16/08/2026
‘ขยะนิวเคลียร์’ 200,000 ใบ รั่วไหลในแอตแลนติก ตรวจเจอสารกัมมันตรังสีสูงเกินคาด ปนเปื้อนระบบนิเวศใต้ทะเล สิ่งมีชีวิตเข้าไปอยู่อาศัย
คณะสำรวจนานาชาติยืนยัน พบถังขยะกัมมันตภาพรังสีมากกว่า 200,000 ใบ กระจัดกระจายอยู่บนพื้นทะเลลึกกว่า 4 กิโลเมตรในมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งบางส่วนเริ่มผุกร่อนจนทำให้กัมมันตภาพรังสีรั่วไหลออกมา เริ่มปนเปื้อนเข้าสู่ระบบนิเวศใต้ทะเลลึก
ในช่วงปี 1946-1993 รัฐบาลหลายประเทศทั่วโลกมองว่า “มหาสมุทร” คือสถานที่ที่เหมาะสมในการกำจัดขยะนิวเคลียร์ที่เพิ่มขึ้น จากห้องปฏิบัติการ โรงพยาบาล และอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในเขตที่ราบก้นสมุทรทางตะวันออกเฉียงเหนือของแอตแลนติก ซึ่งเป็นจุดหลักที่ประเทศในยุโรปถึง 14 ประเทศนำขยะมาทิ้งไว้ เฉพาะฝรั่งเศสประเทศเดียว มีการนำถังขยะกัมมันตรังสีมาทิ้งบริเวณนี้มากกว่า 46,000 ใบ ในช่วงปี 1967-1969
โครงการเฝ้าระวังและสำรวจแหล่งทิ้งขยะนิวเคลียร์ในมหาสมุทร หรือ NODSSUM เริ่มต้นภารกิจสำรวจใต้ทะเลเพื่อค้นหาปริมาณขยะกัมมันตรังสี โดยภารกิจในระยะแรกเมื่อปี 2025 ได้ใช้หุ่นยนต์สำรวจใต้น้ำแบบอัตโนมัติ UlyX จัดทำแผนที่พื้นที่กว่า 165 ตร.กม. ผลการสแกนด้วยโซนาร์ความละเอียดสูงพบตำแหน่งถังขยะนับพันใบ ซึ่งบางส่วนจมอยู่ใต้ตะกอนดินและเริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อมก้นทะเล
ภาพที่ถูกบันทึกได้จากกล้องของเรือดำน้ำเผยให้เห็นสภาพที่น่าสะพรึงกลัวของถังเหล็ก ซึ่งเดิมถูกออกแบบมาให้กักเก็บสารอันตรายได้เพียงประมาณ 20 ปีเท่านั้น ในปัจจุบัน ถังเกือบทุกใบได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของอายุการใช้งานไปนานแล้ว ส่งผลให้เกิดการผุกร่อนขั้นรุนแรง นักวิทยาศาสตร์พบว่าถังหลายใบแตกหักและมีวัสดุภายในที่เป็นสารกัมมันตรังสีรั่วไหลออกมาทับถมอยู่บนพื้นทะเลอย่างชัดเจน
จากการวัดค่ารังสีในพื้นที่และตัวอย่างที่เก็บขึ้นมา พบว่า มีนิวไคลด์กัมมันตรังสีหลายชนิด ได้แก่ โคบอลต์-60, ไนโอเบียม-94, ซีเซียม-137 และ อะเมริเซียม-241 ในระดับที่มีความแรงรังสีสูงกว่าค่ามาตรฐานที่คาดการณ์ไว้ในบริเวณนั้น สารเหล่านี้บางชนิดมีค่าครึ่งชีวิตที่ยาวนานและมีความเป็นพิษสูงต่อสิ่งแวดล้อม
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/environment/1247359
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจSustain