09/03/2026
📣แถลงการณ์ สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดทั่วราชอาณาจักร
เรื่อง การดูดวงจันทร์เพื่อกำหนดวันเริ่มต้นของแต่ละเดือนตามปฏิทินฮิจเราะฮ์ศักราช
ด้วยพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. 2540 ได้กำหนดบทบัญญัติอันเป็นระเบียบแบบแผนในการบริหารจัดการกิจการศาสนาอิสลามในประเทศไทย เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพและสอดคล้องกับหลักการทางศาสนา สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดทั่วราชอาณาจักร จึงขอแถลงการณ์เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน ดังนี้
1.สถานะและอำนาจหน้าที่ของจุฬาราชมนตรีในส่วนที่เกี่ยวกับกิจการศาสนาอิสลามและการดูดวงจันทร์
ตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. 2540 บัญญัติว่าพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจุฬาราชมนตรีคนหนึ่ง เพื่อเป็นผู้นำกิจการศาสนาอิสลามในประเทศไทย และมาตรา 8 (3) ให้จุฬาราชมนตรีมีอำนาจออกประกาศแจ้งผลการดูดวงจันทร์ตามมาตรา 35 (11) เพื่อกำหนดวันสำคัญทางศาสนา และมาตรา 35 ให้คณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดมีอำนาจหน้าที่ตาม (11) ดูดวงจันทร์และแจ้งผลการดูดวงจันทร์ต่อคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และมาตรา 8 (4) ให้จุฬาราชมนตรีมีอำนาจออกประกาศเกี่ยวกับข้อวินิจฉัยตามบัญญัติแห่งศาสนาอิสลาม
พระราชบัญญัติฉบับนี้ได้จัดระเบียบให้องค์กรมัสยิดซึ่งมีจำนวนกว่า 4,000 มัสยิด และกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของราชอาณาจักรโดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีเป็นจำนวนมาก เป็นฐานรากของการบริหารองค์กรศาสนาอิสลามเป็นหน่วยดูดวงจันทร์ และแจ้งผลการดูดวงจันทร์ต่อคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ซึ่งมีอยู่ 40 จังหวัดในปัจจุบัน และเมื่อได้รับแจ้งผลการดูดวงจันทร์และทำการสอบสวนผู้เห็นดวงจันทร์จนเป็นที่ประจักษ์แล้ว คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดจึงแจ้งไปยังจุฬาราชมนตรีเพื่อพิจารณาวินิจฉัยออกประกาศผลการดูดวงจันทร์ต่อไป
2.กระบวนการตรวจสอบและการออกประกาศผลการดูดวงจันทร์
เพื่อให้การพิจารณากำหนดวันเริ่มต้นของเดือนสำคัญทางศาสนา ตามปฏิทินฮิจเราะฮ์ศักราชเช่น วันเริ่มต้นเดือนรอมฎอน วันอีฎิ้ลฟิตริ และวันอีฎิ้ลอัดฮาเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและถูกต้อง สำนักจุฬาราชมนตรีได้วางระบบไว้ ดังนี้ :
การแจ้งผลการดูดวงจันทร์ : จุฬาราชมนตรีจะออกประกาศล่วงหน้าให้พี่น้องมุสลิมทั่วประเทศดูดวงจันทร์ทุกเดือนจันทรคติตลอดทั้งปี ในทุกวันที่ 29 ของเดือนจันทรคติ หลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า
การรายงานผล : หากมีผู้เห็นดวงจันทร์ จะต้องแจ้งไปยังสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเพื่อสอบสวนและตรวจสอบความถูกต้องแล้วรายงานผลไปยังจุฬาราชมนตรี
การประกาศผล : เมื่อจุฬาราชมนตรีได้รับรายงานผลและพิจารณาวินิจฉัยตามหลักการศาสนาแล้ว จะออกประกาศแจ้งผลการดูดวงจันทร์อย่างเป็นทางการให้ทราบโดยทั่วกันผ่านช่องทางหลัก เช่น เว็บไซต์สำนักจุฬาราชมนตรี หรือ เฟซบุ๊กสำนักจุฬาราชมนตรี และทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11
การดำเนินการในเรื่องนี้ จึงเป็นไปตามขั้นตอนที่รอบคอบและเป็นเอกภาพ ภายใต้หลักการศาสนาอิสลาม ที่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. 2540 ที่ให้อำนาจจุฬาราชมนตรีออกประกาศแจ้งผลการดูดวงจันทร์และออกประกาศเกี่ยวกับข้อวินิจฉัยตามบัญญัติแห่งศาสนาอิสลามแต่เพียงผู้เดียว
การมีประกาศฉบับเดียวช่วยให้การวางแผนใช้ชีวิต การลางาน หรือการจัดกิจกรรมส่วนรวมขององค์กรต่าง ๆ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ลดความขัดแย้งที่อาจเกิดจากความเห็นต่างทางดาราศาสตร์
ในการออกประกาศแจ้งผลการดูดวงจันทร์จุฬาราชมนตรีใช้กระบวนการที่ผสมผสานทั้งหลักนิติศาสตร์อิสลามคือใช้การเห็นด้วยตาเปล่า และหลักวิทยาศาสตร์คือข้อมูลดาราศาสตร์ ทำให้การออกประกาศแจ้งผลการดูดวงจันทร์และออกประกาศเกี่ยวกับข้อวินิจฉัยตามบัญญัติแห่งศาสนาอิสลามมีความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับ
การปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. 2540 ในเรื่องอำนาจหน้าที่การออกประกาศผลการดูดวงจันทร์และออกประกาศเกี่ยวกับข้อวินิจฉัยตามบัญญัติแห่งศาสนาอิสลามจะช่วยป้องกันการเกิดการถือศีลอดหรือวันอีดไม่ตรงกัน ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อแต่ละกลุ่มพยายามกำหนดวันกันเอง และยังเป็นการปฏิบัติที่สอดคล้องกับหลักนิติศาสตร์อิสลามที่ระบุว่า "คำวินิจฉัยของผู้นำถือเป็นที่สิ้นสุดและขจัดความขัดแย้ง" และเป็น การเชื่อฟังกฎหมายที่สอดคล้องกับหลักศาสนาที่ว่า “มุสลิมต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของตน” (ฮะดีษ อะบูดาวูด) การปฏิบัติตามดังกล่าว จึงไม่ใช่เพียงข้อตกลงทางสังคมเท่านั้นแต่เป็นเจตนารมณ์สำคัญของศาสนา เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย เพิ่มความเข้มแข็งของสังคม และเป็นการรวมพลังของมุสลิมในแนวทางเดียวกัน สะท้อนถึงระเบียบวินัยและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของประชาคมมุสลิม
สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ทั่วราชอาณาจักร จึงขอเรียกร้องและเชิญชวนพี่น้องมุสลิมทุกท่าน ให้ยึดมั่นในการปฏิบัติตามหลักการของศาสนาอิสลามและบทบัญญัติแห่งกฎหมาย อันจะนำมาซึ่งความร่มเย็น ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และความจำเริญจากอัลลอฮ์ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) สู่สังคมมุสลิมไทยสืบไป
ประกาศ ณ วันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569
สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย
สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดทั่วราชอาณาจักร