FED Thailand - มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา

FED Thailand - มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา เปลี่ยนสิทธิสู่ความเป็นจริง

🦷 พรุ่งนี้! วันพุธที่ 9 กันยายน 2569 ชวนมาตรวจและทำฟันฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย⏰ เวลา 08.00 – 14.20 น.📍 LA VITA SANA เขาหลัก ...
08/09/2026

🦷 พรุ่งนี้! วันพุธที่ 9 กันยายน 2569 ชวนมาตรวจและทำฟันฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย

⏰ เวลา 08.00 – 14.20 น.
📍 LA VITA SANA เขาหลัก ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา

บริการทันตกรรมฟรี
🦷 ตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน
🦷 ขูดหินปูน
🦷 อุดฟัน
🦷 ถอนฟัน
🦷 เคลือบฟลูออไรด์

✨ ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ

พรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายแล้ว!
หากมีปัญหาฟัน อยากตรวจสุขภาพช่องปาก หรืออยากดูแลฟันของคุณ เชิญมารับบริการได้เลย

❤️ โครงการ “ปันรักปันน้ำใจ by Smiles for Everyone”

จัดโดย
มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา ร่วมกับ โครงการ by Smiles for Everyone Thailand (SFET) ภายใต้มูลนิธิสงเคราะห์ชาวไทย โรงพยาบาลตะกั่วป่า กองการแพทย์เทศบาลนครภูเก็ต สายการบินแอร์เอเชีย และบริษัทคอลเกตปาล์มโอลีฟ จำกัด

🙏 ขอขอบคุณทันตแพทย์และผู้ช่วยทันตแพทย์จิตอาสาทุกท่าน ที่ร่วมส่งต่อการดูแลสุขภาพช่องปากและรอยยิ้มให้แก่ประชาชน

🎉 ข่าวดี บริการทำฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น! 8-9 กันยายน 2569 นี้✨🦷💙 โครงการ “ปันรักปันน้ำใจ by Smiles for Everyon...
02/09/2026

🎉 ข่าวดี บริการทำฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น! 8-9 กันยายน 2569 นี้

✨🦷💙 โครงการ “ปันรักปันน้ำใจ by Smiles for Everyone” 💙📣 ขอเชิญเด็ก ๆ 👧🧒 ผู้สูงอายุ 👵👴 ผู้ใช้แรงงาน 👷‍♀️👷‍♂️ ทั้งชาวไทย 🇹🇭 และชาวเมียนมา 🇲🇲 รวมถึงกลุ่มเปราะบางทุกท่าน มาร่วมกิจกรรมดี ๆ เพื่อส่งเสริม สุขภาพช่องปากและการเข้าถึงบริการทางทันตกรรม 🦷❤️

📅 วันที่ 8–9 กันยายน 2569
🎉 ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น!

⏰ ช่วงเวลา:
🌅 09.00–12.00 น.
🌤️ 13.00–17.00 น.

📍 สถานที่:
LA VITA SANA เขาหลัก
อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา

👥 กลุ่มเป้าหมาย:
👷‍♀️ ผู้ใช้แรงงาน
🧑‍🤝‍🧑 คนไร้สิทธิ์
🌏 แรงงานข้ามชาติ
👨‍👩‍👧‍👦 ประชาชนทั่วไปในพื้นที่

🦷💙 บริการทางทันตกรรม “ฟรี!”

🪥 ขูดหินน้ำลาย
🦷 อุดฟัน
🦷 ถอนฟัน
✨ เคลือบฟลูออไรด์

💙 มาร่วมสร้างรอยยิ้มและสุขภาพช่องปากที่ดีไปด้วยกัน
😊🦷✨ เพราะทุกคนควรมีโอกาสเข้าถึงสุขภาพที่ดี

━━━━━━━━━━━━━━━━━━
📞 ช่องทางติดต่อ / สอบถามรายละเอียด
━━━━━━━━━━━━━━━━━━

📘 Facebook: มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา FED
🌐 เว็บไซต์: www.fedgrassroots.org
📱 โทรศัพท์: 08-7687-9574

เกี่ยวกับโครงการนี้
🦷❤️ โครงการ “ปันรักปันน้ำใจ by Smiles for Everyone”

โครงการเพื่อส่งมอบความช่วยเหลือด้าน สุขภาพช่องปาก 🦷 และสร้างโอกาสในการเข้าถึง การรักษาทางทันตกรรม แก่ประชาชน ผู้ใช้แรงงาน แรงงานข้ามชาติ และผู้ขาดโอกาสในพื้นที่

🤝 หน่วยงานและองค์กรผู้จัดกิจกรรมและผู้สนับสนุน

จัดโดย มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (FED)
ร่วมกับ มูลนิธิสงเคราะห์ชาวเขา และ Smiles for Everyone

พร้อมด้วยหน่วยงาน องค์กร และผู้สนับสนุนกิจกรรมอีกมากมาย 💙

ผู้สนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้ ได้แก่

🦁 สโมสรไลออนส์ (Lions Club International) / Lions Club of Phuket Pearl
🤝 มูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ (HomeNet)
🌿 เซียงเพียว (Siangpure)
✈️ สายการบินไทยแอร์เอเชีย (AirAsia)
🪥 ยาสีฟันคอลเกต (Colgate)
🦷 คลินิกทันตกรรม CDC (Charoen Denti Center)
🏝️ La Flora Group
🌿 La Vita Sana Khao Lak
🌊 The Haven Khao Lak
🏨 Avani+ Khao Lak Resort
🗺️ Khao Lak Land Discovery Company Limited
🚤 Seastar Andaman Company Limited
🏝️ TUI Musement ในเครือ TUI Group

#ปันรักปันน้ำใจ



#สุขภาพช่องปาก
#ทันตกรรมฟรี
#ตรวจฟันฟรี


#มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา

ด้วยจิตคารวะ
ฝ่ายสุขภาพ มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (FED)

📢 ด่วน !!  📌 ประกาศรับสมัครงาน WE ARE HIRING เจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการพัฒนาการศึกษา (Education Program Coordinator) ขอ...
02/09/2026

📢 ด่วน !! 📌 ประกาศรับสมัครงาน WE ARE HIRING เจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการพัฒนาการศึกษา (Education Program Coordinator) ของมูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (FED) จำนวน 1 ตำแหน่ง

ตำแหน่งที่ต้องการ: เจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการพัฒนาการศึกษา (Education Program Coordinator)

ประเภทการจ้างงาน: เต็มเวลา (Full-Time)

ระยะเวลาสัญญาจ้าง: สัญญาจ้างแบบรายปี (สามารถต่ออายุสัญญาได้)

วันเริ่มงาน: 1 ตุลาคม พ.ศ. 2569

เงินเดือน: 25,000 บาท (หลังจากผ่านการทดลองงานระยะ 3 เดือน ทั้งนี้ระยะเวลาทดลองงานจะได้รับเงินเดือน 22,500 บาท)

สัญชาติ: เปิดรับผู้สมัครทุกสัญชาติ รวมถึงผู้สมัครสัญชาติไทย เมียนมา และสัญชาติอื่น ๆ

สถานที่ปฏิบัติงาน: ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ประเทศไทย

ผู้บริหารสายงาน: ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร (Executive Director) และผู้อำนวยการฝ่ายแผนงาน (Program Director)

การเดินทางปฏิบัติงานนอกสถานที่:
ประมาณ 15–20% ของเวลาปฏิบัติงาน ภายในประเทศไทย ได้แก่ พื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จังหวัดแม่ฮ่องสอน กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงพื้นที่ภาคใต้ ตามความจำเป็นของงานและโครงการ

📣 มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโอกาสทางการศึกษาเพื่อเด็กและเยาวชนด้อยโอกาสไปด้วยกัน 💙

โปรดดูรายละเอียดด้านล่างนี้ หรือดาวโหลดที่นี่ https://drive.google.com/file/d/10h_8CMIALOaCKl5hDnN2C8fOGTYTweWY/view?usp=sharing

📌ตำแหน่งที่ต้องการ : ผู้ประสานงานโครงการด้านการศึกษา (Education Program Coordinator) ของมูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (FED)

📌 พื้นที่ปฏิบัติงาน: อ.ตะกั่วป่า และ อ.คุระบุรี จ.พังงา

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและยกระดับการศึกษาให้แก่เด็ก เยาวชน และชุมชนแรงงานข้ามชาติ ผ่านการบริหารจัดการ 7 โครงการหลัก ทั้งศูนย์เรียนรู้ข้ามชาติ (ULC & ACME), การศึกษานอกระบบ (NFE), โครงการฝึกอบรมวิชาชีพ (Cafe Lab), ทุนการศึกษา, การศึกษาสู่โรงเรียนรัฐ (EFA), เครือข่ายแลกเปลี่ยน และงานวิจัยระดับนานาชาติ

🎯 หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก
• บริหารและพัฒนากลยุทธ์: วางแผน ติดตาม และประเมินผล (MEAL) แผนงานด้านการศึกษาในภาพรวม
• ดูแลศูนย์เรียนรู้: สนับสนุนการบริหารจัดการศูนย์เรียนรู้ ULC และ ACME ให้ปลอดภัยและมีคุณภาพ
• ประสานงานภาคีเครือข่าย: เชื่อมโยงความร่วมมือกับภาครัฐ (ศธ./สกร.), ภาคประชาสังคม, ภาคเอกชน และแหล่งทุนทั้งในและต่างประเทศ
• บริหารงบประมาณและบุคลากร: ดูแลการใช้จ่ายให้เป็นไปตามแผน นำทีมครู เจ้าหน้าที่ และพัฒนาศักยภาพทีมงาน

🔹 คุณสมบัติผู้สมัคร (Essential Qualifications)
• การศึกษา: ปริญญาโท สาขาศึกษาศาสตร์, การบริหารการศึกษา, การพัฒนาระหว่างประเทศ, สังคมศาสตร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
• ประสบการณ์: อย่างน้อย 10 ปี ด้านการศึกษาหรือการบริหารจัดการโครงการ (หากมีประสบการณ์บริหารโครงการซับซ้อนจะพิจารณาเป็นพิเศษ)

🎯 ทักษะภาษา:
o ภาษาไทย (ระดับดีขึ้นไป)
o ภาษาอังกฤษ (ระดับสูง เพื่อการทำงาน)
o ภาษาเมียนมา (หากสื่อสารได้ จะพิจารณาเป็นพิเศษ)
• ทักษะคอมพิวเตอร์: ชำนาญการใช้งาน Google Workspace (Docs, Sheets, Slides, Drive, Meet)
• ทักษะส่วนบุคคล: มีภาวะผู้นำ มีการคิดเชิงกลยุทธ์ ทำงานข้ามวัฒนธรรมได้ดี และยึดมั่นในสิทธิเด็กและความเสมอภาคทางการศึกษา

📩 การรับสมัคร ผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกจะต้องปฏิบัติตามนโยบายการคุ้มครองความปลอดภัยของเด็ก (Child Safeguarding Policy) และผ่านการตรวจสอบประวัติบุคคลอ้างอิงตามเกณฑ์ของมูลนิธิฯ

📌 ช่องทางการสมัคร
✅ สมัครด้วยตนเองได้ที่ มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (FED) ทั้งนี้ท่านสามารถสอบถามเส้นทาง หรือดูแผนที่การเดินทางได้จากเว็บไซต์ของมูลนิธิฯ

📧 หรือส่งเอกสารการสมัครทางอีเมล: [email protected]
คุณแดน (ฝ่ายพัฒนาบุคลากร)
📄 เอกสารประกอบการสมัคร
▪️ ประวัติย่อ (Resume) พร้อมรูปถ่าย
▪️ สำเนาวุฒิการศึกษา
▪️ สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู (ถ้ามี)...................................................................................

🌱 เกี่ยวกับโครงการการศึกษา มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (FED)
เป็นโครงการพัฒนาการศึกษาให้แก่เด็กข้ามชาติในประเทศไทย เพื่อส่งเสริมให้เด็ก ๆ มีความรู้ ความสามารถ และความเข้าใจในภาษาไทย กฎหมายไทย และการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติ โดยยึดหลัก สิทธิเด็ก เป็นสำคัญ เพื่อความสงบสุขและความเรียบร้อยของสังคม

โครงการดำเนินงานมาแล้ว มากกว่า 10 ปี ด้วยความร่วมมือของ ชุมชนไทย องค์กรภาคประชาสังคม และหน่วยงานภาครัฐ

🔎 ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 👉 https://fedgrassroots.org/

🏫 เกี่ยวกับมูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (Foundation for Education and Development: FED) FED เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร ที่ทำงานเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่แรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาในประเทศไทยและครอบครัว ผ่านการสนับสนุนด้านการศึกษา การเข้าถึงบริการทางสังคม และการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน

📜 สถานะทางกฎหมาย จดทะเบียนจัดตั้งเป็นมูลนิธิอย่างถูกต้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ทะเบียนเลขที่ กท 1687
เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 0993000079990

🌏 วิสัยทัศน์และเป้าหมาย FED มุ่งสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของชุมชนชายขอบ ส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างชุมชนแรงงานข้ามชาติและชุมชนไทย สนับสนุนสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

📖 ความเป็นมาโดยสังเขป FED เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 ในนามกลุ่มนักพัฒนาระดับรากหญ้า ต่อมาได้ขยายงานช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมหลังเหตุการณ์สึนามิในปี พ.ศ. 2547 และจดทะเบียนเป็นมูลนิธิอย่างถูกต้องในปี พ.ศ. 2550 ดำเนินงานในฐานะนิติบุคคลของประเทศไทยมาจนถึงปัจจุบัน

📢 ด่วน !!  📌 ประกาศรับสมัครงาน WE ARE HIRING เจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการพัฒนาการศึกษา (Education Program Coordinator) ขอ...
01/09/2026

📢 ด่วน !! 📌 ประกาศรับสมัครงาน WE ARE HIRING เจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการพัฒนาการศึกษา (Education Program Coordinator) ของมูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (FED) จำนวน 1 ตำแหน่ง

ตำแหน่งที่ต้องการ: เจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการพัฒนาการศึกษา (Education Program Coordinator)

ประเภทการจ้างงาน: เต็มเวลา (Full-Time)

ระยะเวลาสัญญาจ้าง: สัญญาจ้างแบบรายปี (สามารถต่ออายุสัญญาได้)

วันเริ่มงาน: 1 ตุลาคม พ.ศ. 2569

เงินเดือน: 25,000 บาท (หลังจากผ่านการทดลองงานระยะ 3 เดือน ทั้งนี้ระยะเวลาทดลองงานจะได้รับเงินเดือน 22,500 บาท)

สัญชาติ: เปิดรับผู้สมัครทุกสัญชาติ รวมถึงผู้สมัครสัญชาติไทย เมียนมา และสัญชาติอื่น ๆ

สถานที่ปฏิบัติงาน: ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ประเทศไทย

ผู้บริหารสายงาน: ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร (Executive Director) และผู้อำนวยการฝ่ายแผนงาน (Program Director)

การเดินทางปฏิบัติงานนอกสถานที่:
ประมาณ 15–20% ของเวลาปฏิบัติงาน ภายในประเทศไทย ได้แก่ พื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จังหวัดแม่ฮ่องสอน กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงพื้นที่ภาคใต้ ตามความจำเป็นของงานและโครงการ

📣 มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโอกาสทางการศึกษาเพื่อเด็กและเยาวชนด้อยโอกาสไปด้วยกัน 💙

โปรดดูรายละเอียดด้านล่างนี้ หรือดาวโหลดที่นี่ https://drive.google.com/file/d/10h_8CMIALOaCKl5hDnN2C8fOGTYTweWY/view?usp=sharing

📌ตำแหน่งที่ต้องการ : ผู้ประสานงานโครงการด้านการศึกษา (Education Program Coordinator) ของมูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (FED)

📌 พื้นที่ปฏิบัติงาน: อ.ตะกั่วป่า และ อ.คุระบุรี จ.พังงา

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและยกระดับการศึกษาให้แก่เด็ก เยาวชน และชุมชนแรงงานข้ามชาติ ผ่านการบริหารจัดการ 7 โครงการหลัก ทั้งศูนย์เรียนรู้ข้ามชาติ (ULC & ACME), การศึกษานอกระบบ (NFE), โครงการฝึกอบรมวิชาชีพ (Cafe Lab), ทุนการศึกษา, การศึกษาสู่โรงเรียนรัฐ (EFA), เครือข่ายแลกเปลี่ยน และงานวิจัยระดับนานาชาติ

🎯 หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก
• บริหารและพัฒนากลยุทธ์: วางแผน ติดตาม และประเมินผล (MEAL) แผนงานด้านการศึกษาในภาพรวม
• ดูแลศูนย์เรียนรู้: สนับสนุนการบริหารจัดการศูนย์เรียนรู้ ULC และ ACME ให้ปลอดภัยและมีคุณภาพ
• ประสานงานภาคีเครือข่าย: เชื่อมโยงความร่วมมือกับภาครัฐ (ศธ./สกร.), ภาคประชาสังคม, ภาคเอกชน และแหล่งทุนทั้งในและต่างประเทศ
• บริหารงบประมาณและบุคลากร: ดูแลการใช้จ่ายให้เป็นไปตามแผน นำทีมครู เจ้าหน้าที่ และพัฒนาศักยภาพทีมงาน

🔹 คุณสมบัติผู้สมัคร (Essential Qualifications)
• การศึกษา: ปริญญาโท สาขาศึกษาศาสตร์, การบริหารการศึกษา, การพัฒนาระหว่างประเทศ, สังคมศาสตร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
• ประสบการณ์: อย่างน้อย 10 ปี ด้านการศึกษาหรือการบริหารจัดการโครงการ (หากมีประสบการณ์บริหารโครงการซับซ้อนจะพิจารณาเป็นพิเศษ)

🎯 ทักษะภาษา:
o ภาษาไทย (ระดับดีขึ้นไป)
o ภาษาอังกฤษ (ระดับสูง เพื่อการทำงาน)
o ภาษาเมียนมา (หากสื่อสารได้ จะพิจารณาเป็นพิเศษ)
• ทักษะคอมพิวเตอร์: ชำนาญการใช้งาน Google Workspace (Docs, Sheets, Slides, Drive, Meet)
• ทักษะส่วนบุคคล: มีภาวะผู้นำ มีการคิดเชิงกลยุทธ์ ทำงานข้ามวัฒนธรรมได้ดี และยึดมั่นในสิทธิเด็กและความเสมอภาคทางการศึกษา

📩 การรับสมัคร ผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกจะต้องปฏิบัติตามนโยบายการคุ้มครองความปลอดภัยของเด็ก (Child Safeguarding Policy) และผ่านการตรวจสอบประวัติบุคคลอ้างอิงตามเกณฑ์ของมูลนิธิฯ

📌 ช่องทางการสมัคร
✅ สมัครด้วยตนเองได้ที่ มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (FED) ทั้งนี้ท่านสามารถสอบถามเส้นทาง หรือดูแผนที่การเดินทางได้จากเว็บไซต์ของมูลนิธิฯ

📧 หรือส่งเอกสารการสมัครทางอีเมล: [email protected]
คุณแดน (ฝ่ายพัฒนาบุคลากร)
📄 เอกสารประกอบการสมัคร
▪️ ประวัติย่อ (Resume) พร้อมรูปถ่าย
▪️ สำเนาวุฒิการศึกษา
▪️ สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู (ถ้ามี)...................................................................................

🌱 เกี่ยวกับโครงการการศึกษา มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (FED)
เป็นโครงการพัฒนาการศึกษาให้แก่เด็กข้ามชาติในประเทศไทย เพื่อส่งเสริมให้เด็ก ๆ มีความรู้ ความสามารถ และความเข้าใจในภาษาไทย กฎหมายไทย และการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติ โดยยึดหลัก สิทธิเด็ก เป็นสำคัญ เพื่อความสงบสุขและความเรียบร้อยของสังคม

โครงการดำเนินงานมาแล้ว มากกว่า 10 ปี ด้วยความร่วมมือของ ชุมชนไทย องค์กรภาคประชาสังคม และหน่วยงานภาครัฐ

🔎 ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 👉 https://fedgrassroots.org/

🏫 เกี่ยวกับมูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (Foundation for Education and Development: FED) FED เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร ที่ทำงานเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่แรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาในประเทศไทยและครอบครัว ผ่านการสนับสนุนด้านการศึกษา การเข้าถึงบริการทางสังคม และการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน

📜 สถานะทางกฎหมาย จดทะเบียนจัดตั้งเป็นมูลนิธิอย่างถูกต้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ทะเบียนเลขที่ กท 1687
เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 0993000079990

🌏 วิสัยทัศน์และเป้าหมาย FED มุ่งสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของชุมชนชายขอบ ส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างชุมชนแรงงานข้ามชาติและชุมชนไทย สนับสนุนสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

📖 ความเป็นมาโดยสังเขป FED เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 ในนามกลุ่มนักพัฒนาระดับรากหญ้า ต่อมาได้ขยายงานช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมหลังเหตุการณ์สึนามิในปี พ.ศ. 2547 และจดทะเบียนเป็นมูลนิธิอย่างถูกต้องในปี พ.ศ. 2550 ดำเนินงานในฐานะนิติบุคคลของประเทศไทยมาจนถึงปัจจุบัน

" การศึกษามิใช่เรื่องการเมือง หรือการแย่งชิง แต่เป็นแสงแห่งอนาคตที่ยั่งยืน เพื่อเด็กๆ ทุกคนบนโลกใบนี้" การสัมมนาเชิงปฏิบ...
26/08/2026

" การศึกษามิใช่เรื่องการเมือง หรือการแย่งชิง แต่เป็นแสงแห่งอนาคตที่ยั่งยืน เพื่อเด็กๆ ทุกคนบนโลกใบนี้" การสัมมนาเชิงปฏิบัติการพหุภาคี ว่าด้วย"การเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพของเด็กทุกคน จากนโยบายสู่การปฏิบัติในระดับภูมิภาค ในวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เวลา 08.00 – 15.30 น.ณ ห้องประชุมปะการัง โรงแรม Palm Galleria Resort ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา

นับเป็นก้าวแรกที่สำคัญเพื่อต่อยอด และมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องมีการปรึกษาหารือในเชิงความร่วมมือกันสู่ระดับต่อไปในแต่ละประเด็นที่ท้าทายด้านการศึกษาที่มีความเท่าเทียม มีคุณภาพ และยั่งยืน ตามหลักสากลและเข้ากับบริบทของสังคมไทย

ในฐานะองค์กรร่วมจัด ได้แก่ มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (FED) มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (HRDF) และองค์กร Save the Children Thailand หรือ มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก (ประเทศไทย ) ขอขอบพระคุณองค์กรภาคีเครือข่ายทุกหน่วยงานและทุกท่านๆ ที่มีส่วนร่วมสำคัญในเวทีนี้

การสัมมนาเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อร่วมกันค้นหาทางออกและขับเคลื่อนโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมและมีคุณภาพ โดยเริ่มต้นจากพื้นที่จริง เพื่อแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และค้นหาความท้าทายร่วม ก่อนที่จะขยายไปยังเครือข่ายความร่วมมืออื่นๆ ต่อไป

คณะผู้จัดงานฯ ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ผู้สังเกตการณ์ โรงเรียน ศูนย์เรียนรู้เด็กข้ามชาติ มูลนิธิและองค์กรพัฒนาเอกชน รวมถึงกลุ่มองค์กรชาวบ้าน ตัวแทนแรงงานข้ามชาติ และประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งสิ้น 65 ท่าน จากพื้นที่ 4 จังหวัด (พังงา ระนอง ภูเก็ต และสุราษฎร์ธานี) ที่ได้มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแสดงพลังร่วมกันในครั้งนี้ ความสำคัญของการศึกษา และแนวทางการขับเคลื่อนต่อจากเวทีนี้

เพราะ "สิทธิในการศึกษาเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนต้องได้รับโอกาสในการเข้าถึงอย่างมีคุณภาพและไม่ถูกเลือกปฏิบัติ" กิจกรรมในครั้งนี้นับเป็นโอกาสสำคัญในการเปิดพื้นที่รับฟังสถานการณ์ ช่องว่างทางกฎหมาย และข้อท้าทายจริงในระดับพื้นที่ เพื่อนำสู่ความร่วมมือต่อไปในอนาคต

โดยเฉพาะการเข้าถึงการศึกษาของเด็กกลุ่มเปราะบางต่างๆ และเด็กนักเรียนข้ามชาติ ข้อสรุปและข้อเสนอแนะต่อองค์กรเครือข่าย และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่ได้จากเวทีนี้ จะถูกนำไปใช้เป็นเข็มทิศสำคัญสำหรับเครือข่ายพหุภาคีในการก้าวเดินต่อไป เพื่อขับเคลื่อนการศึกษาในระดับภูมิภาคให้มีคุณภาพ สอดรับกับหลักคิด "All for Education" (การศึกษาเพื่อทุกคน) และแนวทางนโยบายนำร่อง Education Sandbox (นวัตกรรมทางการศึกษา) ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม และเกิดประสิทธิผลทางการปฏิบัติจริง

สรุปภาพบรรยากาศและสาระสำคัญภายในงาน

ช่วงเปิดงานและการมอบทิศทาง
ได้รับเกียรติจาก คุณนุชนลิน ลีระสันธนะ ตัวแทนจาก Light House ในฐานะคณะผู้จัดงานขึ้นกล่าวรายงานวัตถุประสงค์ และกล่าวเปิดเวทีเสวนา "สถานการณ์และข้อท้าทายด้านการศึกษาในประเทศไทย ผ่านมุมมองภาคประชาสังคมและสิทธิมนุษยชน"

ดำเนินรายการโดย คุณสุทธิดา มะลิแก้ว นักเขียน นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านประเด็นสังคมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉัยงใต้ และบัจจุบันดำรงตำแหน่งคณะกรรมการ มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา หรือ FED ) พร้อมวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่มาร่วมสะท้อนมุมมองอย่างเข้มข้น ได้แก่

1. คุณอณิชภัทร สิทธิดำรงค์ (รักษาราชการแทน ผอ.สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้) ร่วมให้ข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชน บทบาท กสม. และแนวทางการคุ้มครองสิทธิเด็กนักเรียนข้ามชาติ

2. คุณธิษะณา ชุณหะวัณ (อดีต สส. กทม. เขต 2) นำเสนอเรื่องการศึกษาเหนือพรมแดน

3. คุณมธุมนต์ แคเทอร์เรนชัค (ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา องค์กร Save the Children Thailand หรือมูลนิธิช่วยเหลือเด็ก ประเทศไทย ) ร่วมเสนอข้อมูลเรื่องการสร้างระบบการศึกษาที่มีคุณภาพและครอบคลุมสำหรับเด็กทุกคน

4. คุณเสาวภาคย์ สุรจิตติพงศ์ (ผู้ประสานงานสถานศึกษาและรัฐสัมพันธ์ มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา หรือ FED) ร่วมให้ข้อมูลในเรื่องการดำเนินการสนับสนุนด้านการศึกษาแก่เด็กข้ามชาติ

5. คุณศิริมา หนูแสง เจ้าหน้าที่จากมูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (FED) ทำหน้าที่นำเสนอนโยบายด้านการศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2569 -2570 อ้างอิงข้อมูลจากสื่อๆ ต่างของกระทรวงศึกษาธิการ)

พลังแห่งการแลกเปลี่ยนผ่านกระบวนการกลุ่มย่อย (Group Discussion):
หัวใจสำคัญของงานในครั้งนี้ คือการเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเข้มข้นในหัวข้อ “ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและแนวทางความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนการศึกษาอย่างมีคุณภาพและก้าวข้ามความท้าทายร่วมกัน” โดยมีการสะท้อนมุมมองตรงจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 5 กลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่:

1. กลุ่มหน่วยงานภาครัฐ

2. กลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชน และมูลนิธิ

3. กลุ่มชาวบ้านและชุมชนในพื้นที่

4. กลุ่มผู้แทนแรงงานข้ามชาติ

5. กลุ่มโรงเรียนและศูนย์เรียนรู้ (MLCs) เด็กข้ามชาติ

ทุกกลุ่มย่อยร่วมกันเจาะลึก 3 กรอบการอภิปรายสำคัญ:

ประเด็นที่ 1: ข้อท้าทายและอุปสรรคสำคัญในปัจจุบัน
ประเด็นที่ 2: บทเรียนและแนวทางปฏิบัติเชิงบวกในการรับมือและก้าวข้ามความท้าทายร่วมกัน
ประเด็นที่ 3: ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและกลไกความร่วมมือต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การหารือกลุ่มย่อยในครั้งนี้ ทำให้ได้เสียงสะท้อนที่ครอบคลุม สะท้อนภาพความจริงจากพื้นที่ และกลายเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายที่ตรงจุดต่อไป

เหนือสิ่งอื่นใด ในนามคณะผู้จัดงานฯ พวกเราขอขอบคุณหน่วยงานและภาคีเครือข่ายผู้ร่วมขับเคลื่อนทุกๆหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็น หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน โรงเรียน ศูนย์เรียนรู้เด็กข้ามชาติ และองค์กรภาคประชาสังคมต่างๆ ตลอดจนผู้สังเกตการณ์ เป็นอย่างสูงสำหรับความร่วมมือในครั้งนี้

องค์กรที่เข้าร่วมงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ ได้แก่

สำนักงานจัดหางานจังหวัดพังงา สถานีตำรวจภูธรคุระบุรี สถานีตำรวจภูธรเขาหลัก เทศบาลตำบลคึกคัก สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พื้นที่ภาคใต้ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอตะกั่วป่า ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอคุระบุรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพังงา และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพังงา ภูเก็ต ระนอง ซึ่งเข้าร่วมในฐานะผู้สังเกตการณ์

โรงเรียนและสถานศึกษา ได้แก่
โรงเรียนวัดคมนียเขต, โรงเรียนเทศบาลบ้านปากวีปมิตรภาพที่ 124, โรงเรียนบ้านบางเนียง, โรงเรียนบ้านบางม่วง, โรงเรียนบ้านน้ำเค็ม, โรงเรียนราษฎร์ประชานุเคราะห์ 35, โรงเรียนบ้านบางหว้า และ โรวเรียนวัดสมหวัง สุราษฎร์ธานี)

ศูนย์เรียนรู้เด็กข้ามชาติ ได้แก่
ศูนย์เรียนรู้ ULC ภายใต้การดูแลของมูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (FED), ศูนย์เรียนรู้ ACME, ศูนย์เรียนรู้ Good Shepherd School Phuket ภายใต้การดูแลของมูลนิธิบ้านศรีชุมพาบาล สาขาภูเก็ต), ศูนย์เรียนรู้ประกายแสง (Guiding Star) ภายใต้การดูแลของ BEAM Education Foundation จ.ระนอง และศูนย์เรียนรู้มอญ จังหวัดภูเก็ต

มูลนิธิ องค์กรพัฒนาเอกชน และ กลุ่มภาคประชาสังคม ได้แก่
มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (FED), มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (HRDF), มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก (ประเทศไทย) หรือ องค์การ Save the Children Thailand, ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมศึกษา ของ โครงการ COAST องค์กร OIKOS ประเทศอิตาลี,

นอกจากนี้ ยังมีทีมพัฒนาแรงงาน MDT/GHRE, ตัวแทนแรงงานข้ามชาติ, กลุ่ม Happy Women Family Group และ กลุ่ม Bya Maso Group เข้าร่วมอีกด้วย

มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (FED) มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (HRDF) และ มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก (ประเทศไทย) หรือ องค์การ Save the Children Thailand ในฐานะคณะผู้จัดงาน ขอขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างยิ่งที่ร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมที่เด็กทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพและเท่าเทียมกัน

#การศึกษาเพื่อทุกคน #สิทธิมนุษยชน #เด็กข้ามชาติ #ความเสมอภาคทางการศึกษา #การศึกษาที่มีคุณภาพ #ก้าวไปด้วยกันอย่างยั่งยืน FED - Foundation for Education and Development

ด้วยจิตคารวะ
มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (FED)

ขอขอบพระคุณทุกภาคส่วน กับพลังความร่วมมือเพื่อการศึกษาเพื่อเด็กทุกคนมูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (FED) ขอขอบพระคุณ คณะกรร...
26/08/2026

ขอขอบพระคุณทุกภาคส่วน กับพลังความร่วมมือเพื่อการศึกษาเพื่อเด็กทุกคน

มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (FED) ขอขอบพระคุณ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้ วิทยากรทุกท่าน หน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม องค์กรพัฒนาเอกชนและมูลนิธิ ผู้แทนแรงงานข้ามชาติ โรงเรียนและศูนย์การเรียนรู้ ชุมชน ตลอดจนภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน สำหรับการมีส่วนร่วมและความร่วมมืออันทรงคุณค่าในการสัมมนาเชิงปฏิบัติการพหุภาคี “การเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพของเด็กทุกคน (Education for All) จากนโยบายสู่การปฏิบัติในระดับภูมิภาค” เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ณ จังหวัดพังงา

FED เชื่อว่า การศึกษาเป็นเรื่องของทุกคน และทุกบทบาทล้วนมีความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นผู้กำหนดนโยบาย ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ครูและบุคลากรทางการศึกษา หน่วยงานรัฐ ภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจ ชุมชน ผู้ปกครอง แรงงานข้ามชาติ หรือผู้ที่ทำงานเพื่อเด็กในทุกมิติ เพราะการสร้างโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมและยั่งยืน ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่งเพียงลำพัง

ขอขอบพระคุณทุกท่านอย่างเท่าเทียมกันสำหรับ การเปิดพื้นที่รับฟัง การแบ่งปันประสบการณ์ การสะท้อนสถานการณ์จากพื้นที่ และการร่วมกันมองไปข้างหน้า ซึ่งเป็นพลังสำคัญในการเปลี่ยนจาก “นโยบาย” ไปสู่ “การปฏิบัติ” ที่ตอบโจทย์ชีวิตและโอกาสของเด็กทุกคนอย่างแท้จริง

FED หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การพบกันในครั้งนี้จะเป็น จุดเริ่มต้นของการรวมพลังและการเชื่อมโยงไปสู่เครือข่ายพหุภาคีที่เข้มแข็ง ซึ่งทุกภาคส่วนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมตามบทบาทและศักยภาพของตน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนระบบการศึกษาไทยให้เด็กทุกคนได้รับโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ อย่างเท่าเทียม ครอบคลุม และยั่งยืน

สอดคล้องกับหลัก Education for All และแนวคิด All for Education ที่เชื่อว่า
“การศึกษาเป็นเรื่องของทุกคน และทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาได้”

ขอให้ความร่วมมือจากเวทีในครั้งนี้เติบโตต่อไปเป็น ความร่วมมือที่ต่อเนื่อง เป็นรูปธรรม และยั่งยืน เพื่อให้เด็กทุกคน ไม่ว่าจะมีภูมิหลัง สัญชาติ หรืออยู่ในบริบทใด ได้รับสิทธิและโอกาสทางการศึกษาอย่างเสมอภาค

เพราะเด็กทุกคนคืออนาคตของสังคม และการสร้างอนาคตของเด็กทุกคน คือความรับผิดชอบร่วมกันของพวกเราทุกคน

ด้วยความขอบพระคุณสำหรับพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (FED)

มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (FED) ในฐานะองค์กรที่ทำงานในการสนับสนุนด้านการศึกษาและการปกป้องคุ้มครองเด็กๆ พวกเขาขอแสดงคว...
09/08/2026

มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (FED) ในฐานะองค์กรที่ทำงานในการสนับสนุนด้านการศึกษาและการปกป้องคุ้มครองเด็กๆ พวกเขาขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียในครั้งนี้

อย่างที่ทุกๆ คนรับทราบกันเป็นอย่างดีว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่ใช่เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่ทว่ามันกลับเป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้พวกเราทุกคนในสังคมต้องกลับมาตั้งคำถามอย่างจริงจังว่า อะไรคือปัจจัยที่ทำให้เด็กคนหนึ่งมองว่า ‘ความรุนแรง’ เป็นทางออกของปัญหา และมีสัญญาณหรือปัจจัยเสี่ยงใดบ้างที่ครอบครัว โรงเรียน หรือระบบแวดล้อมรอบตัวอาจมองข้ามไป

การตั้งคำถามเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าเรากำลังลดทอนความร้ายแรงของเหตุการณ์หรือความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ตรงกันข้าม การทำความเข้าใจถึงสาเหตุและปัจจัยที่อยู่เบื้องหลัง คือจุดเริ่มต้นสำคัญของการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก

การป้องกันความรุนแรงจึงต้องเริ่มต้นตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ด้วยการรับฟังเด็กอย่างจริงจัง การสังเกตและประเมินสัญญาณความเสี่ยง การสร้างระบบดูแลช่วยเหลือที่เข้าถึงได้ และการให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที โดยมีผู้ใหญ่ ครอบครัว ครู บุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนหน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันเป็นกำลังสำคัญในการสร้างระบบเฝ้าระวัง ป้องกัน และคุ้มครองเด็กอย่างรอบด้าน

เพราะโรงเรียนและสถานศึกษาทุกแห่งไม่ควรเป็นเพียงพื้นที่สำหรับการเรียนรู้เท่านั้น แต่ต้องเป็น ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ที่เด็กทุกคนได้รับการเคารพ ได้รับการรับฟัง และได้รับการคุ้มครองอย่างจริงจัง โดยผู้ใหญ่และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องร่วมกันรับผิดชอบและสร้างมาตรฐานด้านการป้องกันและคุ้มครองเด็กที่ชัดเจน เป็นระบบ และสามารถปฏิบัติได้จริง เพื่อให้เด็กทุกคนเติบโตและเรียนรู้ได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องเผชิญกับความรุนแรงเพียงลำพัง”

ด้วยจิตคารวะ
มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (FED)

วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 โครงการก่อสร้างเสริมทรายเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง บริเวณหาดเขาหลัก–แหลมปะการัง จังหวัดพังงาการ...
02/07/2026

วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 โครงการก่อสร้างเสริมทรายเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง บริเวณหาดเขาหลัก–แหลมปะการัง จังหวัดพังงาการประชุมสัมมนาระดับจังหวัด ครั้งที่ 1 เวลา 08.30–12.00 น. ณ โรงแรมรามาดา รีสอร์ต บาย วินด์แฮม เขาหลัก จังหวัดพังงา

สรุปการเข้าร่วมประชุมสัมมนาระดับจังหวัด ครั้งที่ 1
โครงการก่อสร้างเสริมทรายเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง บริเวณหาดเขาหลัก–แหลมปะการัง จังหวัดพังงา

มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (Foundation for Education and Development: FED) ในฐานะผู้แทนที่ได้รับมอบหมายจากมูลนิธิอันดามัน ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมการประชุมในฐานะองค์กรภาคประชาสังคม เนื่องจากเป็นองค์กรที่ดำเนินงานในจังหวัดพังงามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การจัดการทรัพยากรชายฝั่ง การศึกษา และการพัฒนาชุมชน ซึ่งอาจได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการดำเนินโครงการ รวมทั้งเพื่อร่วมรับฟังข้อมูล แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสะท้อนข้อเสนอแนะจากมุมมองของภาคประชาสังคมต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การประชุมสัมมนาระดับจังหวัด ครั้งที่ 1 จัดขึ้นโดยกรมเจ้าท่า ในฐานะเจ้าของโครงการ เพื่อชี้แจงรายละเอียดโครงการก่อสร้างเสริมทรายเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง บริเวณหาดเขาหลัก–แหลมปะการัง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา โดยมีบริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับจ้างดำเนินโครงการ และบริษัท เอ็นทีค คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นผู้ควบคุมงานและตรวจสอบการดำเนินงานให้เป็นไปตามมาตรฐานและผลการศึกษาที่ได้รับการอนุมัติ

โครงการมีระยะทางดำเนินการรวมประมาณ 1,920 เมตร และได้ผ่านการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment: EIA) แล้ว การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อชี้แจงรายละเอียดโครงการ รับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเสนอข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ โดยหลังจากนี้จะมีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมอีกประมาณ 4 ครั้ง ก่อนเริ่มดำเนินโครงการ

ที่ประชุมชี้แจงว่า โครงการเดิมกำหนดเริ่มดำเนินการในวันที่ 28 ตุลาคม 2568 แต่เนื่องจากความล่าช้าในกระบวนการต่าง ๆ จึงคาดว่าจะเริ่มดำเนินงานได้ในช่วง เดือนตุลาคม 2569 หรือเร็วกว่านั้น หากมีความพร้อมและได้รับการอนุมัติครบถ้วน

ประเด็นสำคัญที่มีการนำเสนอและหารือ ได้แก่

ความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของโครงการ
ผลการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชุมชน ภาคการท่องเที่ยว และผู้ประกอบการ
มาตรการป้องกันและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศทางทะเล
ความคุ้มค่าและประโยชน์ของโครงการในระยะยาว
กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

หน่วยงานเจ้าของโครงการชี้แจงว่า แม้โครงการจะผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้ว แต่การดำเนินงานอาจส่งผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตของประชาชน และภาคการท่องเที่ยวในระยะสั้น จึงจำเป็นต้องดำเนินมาตรการป้องกันและติดตามผลกระทบอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ

แนวทางการดำเนินโครงการอ้างอิงจากกรณีศึกษาการเสริมทรายชายหาดในพื้นที่หาดพัทยาและหาดจอมเทียน จังหวัดชลบุรี ซึ่งประสบผลสำเร็จในการลดปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและสามารถบริหารจัดการผลกระทบได้ในระดับหนึ่ง

หน่วยงานเจ้าของโครงการได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ผลที่คาดว่าจะได้รับคือการเพิ่มความกว้างของชายหาด เพื่อช่วยลดและชะลอปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง รวมทั้งส่งเสริมศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและการใช้ประโยชน์พื้นที่ชายหาดในระยะยาว โดยจากผลการศึกษาและประสบการณ์ในพื้นที่ต้นแบบ คาดว่าโครงการอาจช่วยป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งได้เป็นระยะเวลาประมาณ 10 ปี อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังเป็นเพียงการคาดการณ์จากการศึกษาและพื้นที่อ้างอิง และยังต้องมีการติดตามและประเมินผลภายหลังการดำเนินงานจริงอย่างต่อเนื่อง

ในช่วงก่อสร้างที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคม 2569 หรือใกล้เคียง จะมีการแบ่งพื้นที่ดำเนินงานเป็นช่วง ๆ ละประมาณ 200 เมตร โดยติดตั้งแผงเมทัลชีทสูงประมาณ 2 เมตร เพื่อกั้นพื้นที่ปฏิบัติงานตลอดแนวชายหาด การดำเนินงานจะประกอบด้วยการดูดทรายจากแหล่งทรายที่กำหนด การปรับสภาพชายหาด การขุดลอกคลองระบายน้ำ และการก่อสร้างแนวกั้นบริเวณปากคลอง เพื่อป้องกันการไหลของทรายลงสู่ทะเล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ประโยชน์ชายหาด การท่องเที่ยว และการประกอบอาชีพของประชาชนในบางช่วงเวลา

ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและผู้เข้าร่วมประชุมเห็นพ้องกันว่า ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งเป็นปัญหาสำคัญที่ควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและรักษาศักยภาพของชายหาดในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ชายหาดเขาหลักเป็นทรัพยากรหลักของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของจังหวัดพังงา จึงเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินโครงการด้วยความรอบคอบ โปร่งใส มีการสื่อสารข้อมูลกับผู้ประกอบการและประชาชนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งติดตามและประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมอย่างสม่ำเสมอ

แม้ว่าผู้เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่จะเห็นด้วยกับการแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่หลายภาคส่วนยังคงแสดงความวิตกกังวลต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ทั้งด้านระบบนิเวศ วิถีชีวิตของชุมชน ภาคการท่องเที่ยว และผู้ประกอบการ รวมถึงความชัดเจนของมาตรการรับผิดชอบ การเยียวยา และการแก้ไขปัญหาในระยะยาว จึงเสนอให้มีการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง และเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส

ตัวแทนจาก FED ได้ร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในฐานะองค์กรภาคประชาสังคม โดยเห็นว่าการดำเนินโครงการควรให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชน การติดตามผลกระทบสิ่งแวดล้อม การสื่อสารข้อมูลอย่างโปร่งใส และการกำหนดมาตรการลดผลกระทบอย่างรอบด้าน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การพัฒนาเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

นอกจากนี้ ทางตัวแทนจาก FED ได้ขอความร่วมมือจากคณะผู้จัดงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้มีการประชาสัมพันธ์โครงการ และจัดส่งหนังสือเชิญเข้าร่วมการประชุมและกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นในครั้งต่อ ๆ ไปมายังองค์กรโดยตรง เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคประชาสังคม ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้มีส่วนร่วมในการติดตามและเสนอข้อคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง

ที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันว่า หากทุกภาคส่วนร่วมมือกัน รับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และดำเนินโครงการอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ โครงการดังกล่าวจะสามารถบรรลุเป้าหมายในการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ควบคู่กับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศ และศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดพังงาให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว

ด้วยจิตคารวะ
มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (FED)

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ภายใต้กลไก Universal...
02/07/2026

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ภายใต้กลไก Universal Periodic Review (UPR) รอบที่ 4

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569ที่ผ่านมา ในเวลา 08.30–15.30 น. กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ร่วมกับกรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเผยแพร่และรับฟังความคิดเห็นต่อการจัดทำ รายงานประเทศ (National Report) ภายใต้กลไก Universal Periodic Review (UPR) รอบที่ 4 ของประเทศไทย ณ บ่อแสน วิลล่า จังหวัดพังงา โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และองค์กรภาคประชาสังคมจากจังหวัดพังงาและพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วม

ในการนี้ มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (Foundation for Education and Development: FED) ได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุมในฐานะ องค์กรภาคประชาสังคม (Civil Society Organization: CSO) จำนวน 3 ท่าน เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับแรงงานข้ามชาติ เด็กข้ามชาติ การศึกษา สิทธิสตรี และการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน ซึ่งจะถูกนำไปใช้ประกอบการจัดทำทั้ง รายงานประเทศ (National Report) และ รายงานคู่ขนาน (Alternative Report) ภายใต้กระบวนการ UPR รอบที่ 4 ของประเทศไทย

ทั้งนี้ รายงานทั้งสองฉบับดังกล่าวจะถูกนำเสนอและพิจารณาในกระบวนการ Universal Periodic Review (UPR) ของประเทศไทย ณ คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (United Nations Human Rights Council: UNHRC) ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นเวทีระหว่างประเทศสำหรับการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศสมาชิกสหประชาชาติ

การประชุมแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่

ช่วงเช้า เป็นการนำเสนอภาพรวมของกลไก UPR กระบวนการจัดทำรายงานประเทศ และการนำข้อเสนอแนะจาก UPR รอบที่ผ่านมาไปสู่การปฏิบัติ โดยผู้แทนจากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมองค์การระหว่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ช่วงบ่าย เป็นการแบ่งกลุ่มเพื่อรวบรวมข้อมูล ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในพื้นที่ เพื่อใช้ประกอบการจัดทำร่างรายงานประเทศตามกลไก UPR รอบที่ 4 โดยผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนประเด็นสำคัญด้านพัฒนาการ ปัญหา และความท้าทายด้านสิทธิมนุษยชนในระดับพื้นที่

ความสำคัญของรายงาน UPR
รายงานภายใต้กลไก UPR ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินและติดตามสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทย โดยใช้ข้อมูลจากทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดการประเมินที่รอบด้านและสมดุล ผลจากการทบทวนจะนำไปสู่ข้อเสนอแนะจากประเทศสมาชิกสหประชาชาติ ซึ่งประเทศไทยสามารถนำไปใช้ในการพัฒนานโยบายและมาตรการด้านสิทธิมนุษยชนในระยะต่อไป

ความแตกต่างของรายงานที่ใช้ในกระบวนการ UPR
-รายงานประเทศ (National Report) จัดทำโดยรัฐบาลไทย
ความยาวไม่เกิน 9,350 คำ
นำเสนอความก้าวหน้า นโยบาย กฎหมาย และผลการดำเนินงานของภาครัฐ
ใช้เป็นเอกสารหลักในการชี้แจงต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ

-รายงานคู่ขนาน (Alternative Report / Stakeholder Report)
จัดทำโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และภาคประชาสังคม
ความยาวไม่เกิน 2,815 คำ
สะท้อนข้อเท็จจริงจากภาคสนาม ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ
ใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาเพื่อให้เห็นภาพสถานการณ์สิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน
กรอบเนื้อหาสำคัญของรายงาน UPR รอบที่ 4

รายงานครอบคลุมประเด็นสิทธิมนุษยชนหลากหลายด้าน ได้แก่
-สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
-สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
--สิทธิเด็ก
-สิทธิสตรีและความเสมอภาคทางเพศ
-สิทธิแรงงาน
-สิทธิแรงงานข้ามชาติและผู้ย้ายถิ่น
--สิทธิของชนกลุ่มน้อยและกลุ่มชาติพันธุ์
สิทธิคนพิการ
-สิทธิผู้สูงอายุ
-สิทธิด้านการศึกษา
-สิทธิด้านสาธารณสุข
-กระบวนการยุติธรรมและการเข้าถึงความยุติธรรม
-การป้องกันการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย
-การค้ามนุษย์
-สิทธิด้านสิ่งแวดล้อม
-การเข้าถึงบริการของรัฐ
-สิทธิในยุคดิจิทัลและการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร
-การดำเนินการตามข้อเสนอแนะจาก UPR รอบที่ผ่านมา

ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ FED
จากกรอบเนื้อหาดังกล่าว มีหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการดำเนินงานของ FED ได้แก่
-แรงงานข้ามชาติ
-การเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานและบริการของรัฐ
-การคุ้มครองแรงงาน
-การเข้าถึงบริการสาธารณสุข
-การใช้ล่ามในกระบวนการยุติธรรม
-การคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์
-สถานะบุคคลและเอกสารทางกฎหมาย
-สิทธิสตรี
-การป้องกันความรุนแรงต่อสตรี
-ความเสมอภาคทางเพศ
-การคุ้มครองแรงงานหญิง
-สิทธิด้านอนามัยการเจริญพันธุ์
-การส่งเสริมบทบาทและการมีส่วนร่วมของสตรี

การศึกษา
-การเข้าถึงการศึกษาภาคบังคับ
-การเข้าถึงการศึกษาของเด็กข้ามชาติและเด็กไร้สัญชาติ
-การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
-การพัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้องกับความหลากหลายทางวัฒนธรรม
-การสนับสนุนศูนย์การเรียนสำหรับเด็กข้ามชาติ (MLCs)

ความสำคัญต่อ FED
การประชุมครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ FED ได้มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและสะท้อนสถานการณ์จากการดำเนินงานจริงในพื้นที่ ทั้งด้านแรงงานข้ามชาติ เด็ก สตรี การศึกษา และสิทธิมนุษยชนในระดับชุมชน เพื่อให้ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำไปใช้ประกอบทั้งรายงานประเทศและรายงานคู่ขนานภายใต้กระบวนการ UPR ของสหประชาชาติ

ในการประชุม FED ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ สถานะทางกฎหมายของศูนย์การเรียนสำหรับเด็กข้ามชาติ (MLCs) และความท้าทายในการดำเนินงานของศูนย์การเรียนในพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงสถานการณ์ที่องค์กรกำลังเผชิญจากการร้องเรียนและกระแสการคัดค้านจากบางภาคส่วน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานขององค์กร ความเชื่อมั่นจากหน่วยงานภาครัฐและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียบางส่วน และทำให้องค์กรได้รับการติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานอย่างใกล้ชิดมากขึ้น

FED ยังได้เสนอให้ประเด็นดังกล่าวได้รับการพิจารณาภายใต้กรอบการคุ้มครองผู้ปฏิบัติงานด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Defenders) และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานขององค์กรภาคประชาสังคม เพื่อให้องค์กรสามารถดำเนินงานด้านการศึกษา การคุ้มครองสิทธิ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบางได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้หลักนิติธรรมและหลักสิทธิมนุษยชนสากล

โดยรวม การมีส่วนร่วมของ FED ในกระบวนการ UPR ถือเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันให้ประเด็นสิทธิของแรงงานข้ามชาติ เด็ก และสตรี รวมถึงศูนย์การเรียนในพื้นที่ ได้รับการยอมรับในระดับประเทศและระดับนานาชาติ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนานโยบายและมาตรการด้านสิทธิมนุษยชนที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นในอนาคต.

ด้วยจิตคารวะ
มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (FED)

ที่อยู่

20 Moo 4
Takuapah
82220

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6676679574

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ FED Thailand - มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง FED Thailand - มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา:

ทางลัด

แชร์