20/11/2024
ชีวิตที่ซ่อนเร้น
Aphyllorchis caudata - เอื้องแฝง
กล้วยไม้อาศัยราขนาดค่อนข้างใหญ่(บางช่อสูงได้ถึง2เมตร)ที่ช่วงชีวิตส่วนใหญ่ของมันซ่อนอยู่ใต้ผิวดิน
ผมบันทึกภาพนี้เมื่อหลายปีก่อนในเดือนพฤศจิกายนที่ระดับความสูง1100เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง ป่าดิบเขาบนราวป่าผืนใหญ่ที่เป็นเสมือนทั้งปอดและหัวใจของเมืองเชียงใหม่มาช้านาน
ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิกมวลแมกไม้เขียวขจีของป่ายามวสันต์กล่าวลาหน้าหนาวเคลื่อนเข้าแทนเช่นนี้ การเดินป่าระยะสั้นๆกลับมีอรรถรสยากบรรยาย เพราะสายลมผิวแผ่วรอบกายถูกเจือด้วยกลิ่นหอมจรุงของกะเรกะร่อนนิล( Cymbidium sinense)หรือที่ใครหลายคนเรียกว่าหงส์ดำเพื่อให้คล้องชื่อกับเอื้องหงส์ทองหรือก็คือเอื้องกำเบ้อนั่นเอง กะเรกะร่อนนิลนั้นก็มีความพิเศษอย่างหนึ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้นั่นก็คือหากไปในช่วงฤดูที่ดอกสีน้ำตาลเข้มนั้นกำลังเบ่งบานเรามักจะได้กลิ่นหอมเฉพาะตัวของมันซึ่งเมื่อใดก็ตามที่กลิ่นนี้แตะจมูกก็จะรู้ได้ทันทีว่าที่มาของความหอมนั้นคือดอกไม้ชนิดใด ถึงแม้ว่าสีของมันจะไม่สะดุดตาซ้ำยังกลมกลืนไปกับสภาพพื้นที่ของพื้นป่า หากไม่ละความพยายามไปกลางคันกลิ่นนั้นจะนำทางให้เราไปถึงจุดหมายได้เอง จึงเป็นกล้วยไม้ที่มักจะได้กลิ่นก่อนเจอต้นอยู่เสมอและใช้ทักษะพิเศษพึ่งสัมผัสทางจมูกคลำทางไปโดยแท้
กลับมาที่เอื้องแฝงตัวเอกของโพสต์นี้ผู้ซึ่งมีชีวิตน่าค้นหา เรื่องราวของพวกมันเริ่มจากที่เมล็ดกลมขนาดเท่าเม็ดผักกาด(ถือว่าใหญ่มากเมื่อเทียบกับเมล็ดของพชวงศ์กล้วยไม้ทั่วไปที่มีขนาดเล็กมากจนแทบเห็นเป็นฝุ่นผงจนต้องมองดูใต้กล้องขยายถึงจะรู้ว่าสัณฐานของมันมีรูปทรงอย่างไร)ร่วงหล่นลงมาจากฝักแก่ของต้นแม่ที่ปริแตกตามอายุของฝักที่แก่จัดสมควรแก่เวลา อาจจะยากสักหน่อยถ้าเมล็ดขนาดนั้นจะลอยไปตามลมได้เพราะเหตุผลที่ว่าในป่าทึบเช่นนั้นถ้าไม่มีพายุฝนกระหน่ำรุนแรงหากจะเกิดลมก็เป็นเป็นไปได้แค่ลมเอื่อยๆไม่แรงพอจะพัดเมล็ดของมันไปได้ไกลต้นแม่ อาจจะเป็นไปได้ว่ามีมดหรือแมลงแถวนั้นช่วยกันขนเมล็ดน้อยๆของมันไปตุนไว้ในรังใต้ดินหากสมมุติฐานนี้ไม่ผิดการเดินทางของชีวิตใหม่นี้ก็สามารถที่จะเคลื่อนที่ไปได้ไกลอีกหน่อย จากนั้นเมล็ดที่ธรรมชาติคัดสรรไว้แล้วก็จะรอโอกาสที่ฤดูกาล+ความชื้น+อุณหภูมิ+เชื้อราไมคอร์ไรซาเพื่อนแท้คู่กายของมันเป็นใจ บทเริ่มต้นของชีพจรน้อยๆก็จะค่อยๆเกิดขึ้นและดำเนินไปตามจังหวะเหมือนที่บรรพบุรุษของมันเคยเป็นมาเช่นนี้ หากแต่ไม่รู้ว่าสิ่งมีชีวิตที่ชื่อว่าเอื้องแฝงน้อยที่งอกใหม่ต้นหนึ่งจะต้องใช้เวลากี่ปีกี่เดือนเพื่อการเติบโตโดยที่ทุกส่วนของมันจะอยู่ใต้ดินเช่นนั้นไปตลอดเวลา จะไม่มีใครรู้ว่ามันมีตัวตนอยู่ตรงนั้นจนกว่าจะถึงวันที่เอื้องแฝงต้นนั้นเจริญเติบโตพอที่จะผลิช่อดอกโผล่พ้นเศษซากใบไม้ขึ้นมาประกาศตัวตน เนื่องจากพิชอาศัยราไม่มีกิ่งก้านหรือใบ แม้แต่ลำต้นแท้ก็เป็นเหง้าฝังตัวอยู่ในดินใต้ผืนป่า พวกมันไม่มีคลอโรฟิลล์ดังนั้นส่วนใดๆที่พืชทั่วไปใช้สังเคราะห์แสงจึงไม่จำเป็นต้องมี การดำรงอยู่ของเอื้องแฝงนั้นปัจจัยสำคัญคือเชื้อราไมคอร์ไรซาที่ในตอนต้นผมบอกว่าเป็นเหมือนเพื่อนแท้-เพื่อนตายของมัน สิ่งนี้ตามติดกันมาตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นเมล็ด มีบทบาทเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการตั้งแต่กระบวนการงอก การเจริญเติบโต ผลิดอกออกผลจนสร้างเมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่ไว้สืบต่อ...ไปจนถึงวาระสุดท้ายที่มันมีชีวิตอยู่บนโลกนี้เลย เชื้อราชนิดนี้ยังได้ขยายจากส่วนรากแผ่กระจายไปบนผืนดินตรงนั้น เพื่อเกื้อกูลกันและกันทั้งยังช่วยปรับสภาพของดินให้มีความเหมาะสมต่อสมาชิกที่จะงอกใหม่ในรุ่นถัดไปด้วย
เชื้อราไมคอร์ไรซาย่อยเศษซากพืชเป็นอาหารกระบวนการนี้ได้ผลผลิตเป็นสารอาหารสำหรับกล้วยไม้ด้วย เพราะเหตุนี้หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่าพืชกินซากหรือกล้วยไม้กินซากกันมาก่อนเนื่องจากในสมัยหนึ่งเราบัญญัติศัพท์นี้มาใช้จนแพร่หลาย ซึ่งส่วนตัวแล้วผมว่าคำว่า"กินซาก"นี้สื่อความหมายได้น่าสนใจมากทีเดียว เราใช้กันมาระยะหนึ่งก่อนที่จะเปลี่ยนใหม่มาเป็น"อาศัยรา"อิงตามความเป็นจริงภายหลังจากที่มีการศึกษา-ทบทวนกันมาดีแล้วและผู้เชี่ยวชาญท่านเห็นพ้องต้องกันว่าสื่อความหมายได้ตรงจุดกว่าศัพท์คำเดิม
บนโลกใบนี้มีสิ่งมีชีวิตมากมายที่วิวัฒนาการผ่านเวลามาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์จนถึงตอนนี้ เกิดเผ่าพันธุ์มหัศจรรย์นับไม่ถ้วนที่ศึกษากันไม่รู้จบ
แต่บนมหาสมุทรแห่งความหลากหลายทางชีวภาพนี้ กลับมีกล้วยไม้กลุ่มหนึ่งซึ่งค้นพบวิถีแห่งการดำรงเผ่าพันธุ์และสามารถยืนหยัดเหลือรอดมาถึงวันนี้ได้อย่างลึกล้ำเกินคาดหยั่งและไม่มีความจำเป็นว่าจะต้องเป็นเช่นเผ่าพันธุ์อื่นใดเป็นไสตล์เฉพาะของตัวเอง....คิดดูแล้วมันเท่อย่าบอกใครเชียวครับ