01/08/2022
วันสากลว่าด้วยความเป็นปึกแผ่นกับชาวปาเลสไตน์ตรงกับวันที่ 29 พ.ย. ของทุกปี เป็นวาระพิเศษที่เริ่มและดำเนินการโดยองค์การสหประชาชาติ เพื่อรำลึกถึงวันครบรอบข้อมติสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่ 181 โดยสมัชชาใหญ่ ว่าด้วยรัฐบาลปาเลสไตน์ในอนาคต
1. ตามประวัติศาสตร์ชนชาติยิว เป็นหนึ่งในชนชาติที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมสืบต่อกันมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตามในอดีต ด้วยความที่แผ่นดินอิสราเอลของยิวอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ใกล้กับ 3 ทวีป คือเอเชีย แอฟริกา และยุโรป ส่งผลให้อิสราเอลได้รับผลกระทบจากการยึดอำนาจของจักรวรรดิต่าง ๆ อยู่เรื่อย ๆ ส่งผลให้ชาวยิวที่อยู่มาแต่เดิมต้องร่อนเร่กระจัดกระจายไปอาศัยในหลายประเทศทั่วโลก
2. ชาวยิว แม้จะอพยพไปอยู่ในประเทศอื่น ๆ แต่ยังรักษาประเพณีดั้งเดิมของตัวเองไว้อย่างเหนียวแน่น และปรารถนาที่สักวันในอนาคตจะกลับมาตั้งรกรากแผ่นดิน ที่เยรูซาเล็ม เมืองศักดิ์สิทธิ์เดิมของตัวเองอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ปัญหาคือด้วยความที่อิสราเอลเปลี่ยนผ่านมาหลายยุคสมัย จึงผ่านมือคนหลายเชื้อชาติหลายศาสนา ทั้งเปอร์เซีย กรีก และโรมัน ส่งผลให้เยรูซาเล็ม กลายเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ของคน 3 ศาสนา ทั้งยูดาห์, คริสต์ และ อิสลาม
.
3. ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เยรูซาเล็มและพื้นที่โดยรอบ ตกอยู่ภายใต้การปกครองของมหาจักรวรรดิออตโตมัน หรือประเทศตุรกีในปัจจุบัน โดยจักรวรรดิออตโตมัน ตั้งชื่อดินแดนที่ตั้งของเยรูซาเล็มและพื้นที่โดยรอบว่า “ปาเลสไตน์”
โดย ณ เวลานั้น ปาเลสไตน์เป็นเพียงชื่อเรียกของดินแดนเท่านั้น และชาวอาหรับที่เข้ามาอาศัยอยู่ก็ถูกเรียกตามชื่อดินแดนว่า ชาวปาเลสไตน์ อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่ได้มีอำนาจปกครองตัวเองใดๆ เพราะเป็นเพียงผู้อาศัยที่อยู่ภายใต้ร่มเงาของจักรวรรดิออตโตมันเท่านั้น
4. แม้จะเปลี่ยนผ่านผู้ปกครองดินแดนไปหลายเชื้อชาติ แต่ชาวยิวก็ยังคงตั้งความหวังไว้เสมอว่าสักวัน จะกลับมาดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของตัวเองอีกครั้ง โดยระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 อังกฤษสัญญากับชาวยิวไว้ว่า ถ้ามาช่วยรบจะมอบดินแดนปาเลสไตน์ให้หลังชนะสงคราม ซึ่งชาวยิวเองที่ต้องการจะก่อตั้งประเทศของตัวเองอยู่แล้ว จึงรับปากว่าจะเข้ามาช่วยในสงครามครั้งนี้ด้วย
พอสงครามสิ้นสุดลง อังกฤษซึ่งอยู่ฝ่ายสัมพันธมิตรได้รับชัยชนะ และจักรวรรดิออตโตมันที่อยู่ฝ่ายมหาอำนาจกลางต้องล่มสลายลง ทำให้ดินแดนปาเลสไตน์ที่เคยเป็นของจักรวรรดิออตโตมัน ตกไปอยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิอังกฤษ และ อังกฤษก็ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ พวกเขาอนุญาตให้ชาวยิวย้ายถิ่นฐานเข้าไปอาศัยในดินแดนปาเลสไตน์ได้
.
5. แต่ปัญหาก็คือ การเอาคนยิวไปอยู่ในแผ่นดินที่มีคนอาหรับอาศัยอยู่มานานหลายปี มันไม่ได้ราบรื่น เพราะชาวปาเลสไตน์เดิมเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ที่อยู่ในพื้นที่ พวกเขาเปรียบเสมือนเจ้าถิ่นที่อยู่มานาน แต่มีชาวยิวซึ่งเป็นคนต่างศาสนาย้ายเข้ามาร่วมอาศัยด้วยเป็นจำนวนมาก ทำให้ชาวปาเลสไตน์เริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยกลัวว่าจะโดนกลืนกิน จึงเกิดการใช้ความรุนแรงเพื่อขับไล่ชาวยิวขึ้น และเป็นจุดเริ่มต้นของความรุนแรงระหว่างสองเผ่าพันธุ์ที่รบกันมาตลอดหลายสิบปี
โดยชาวยิวก็อ้างว่า นี่คือแผ่นดินของพวกเขาตั้งแต่พันปีก่อน แต่ฝั่งชาวอาหรับก็อ้างว่านี่ก็คือแผ่นดินของพวกเขาเช่นกัน เพราะอยู่มาเป็นหลายร้อยปีแล้ว ต่างคนก็ต่างอ้างสิทธิ์อันชอบธรรมของตัวเอง
.
6. ในช่วงแรก ปริมาณคนยิวมีน้อยกว่าคนอาหรับ แต่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นาซีเยอรมนีนำโดย อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวทั่วยุโรป ส่งผลให้ชาวยิวจำนวนมากต้องหนีตาย อพยพกลับมาอยู่ที่ปาเลสไตน์เพิ่มมากขึ้น และการกระทบกระทั่งกันก็หนักขึ้นอีก
.
7. หลังสงครามครั้งที่ 2 จบลงด้วยชัยชนะของฝ่ายสัมพันธมิตร เริ่มมีการก่อตั้งองค์การสหประชาชาติ (UN) ขึ้น เพื่อระงับข้อพิพาทต่างๆ ด้วยวิธีสันติ และกรณีแรกๆ ที่ UN ต้องการยุติความขัดแย้ง คือการต่อสู้กันของคนยิวกับคนอาหรับที่ชิงพื้นที่ปาเลสไตน์ ซึ่งใน ปี ค.ศ. 1947 ประเทศอังกฤษได้ตัดสินใจยื่นเรื่องปัญหาความขัดแย้งในปาเลสไตน์ เพื่อให้องค์การสหประชาชาติพิจารณา โดยร้องขอให้มีการจัดประชุมวิสามัญของสมัชชาใหญ่สหประชาชาติขึ้น
8. ซึ่งภายหลังจึงได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการพิเศษว่าด้วยปาเลสไตน์ของสหประชาชาติ เพื่อศึกษาถึงสภาพปัญหา การพิจารณาถึงทางแก้ไขที่เหมาะสม และนำเสนอในที่ประชุมสามัญสมัชชาใหญ่สหประชาชาติจนได้สรุปความเห็นและลงมติเห็นชอบข้อมติที่ 181 หรือที่เรียกกันว่า “The Partition Plan” เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ค.ศ. 1947
9. โดยกำหนดให้ ประเทศอังกฤษหมดอำนาจในการปกครองดินแดนปาเลสไตน์ และต้องถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่มีการจัดตั้งรัฐอาหรับและรัฐยิวภายในวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 1948 และแบ่งเขตดินแดนปาเลสไตน์ออกเป็นแปดส่วน สามส่วนให้เป็นที่อยู่อาศัยของชาวยิว อีกสามส่วนให้เป็นที่อยู่อาศัยของชาวมุสลิมอาหรับ เมืองจาฟฟาให้เป็นดินแดนแทรกของอาหรับในเขตของชาวยิว เมืองเยรูซาเล็มให้เป็นเขตปกครองพิเศษภายใต้การดูแลของ คณะมนตรีภาวะทรัสตีแห่งสหประชาชาติ
ขอบคุณข้อมูลจาก
• https://www.bbc.com/thai/international-57097731
• https://www.unhcr.org/.../28197-unhcr-world-leaders-must...
• https://thestandard.co/what-is-happening-in-gaza-strip/...
• https://peaceresourcecollaborative.org/.../TU_2015...
• https://honestreporting.com/united-nations-partition-plan/
• https://workpointtoday.com/explainer-israel-palestine/