FED Thailand - มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา

FED Thailand - มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา เปลี่ยนสิทธิสู่ความเป็นจริง

📢 ด่วน !!   โอกาสมาถึงแล้ว  📌 เปิดรับสมัครครูสอนภาษาไทย จำนวน 6 อัตรา  ภายใต้โครงการการศึกษา มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒน...
09/04/2026

📢 ด่วน !! โอกาสมาถึงแล้ว 📌 เปิดรับสมัครครูสอนภาษาไทย จำนวน 6 อัตรา ภายใต้โครงการการศึกษา มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (FED)

📣 มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโอกาสทางการศึกษาเพื่อเด็กและเยาวชนด้อยโอกาสไปด้วยกัน 💙

โปรดดูรายละเอียดด้านล่างนี้
📍 สถานที่ปฏิบัติงาน
1.ศูนย์การเรียนรู้ FED – ULC หมู่ 4 บ้านทุ่งขมิ้น ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา
2.ศูนย์การเรียนรู้ ACME (The Andaman Center For Migrant Education ) ตำบลคุระ อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา
💰 เงินเดือนเริ่มต้น 15,000 บาท / เดือน
✨ คุณสมบัติผู้สมัคร
▪️ วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องหรือเทียบเท่า
▪️ หากมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
▪️ มีประสบการณ์ด้านการสอน จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษเช่นกัน
▪️ มีทักษะการสื่อสารที่ดี และมีทัศนคติที่ดีงาม
▪️ เปิดกว้าง เข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรม และพร้อมทำงานด้านการศึกษาเพื่อสังคม

📌 ช่องทางการสมัคร
✅ สมัครด้วยตนเองได้ที่ มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (FED) ทั้งนี้ท่านสามารถสอบถามเส้นทาง หรือดูแผนที่การเดินทางได้จากเว็บไซต์ของมูลนิธิฯ

📧 หรือส่งเอกสารการสมัครทางอีเมล: [email protected]
คุณแดน (ฝ่ายพัฒนาบุคลากร)
📄 เอกสารประกอบการสมัคร
▪️ ประวัติย่อ (Resume) พร้อมรูปถ่าย
▪️ สำเนาวุฒิการศึกษา
▪️ สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู (ถ้ามี)...................................................................................

🌱 เกี่ยวกับโครงการการศึกษา มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (FED)
เป็นโครงการพัฒนาการศึกษาให้แก่เด็กข้ามชาติในประเทศไทย เพื่อส่งเสริมให้เด็ก ๆ มีความรู้ ความสามารถ และความเข้าใจในภาษาไทย กฎหมายไทย และการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติ โดยยึดหลัก สิทธิเด็ก เป็นสำคัญ เพื่อความสงบสุขและความเรียบร้อยของสังคม
โครงการดำเนินงานมาแล้ว มากกว่า 10 ปี ด้วยความร่วมมือของ ชุมชนไทย องค์กรภาคประชาสังคม และหน่วยงานภาครัฐ

🔎 ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 👉 https://fedgrassroots.org/

🏫 เกี่ยวกับมูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (Foundation for Education and Development: FED) FED เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร ที่ทำงานเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่แรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาในประเทศไทยและครอบครัว ผ่านการสนับสนุนด้านการศึกษา การเข้าถึงบริการทางสังคม และการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน

📜 สถานะทางกฎหมาย จดทะเบียนจัดตั้งเป็นมูลนิธิอย่างถูกต้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ทะเบียนเลขที่ กท 1687
เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 0993000079990

🌏 วิสัยทัศน์และเป้าหมาย FED มุ่งสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของชุมชนชายขอบ ส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างชุมชนแรงงานข้ามชาติและชุมชนไทย สนับสนุนสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
📖 ความเป็นมาโดยสังเขป FED เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 ในนามกลุ่มนักพัฒนาระดับรากหญ้า ต่อมาได้ขยายงานช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมหลังเหตุการณ์สึนามิในปี พ.ศ. 2547 และจดทะเบียนเป็นมูลนิธิอย่างถูกต้องในปี พ.ศ. 2550 ดำเนินงานในฐานะนิติบุคคลของประเทศไทยมาจนถึงปัจจุบัน

📌 ข้อมูลสำคัญ เพื่อช่วยกันลดอุบัติเหตุบนท้องถนน และเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของทุกๆ คน โปรดจงช่วยกันปฏิบัติตาม...
08/04/2026

📌 ข้อมูลสำคัญ เพื่อช่วยกันลดอุบัติเหตุบนท้องถนน และเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของทุกๆ คน โปรดจงช่วยกันปฏิบัติตามกฏระเบียบวินัยทางจราจรอย่างเคร่งครัด เริ่มบังคับใช้ในวันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป

🚨 เตือนก่อนปรับ (ถึง 31 มีนาคม 2569)
✅ เริ่มบังคับใช้จริง: 1 เมษายน 2569

มาตรการเข้มงวดด้านจราจร:
📌ขับรถเร็วเกินกำหนด
📌ขับรถย้อนศร
📌ไม่มีใบขับขี่
📌ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย
📌ฝ่าไฟแดง
📌เมาแล้วขับ
📌ไม่สวมหมวกนิรภัย (สำหรับรถจักรยานยนต์)
📌ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ

📞 ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน
(Government Contact Center – GCC)

โทร: 1111
เว็บไซต์: www.gcc.go.th
Line / Social: GCC1111 / / GCC_1111
................................................................................................

🚨 Traffic Violations Subject to Enforcement

🚨Warning Period: Until 31 March 2026
✅Strict Enforcement Begins: 1 April 2026

📌Speeding (exceeding the legal limit)
📌Driving against traffic (wrong-way driving)
📌Driving without a license
📌Not wearing helmet
📌Running a red light
📌Drunk driving
📌Not wearing a helmet (for motorcycle riders)
📌Using a mobile phone while driving

📞 Government Contact Center (GCC)

Hotline: 1111
Website: www.gcc.go.th
Line / Social Media: GCC1111 / / GCC_1111

📌 เดือนมีนาคม – เมษายน 2569 นี้ ว่าด้วยการพัฒนาด้านต่างๆ เพื่อการดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งศูนย์การเรียนอย่างถูกต้องตามกฏ...
08/04/2026

📌 เดือนมีนาคม – เมษายน 2569 นี้ ว่าด้วยการพัฒนาด้านต่างๆ เพื่อการดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งศูนย์การเรียนอย่างถูกต้องตามกฏหมายไทย ภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ โครงการการศึกษาของมูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา ได้มีการจัดประชุมพิจารณาหลักสูตรบูรณาการศูนย์การเรียนเพื่อการศึกษาและพัฒนา พ.ศ. 2569 โดยคณะผู้เชี่ยวชาญ ครูผู้สอนชาวไทย และอาสาสมัครเมียนมา เพื่อความเข้าใจ สอดคล้อง ทั้งด้านภาษาวัฒนธรรม จริยธรรม และคุณธรรมควบคู่กันกับคุณภาพด้านวิชาการ

📌 ทั้งนี้ฝ่ายการศึกษาได้มีการไปศึกษาดูงานเพิ่มเติมที่โรงเรียนเอกชนในพื้นที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี เพื่อหาแนวทางในการปรับใช้ และศึกษากฏระเบียบต่างๆ ด้วยคำนึงถึงความสอดคล้อง และยึดมั่นเพื่อให้ผู้เรียนได้รับประสิทธิภาพสูงสุด และสามารถเรียนรู้ เข้าใจ สังคม และวัฒนธรรมไทย เพื่อร่วมกันพัฒนาและสร้างแรงงานที่มีคุณภาพต่อไปในอนาคต

ด้วยจิตคารวะ
มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (FED)

ด่วนที่สุด!!  📌   มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนาประกาศรับสมัครงานตำแหน่ง: ผู้ช่วยประสานงานสถานศึกษาและหน่วยงานภาครัฐ พื้นท...
07/04/2026

ด่วนที่สุด!! 📌 มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนาประกาศรับสมัครงานตำแหน่ง: ผู้ช่วยประสานงานสถานศึกษาและหน่วยงานภาครัฐ

พื้นที่ปฏิบัติงาน: ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงาและใกล้เคียง
🔹 สนใจส่งใบสมัครพร้อมเอกสารต่างๆ ตามรายละเอียดด้านล่างนี้
🔹 รายละเอียดของตําแหน่งงาน

• ตําแหน่ง: ผู้ช่วยประสานงานกับสถานศึกษาและหน่วยงานภาครัฐ
• หัวหน้างาน: ผู้ประสานงานโครงการด้านการศึกษา ของมูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (FED)
• สถานที่ปฏิบัติงาน: ตําบลคึกคัก อําเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา และพื้นที่ใกล้เคียง ตามขอบเขตของงาน
• เงินเดือน หรือค่าตอบแทน (8,000 บาท /เดือน )
• ระยะเวลาสัญญา: 1 ปี (พิจารณาต่อสัญญาตามผลงานและงบประมาณ)

🔹 ขอบเขตหน้าที่รับผิดชอบ
ทำหน้าที่ ช่วยประสานงานระหว่างโรงเรียน สถานศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และชุมชนแรงงานข้ามชาติ ตามบทบาทและภารกิจของมูลนิธิฯ โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนด้านการแปลภาษาไทย–เมียนมา การจัดการเอกสาร และการติดตามงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในส่วนที่ต้องการความช่วยเหลือด้านการสื่อสารระหว่างภาษาไทยและภาษาเมียนมา
🔹 ** ตำแหน่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีทักษะการสื่อสารในภาษาไทยและเมียนมาในระดับที่ดี มีความสามารถในการทำงานประสานงาน และมีประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับชุมชนผู้อพยพหรือผู้พลัดถิ่น
🔹 ความรับผิดชอบหลัก
1. สนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ประสานงานในการประสานงานกับทางภาครัฐและโรงเรียน
• ให้การสนับสนุนโดยตรงแก่เจ้าหน้าที่ฝ่ายสัมพันธ์ภาครัฐในการประชุม การเยี่ยมชมโรงเรียน และกิจกรรมการประสานงานที่เกี่ยวข้อง
• ทำหน้าที่เป็นล่ามแปลภาษาไทย–เมียนมา ระหว่างการประชุม การสื่อสารกับโรงเรียนหรือสถานศึกษาต่าง ๆ และกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับนักเรียนและผู้ช่วยคุณครูไทยหรืออาสาสมัครชาวเมียนมา
• สนับสนุนการสื่อสารและการประสานงานกับหน่วยงานด้านการศึกษาในพื้นที่ โรงเรียน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่โครงการ
• จัดเตรียม จัดระเบียบ และแปลเอกสาร จดหมาย แบบฟอร์ม และรายงานที่จำเป็นสำหรับการยื่นต่อหน่วยงานภาครัฐหรือโรงเรียน
• จัดเก็บและรักษาบันทึกข้อมูลให้ถูกต้องเกี่ยวกับการลงทะเบียนนักเรียน เอกสารต่าง ๆ และการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐ

🔹 2. การสนับสนุนงานด้านทุนการศึกษาและการบูรณาการร่วมกับโรงเรียนหรือสถานศึกษา
• ช่วยเหลือในขั้นตอนการจัดหาสถานที่เรียนและการลงทะเบียนสําหรับนักเรียนที่ได้รับทุนการศึกษา สนับสนุนการสื่อสารระหว่างมูลนิธิฯ นักเรียน ครอบครัว และโรงเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสําหรับ ครอบครัวที่พูดภาษาเมียนมาเป็นหลัก
•ช่วยรวบรวม ตรวจสอบ และจัดระเบียบเอกสารของนักเรียนที่โรงเรียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องการ
•แจ้งปัญหาหรือความเสี่ยงใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับเอกสาร การปฏิบัติตามกฎระเบียบ หรือการบูรณาการการทำงานร่วมกับโรงเรียนหรือสถานศึกษาให้เจ้าหน้าที่หรือผู้ประสานงานด้านการศึกษาทราบ

🔹 คุณสมบัติและประสบการณ์ที่ต้องการ
• สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือปริญญาตรีด้านการศึกษา สังคมศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง (หรือมีประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้อง)
• มีประสบการณ์การทำงานอย่างน้อย 1 ปี ในด้านการสนับสนุนการศึกษา งานองค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) การประสานงานชุมชน หรือการบริหาร ทั้งนี้ ประสบการณ์การทำงานในชุมชนที่เกี่ยวข้องสามารถใช้ทดแทนประสบการณ์การทำงานอย่างเป็นทางการได้
• มีประสบการณ์การทำงานกับชุมชนผู้อพยพและผู้ด้อยโอกาส จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
• สามารถทำงานภายใต้การกำกับดูแล และสามารถสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่อาวุโสได้เป็นอย่างดี

🔹 ทักษะด้านภาษา
• ภาษาไทย: สามารถสื่อสารและเขียนภาษาไทยได้ดี (จำเป็น)
• ภาษาเมียนมา: สามารถสื่อสารภาษาเมียนมาได้ดี (จำเป็น) การอ่านและเขียนได้จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
• ภาษาอังกฤษ: สามารถสื่อสารได้ในระดับใช้งานได้ จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

📌 📌 วิธีการสมัคร
ผู้สนใจสมัครงาน ท่านสามรถส่งเอกสารประกอบการสมัคร ได้แก่ ประวัติการทำงาน (Resume) จดหมายแนะนำตัว (Cover Letter) และรายชื่อบุคคลอ้างอิง พร้อมรายละเอียดการติดต่อมายัง ฝ่ายบุคคล Human Resources Department
อีเมล: [email protected]

ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ขอสงวนสิทธิในการติดต่อกลับเฉพาะผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกเบื้องต้นเพื่อเข้ารับการสัมภาษณ์เท่านั้น

07/04/2026

"เราขอประกาศว่า พวกเราไม่ได้ให้สิทธิ์สําหรับ FACEBOOK หรือ META เพื่อใช้ข้อมูลส่วนตัวของพวกเราทั้งหมด "

ลงวันที่ 08/April /2026

📅 เมื่อวันที่ 20 และ 22 มีนาคม 2569 ภายใต้แนวคิด“เพราะการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม คือการเรียนรู้ท่ามกลางการปฏิบัติจริง”🌱 ภาย...
23/03/2026

📅 เมื่อวันที่ 20 และ 22 มีนาคม 2569 ภายใต้แนวคิด“เพราะการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม คือการเรียนรู้ท่ามกลางการปฏิบัติจริง”

🌱 ภายใต้โครงการสิ่งแวดล้อม COAST ของมูลนิธิฯ ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสหภาพยุโรป (EU) ได้ดำเนินการให้ทุนสนับสนุนย่อย (Subgrant) สำหรับโครงการด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญในพื้นที่ โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 14 กลุ่ม/องค์กร ที่ได้รับการสนับสนุนในครั้งนี้

📍 ในโอกาสนี้ กลุ่มศูนย์การเรียนรู้ Shwe Myanmar บ้านทับละมุ และ กลุ่มแรงงานข้ามชาติและเยาวชนจากชุมชนบ้านน้ำเค็ม จังหวัดพังงา
👉 เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับทุนสนับสนุน และได้ดำเนินกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อชุมชน

โดยมีรายละเอียดดังนี้

🔹 กลุ่มศูนย์การเรียนรู้ Shwe Myanmar บ้านทับละมุ
📍 วันที่ 20 มีนาคม 2569
👥 อาสาสมัคร เด็กนักเรียน และกลุ่มแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมา ร่วมกันทำความสะอาดพื้นที่ชุมชน พร้อมเรียนรู้การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านการลงมือปฏิบัติจริง

🔹 กลุ่มแรงงานข้ามชาติและเยาวชนจากชุมชนบ้านน้ำเค็ม จังหวัดพังงา
📍 วันที่ 22 มีนาคม 2569
👥 เยาวชนและแรงงานในพื้นที่ร่วมกันเก็บขยะและดูแลความสะอาดของชุมชน สะท้อนถึงพลังของคนรุ่นใหม่ในการมีส่วนร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นของตนเอง

📍 กิจกรรมครั้งนี้ ไม่เพียงช่วยปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้สะอาดน่าอยู่ แต่ยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะลูกหลานแรงงานข้ามชาติ ให้ตระหนักถึงบทบาทของตนเองในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม

🤝 อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างชุมชนแรงงานข้ามชาติและชุมชนไทยในท้องถิ่น เพื่อร่วมกันเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต 🌏

📌ประกาศสำคัญ!! จากเทศบาลตำบลคึกคัก เพื่อความปลอดภัย โปรดขับขี่ยวดยานอย่างระมัดระวัง FED - Foundation for Education and D...
20/03/2026

📌ประกาศสำคัญ!! จากเทศบาลตำบลคึกคัก เพื่อความปลอดภัย โปรดขับขี่ยวดยานอย่างระมัดระวัง FED - Foundation for Education and Development

#ประชาสัมพันธ์ ขออนุญาตปฏิบัติงานในช่วงเวลากลางคืน 🚧⚙️

บริษัท พี.เอ็น.เค.คอนสตรัคชัน จำกัด ได้เป็นผู้รับจ้างทำงานปรับปรุงซ่อมแซมถนนลาดยางแอสฟัลติกคอนกรีต พร้อมท่อระบายน้ำ สายคลองบางเนียง หมู่ที่ 5 บ้านบางเนียง ตำบลคึกคัก อำเภอตะกัวป่า จังหวัดพังงา
บริษัทฯ มีความประสงค์ขออนุญาตปฏิบัติงานปูยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต

ในระหว่างวันที่ 21 - 24 มีนาคม 2569 ช่วงเวลา 23.00 - 06.00 น.
ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ 🙏
: NIGHTTIME ROAD CLOSURE NOTICE 🚧⚙️
The PNK CONSTRUCTION CO.,LTD. intend to close the road for asphalt concrete paving work.
📍 Soi bang Niang Moo 5
📆 21 - 26 March 2026
🕘 11.00 p.m. - 06.00 a.m.
⚠️ Full lane closures in the work zone

🚦 Please plan ahead, use alternate routes. Thank you for your patience as crews work safely to complete these improvements.
-------------------------------------------------------------

งานประชาสัมพันธ์
ช่องทางการติดต่อเทศบาลตำบลคึกคัก
🌐www.khukkhak.go.th
💻 ยื่นคำร้องออนไลน์ https://www.khukkhak.go.th/front/board/2
📲facebook https://www.facebook.com/khukkhakmunicipality
☎️โทร 076 406 338

📌 เราล้วนได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน ข้อมูลสำคัญจาก GISTDA หรือ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (Geo-Informatics ...
20/03/2026

📌 เราล้วนได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน ข้อมูลสำคัญจาก GISTDA หรือ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (Geo-Informatics and Space Technology Development Agency)

เตรียมจับตา..!! ถ้าเกิด “ซูเปอร์เอลนีโญ” ขึ้นจริง วิกฤติสภาพอากาศและผลกระทบต่อไทย จะเป็นอย่างไรบ้าง?
ปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” (El Niño) เป็นสิ่งที่เรารู้จักกันดีในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังของความแห้งแล้งและอากาศที่ร้อนจัด แต่เมื่ออุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกอุ่นขึ้นกว่าค่าเฉลี่ยอย่างรุนแรง (เกิน 1.5 ถึง 2 องศาเซลเซียส) เราจึงจะก้าวเข้าสู่สภาวะที่เรียกว่า “ซูเปอร์เอลนีโญ” (Super El Niño) ซึ่งนำมาซึ่งความแปรปรวนของสภาพอากาศที่รุนแรงและยาวนานกว่าปกติ สำหรับประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วิกฤตนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของลมฟ้าอากาศ แต่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงทางอาหาร เศรษฐกิจ และวิถีชีวิต (ซึ่งตอนนี้ยังไม่เกิดคาดว่าจะเริ่มเห็นชัดช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2569)
ผลกระทบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ต่อประเทศไทยและอาเซียน (หากเกิด)
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย เป็นหนึ่งในจุดเปราะบางที่สุดเมื่อเกิดซูเปอร์เอลนีโญ ผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจนมีดังนี้
💧 วิกฤตภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำ ปริมาณฝนจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ฝนทิ้งช่วงยาวนาน แหล่งน้ำธรรมชาติและอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่จะมีปริมาณน้ำกักเก็บลดลง กระทบโดยตรงต่อน้ำอุปโภคบริโภคและภาคอุตสาหกรรม
🌽 ผลกระทบด้านการเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของโลก จะเผชิญปัญหาผลผลิตตกต่ำ (เช่น ข้าว น้ำตาล ปาล์มน้ำมัน) ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะสินค้าเกษตรขาดตลาดและราคาอาหารที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก
🔥 ปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันข้ามพรมแดน (PM2.5) อากาศที่แห้งและร้อนจัดเป็นตัวเร่งให้เกิดไฟป่าได้ง่าย โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าพรุของอินโดนีเซียและพื้นที่การเกษตรในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจะทำให้ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนทวีความรุนแรง กระทบต่อสุขภาพของประชาชนทั้งภูมิภาค
🌡️ คลื่นความร้อน (Heatwave) อุณหภูมิที่พุ่งสูงทำลายสถิติส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง และทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้า (เพื่อทำความเย็น) พุ่งสูงจนอาจเกิดความไม่มั่นคงทางพลังงาน
เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศสำคัญกับเรื่องนี้อย่างไร?
ในยุคที่ข้อมูลคืออาวุธสำคัญที่สุด GISTDA ใช้เทคโนโลยีอวกาศเพื่อสนับสนุนการใช้งานและประยุกต์ใช้ในภารกิจต่างๆของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ
💧 การติดตามสถานการณ์น้ำ (Water Monitoring) ใช้ภาพถ่ายจากดาวเทียม (เช่น ดาวเทียม THEOS-2) เพื่อประเมินพื้นที่ผิวน้ำทั่วประเทศแบบ near real-time ทำให้รู้ว่าอ่างเก็บน้ำหรือแหล่งน้ำธรรมชาติใดกำลังเข้าสู่ขั้นวิกฤต เพื่อวางแผนระบายหรือจัดสรรน้ำได้อย่างแม่นยำ
🌿 ประเมินความเสียหายและสุขภาพพืชพรรณ (Agricultural Assessment) ข้อมูลภูมิสารสนเทศสามารถวิเคราะห์ "ดัชนีความเขียวของพืช" หากพื้นที่ใดเริ่มมีสัญญาณความแห้งแล้ง สามารถส่งข้อมูลเตือนภัยให้หน่วยงานเกษตรเข้าไปช่วยเหลือ หรือแนะนำการปรับเปลี่ยนพืชล่วงหน้าก่อนที่ผลผลิตจะตายยืนต้น
🔥 การตรวจจับจุดความร้อน (Hotspot Detection) ดาวเทียมสามารถตรวจจับจุดความร้อนที่เกิดจากไฟป่าหรือการเผาทางการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว ไม่ใช่แค่ในไทยแต่คลุมทั้งอาเซียน ข้อมูลนี้ถูกนำไปใช้ในการสั่งการควบคุมและดับไฟป่า รวมถึงการวิเคราะห์สถานการณ์ฝุ่นควัน (สามารถติดตามข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันอย่าง "เช็คฝุ่น")
✨ สนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย (Data-Driven Policy) GISTDA ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลเชิงพื้นที่ทั้งหมด จัดทำเป็นแผนที่เสี่ยงภัยแล้ง เพื่อให้คณะรัฐมนตรีหรือหน่วยงานบริหารจัดการน้ำ ใช้ตัดสินใจประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยและอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือได้อย่างมีหลักฐานอ้างอิง
แผนการรับมือ การเตรียมพร้อมเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการลดความสูญเสีย
1.การบริหารจัดการน้ำเชิงรุก รณรงค์ให้ทุกภาคส่วนประหยัดน้ำ กักเก็บน้ำในช่วงที่มีฝนตกลงมาให้ได้มากที่สุด และจัดสรรน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคเป็นอันดับแรก ควบคู่ไปกับการหาแหล่งน้ำสำรอง
2.การปรับตัวภาคการเกษตร ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชใช้น้ำน้อย หรือพืชอายุสั้น เลื่อนเวลาการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับคาดการณ์ปริมาณฝน และการทำประกันภัยพืชผล
3.ความร่วมมือระดับภูมิภาค (ASEAN) บังคับใช้และยกระดับข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดนอย่างจริงจัง เพื่อควบคุมการเผาในที่โล่งและไฟป่า
4.การเฝ้าระวังด้านสาธารณสุข เตรียมระบบสาธารณสุขให้พร้อมรับมือกับโรคที่มากับความร้อน (Heatstroke) และโรคระบบทางเดินหายใจจาก PM2.5
ซูเปอร์เอลนีโญเป็นภัยธรรมชาติที่เราไม่สามารถหยุดยั้งได้ แต่เราสามารถลดทอนผลกระทบได้อย่างมหาศาลหากมีการเตรียมความพร้อมที่ดี การบูรณาการแผนการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ประชาชน และการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอวกาศอย่างที่เต็มที่ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยและอาเซียนผ่านพ้นวิกฤตสภาพอากาศนี้ไปได้
__________

Bracing for Impact: How a ‘Super El Niño’ Could Redefine Thailand’s Climate Future
The term El Niño is no stranger to Thais — it's long been synonymous with scorching heat and bone-dry droughts. But meteorologists are now watching for something far more alarming: a Super El Niño, triggered when sea surface temperatures in the Pacific surge more than 1.5 to 2°C above average, unleashing weather extremes that are both more intense and more prolonged than anything a typical El Niño brings. For Thailand and the wider ASEAN region, this isn't just a weather story. It's a direct threat to food security, economic stability, and everyday life. While the phenomenon has yet to materialize, forecasters warn its effects could begin to show clearly as early as May 2026.
Potential Fallout: The Inescapable Toll on Thailand and the ASEAN Region
Southeast Asia sits at one of the world's most vulnerable pressure points when a Super El Niño strikes. Here's what experts say could unfold:
💧 An unprecedented water crisis: Rainfall will drastically decrease across the region. Prolonged droughts will deplete reservoirs and natural water sources, threatening not only drinking water but also the operations of water-dependent industries.
🌽 Threat to Global Food Security: Plunging yields in Southeast Asia’s agricultural hubs—Thailand, Vietnam, and Indonesia—risk sparking widespread shortages and a global surge in food inflation as key commodities like rice and palm oil dwindle.
🔥 Wildfire and Transboundary Haze Crisis Escalates: Severe drought and soaring temperatures are fueling a surge in wildfires across Indonesia’s peatlands and regional agricultural zones. This seasonal surge is intensifying the transboundary PM2.5 crisis, posing a critical threat to public health across Southeast Asia.
🌡️ Record-Breaking Heatwaves: Temperatures would smash historical records, posing acute health risks — especially to the elderly and vulnerable. Surging demand for electricity-powered cooling could strain power grids to the breaking point.
Space-Based Solutions: The Frontier of Geospatial Climate Analysis
In a crisis where information is everything, Thailand's GISTDA is already leveraging satellite technology to stay one step ahead:
💧 Water Surveillance: Using imagery from the THEOS-2 satellite, GISTDA monitors reservoir and surface water levels in near real-time — flagging critical shortfalls before they become emergencies.
🌿 Crop Health Monitoring: Geospatial data tracks vegetation indices across farmland. If drought stress appears, early warnings can reach agricultural agencies in time to pivot planting strategies — before crops die standing in the field.
🔥 Hotspot Detection: Satellites scan the entire ASEAN region for fire hotspots — whether from wildfires or agricultural burning — feeding data directly into firefighting operations and air quality tracking via apps like "Check Phoon".
✨ Policy Intelligence: GISTDA compiles all spatial data into drought-risk maps that give the Cabinet and water management authorities the hard evidence they need to declare disaster zones and release emergency budgets.
Preparedness deemed critical as authorities scramble to mitigate impact.
1. Proactive Water Management: Promoting conservation and prioritizing domestic consumption while tapping alternative sources.
2. Strengthening Farm Resilience: Shifting to low-water crops and data-driven planting cycles to mitigate climate risks.
​.
3. ASEAN Regional Cooperation: It's time to move beyond paper promises. Authorities are calling for the rigorous enforcement and strengthening of the ASEAN Agreement on Transboundary Haze Pollution — a landmark pact that must now be held accountable in controlling open burning and raging wildfires that know no borders.
​.
4. Public Health Surveillance: As temperatures soar and skies turn grey, health systems across the region must brace for the inevitable surge — from life-threatening heatstroke cases to a wave of respiratory illnesses driven by hazardous PM2.5 particles choking the air that millions breathe every day.
​.
While 'Super El Niño' remains an inevitable natural phenomenon, its severity can be curtailed through strategic foresight. A synchronized response—leveraging intergovernmental cooperation and cutting-edge space technology—is paramount for Thailand and ASEAN to navigate this escalating climate emergency.
#อว

#ดาวเทียม #ภูมิสารสนเทศ

สิ่งแวดล้อม จิตสำนึกร่วมไร้พรมแดน: พลังครูผู้ปลูกฝังสู่โรงเรียนสีเขียวคุณครูอุสมาน เจ๊ะเลาะ ชายหนุ่มวัย 37 ปี จากปัตตานี...
18/03/2026

สิ่งแวดล้อม จิตสำนึกร่วมไร้พรมแดน: พลังครูผู้ปลูกฝังสู่โรงเรียนสีเขียว

คุณครูอุสมาน เจ๊ะเลาะ ชายหนุ่มวัย 37 ปี จากปัตตานี ปัจจุบันทำหน้าที่ครูผู้สอนระดับอนุบาลและประถมศึกษาที่ โรงเรียนวัดคมนียเขต ในตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา โรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียนไทยและข้ามชาติชาวเมียนมา 612 คน โดยเกือบครึ่งหนึ่งเป็นเด็กข้ามชาติ ซึ่งเป็นบุตรหลานของแรงงานข้ามชาติในพื้นที่

ตลอดปีที่ผ่านมา เขามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนอย่างเข้มแข็ง เมื่อสองปีก่อน โรงเรียนได้รับแนวปฏิบัติจาก สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (OBEC) ให้ดำเนินโครงการ Zero Waste School ริเริ่มโดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกนักเรียนในการลดและคัดแยกขยะอย่างยั่งยืน ด้วยหลัก 3Rs: Reduce, Reuse และ Recycle

กิจกรรมครอบคลุมการใช้ภาชนะส่วนตัว การติดตั้งตู้เติมน้ำ การจัดการขยะอาหารและขยะอันตราย ตลอดจนการคัดแยกขยะรีไซเคิลเพื่อนำไปขายและต่อยอดเป็นกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ เช่น การปลูกผักสวนครัวและทำปุ๋ยหมัก

เขาเล่าว่า ขยะอาหารจากโรงอาหารมีจำนวนมาก โรงเรียนจึงนำเศษอาหารมาทำปุ๋ยหมักใช้ปลูกผักสวนครัว บางส่วนประกอบอาหารกลางวันให้เด็ก ๆ ส่วนที่เหลือหากมีมากเพียงพอก็นำไปขายให้ชุมชน เพื่อนำเงินเข้ากองทุนสิ่งแวดล้อมของโรงเรียน

แม้ว่าโรงเรียนจะมีเด็กข้ามชาติจำนวนมาก แต่ทุกคนได้รับสิทธิเท่าเทียม ทั้งค่าอาหารกลางวัน วัสดุอุปกรณ์ และเครื่องแต่งกาย ตามกฎหมายไทย แม้ว่าการสื่อสารบางครั้งจะเป็นอุปสรรค แต่ด้วยความช่วยเหลือจากนักเรียนข้ามชาติชาวเมียนมาในระดับมัธยมศึกษาที่แปลความหมายให้ ทำให้เขาสามารถทำกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างราบรื่น

นอกจากนี้ นักเรียนยังมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมกับชุมชนและโรงแรม เช่น การทำความสะอาดชายหาด ส่วนการเรียนการสอนเรื่องสิ่งแวดล้อมอยู่ในวิชาสังคมศึกษาและวิทยาศาสตร์ในระดับพื้นฐาน การเข้าร่วมโครงการ Zero Waste School ทำให้เด็ก ๆ เข้าใจการคัดแยกขยะ เห็นคุณค่าของขยะรีไซเคิล และเรียนรู้การจัดการขยะอย่างเป็นระบบ

การเข้าร่วมโครงการ COAST โครงการของมูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (FED) ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสหภาพยุโรป (อียู) ในปี 2568 ช่วยให้ครูผู้สอนและนักเรียนได้รับความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทั้งหลักสูตร กิจกรรมฐานการเรียนรู้ และงบสนับสนุนโครงการด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การอบรมการทำปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพ

เขาตั้งเป้าหมายไว้ว่า โรงเรียนควรเริ่มสอนเรื่องสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ระดับอนุบาล โดยใช้สื่อที่เข้าใจง่ายและเป็นสองภาษา พร้อมจัดตั้งธนาคารขยะสำหรับเด็กเล็ก ส่วนระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาปลาย เหมาะสมกับการจัดตั้งโครงการทูตสิ่งแวดล้อมอาสา ให้นักเรียนทำหน้าที่แกนนำในการดูแลสวนผักและทำโครงงานปุ๋ยหมัก ร่วมกับรุ่นน้องเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ

ในปีการศึกษาหน้านั้น เขาวางแผนจะจัดทำสวนพฤกษชาติ ปลูกสมุนไพร ไม้ดอก และไม้ประดับ เพื่อให้โรงเรียนร่มรื่นและสวยงาม พร้อมสร้างจิตสำนึกการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านการเรียนรู้นอกห้องเรียน

เขายังให้ความสำคัญกับการสื่อสารสองภาษา และดึงผู้ปกครองชาวเมียนมาที่มีความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมมาร่วมกิจกรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและการมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน

สำหรับ โรงเรียนวัดคมนียเขต การส่งเสริมความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมในบริบทวัฒนธรรมหลากหลาย จำเป็นต้องเน้นการลงมือทำจริงและการสื่อสารไร้พรมแดนด้านภาษา ทำให้เด็กนักเรียนทุกวัยเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เติบโตเป็นพลเมืองที่ตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมและชุมชนของตน

แล้วสำหรับคุณล่ะ สิ่งแวดล้อมสำคัญกับคุณมากแค่ไหน?

13/03/2026

🌱 ဒီနွေရာသီကျောင်းပိတ်ရက်မှာ ငရုတ်ပင်လေး စိုက်ပျိုးကြရအောင် 🌶️
"ငရုတ်ပင်လေး တစ်ပင်စိုက်ရုံနဲ့ ကမ္ဘာကြီးကို ဘယ်လိုပြောင်းလဲပစ်နိုင်ပါသလဲ" ✋🤝🌱🌍🙌

COAST ပတ်ဝန်းကျင်ပညာပေးအဖွဲ့မှ မည်သူမဆို- အထူးသဖြင့် ကျောင်းသား/ကျောင်းသူများနှင့် ဆရာ/ ဆရာမများအားလုံးကို ဒီကျောင်းပိတ်ရက်မှာ ရိုးရှင်းပေမယ့် အဓိပ္ပာယ်ရှိတဲ့ လှုပ်ရှားမှုလေးတစ်ခုမှာ ပါဝင်ဖို့ ဖိတ်ခေါ်အပ်ပါတယ်……….

အတူတူ သင်ယူကြရင်း သဘာဝတရားနဲ့ ပြန်လည်ထိတွေ့ခံစားကြရအောင်!! တကယ့်အပြောင်းအလဲကို ဖန်တီးနိုင်မယ့် လုပ်ရပ်အသေးလေးမှအစပြုပြိး စတင်လုပ်ဆောင်ကြည့်ရအောင်!! ငရုတ်ပင်လေးကို စိုက်ပျိုးပြီး ပြုစုစောင့်ရှောက်ခြင်းဟာ ကျွန်တော်တို့ရဲ့ ကမ္ဘာမြေအတွက် အောက်ဆီဂျင် ပိုမိုထုတ်လုပ် ပေးရုံသာမက လက်ရှိမှာ ရာသီဥတုပြောင်းလဲမှုနဲ့ ပတ်ဝန်းကျင်ဆိုင်ရာ ခြိမ်းခြောက်မှုတွေကြောင့် ဆိုးရွားတဲ့ စိန်ခေါ်မှုတွေနဲ့ ရင်ဆိုင်နေရတဲ့ ကျွန်တော်တို့အားလုံးရဲ့ ဘုံအိမ်ဖြစ်တဲ့ ကမ္ဘာမြေကြီးကို ချစ်မြတ်နိုးကြောင်းနဲ့ ဂရုစိုက်မှုကိုဖော်ပြနေခြင်းလည်း ဖြစ်ပါတယ်…………

✨ သင်ဟာ အပြောင်းအလဲရဲ့ စွမ်းအားတခုပါပဲ..

📸 ပါဝင်နိုင်မည့်နည်းလမ်း -
သင့်ရဲ့ ငရုတ်ပင်လေးကို စတင်စိုက်ပျိုးပါ။ ဂရုတစိုက် ပြုစုပျိုးထောင်ပါ။ စိုက်ပျိုးချိန်တစ်လျှောက်လုံး ဓာတ်ပုံရိုက်ယူပါ။ ထို့နောက် ယခုအချိန်မှစ၍ ၂၀၂၆ ခုနှစ် ဧပြီလ ၃၀ ရက်နေ့အထိ သင့်ငရုတ်ပင်လေး ကြီးထွားလာပုံ အဆင့်ဆင့်ကို ဓာတ်ပုံများ မျှဝေပေးပါ။
ဒီပို့စ်အောက်က မှတ်ချက်ရေးတဲ့အကွက်မှာ သင့်ဓာတ်ပုံများကို ရိုးရှင်းစွာ တင်ပေးလိုက်ရုံပါပဲ။

🌟 စိတ်ကျေနပ်စရာဖြစ်စေသည့် ဓာတ်ပုံများအတွက် အထူးဆုများ ချီးမြှင့်သွားမှာပါ။

ကျွန်တော်တို့ရဲ့ ကမ္ဘာမြေအတွက် ကြီးမားတဲ့ အကျိုးသက်ရောက်မှုကို ဖန်တီးဖို့
သေးငယ်တဲ့လုပ်ငန်းလေးကနေ စတင်လိုက်ကြပါစို့….. 🌍🌿🌶️



#ปลูกพริก1ต้นเพื่อเปลี่ยนโลก

13/03/2026

🌱 ปิดเทอมนี้ มาปลูกต้นพริกกัน! 🌶️ “การปลูกพริกเพียง 1 ต้น จะเปลี่ยนโลกได้อย่างไร?” ✋🤝 🌱 🌍 🙌

ทีมงาน COAST ฝ่ายสิ่งแวดล้อม ขอเชิญชวนทุกคน โดยเฉพาะ นักเรียนและคุณครู มาร่วมกิจกรรมง่าย ๆ แต่มีความหมายในช่วงปิดเทอมนี้

มาร่วมเรียนรู้ไปด้วยกัน เชื่อมโยงกับธรรมชาติ และเริ่มต้นลงมือทำสิ่งเล็ก ๆ ที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริง การปลูกและดูแล ต้นพริก ไม่เพียงช่วยเพิ่มออกซิเจนให้กับโลกของเรา แต่ยังเป็นการแสดงความรักและความห่วงใยต่อโลกใบนี้ ซึ่งเป็นบ้านของพวกเราทุกคน และกำลังเผชิญกับความท้าทายจาก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยคุกคามต่อสิ่งแวดล้อม

✨ คุณคือพลังของการเปลี่ยนแปลง !!

📸 วิธีร่วมกิจกรรม:
เริ่มเพาะพันธุ์ปต้นพริกของคุณ ใส่ใจ ดูแล และถ่ายรูป จากนั้นแชร์ภาพการเติบโตของต้นพริกเป็นระยะ ๆ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569
เพียง โพสต์ภาพของคุณใต้โพสต์นี้

🌟 มีรางวัลพิเศษสำหรับภาพที่สร้างแรงบันดาลใจมากที่สุด!

มาเริ่มทำสิ่งเล็ก ๆ เพื่อสร้าง ผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ต่อโลกของเรา 🌍🌿🌶️

โรงเรียนวัดคมนียเขต คึกคัก



#ปลูกพริก1ต้นเพื่อเปลี่ยนโลก

13/03/2026

🌱 This School Break, Let’s Plant a Chili Plant! 🌶️
“How can planting just one chili plant change the world?” ✋🤝🌱🌍🙌

The COAST Environmental Team invites everyone, especially students and teachers, to join a simple but meaningful activity during this school break.

Let’s learn together, reconnect with nature, and start taking small actions that can create real change. Planting and caring for a chili plant not only helps increase oxygen for our planet,but also shows our love and care for the Earth, our shared home that is currently facing serious challenges from climate change and environmental threats.

✨ You are the power of change!

📸 How to join:
Start planting your chili plant, take good care of it, and take photos along the way. Then share photos of your chili plant’s growth regularly from now until April 30, 2026.
Simply post your photos in the comments under this post.

🌟 Special prizes will be awarded for the most inspiring photos!

Let’s start with something small
to create a big impact for our planet. 🌍🌿🌶️



#ปลูกพริก1ต้นเพื่อเปลี่ยนโลก

ที่อยู่

20 Moo 4
Takuapah
82220

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6676679574

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ FED Thailand - มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง FED Thailand - มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา:

แชร์