกไปด้วย เมื่อวานไม่น่าพูดอย่างนี้เลย พรุ่งนี้ฉันจะไปทำอะไร เราไม่ได้อยู่กับการเดิน นั่นแหละ ไม่ได้ปฏิบัติธรรม ปฏิบัติตามกิเลส

ปฏิบัติธรรม ก็คือ ชีวิตประจำวันเรา สะสมแต้มไปเรื่อยๆ เมื่อเรามีแต้ม เรามีพลังตรงนี้ บางทีอารมณ์ข้างนอกมันแทรกมา ก็กระทบ แต่ไม่กระเทือน เรามีเกราะป้องกันภัย

แต่ถ้าเราทำไปด้วย คิดไปด้วย เผลอปุ๊บ ยกตัวอย่างว่า เราขับรถอยู่ ไปคิดเรื่องที่เราเคยโกรธ อารมณ์โกรธที่มันแทรกมาปัจจุบัน มันมีผลกับการขับรถของเรา ขาดสติ

ความคิดจะสร้างอารมณ์ ถ้าเราไม่ระวัง อยู่ปัจจุบัน ความคิดมันจะแทรกตลอดเวลา ชีวิตเรายังต้องคิดอยู่ เรายังต้องแก้ปัญหา ถูกต้อง ถ้าเวลาไหนมันต้องคิด นั่งคิดอย่างเดียวเลย คิดเรื่องนั้นให้มันแตกฉาน

สังเกตไหม แม้กระทั่งการคิด เราไม่ได้คิดอย่างเดียว คิดปุ๊บ คิดเรื่องก. ไปเรื่องข. แล้วไปเรื่องง.ด้วย ทีหนึ่งหลายอย่าง เราเป็นอย่างนี้ตลอด ไม่มีพลัง

ถ้าเราตั้งมั่นกับการคิดนั้น ตั้งโจทย์เลย เมื่อสมาธิตั้งมั่น สติตื่นรู้ ปัญญาไหลมาเทมาเลย ทุกวันนี้พ่อครูไม่ต้องใช้ความคิด จำเป็นต้องสร้างศาลา เหตุปัจจัยจำเป็น พ่อครูก็มายืนดู จิตพ่อครูมันดูต้นไม้ทุกต้นเลย

มันดูเลย ทำอย่างนี้มันจะเบียดเบียนต้นไม้ มากน้อยแค่ไหน น่าจะเป็นอย่างไร เดี๋ยวมันสเกตภาพ 10 นาที ออกแบบเสร็จแล้ว ไม่ต้องผ่านความคิด มันออกมาจากข้างใน เราจะเอามาใช้ประโยชน์กับเรามากเหลือเกิน

ที่อยู่

77 Moo2, Non Goa, Sirindhorn District
Ubon Ratchathani
34350

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศูนย์พลาญข่อยผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง ศูนย์พลาญข่อย:

แชร์