15/05/2026
1 พฤษภาคม 2569 วัน MAY DAY ၊ #มูลนิธิรักษ์ไทย สมุทรปรากร ได้มีการจัดกิจกรรม วัน MAY DAY ณ วัดคู่สร้าง ตำบลในคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ ( #မြန်မာဘာသာအောက်မှာရှိသည်၊၊
เพื่อเสริมสรั้างความสามัคคีของกลุ่มแรงงานข้ามชาติและสร้างความรับรู้ต่อสังคม รวมถึงขับเคลื่อนข้อเสนอต่อการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายโดยผู้ถือสิทธิ์
เนื่องในโอกาสวันแรงงานสากล 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ภายใต้แนวคิ “เสริมสรั้างความสามัคคีของกลุ่มแรงงานข้ามชาติและสร้างความรับรู้ต่อสังคม รวมถึงขับเคลื่อนข้อเสนอต่อการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายโดยผู้ถือสิทธิ์ " ได้มีการจัดกิจกรรมสำคัญยิ่งขึ้น ณ วัดคู่สร้าง ตำบลในคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ กิจกรรมนี้มีชื่อว่า "MAY DAY! " เสียงของแรงงาน เรื่องจริงในที่ทำงาน" ซึ่งมีเป้าหมายหลักในการเปิดพื้นที่อันมีคุณค่าให้แก่แรงงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงงานข้ามชาติ ได้มีโอกาสสะท้อนสภาพความเป็นจริง ปัญหา และข้อเสนอแนะจากประสบการณ์ตรงในการทำงาน การจัดงานครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการรำลึกถึงความสำคัญของวันแรงงานเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเด็นสิทธิและสวัสดิการแรงงานให้ได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน
#เนื้อหา
กิจกรรม "MAY DAY! เสียงของแรงงาน เรื่องจริงในที่ทำงาน" จัดขึ้นในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ระหว่างเวลา 9:00 – 13:00 น. โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสหภาพยุโรป (Funded by the European Union) มูลนิธิรักษ์ไทยเป็นผู้ริเริ่มและดำเนินงานหลัก ด้วยความร่วมมือจากกลุ่มแรงงานข้ามชาติ (CBO) และหน่วยงานภาครัฐ การทำงานร่วมกันนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับการคุ้มครองและสวัสดิการแรงงานในประเทศไทย โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวมทั้งสิ้น 101 คน ซึ่งรวมถึงตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐด้วย
กำหนดการของกิจกรรมเริ่มต้นด้วยการลงทะเบียนและพิธีเปิดงานโดยมูลนิธิรักษ์ไทย ซึ่งมีการนำเสนอพันธกิจของภาครัฐในฐานะผู้พิทักษ์สิทธิแรงงาน จากนั้นจึงเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการรำลึกและไว้อาลัยแก่แรงงานผู้ล่วงลับ ตามด้วยกิจกรรมนันทนาการที่สร้างสรรค์จากตัวแทนชุมชนแรงงาน เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความสามัคคีและกำลังใจ
หัวใจสำคัญของงานคือ เวทีเล่าเรื่องจากประสบการณ์จริง ซึ่งเปิดโอกาสให้ตัวแทนแรงงานจาก 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม MTM, กลุ่ม Unity, อาสาสมัคร (PWG), มหาชัย และกลุ่ม WAG ได้ถ่ายทอดปัญหาและข้อเสนอแนะที่พวกเขาเผชิญอยู่ในสภาพแวดล้อมการทำงาน ประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาอภิปรายมีความหลากหลายและสะท้อนถึงความท้าทายเชิงโครงสร้างที่แรงงานต้องเผชิญ ได้แก่:
• วิกฤตสิทธิแรงงานหญิง: แรงงานสตรีในภาคอุตสาหกรรมยังคงประสบปัญหาการเลือกปฏิบัติอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีการตั้งครรภ์ ซึ่งมักนำไปสู่การถูกบีบบังคับให้ออกจากงานผ่านการจับผิดหรือการสร้างสภาพแวดล้อมที่กดดัน นอกจากนี้ ยังมีอุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงสิทธิการลาคลอดตามกฎหมาย โดยพบว่าแรงงานจำนวนมากไม่ได้รับค่าจ้างในส่วนที่นายจ้างต้องรับผิดชอบ และได้รับเพียงเงินชดเชยจากประกันสังคมเท่านั้น
• ความเปราะบางในภาคก่อสร้างและระบบประกันสังคม: แรงงานในไซต์ก่อสร้างมักประสบปัญหาค่าจ้างค้างจ่ายหรือการตกเบิกเป็นระยะเวลานาน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาระหนี้สินในชีวิตประจำวัน ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อมีการเปลี่ยนย้ายนายจ้าง สิทธิประกันสังคมมักจะขาดช่วงลงเนื่องจากกระบวนการส่งต่อข้อมูลที่ไม่ต่อเนื่อง ทำให้แรงงานเสียสิทธิการรักษาพยาบาลที่พึงได้รับ
• อุปสรรคในกระบวนการยุติธรรม: กระบวนการร้องเรียนเพื่อเรียกร้องสิทธินั้นมีความล่าช้าและขาดความโปร่งใส แรงงานมักได้รับแจ้งผลการตรวจแรงงานที่ล่าช้าจนเกินกำหนดเวลาการอุทธรณ์ อีกทั้งสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานยังคงเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ยากสำหรับแรงงานข้ามชาติ แม้ว่าพวกเขาจะเป็นผู้จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมตามกฎหมายเช่นเดียวกับแรงงานไทยก็ตาม
ภายหลังจากการเสวนาอันเข้มข้น ได้มีการประกาศแถลงการณ์เนื่องในวันแรงงาน และมีการให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิแรงงานโดยทีมงานมูลนิธิรักษ์ไทย ก่อนที่จะสรุปกิจกรรมและข้อเสนอแนะร่วมกันในตอนท้าย
การเข้าร่วมของหน่วยงานภาครัฐในกิจกรรมนี้เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง โดยมีตัวแทนจาก:
• สำนักงานประกันสังคม (สปส.) พระประแดง: ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประกันสังคม สิทธิกองทุนเงินทดแทน และการรักษาพยาบาลของแรงงานข้ามชาติ พร้อมชี้แจงถึงบทบาทของฝ่ายประสานทางการแพทย์ในการลดปัญหาการรักษาพยาบาล
• สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (สสค.) สมุทรปราการ: ได้เน้นย้ำถึงประเด็น "ค่าจ้างที่เป็นธรรม" การคุ้มครองจากการถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม และสิทธิการรวมตัวของแรงงานข้ามชาติ
• รพ.สต. (บ้านคู่สร้าง): ได้นำเสนอแนวคิด "สุขภาพดีไม่มีพรมแดน" โดยเน้นการป้องกันโรคอุบัติใหม่และการส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก พร้อมทั้งกล่าวถึงความท้าทายในการประสานสิทธิการรักษาพยาบาลของแรงงานกลุ่มต่างๆ
• กรมการจัดหางาน: ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคงและความถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะเรื่องใบอนุญาตทำงาน (E-Work Permit) และปัญหาปัจจุบันของแรงงานตามมติคณะรัฐมนตรีและแรงงานกลุ่ม MOU
• มูลนิธิรักษ์ไทย: ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมความไว้วางใจ ลดกำแพงด้านภาษา และให้ข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงการคุ้มครองเชิงรุก และประสานงานกับภาครัฐในประเด็นที่เกี่ยวข้อง
จากเวทีแลกเปลี่ยนดังกล่าว กลุ่มตัวแทนแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาในประเทศไทยได้ประกาศเจตจำนงและนำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อรัฐบาลไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของสิทธิมนุษยชนสากลและหลักการคุ้มครองแรงงานที่มีประสิทธิภาพ ข้อเรียกร้อง 7 ประการนี้ครอบคลุมประเด็นสำคัญดังนี้:
1.การคุ้มครองสิทธิแรงงานอย่างเท่าเทียม: เร่งรัดการบังคับใช้กฎหมายแรงงานอย่างเคร่งครัดบนหลักการไม่เลือกปฏิบัติ โดยปราศจากเงื่อนไขด้านเชื้อชาติ ศาสนา หรือสถานะบุคคล
2.การบูรณาการระบบสวัสดิการและหลักประกันสุขภาพ: ขจัดอุปสรรคเชิงโครงสร้างเพื่อให้แรงงานข้ามชาติสามารถเข้าถึงระบบประกันสังคมและบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพ พร้อมกำกับดูแลให้นายจ้างปฏิบัติตามพันธกิจด้านสวัสดิการ
3.การปฏิรูประบบบริหารจัดการเอกสารและสิทธิในการเปลี่ยนแปลงงาน: ปรับปรุงกระบวนการจัดทำใบอนุญาตทำงาน ลดขั้นตอนที่ซับซ้อน และยกเลิกข้อกำหนดเรื่อง "ใบแจ้งออก" เพื่อส่งเสริมเสรีภาพในการเลือกจ้างงาน
4.การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและปราศจากการล่วงละเมิด: กำหนดนโยบายความปลอดภัยเชิงรุกเพื่อป้องกันความรุนแรงและการล่วงละเมิด พร้อมจัดตั้งกลไกการร้องทุกข์ที่ปลอดภัย
5.การต่อต้านการค้ามนุษย์และแรงงานบังคับอย่างเป็นรูปธรรม: ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและปราบปรามการใช้แรงงานเด็กและขบวนการค้ามนุษย์ โดยเน้นการดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิด
6.การคุ้มครองสิทธิแรงงานสตรีและส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ: รับรองสิทธิการลาคลอดและการคุ้มครองสวัสดิภาพของแรงงานหญิงอย่างเข้มงวด พร้อมสร้างโอกาสความก้าวหน้าในอาชีพที่เท่าเทียม
7.การยกระดับศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) และมาตรฐานการสื่อสาร: พัฒนาศูนย์ช่วยเหลือแรงงานให้มีประสิทธิภาพ เพิ่มจำนวนล่ามที่มีทักษะเฉพาะทาง และจัดทำหลักจริยธรรมปฏิบัติหน้าที่ล่ามผู้ประสานงานทางภาษา
การขับเคลื่อน วันแรงงานในกิจกรรมดังกล่าวมิใช่เพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการวางรากฐานให้แรงงานข้ามชาติได้รับสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างสมบูรณ์ การที่นายจ้างมองแรงงานเป็น "หุ้นส่วน" และรัฐสนับสนุนผ่านระบบสวัสดิการที่ทั่วถึง จะเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศไทยอย่างยั่งยืน
မေဒေး 2026 #အပြည်ပြည်ဆိုင်ရာအလုပ်သမားနေ့မှ ထိုင်းရောက် မြန်မာရွှေ့ပြောင်းအလုပ်သမားများမှ ထိုင်းအစိုးရကိုတောင်းဆိုချက် မေဒေး 2026 အပြည်ပြည်ဆိုင်ရာ အလုပ်သမားနေ့ အခါသမယတွင်၊ ထိုင်းနိုင်ငံ၌ အလုပ်လုပ်ကိုင် လျက်ရှိသော မြန်မာရွှေ့ပြောင်းအလုပ်သမားများ ကိုယ်စား၊ အလုပ်သမားအခွင့်အရေး၊ လူမှုဖူလုံရေးနှင့် လူ့ဂုဏ်သိက္ခာကို အခြေခံထားသော အလုပ်ခွင်ပတ်ဝန်းကျင်တစ်ခု ဖြစ်ပေါ်လာ စေရန် အရေးကြီးကြောင်းကို အလေးအနက်ထား တင်ပြအပ်ပါသည်။
မြန်မာရွှေ့ပြောင်းအလုပ်သမားများသည် ထိုင်းနိုင်ငံ၏ စီးပွားရေးဖွံ့ဖြိုးတိုးတက်မှုတွင် အရေးပါ သော အခန်းကဏ္ဍမှ ပါဝင်လျက်ရှိသည်ကို အသိအမှတ်ပြုပါသည်။ သို့ရာတွင်၊ လက်တွေ့ အခြေအနေ၌ ပြဋ္ဌာန်းပြီးထားသည့် အလုပ်သမားဥပဒေများကို ချိုးဖောက်ပြီး မတရားမှုနှင့် မလုံခြုံမှုများဖြင့် ပြည့်နှက်နေသော အလုပ်ခွင်အခြေအနေများကို ကြုံတွေ့နေရဆဲဖြစ်ပါသည်။
ထို့ကြောင့်၊ အလုပ်သမားများ၏ ဥပဒေအရ ခံစားပိုင်ခွင့်ရှိသော အခွင့်အရေးများကို ကာကွယ်မြှင့် တင်ရန်နှင့် တန်းတူညီမျှမှုရှိသော လူမှုအသိုင်းအဝိုင်းတစ်ရပ်ကို တည်ဆောက်နိုင်ရန် ရည်ရွယ်၍ အောက်ပါ အကြံပြုတောင်းဆိုချက်များကို ထိုင်းအစိုးရနှင့် သက်ဆိုင်ရာ အဖွဲ့အစည်းများထံ လေးစားစွာ တင်ပြအပ်ပါသည်။
#အကြံပြုတောင်းဆိုချက်များ
၁။ #အလုပ်သမားအခွင့်အရေးများကို တန်းတူအကာအကွယ်ပေးရန် အလုပ်သမားအားလုံးကို လူမျိုး၊ ဘာသာမရွေး တန်းတူညီမျှစွာ ကာကွယ်ပေးရန်နှင့် အလုပ်သမားဥပဒေများကို တင်းကြပ်စွာ အကောင်အထည်ဖော်ရန် တိုက်တွန်းအပ်ပါသည်။
၂။ #လူမှုဖူလုံရေးနှင့်ကျန်းမာရေးဝန်ဆောင်မှုများ ရရှိနိုင်ရေး ရွှေ့ပြောင်းအလုပ်သမားများအနေဖြင့် လူမှုဖူလုံရေးစနစ်တွင် ပါဝင်ခွင့်ရရှိစေရန်နှင့် အလုပ်ရှင်များအား ဥပဒေအတိုင်း လိုက်နာစေရန် အရေးယူဆောင်ရွက်ပေးပါရန်။ ထို့အပြင် ကျန်းမာရေးဝန်ဆောင်မှုများကို တရားမျှတစွာ ရရှိနိုင်စေရန် အာမခံပေးပါရန် တောင်းဆိုအပ်ပါသည်။
၃။ #စာရွက်စာတမ်းနှင့် ဥပဒေရေးရာ အဆင့်အတန်းအတွက် အဆင်ပြေချောမွေ့စေရန် Work Permit နှင့် သက်သေခံစာရွက်စာတမ်းများ ပြုလုပ်ရာတွင် လုပ်ငန်းစဉ်များကို ရိုးရှင်းလွယ်ကူ၊ မြန်ဆန်ပြီး ပွင့်လင်းမြင်သာမှုရှိစေရန် ဆောင်ရွက်ပေးပါရန်။ ထို့အပြင် “အလုပ်ထွက်စာတမ်း (ใบแจ้งออก)” ကို ဖျက်သိမ်းပေးပါရန် အလေးအနက် တောင်းဆိုအပ်ပါသည်။
၄။ #အလုပ်ခွင်အတွင်း လိမ်လည်မှုနှင့် အကြမ်းဖက်မှုမှ ကာကွယ်ပေးရန် အလုပ်ခွင်အတွင်း လိင်ပိုင်းဆိုင်ရာ အနှောင့်အယှက်နှင့် အကြမ်းဖက်မှုများကို ကာကွယ်ရန်အတွက် ခိုင်မာသော မူဝါဒများ ချမှတ်ပေးပါရန်။ လုံခြုံစိတ်ချရသော တိုင်ကြားမှုစနစ်များ တည်ဆောက်ပေးပါရန် တိုက်တွန်းအပ်ပါသည်။
၅။ #ကလေးအလုပ်သမားနှင့် လူကုန်ကူးမှု တားဆီးရေး ကလေးအလုပ်သမား အသုံးပြုမှုနှင့် လူကုန်ကူးမှုများကို တင်းကြပ်စွာ တားဆီးနှိမ်နင်းရန်နှင့် ပြစ်ဒဏ်ချမှတ်ရန် တောင်းဆိုအပ်ပါသည်။
၆။ #အမျိုးသမီးအလုပ်သမားများ၏ အခွင့်အရေးများ အမျိုးသမီးအလုပ်သမားများအတွက် ကိုယ်ဝန်ဆောင်နှင့် မီးဖွားခွင့်၊ လုပ်ငန်းခွင်အတွင်း လုံခြုံရေးနှင့် လိင်ပိုင်းဆိုင်ရာ အနှောင့်အယှက်မှ ကာကွယ်ရေးတို့ကို အာမခံပေးရန်နှင့် တန်းတူအခွင့်အရေးများ ရရှိစေရန် တိုက်တွန်းအပ်ပါသည်။
၇။ #ရွှေ့ပြောင်းအလုပ်သမားများအတွက် ကူညီထောက်ပံ့ရေးစင်တာများ တိုးတက်ကောင်းမွန်ရေး ရှိပြီးသား ရွှေ့ပြောင်းအလုပ်သမားကူညီရေးစင်တာများကို One Stop Service စနစ်အဖြစ် တိုးတက်အောင် ပြုလုပ်ပေးပါရန်။ လိုအပ်သလို #ဘာသာပြန်ဝန်ထမ်းများကို လုံလောက်စွာ ခန့်ထားပေးပါရန်။
ထို့အပြင် #ဘာသာပြန်ဝန်ထမ်းများ၏ကျင့်ဝတ် (Ethics) နှင့် စည်းကမ်းများကို သက်ဆိုင်ရာ အဖွဲ့အစည်းများမှ စနစ်တကျ စစ်ဆေးကြပ်မတ်ခြင်းနှင့် အကောင်အထည်ဖော်ခြင်း ပြုလုပ်ပေးပါရန် တောင်းဆိုအပ်ပါသည်။ ဤအကြံပြုတောင်းဆိုချက်များသည် ထိုင်းနိုင်ငံ၏ စီးပွားရေးဖွံ့ဖြိုးတိုးတက်မှုတွင် အရေးပါသော အခန်းကဏ္ဍမှ ပါဝင်နေသည့် မြန်မာရွှေ့ပြောင်းအလုပ်သမားများ၏ ဘဝလုံခြုံရေးနှင့် ဂုဏ်သိက္ခာ ရှိစွာ နေထိုင်လုပ်ကိုင်နိုင်ရေးအတွက် အထောက်အကူပြုလိမ့်မည်ဟု ယုံကြည်ပါသည်။