เรื่องเล่าของพรรณไม้byคุณชายจาง

เรื่องเล่าของพรรณไม้byคุณชายจาง ผู้ถ่ายทอดบทบันทึกของธรรมชาติผ่านภาพถ่ายและการผูกร้อยเรื่องราว�

ชีวิตที่ซ่อนเร้นAphyllorchis caudata - เอื้องแฝงกล้วยไม้อาศัยราขนาดค่อนข้างใหญ่(บางช่อสูงได้ถึง2เมตร)ที่ช่วงชีวิตส่วนใหญ...
20/11/2024

ชีวิตที่ซ่อนเร้น
Aphyllorchis caudata - เอื้องแฝง
กล้วยไม้อาศัยราขนาดค่อนข้างใหญ่(บางช่อสูงได้ถึง2เมตร)ที่ช่วงชีวิตส่วนใหญ่ของมันซ่อนอยู่ใต้ผิวดิน
ผมบันทึกภาพนี้เมื่อหลายปีก่อนในเดือนพฤศจิกายนที่ระดับความสูง1100เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง ป่าดิบเขาบนราวป่าผืนใหญ่ที่เป็นเสมือนทั้งปอดและหัวใจของเมืองเชียงใหม่มาช้านาน
ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิกมวลแมกไม้เขียวขจีของป่ายามวสันต์กล่าวลาหน้าหนาวเคลื่อนเข้าแทนเช่นนี้ การเดินป่าระยะสั้นๆกลับมีอรรถรสยากบรรยาย เพราะสายลมผิวแผ่วรอบกายถูกเจือด้วยกลิ่นหอมจรุงของกะเรกะร่อนนิล( Cymbidium sinense)หรือที่ใครหลายคนเรียกว่าหงส์ดำเพื่อให้คล้องชื่อกับเอื้องหงส์ทองหรือก็คือเอื้องกำเบ้อนั่นเอง กะเรกะร่อนนิลนั้นก็มีความพิเศษอย่างหนึ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้นั่นก็คือหากไปในช่วงฤดูที่ดอกสีน้ำตาลเข้มนั้นกำลังเบ่งบานเรามักจะได้กลิ่นหอมเฉพาะตัวของมันซึ่งเมื่อใดก็ตามที่กลิ่นนี้แตะจมูกก็จะรู้ได้ทันทีว่าที่มาของความหอมนั้นคือดอกไม้ชนิดใด ถึงแม้ว่าสีของมันจะไม่สะดุดตาซ้ำยังกลมกลืนไปกับสภาพพื้นที่ของพื้นป่า หากไม่ละความพยายามไปกลางคันกลิ่นนั้นจะนำทางให้เราไปถึงจุดหมายได้เอง จึงเป็นกล้วยไม้ที่มักจะได้กลิ่นก่อนเจอต้นอยู่เสมอและใช้ทักษะพิเศษพึ่งสัมผัสทางจมูกคลำทางไปโดยแท้
กลับมาที่เอื้องแฝงตัวเอกของโพสต์นี้ผู้ซึ่งมีชีวิตน่าค้นหา เรื่องราวของพวกมันเริ่มจากที่เมล็ดกลมขนาดเท่าเม็ดผักกาด(ถือว่าใหญ่มากเมื่อเทียบกับเมล็ดของพชวงศ์กล้วยไม้ทั่วไปที่มีขนาดเล็กมากจนแทบเห็นเป็นฝุ่นผงจนต้องมองดูใต้กล้องขยายถึงจะรู้ว่าสัณฐานของมันมีรูปทรงอย่างไร)ร่วงหล่นลงมาจากฝักแก่ของต้นแม่ที่ปริแตกตามอายุของฝักที่แก่จัดสมควรแก่เวลา อาจจะยากสักหน่อยถ้าเมล็ดขนาดนั้นจะลอยไปตามลมได้เพราะเหตุผลที่ว่าในป่าทึบเช่นนั้นถ้าไม่มีพายุฝนกระหน่ำรุนแรงหากจะเกิดลมก็เป็นเป็นไปได้แค่ลมเอื่อยๆไม่แรงพอจะพัดเมล็ดของมันไปได้ไกลต้นแม่ อาจจะเป็นไปได้ว่ามีมดหรือแมลงแถวนั้นช่วยกันขนเมล็ดน้อยๆของมันไปตุนไว้ในรังใต้ดินหากสมมุติฐานนี้ไม่ผิดการเดินทางของชีวิตใหม่นี้ก็สามารถที่จะเคลื่อนที่ไปได้ไกลอีกหน่อย จากนั้นเมล็ดที่ธรรมชาติคัดสรรไว้แล้วก็จะรอโอกาสที่ฤดูกาล+ความชื้น+อุณหภูมิ+เชื้อราไมคอร์ไรซาเพื่อนแท้คู่กายของมันเป็นใจ บทเริ่มต้นของชีพจรน้อยๆก็จะค่อยๆเกิดขึ้นและดำเนินไปตามจังหวะเหมือนที่บรรพบุรุษของมันเคยเป็นมาเช่นนี้ หากแต่ไม่รู้ว่าสิ่งมีชีวิตที่ชื่อว่าเอื้องแฝงน้อยที่งอกใหม่ต้นหนึ่งจะต้องใช้เวลากี่ปีกี่เดือนเพื่อการเติบโตโดยที่ทุกส่วนของมันจะอยู่ใต้ดินเช่นนั้นไปตลอดเวลา จะไม่มีใครรู้ว่ามันมีตัวตนอยู่ตรงนั้นจนกว่าจะถึงวันที่เอื้องแฝงต้นนั้นเจริญเติบโตพอที่จะผลิช่อดอกโผล่พ้นเศษซากใบไม้ขึ้นมาประกาศตัวตน เนื่องจากพิชอาศัยราไม่มีกิ่งก้านหรือใบ แม้แต่ลำต้นแท้ก็เป็นเหง้าฝังตัวอยู่ในดินใต้ผืนป่า พวกมันไม่มีคลอโรฟิลล์ดังนั้นส่วนใดๆที่พืชทั่วไปใช้สังเคราะห์แสงจึงไม่จำเป็นต้องมี การดำรงอยู่ของเอื้องแฝงนั้นปัจจัยสำคัญคือเชื้อราไมคอร์ไรซาที่ในตอนต้นผมบอกว่าเป็นเหมือนเพื่อนแท้-เพื่อนตายของมัน สิ่งนี้ตามติดกันมาตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นเมล็ด มีบทบาทเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการตั้งแต่กระบวนการงอก การเจริญเติบโต ผลิดอกออกผลจนสร้างเมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่ไว้สืบต่อ...ไปจนถึงวาระสุดท้ายที่มันมีชีวิตอยู่บนโลกนี้เลย เชื้อราชนิดนี้ยังได้ขยายจากส่วนรากแผ่กระจายไปบนผืนดินตรงนั้น เพื่อเกื้อกูลกันและกันทั้งยังช่วยปรับสภาพของดินให้มีความเหมาะสมต่อสมาชิกที่จะงอกใหม่ในรุ่นถัดไปด้วย
เชื้อราไมคอร์ไรซาย่อยเศษซากพืชเป็นอาหารกระบวนการนี้ได้ผลผลิตเป็นสารอาหารสำหรับกล้วยไม้ด้วย เพราะเหตุนี้หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่าพืชกินซากหรือกล้วยไม้กินซากกันมาก่อนเนื่องจากในสมัยหนึ่งเราบัญญัติศัพท์นี้มาใช้จนแพร่หลาย ซึ่งส่วนตัวแล้วผมว่าคำว่า"กินซาก"นี้สื่อความหมายได้น่าสนใจมากทีเดียว เราใช้กันมาระยะหนึ่งก่อนที่จะเปลี่ยนใหม่มาเป็น"อาศัยรา"อิงตามความเป็นจริงภายหลังจากที่มีการศึกษา-ทบทวนกันมาดีแล้วและผู้เชี่ยวชาญท่านเห็นพ้องต้องกันว่าสื่อความหมายได้ตรงจุดกว่าศัพท์คำเดิม
บนโลกใบนี้มีสิ่งมีชีวิตมากมายที่วิวัฒนาการผ่านเวลามาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์จนถึงตอนนี้ เกิดเผ่าพันธุ์มหัศจรรย์นับไม่ถ้วนที่ศึกษากันไม่รู้จบ
แต่บนมหาสมุทรแห่งความหลากหลายทางชีวภาพนี้ กลับมีกล้วยไม้กลุ่มหนึ่งซึ่งค้นพบวิถีแห่งการดำรงเผ่าพันธุ์และสามารถยืนหยัดเหลือรอดมาถึงวันนี้ได้อย่างลึกล้ำเกินคาดหยั่งและไม่มีความจำเป็นว่าจะต้องเป็นเช่นเผ่าพันธุ์อื่นใดเป็นไสตล์เฉพาะของตัวเอง....คิดดูแล้วมันเท่อย่าบอกใครเชียวครับ

กล้วยไม้กับความเชื่อPecteilis susannae - นางอั้วใหญ่ , นางอั้วตีนกบกล้วยไม้ดินขนาดใหญ่ชนิดนี้มีความเกี่ยวเนื่องต่อความเช...
19/11/2024

กล้วยไม้กับความเชื่อ
Pecteilis susannae - นางอั้วใหญ่ , นางอั้วตีนกบ
กล้วยไม้ดินขนาดใหญ่ชนิดนี้มีความเกี่ยวเนื่องต่อความเชื่อของคนโบราณว่าห้ามนำมาปลูกที่บ้าน หากนำมาปลูกแล้วจะนำความอัปมงคลมาสู่เรือนนั้นและผู้อยู่อาศัย โดยเน้นไปที่เหล่าสตรีทอผ้าเนื่องจากอาถรรพ์ที่แฝงอยู่ในนางอั้วนี้จะมีผลให้ทอผ้าไม่สำเร็จ
สมัยก่อนผู้คนไม่ว่าภูมิภาภาษาใดล้วนดำรงชีพอยู่ภายใต้เงื่อนไขของธรรมชาติ สิ่งจำเป็นหนึ่งในปัจจัย4ก็คือเครื่องนุ่งห่ม ไม่เพียงแต่ใช้ปกปิดร่างกาย-ให้ความอบอุ่นเท่านั้น หากบนผ้าแต่ละผืนยังได้สะท้อนภูมิปัญญาของชาวชนแต่ละพื้นถิ่นแล้วยังได้บ่งบอกสถานะของผู้สวมใส่ด้วย และดูเหมือนสิ่งนี้ผู้หญิงจะรับหน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบในทุกครัวเรือนไม่ต่างกัน ในยุคที่ไม่มีเครื่องจักรและโรงงานผลิตเสื้อผ้าออกมาวางขายย่อมเป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่าแพรพรรณบรรดามีไม่ว่าจะทำมาจากวัตถุดิบชนิดใดก็ล้วนคือของมีค่าเพราะที่มาของมันไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลาและขั้นตอนมากมายกว่าจะได้ด้ายสักเส้นหนึ่ง ต้องใช้ทักษะรวมถึงการคิดคำนวนที่ซับซ้อนตอนขึ้นหูก ต้องใช้จินตนาการรังสรรค์ลวดลายหลากหลายสีสันถ่ายทอดลงไปให้ผ้าผืนนั้นมีเรื่องราวขึ้นมา ต้องใช้สมาธิ-ความอดทนอย่างละเอียดลออย่างไม่ลดละเพื่อให้ภาระงานบนกี่ทอผ้าทำหน้าที่จนแล้วเสร็จไม่ขาดตอนหรือละทิ้งไปกลางคัน
ในประวัติศาสตร์บางช่วงบางตอนมีตัวบทกฏหมายเกี่ยวกับผ้าโดยเฉพาะที่ประกาศใช้จากผู้ปกครอง เช่นในขณะที่บ้านเมืองกำลังเผชิญภาวะทำสงครามกับแคว้นอื่นอยู่ การผลิตทั้งหลายต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความประหยัด ระมัดระวังและรอบคอบทุกด้านดังนั้นจึงกำหนดให้สตรีทั้งหลายห้ามใส่ลวดลายลงไปบนสิ่งทอเพราะถือเป็นการฟุ่มเฟือย ไม่ว่าชนชั้นสูงไปจนถึงหญิงชาวบ้านสามัญก็ห้ามแต่งกายด้วยแพรพรรณทอลวดลายเป็นไปได้ให้ใช้สีเรียบง่ายที่สุด นัยสำคัญของบทบัญญัตินี้ก็เพื่อลดทอดขั้นตอนไม่ให้เสียเวลาไปกับการทอผ้า ท่ามกลางการสงครามนั้นสถานการณ์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทุกขณะ การผลิตเสบียงเป็นเรื่องหลักที่ทุกคนต้องช่วยกันทำให้มากกว่ายามปกติ หากถึงคราวคับขันยังต้องพร้อมรับมือหากถูกเทครัวย้ายถิ่นฐาน จะเห็นได้ว่าการทอผ้านั้นสำคัญระดับชาติถึงเพียงใด
เมื่อผ้าเป็นวาระสำคัญขนาดนี้ ดังนั้นความเชื่อในจารีตโบราณที่เกี่ยวกับการทอผ้าจะต้องเป็นเรื่องใหญ่ที่ใครๆต้องยึดถือ เท่าที่ผมทราบความเชื่อเรื่องการห้ามนำกล้วยไม้ชนิดนี้มาปลูกมีปรากฏอยู่ในชาติพันธุ์ไทหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้ภาษาลาว-อีสาน และยังมีเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยว่า ช่วงต้นปีผมไปทำงานที่อมก๋อยน้องชายที่เป็นปิยมิตรที่นั่นก็เล่าให้ฟังว่าชาติพันธุ์ปากะญอของเขาก็ยึดถือความเชื่อนี้ด้วยเช่นกัน
ดังนั้นที่มาของนางอั้ว สตรีในตำนานผู้มีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตจนกลายเป็นขนบที่ห้ามละเมิดสู่ความเชื่อที่ถูกส่งต่อผ่านห้วงเวลายาวนานกว่าพันปีของผู้คนในอุษาคเนย์ และในที่สุดกลายมาเป็นชื่อเรียกกล้วยไม้ดินนี้จะน่าสนใจเพียงใด โพสต์หน้าจะมาเล่าให้ฟังกันต่อครับ
ปล.ภาพนางอั้วใหญ่เหล่านี้ถ่ายจากป่าธรรมชาติในอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ราวสิบกว่าปีก่อน ปัจจุบันเป็นอาคารเรียนหลังใหญ่คณะใดคณะหนึ่งของม.ราชภัฏเชียงใหม่ ไม่เหลือเค้าลางอะไรให้นึกภาพเหล่านี้ออกแล้ว โซนนี้เคยเป็นป่าเต็งรังสลับทุ่งหญ้ากว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาไปจรดอำเภอแม่แตง เนื่องจากสภาพดินไม่เหมาะแก่การเพาะปลูก หน้าดินถูกฝนชะล้างพังทลายได้ง่ายบางจุดเนินดินถูกลมฝนกัดเซาะจนเกิดทัศนียภาพที่งดงามแปลกตาเป็นลักษณะเดียวกันกับแพะเมืองผีที่แพร่และเสาดินนาน้อยที่น่าน ต้นไม้ในป่าเช่นนี้จึงเติบโตตามสภาพ ลำต้นดูหงิกงอแคระแกรน พืชพรรณที่ขึ้นอยู่ก็น่าสนใจไม่ต่างจากภูมิทัศน์พิเศษของพื้นที่ และในวันหนึ่งคราวเคราะห์ก็มาถึง ถูกนักวิชาการผู้ไม่เข้าใจระบบนิเวศธรรมชาติให้สถานะว่าเป็นป่าเสื่อมโทรม และถูกแบ่งสรรปันส่วนไปทั้งที่เป็นสหกรณ์การเกษตร ให้สิทธิทำกินแก่ชาวบ้านผู้ขัดสน ปัจจุบันพื้นที่กรรมสิทธิ์ สทก.นี้ถูกเปลี่ยนผู้ครอบครองจากชาวบ้านมาเป็นบ้านพักตากอากาศบนเนินเขามีสนามหญ้ากว้างขวางปลูกพรรณไม้แปลกตาประดับไว้ดาษดื่นดูเขียวขจีงามตา ยิ่งในหน้าแล้งหากมองไกลๆดูคล้ายโลกคนละใบสีตัดกันชัดเจนกับผืนป่าผลัดใบที่เหลือเป็นหย่อมๆ บ้านสวนหรูหราที่ผุดขึ้นมาเหล่านี้คนมั่งมีที่ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่เมืองใต้ได้เจียดเงินส่วนน้อยนิดของเขามาช่วยชาวบ้านซื้อต่อมือเอาไว้ แล้วโค่นต้นไม้พลิกผืนป่าเปลี่ยนหน้าดินปลูกบ้านหลังใหญ่เรียงรายงามสลอนกันไปแทบสิ้นแล้ว
แม้ไม่ต้องตามกฎหมายแต่ถูกใจชาวบ้าน อำนาจเงินนี่ก็แสนมหัศจรรย์มันเปลี่ยนจากเจ้าของที่มาเป็นคนเฝ้าบ้าน เปลี่ยนตาสีตาสาชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งให้โก้ขึ้นกลายเป็นคนมีสังกัด....มีคนให้เรียกว่าเจ้านายเอาไว้คุยอวดผู้คน

11/11/2024

เทียนหม่า สมุนไพรชั้นยอดราคาแพงของจีน
พืชชนิดนี้เป็นกล้วยไม้อาศัยรา สกุลGastrodia ในบ้านเราตัวแทนของกล้วยไม้ชนิดนี้ที่พบได้บ่อยก็คือเอื้องกลีบติดซึ่งมีขนาดเล็กกว่ามาก
นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งที่บอกให้เรารู้ว่าโลกของกล้วยไม้นั้นมีความหลากหลายมากทั้งชนิดย่อยไปจนถึงระดับสกุล ลำต้นของกล้วยไม้นั้นมีทั้งเป็นลำลูกกล้วยเห็นได้ชัดเจนยกตัวย่างเช่นว่านเพชรหึงหรือเอื้องคำฯลฯ บางกลุ่มมีลำต้นเป็นเหง้าอวบน้ำค่อนข้างเปราะ มีความใสมากจนแสงสามารถทะลุผ่านได้เช่นว่านน้ำทอง,ว่านพายแฉกฯลฯ บางกลุ่มมีลำต้นเป็นเหง้าแข็งใต้ดินเช่นว่านจูงนาง,เหลืองแม่ปิงฯลฯ บางกลุ่มเป็นเหง้าเหนือพื้นดินหรืออิงอาศัยบนต้นไม้เช่นเอื้องสิกุนคล,เอื้องกลีบม้วน,เอื้องน้ำต้นฯลฯ บางชนิดมีลำต้นสูงยาวจากพื้นดินเป็นกอเหมือนหญ้าเช่นเอื้องไผ่ ,เอื้องลิลาฯลฯบางชนิดมีลำต้นค่อนข้างอวบดูคล้ายหัวเกาะอยู่ตามต้นไม้เช่นสิงโตใบพาย,เอื้องแจกันเงินฯลฯ บางชนิดลำต้นทอดเลื้อยเป็นเถายาวเติบโตจากพื้นดินก่อนแล้วค่อยๆเกาะขึ้นไปตามต้นไม้จนมีความยาวได้หลายสิบเมตรเช่นพลูช้าง,เถางูเขียวและสกุลวนิลลา บางชนิดเจริญเติบโตขึ้นไปทางยอดใบเรียงสลับข้างเป็นระเบียบไม่เห็นลำลูกกล้วยชัดเจนเช่นฟ้ามุ่ย,ไอยเรศ,ช้างกระฯลฯ บางชนิดลำต้นผอมยาวย้อยระย้าลงมาจากกิ่งไม้จนมองดูคล้ายพืชวงศ์เฟินเช่นเอื้องหางแมงเงา,เอื้องแพนใหญ่ฯลฯ บางชนิดมีลำต้นเป็นเหง้าผอมๆใต้ดินแต่ไม่ปรากฏเป็นลำลูกกล้วยเช่นเอื้องขาวดง,เอื้องตานโมยฯลฯ บางชนิดไม่มีลำต้นชัดเจนจนสังเกตได้ว่ามีแต่กระจุกราก ไม่ค่อยเห็นใบและถึงกับไม่มีใบเลยเช่นเอื้องพญาไร้ใบ,เอื้องเม็ดถั่วเม็ดงาฯลฯ บางชนิดมีลำต้นแท้เป็นหัวใต้ดินแบบมันฝรั่งเช่นื้าวคูลูและนางอั้วชนิดต่างๆ รวมไปถึงเทียนหม่าในคลิปนี้ด้วย
ความหลากหลายสุดมหัศจรรย์ทำให้คนโบราณท่านเรียกชื่อพืชวงค์กล้วยไม้นี้แตกต่าวกันไปตามลักษณะการเจริญเติบโตที่มองเห็นไปตามความเข้าใจและการนำไปใช้ประโยชน์ของแต่ละท้องถิ่นต่างกันออกไปมากมายเช่น เข้าใจว่าเป็นหญ้า(หญ้าจิ้มฟันควาย,หญ้าเปราะนก) เข้าใจว่าเป็นว่าน(ว่านน้ำทอง,ว่านอึ่ง) เข้าใจว่าเป็นมันป่า(หัวข้าวเหนียว,หัวข้าวต้ม) เข้าใจว่าเป็นหวาย(หวายตะมอย,แส้พระอินทร์) เข้าใจว่าเป็นไม้เถา(สามร้อยต่อใหญ่,เถางูเขียว) เข้าใจว่าเป็นวงศ์พริกไทยและวงศ์ฟิโล(พลูช้าง,ตองผา) เข้าใจว่าเป็นแห้ว(แห้วหมูป่า)และอื่นๆอีกมากมายจนบรรยายไม่หมดสิ้น ...ล้วนมีความพิเศษจำเพาะในการเจริญเติบโตตามระบบนิเวศและสภาพอากาศที่ซับซ้อนบนโลกใบนี้ บางสกุลมีสมาชิกย่อยที่เป็นได้ทั้งกล้วยไม้อิงอาศัย เกาะอยู่ตามต้นไม้ โขดหินทรายที่ทั้งแห้งและร้อนระอุในฤดูแล้ง หน้าผาสูงชัน ชะง่อนเขาหินปูน ในธารน้ำตก ในที่ชื้นแฉะของป่าพรุ บนดิน ในดิน(กลุ่มอาศัยรา) และพบได้ตั้งแต่ระดับน้ำทะเลไปจนถึงภูเขาสูง4000เมตร สมัยที่ป่ายังไม่ถูกทำลายล้างในแทบทุกระบบนิเวศก็จะมีกล้วยไม้ขึ้นอยู่ไม่เว้นแม้แต่โซนแห้งแล้งกึ่งทะเลทราย
กล้วยไม้ดินกลุ่มหนึ่งจะมีลำต้นแท้ที่เป็นเหมือนหัวมันฝรั่งนี้ รวมทั้งเจ้าเทียนหม่าด้วย หากไม่ใช่เวลาที่เขาพร้อมจะออกดอกจะไม่มีส่วนใดๆโผล่พ้นหน้าดินขึ้นมาให้เห็นเลยแม้แต่น้อยไม่ว่าจะเป็นใบหรือลำต้นก็ตาม พวกมันจะแฝงตัวอยู่นิ่งๆโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าใต้ดินตรงนั้นมีกล้วยไม้ที่สุดแสนมหัศจรรย์ซ่อนอยู่ จนเมื่อถึงเวลาที่มีช่อดอกโผล่ขึ้นมาให้เห็นเท่านั้น
จีนเป็นประเทศที่นิยมใช้กล้วยไม้เป็นอาหารและสมุนไพรกันมากจนหลายชนิดแทบสูญพันธุ์จากป่าธรรมชาติกันเลยที่เดียว แต่สำหรับกรณีเทียนหม่านี้ต้องขอชื่นชมความสามารถในการจัดการของประเทศนี้มาก เพราะเขามีการศึกษาอย่างจริงจังจนสามารถเพาะขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนคราวละมากมายมหาศาลในห้องปฏิบัติการ จากนั้นนำไปปลูกในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่เป็นแหล่งกระจายพันธุ์ของเทียนหมา ไม่ได้ปลูกตรงไหนก็ได้แบบไม่ทำการศึกษามาก่อนด้วย โดยการวางแปลงปลูกในป่าที่เพาะเชื้อรามาครอไรซ่าชนิดจำเพาะของเทียนหม่าเอาไว้ก่อนหน้าแล้ว แปลงปลูกในป่านี้มีการรักษาอย่างดีให้ระบบนิเวศถูกมลภาวะเข้าไปแปดเปื้อนไม่ได้เลย หลังปลูกแล้ว3ปีจะเริ่มมีดอกช่อแรกโผล่มาให้ชื่นใจ แต่ขนาดของหัวเทียนหม่าที่สามารถใช้ทำสมุนไพรได้นั้นจะต้องใช้เวลา6-7ปีกันเลยทีเดียว เขาทำได้อย่างเป็นระบบเป็นขั้นเป็นตอนที่ใส่ใจลงไปทุกรายละเอียดและประสบผลสำเร็จน่าทึ่งจนคนทั้งโลกต่างร่วมชื่นชม นั่นก็เพราะขึ้นชื่อว่าพืชอาศัยราแล้วเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ยังเข้าใจว่าไม่สามารถนำมาเพาะเลี้ยงได้กันอยู่เลยแต่พี่จีนกลับทำได้ตั้งนานแล้ว

การใช้ประโยชน์จากกล้วยไม้ จะต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วน ความที่เป็นทรัพยากรณ์อันทรงคุณค่าไม่ว่าจะในด้านความหลากหลายของพรรณไม้ ความเป็นพืชหายากหลายชนิดเป็นพืชเฉพาะถิ่นสุ่มเสี่ยงต่อการหายไปจากธรรมชาติอย่างยิ่ง หากตอนนี้ยังไม่ตระหนักว่าเป็นเรื่องที่คนรักกล้วยไม้ทุกฝ่ายจะต้องร่วมด้วยช่วยกันจัดการอย่างเร่งด่วน ถ้าขาดความรับผิดชอบต่อธรรมชาติ ขาดการศึกษาและพัฒนาไปสู่ทางออกที่ยั่งยืนแล้ว ท้ายที่สุดเราจะเหลือแค่ภาพถ่ายพร้อมประวัติไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาว่าครั้งหนึ่งประเทศของเราก็เคยมีกล้วยไม้ชนิดนี้กระจายพันธุ์ในธรรมชาติ เคยผลิดอกสวยงามชวนหลงใหลบานสะพรั่งไปทั้งราวป่า งามดังแดนสวรรค์มาก่อนที่จะสูญพันธุ์ไปแล้วอย่างน่าเสียดาย

03/11/2024

Spathoglottis eburnea
หนึ่งในความงดงามของไม้พื้นล่างป่าเต็งรังของเชียงรายในขณะนี้คือกล้วยไม้ดินที่ชื่อว่าเอื้องบานจ้วน(ชื่ออื่น เอื้องบานดึก , หัวข้าวเจ้า , ขาวพิศมร)
พบได้ทั่วไปในพื้นป่าที่เปิดโล่งได้รับแสงแดดจัดและค่อนข้างชื้นแฉะครับ

Phalaenopsis pulcherriamaเอื้องม้าวิ่งในสภาพธรรมชาติบนพลาญหินทราย ระดับความสูง1300เมตร
11/10/2024

Phalaenopsis pulcherriama
เอื้องม้าวิ่งในสภาพธรรมชาติบนพลาญหินทราย ระดับความสูง1300เมตร

Porpax ustulata ปกติแล้วกล้วยไม้ขนาดเล็กจิ๋วน่ารักน่าเอ็นดูชนิดนี้จะมีฟอร์มของดอกแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆได้2ฟอร์ม คือดอกทรงมน...
08/10/2024

Porpax ustulata ปกติแล้วกล้วยไม้ขนาดเล็กจิ๋วน่ารักน่าเอ็นดูชนิดนี้จะมีฟอร์มของดอกแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆได้2ฟอร์ม คือดอกทรงมนเหมือน3ภาพแรก และดอกทรงเรียวเหมือนภาพที่4เป็นต้นไปครับ
เป็นกล้วยไม้อิงอาศัยที่กระจายพันธุ์อยู่ทั่วทุกภูมิภาคของไทยพบได้ตั้งแต่เหนือสุดจนใต้สุด แต่เนื่องจากมีระบบนิเวศแบบจำเพาะ พบในป่าที่อุดมสมบูรณ์เท่านั้น มักพบเป็นขึ้นอยู่เป็นกลุ่ม บางครั้งพบเกาะอยู่ตามลำต้นและกิ่งก้านของต้นไม้ รากไม้หรือแม้กระทั่งไม้เถาที่มีเนื้อไม้ บางครั้งพบเกาะอาศัยอยู่ตามโขดหรือหน้าผาหินปูน หินทราย หรือหินแกรนิต ปัจจุบันนี้มีสถานะเป็นกล้วยไม้หายากและเนื่องจากมีขนาดเล็กมากจึงทำให้สังเกตเห็นได้ยากครับ

ครั้งก่อนได้โพสต์นางอั้วสาคริกให้ทุกท่านร่วมชื่นชมความงดงามของกล้วยไม้ดินของไทยไปชนิดหนึ่งแล้ววันนี้จึงพานางอั้วใหญ่ (Pe...
02/10/2024

ครั้งก่อนได้โพสต์นางอั้วสาคริกให้ทุกท่านร่วมชื่นชมความงดงามของกล้วยไม้ดินของไทยไปชนิดหนึ่งแล้ว
วันนี้จึงพานางอั้วใหญ่ (Pecteilis susannae)มาให้ทุกท่านได้รู้จักกัน เนื่องจากสกุลนี้มีสมาชิกอยู่ทั้งสิ้น3สปีชีส์ถ้วน และอีกหนึ่งชนิดที่มีรายงานการค้นพบในประเทศไทยก็คือ Pecteilis henryi ...ผมเชื่อว่าชื้อนี้ใครหลายคนอาจจะไม่เคยได้ยินมาก่อน
เนื่องจากว่ากล้วยไม้ชนิดนั้นเขาจะไปขึ้นอยู่ตรงพื้นที่ส่วนใดของประเทศไทยก็ไม่เคยมีผู้ใดพบเห็นมานานหลายสิบปีแล้ว และถ้าหากท่านเสิร์ชหาข้อมูลในกูเกิ้ลก็จะมีภาพนางอั้วชนิดหนึ่งดอกสีขาวขนาดค่อนข้างใหญ่อยู่ในแหล่งข้อมูลอ้างอิง ส่วนตัวผมแล้วมองว่าภาพนั้นยังไม่อาจปักใจเชื่อได้ว่าคือกล้วยไม้ปริศนาดังกล่าว เนื่องจากว่าผมก็เป็นผู้หนึ่งที่ได้พัฒนาสายพันธุ์กล้วยไม้กลุ่มนางอั้วและลิ้นมังกรมากว่าสิบปีทั้งยังมีโอกาสเดินทางออกศึกษาธรรมชาติอยู่เสมอก็ไม่เคยเห็นหน้าค่าตาเขามาก่อน ดังนั้นในสวนของผมจึงมีลูกผสมข้ามชนิดมากมายในจำนวนเหล่านั้นต้นที่มีลักษณะดอกไปตรงกับภาพถ่ายที่ใช้อ้างอิงอยู่ในแหล่งข้อมูลต่างๆในอินเตอร์เน็ตพอดีแบบไม่มีผิดเพี้ยนเลยนั้นกลับเป็นลูกผสมข้ามสกุลระหว่างนางอั้วสาคริกกับนางอั้วปากฝอย
แล้วก็เป็นที่น่าคิดอย่างยิ่งว่า ในประเทศไทยเรานี้มีนักอนุกรมวิธานที่ทำงานครอบคลุมอยู่ทุกภูมิภาค มีนักธรรมชาติวิทยาและผู้รักการถ่ายภาพกล้วยไม้ป่าอยู่จำนวนไม่น้อย ท่านเหล่านี้ขยันบุกป่าฝ่าดงเพื่อศึกษา-สำรวจและเก็บข้อมูลพรรณไม้ในธรรมชาติกันแทบไม่ว่างเว้น แต่ไม่เคยมีผู้ใดเคยพบเห็นนางอั้วเฮนริไอนี้มาก่อน ผมจึงเชื่อตามข้อมูลจริงที่มีอยู่ ณ ขณะนี้ว่ากล้วยไม้ชนิดนั้นไม่มีอยู่ในประเทศไทยในปัจจุบัน อาจจะเคยมีแล้วสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว หรือก็ไม่แน่ว่ามันไม่เคยมีอยู่จริงเพียงแต่ว่าเกิดข้อผิดพลาดในการเก็บตัวอย่างยุคก่อนโน้น ทำให้ข้อมูลที่ได้มาทำให้เกิดความเข้าใจผิดมาจนบัดนี้
แต่โดยส่วนตัวแล้วผม(ยังมีความหวังว่า)อยากให้มีอยู่จริงและยังไม่สูญพันธุ์ไปไหนเพียงแต่ยังตกสำรวจอยู่รอให้พวกเราไปค้นพบในสักวันหนึ่งและจะได้ประกาศให้โลกรู้ว่าไทยเราเป็นแหล่งกระจายพันธุ์ที่สำคัญของกล้วยไม้และมีความหลากหลายในทางชีวภาพไม่น้อยหน้าที่ใด และคนทั้งโลกจะได้ชื่นชมความงามของมันด้วยกันครับ..โพสต์นี้อย่างไรกันหนอ ลงภาพนางอั้วใหญ่แต่กลับเป็นเรื่องราวของนางอั้วเฮนรีไอไปได้เสียอย่างนั้น
ปล1.นางอั้วใหญ่มีชื่อเรียกมากมายเฉพาะในแต่ละท้องถิ่นอีกหลายชื่อ เช่น นางอั้ว , นางอั้วตีนกบ , อั้วนางกรายใหญ่ , นางอั้วเหล็กขูดมะพร้าว ฯลฯ
ปล.2 ภาพลูกผสมของนางอั้วสาคริกและนางอั้วปากฝอยผมแปะภาพไว้ที่คอมเมนต์ที่1และ2ให้ทุกท่านพอเห็นภาพลางๆว่าหน้าตาของนางอั้วเฮนรีไอนั้นเป็นอย่างไร
ปล.3 ภาพของนางอั้วใหญ่ทั้งหมดในโพสต์นี้เป็นประชากรที่มาจากภาคใต้ของประเทศไทย เนื่องจากบ้านเราพบกล้วยไม้ชนิดนี้อยู่ตามป่าโปร่งผสมทุ่งหญ้าหรือแม้กระทั่งทุ่งหญ้าสะวันน่า ดังนั้นแต่ละพื้นที่จึงมีลักษณะแตกต่างกันไปในส่วนปลีกย่อย และที่นับว่าฟอร์มสวยงามที่สุด สีขาวผ่องที่สุดต้องยกให้จากถิ่นใต้เหล่านี้ ชาวบ้านในบางพื้นที่เรียกว่านางอั้วเหล็กขูด(มะพร้าว) เนื่องจากลักษณะครุยสองข้างของกลีบปากเรียงกันเป็นซี่คล้ายรูปพัดดูคล้ายซี่ฟันของกระต่ายขูดมะพร้าวครับ

น่ารักจังHabenaria carnea x Habenaria rhodocheila 'yellow Chanthaburi'
01/10/2024

น่ารักจัง
Habenaria carnea x Habenaria rhodocheila 'yellow Chanthaburi'

Pecteilis hawkesiana (syn. Pecteilis sagarikii)ว่าด้วยความสวยงามของนางอั้วสาคริก
26/09/2024

Pecteilis hawkesiana (syn. Pecteilis sagarikii)
ว่าด้วยความสวยงามของนางอั้วสาคริก

Habenaria rhodocheila ชื่อพ้อง Habenaria erichmicheliiลิ้นมังกรสีชมพูดอกหอมเชื่อว่าหลายท่านอาจจะเคยเห็นภาพของกล้วยไม้ดิน...
25/09/2024

Habenaria rhodocheila ชื่อพ้อง Habenaria erichmichelii
ลิ้นมังกรสีชมพูดอกหอม
เชื่อว่าหลายท่านอาจจะเคยเห็นภาพของกล้วยไม้ดินชนิดนี้บานอยู่เต็มพลาญหินขนาดใหญ่ที่ภูหมู จ.มุกดาหารที่มีการเผยแพร่ภาพสุดอลังการนี้ในสื่อต่างๆในช่วง2ปีที่ผ่านมา ความสวยสดงดงามตามธรรมชาติตรงนั้นได้ตราตรึงอยู่ในภาพจำของแอดจนแอบเก็บเอาไปนอนฝัน
แต่ลิ้นมังกรสีชมพูที่อยู่ในภาพนี้เป็นส่วนหนึ่งที่แอดปลูกไว้ที่สวน เรียกว่าผสมให้ติดฝัก ส่งแล็บเพาะขยายพันธุ์ ออกขวดเอง ปลูกลงกระถางเองทุกต้นครับ
ในบรรดากล้วยไม้ดินกลุ่มลิ้นมังกรหลายคนมองว่าชนิดนี้สวยน้อยที่สุดเพราะดอกเล็ก สีไม่จัดจ้านและฟอร์มดอกไม่สวยเท่าชนิดอื่น แต่ในความงามที่เรียบง่ายนี้กลับมีข้อดีหลายอย่างซ่อนอยู่ หนึ่งในนั้นคือมีกลิ่นหอม ยิ่งบานอยู่ด้วยกันเยอะๆเหมือนในสวนของแอดนี้กลิ่นหอมลอยฟุ้งไปไกลถึงบ้านหลังที่3ที่อยู่ถัดไปเลยครับ เป็นกลิ่นหอมที่หวานละมุนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากๆจนยากที่จะเปรียบกับกลิ่นของดอกอะไรได้
ข้อดีอีกประการคือปลูกเลี้ยงง่ายกว่าลิ้นมังกรชนิดอื่น แตกกอไว และเมื่อนำไปทำลูกผสมแล้วจะให้ช่อดอกที่แข็งแรงออกดอกพรูเป็นพิเศษครับ
ปล.เหตุผลอีกอย่างที่หลายคนถามว่าทำไมถึงมีมากมายพรั่งพรูได้ขนาดนี้ก็เพราะว่าไม้ที่ผ่านการคัดเลือกมาดีแล้ว ผ่านการพัฒนาสายพันธุ์มาอย่างดีแล้วจะยิ่งแสดงคุณลักษณะพิเศษออกมาและเลี้ยงง่ายกว่าไม้ป่ามากๆครับ

Habenaria marginata  นางอั้วปากเหลืองจากกล้วยไม้ดินที่ดูคล้ายวัชพืชบนคันนากลางแดดเปรี้ยงบนลุ่มต่ำทุ่งลอที่ผมเดินลุยโคลนไ...
25/09/2024

Habenaria marginata นางอั้วปากเหลือง
จากกล้วยไม้ดินที่ดูคล้ายวัชพืชบนคันนากลางแดดเปรี้ยงบนลุ่มต่ำทุ่งลอที่ผมเดินลุยโคลนไปแบ่งมาปลูกลงกระถางไว้เมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้ตรงนั้นคงสูญพันธุ์ไปกับน้ำท่วมขังที่กินเวลานานถึง2เดือนหมดสิ้นแล้ว ส่วนต้นที่ชูช่อสลอนนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ได้จากการขยายพันธุ์จากการเพาะเมล็ดของแล็บที่ดอยตุงครับ

ที่อยู่

Thoeng
57230

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เรื่องเล่าของพรรณไม้byคุณชายจางผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง เรื่องเล่าของพรรณไม้byคุณชายจาง:

แชร์