บ้านโคกรัมย์

บ้านโคกรัมย์ บ้านโคกรัมย์ ตำบลกระเทียม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ บ้านโคกรัมย์ ตำบลกระเทียม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์,บ้านโคกรัมย์,บ้านโคกรัมย์,โคกรัมย์

07/08/2025

เปิด 13 ข้อตกลงหยุดยิง ไทย-กัมพูชา เห็นพ้องรักษาสันติภาพ

เสร็จสิ้นไปแล้ว สำหรับการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ไทย - กัมพูชา สมัยวิสามัญ ที่ 2 ชาติ เห็นพร้องข้อตกลงหยุดยิง 13 ข้อระหว่างกัน
โดยมี สาระสำคัญ ดังนี้
1. ยุติการใช้อาวุธทุกประเภท การโจมตีต่อพลเรือน เป้าหมายพลเรือน และเป้าหมายทางทหาร ในทุกพื้นที่และทุกกรณี
2. รักษาสถานะการวางกำลังในที่ตั้งปัจจุบัน สถานะตั้งแต่ 28 ก.ค.68 โดยไม่มีการเคลื่อนย้ายกำลัง และไม่มีการลาดตระเวนไปยังที่ตั้งของอีกฝ่าย
3. ไม่เพิ่มเติมกำลังตลอดแนวชายแดนไทย - กัมพูชา
4. ไม่กระทำการอันเป็นการยั่วยุที่ส่งผลให้เกิดความตึงเครียด การมีกิจกรรมทางทหารเข้าไปยังดินแดน
เขตน่านฟ้า หรือที่ตั้งของอีกฝ่าย ตามสถานะการหยุดยิง ตั้งแต่ 28 ก.ค.68 และไม่สร้างโครงสร้างพื้นฐานทางทหารล้ำออกไปนอกขอบเขตของฝ่ายตน
5. ไม่ใช้กำลังต่อพลเรือน หรือเป้าหมายทางพลเรือนในทุกกรณี
6. การปฏิบัติตามอนุสัญญาเจนีวา: การปฏิบัติต่อผู้ที่ถูกจับกุมตัว การขอส่งตัวผู้บาดเจ็บมารักษาในสถานพยาบาลของอีกฝ่าย โดยจะขึ้นอยู่กับศักยภาพในการรองรับของสถานพยาบาลแล้วแต่กรณี สำหรับทหารที่อยู่ในความควบคุมของอีกฝ่ายหนึ่งจะได้รับการปล่อยตัวและส่งกลับประเทศ หลังจากยุติการใช้กำลังโดยสมบูรณ์ รวมทั้งอำนวยความสะดวกในการส่งคืนร่างผู้เสียชีวิตอย่างสมเกียรติโดยเร็ว และจัดการศพภายใต้สภาพที่ถูกสุขลักษณะและด้วยความเคารพ
7. กรณีมีความขัดแย้งกันด้วยอาวุธทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ ทั้งสองฝ่ายจะหารือกันในระดับปฏิบัติผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ เพื่อป้องกันการขยายตัวของสถานการณ์
8. เห็นชอบให้เพิ่มในเรื่องของการปฏิบัติดังนี้
8.1 ดำรงการติดต่อสื่อสารอย่างต่อเนื่องระหว่างหน่วยทหารในพื้นที่
8.2 จัดการประชุม RBC ภายใน 2 สัปดาห์นับจากการประชุม GBC ใน 7 ส.ค. 68
8.3 ดำรงช่องทางการติดต่อสื่อสารโดยตรงระดับรัฐมนตรีและผู้บัญชาการทหารสูงสุดของทั้งสองประเทศ
9. งดเว้นการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือข่าวปลอม

ส่วนที่ 2 กลไกตรวจสอบการหยุดยิง
10. ทั้งสองฝ่ายต้องดำเนินการตามผลหารือเมื่อ 28 ก.ค. 68 ซึ่งรวมถึงการหยุดยิงและการมีคณะผู้สังเกตการณ์จากประเทศสมาชิกอาเซียน นำโดยมาเลเซีย
11. เห็นชอบให้ RBC ในแต่ละพื้นที่ ดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิง โดยมีโดยมีคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน ซึ่งนำโดยมาเลเซียเป็นผู้ร่วมสังเกตการณ์ โดย RBC จะพบกันเป็นประจำ และส่งรายงานให้ GBC ตามสายการบังคับบัญชาของแต่ละฝ่าย
12. ในระหว่างการจัดตั้งคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนที่มีมาเลเซีย เป็นผู้นำ จะใช้กลไกคณะผู้สังเกตการณชั่วคราว ซึ่งประกอบด้วยผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารประเทศสมาชิกอาเซียน ประจำประเทศไทย และกัมพูชา ทำหน้าที่แทนเป็นการชั่วคราว

ส่วนที่ 3 การประชุม GBC
13. ให้จัดการประชุม GBC ในหนึ่งเดือนหลัง 7 ส.ค.68 (สถานที่จะตกลงกันภายหลัง) หรือมิเช่นนั้นการประชุม GBC วิสามัญ จะถูกจัดขึ้นเพื่อเจรจาการหยุดยิง
Thailand and Cambodia agree to 13 points of the ceasefire implementation agreement to maintain peace
The Extraordinary Session of the General Border Committee (GBC) Meeting between Thailand and Cambodia has concluded with the two countries agreeing to a 13-point ceasefire implementation agreement.
The key points of the agreement are, as follows:
1. Cease use of all types of weapons, including attacks on civilians, civilian objects, and military objectives in all cases and all areas.
2. Maintain current status of troop deployments, as in effect since 28 July 2015, with no troop movements or patrols toward the other side’s position.
3. Refrain from increasing troops along the entire Thai-Cambodian border.
4. Refrain from provocative actions that may escalate tensions, including military activity entering the other’s airspace and territory or positions as of ceasefire since 28 July 2015, and refrain from constructing military infrastructure beyond their own side.
5. Refrain from using force against civilians or civilian objects in all circumstances.
6. Comply with the Geneva Conventions: Treatment of captured soldiers and transfer of injured persons to medical facilities of the other side, depending on the capacity of the medical facility. Captured soldiers shall be immediately released and repatriated after the cessation of active hostilities. Facilitate the dignified and timely return of the deceased individuals.
7. In the event of an armed conflict, both sides will discuss matters at the local level through existing bilateral mechanisms to prevent the situation from escalating.
8. Agreed to increase the following measures:
8.1 Maintain regular communications between all army areas and military regions and units along the border.
8.2 Convene an RBC meeting within two weeks of the Extraordinary Session of the GBC meeting on 7 August 2025.
8.3 Maintain regular and direct lines of communication between ministers and chiefs-of-defence forces levels.
9. Refrain from disseminating false information or fake news.
Part 2: Ceasefire Observation Arrangement
10. Both sides must implement the common understanding reached on 28 July 2025, including the ceasefire and formation of an ASEAN observer team led by Malaysia.
11. Agreed that RBCs in each area shall implement the ceasefire agreement, coordinated and observed by the ASEAN observer team led by Malaysia. The RBCs will meet regularly and submit reports to the GBC through their respective national chains of command.
12. Pending the establishment of the ASEAN observer team, led by Malaysia, an interim observer team, consisting of defence attaches from ASEAN member countries accredited to Thailand and Cambodia, will be used to observe the impolementation of the ceasefire on either side.
Section 3: GBC Meeting
13. A GBC meeting will be held one month after 7 August 2025 (at a venue to be discussed). Otherwise, an Extraordinary GBC Meeting should be called immediately to discuss the ceasefire.



#ทีมประเทศไทย
#รวมใจไทยเป็นหนึ่ง

07/08/2025

จบแล้ว GBC

สาระสำคัญที่ตกลงร่วมกัน
หยุดใช้อาวุธ ไม่เคลื่อนย้ายกำลัง ไม่เติมกำลัง
ไม่ยั่วยุ ไม่ใช้เป้าหมายพลเรือน ส่งเชลยกลับ
รับร่างผู้เสียชีวิต หารือระดับทวิภาคีอยู่เสมอ
มีคณะผู้สังเกตการณ์ หยุดข่าวปลอม

เจอกันใหม่ประชุมครั้งถัดไป
อีก 1 เดือน

เปิด 13 ข้อตกลงหยุดยิง ไทย กัมพูชา เห็นพ้อง รักษาสันติภาพ

เสร็จสิ้นไปแล้ว สำหรับการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ไทย - กัมพูชา สมัยวิสามัญ ที่ 2 ชาติ เห็นพร้องข้อตกลงหยุดยิง 13 ข้อระหว่างกัน

โดยมี สาระสำคัญ ดังนี้
1. ยุติการใช้อาวุธทุกประเภท การโจมตีต่อพลเรือน เป้าหมายพลเรือน และเป้าหมายทางทหาร ในทุกพื้นที่และทุกกรณี
2. รักษาสถานะการวางกำลังในที่ตั้งปัจจุบัน สถานะตั้งแต่ 28 ก.ค.68 โดยไม่มีการเคลื่อนย้ายกำลัง และไม่มีการลาดตระเวนไปยังที่ตั้งของอีกฝ่าย
3. ไม่เพิ่มเติมกำลังตลอดแนวชายแดนไทย - กัมพูชา
4. ไม่กระทำการอันเป็นการยั่วยุที่ส่งผลให้เกิดความตึงเครียด การมีกิจกรรมทางทหารเข้าไปยังดินแดน
เขตน่านฟ้า หรือที่ตั้งของอีกฝ่าย ตามสถานะการหยุดยิง ตั้งแต่ 28 ก.ค.68 และไม่สร้างโครงสร้างพื้นฐานทางทหารล้ำออกไปนอกขอบเขตของฝ่ายตน
5. ไม่ใช้กำลังต่อพลเรือน หรือเป้าหมายทางพลเรือนในทุกกรณี
6. การปฏิบัติตามอนุสัญญาเจนีวา: การปฏิบัติต่อผู้ที่ถูกจับกุมตัว การขอส่งตัวผู้บาดเจ็บมารักษาในสถานพยาบาลของอีกฝ่าย โดยจะขึ้นอยู่กับศักยภาพในการรองรับของสถานพยาบาลแล้วแต่กรณี สำหรับทหารที่อยู่ในความควบคุมของอีกฝ่ายหนึ่งจะได้รับการปล่อยตัวและส่งกลับประเทศ หลังจากยุติการใช้กำลังโดยสมบูรณ์ รวมทั้งอำนวยความสะดวกในการส่งคืนร่างผู้เสียชีวิตอย่างสมเกียรติโดยเร็ว และจัดการศพภายใต้สภาพที่ถูกสุขลักษณะและด้วยความเคารพ
7. กรณีมีความขัดแย้งกันด้วยอาวุธทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ ทั้งสองฝ่ายจะหารือกันในระดับปฏิบัติผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ เพื่อป้องกันการขยายตัวของสถานการณ์
8. เห็นชอบให้เพิ่มในเรื่องของการปฏิบัติดังนี้
8.1 ดำรงการติดต่อสื่อสารอย่างต่อเนื่องระหว่างหน่วยทหารในพื้นที่
8.2 จัดการประชุม RBC ภายใน 2 สัปดาห์นับจากการประชุม GBC ใน 7 ส.ค. 68
8.3 ดำรงช่องทางการติดต่อสื่อสารโดยตรงระดับรัฐมนตรีและผู้บัญชาการทหารสูงสุดของทั้งสองประเทศ
9. งดเว้นการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือข่าวปลอม

ส่วนที่ 2 กลไกตรวจสอบการหยุดยิง
10. ทั้งสองฝ่ายต้องดำเนินการตามผลหารือเมื่อ 28 ก.ค. 68 ซึ่งรวมถึงการหยุดยิงและการมีคณะผู้สังเกตการณ์จากประเทศสมาชิกอาเซียน นำโดยมาเลเซีย
11. เห็นชอบให้ RBC ในแต่ละพื้นที่ ดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิง โดยมีโดยมีคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน ซึ่งนำโดยมาเลเซียเป็นผู้ร่วมสังเกตการณ์ โดย RBC จะพบกันเป็นประจำ และส่งรายงานให้ GBC ตามสายการบังคับบัญชาของแต่ละฝ่าย
12. ในระหว่างการจัดตั้งคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนที่มีมาเลเซีย เป็นผู้นำ จะใช้กลไกคณะผู้สังเกตการณชั่วคราว ซึ่งประกอบด้วยผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารประเทศสมาชิกอาเซียน ประจำประเทศไทย และกัมพูชา ทำหน้าที่แทนเป็นการชั่วคราว

ส่วนที่ 3 การประชุม GBC
13. ให้จัดการประชุม GBC ในหนึ่งเดือนหลัง 7 ส.ค.68 (สถานที่จะตกลงกันภายหลัง) หรือมิเช่นนั้นการประชุม GBC วิสามัญ จะถูกจัดขึ้นเพื่อเจรจาการหยุดยิง

///////

Thailand and Cambodia agree to 13 points of the ceasefire implementation agreement to maintain peace

The Extraordinary Session of the General Border Committee (GBC) Meeting between Thailand and Cambodia has concluded with the two countries agreeing to a 13-point ceasefire implementation agreement.

The key points of the agreement are, as follows:
1. Cease use of all types of weapons, including attacks on civilians, civilian objects, and military objectives in all cases and all areas.
2. Maintain current status of troop deployments, as in effect since 28 July 2015, with no troop movements or patrols toward the other side’s position.
3. Refrain from increasing troops along the entire Thai-Cambodian border.
4. Refrain from provocative actions that may escalate tensions, including military activity entering the other’s airspace and territory or positions as of ceasefire since 28 July 2015, and refrain from constructing military infrastructure beyond their own side.
5. Refrain from using force against civilians or civilian objects in all circumstances.
6. Comply with the Geneva Conventions: Treatment of captured soldiers and transfer of injured persons to medical facilities of the other side, depending on the capacity of the medical facility. Captured soldiers shall be immediately released and repatriated after the cessation of active hostilities. Facilitate the dignified and timely return of the deceased individuals.
7. In the event of an armed conflict, both sides will discuss matters at the local level through existing bilateral mechanisms to prevent the situation from escalating.
8. Agreed to increase the following measures:
8.1 Maintain regular communications between all army areas and military regions and units along the border.
8.2 Convene an RBC meeting within two weeks of the Extraordinary Session of the GBC meeting on 7 August 2025.
8.3 Maintain regular and direct lines of communication between ministers and chiefs-of-defence forces levels.
9. Refrain from disseminating false information or fake news.

Part 2: Ceasefire Observation Arrangement
10. Both sides must implement the common understanding reached on 28 July 2025, including the ceasefire and formation of an ASEAN observer team led by Malaysia.
11. Agreed that RBCs in each area shall implement the ceasefire agreement, coordinated and observed by the ASEAN observer team led by Malaysia. The RBCs will meet regularly and submit reports to the GBC through their respective national chains of command.
12. Pending the establishment of the ASEAN observer team, led by Malaysia, an interim observer team, consisting of defence attaches from ASEAN member countries accredited to Thailand and Cambodia, will be used to observe the impolementation of the ceasefire on either side.

Section 3: GBC Meeting
13. A GBC meeting will be held one month after 7 August 2025 (at a venue to be discussed). Otherwise, an Extraordinary GBC Meeting should be called immediately to discuss the ceasefire.


#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด
#กองทัพบกทันกระแส

พี่น้องประชาชน ทุกคนคือพลังสำคัญในการ  #ปกป้องอธิปไตยของชาติ       กองทัพอากาศ ได้ตรวจพบความพยายามในการใช้โดรนบินสำรวจที...
02/08/2025

พี่น้องประชาชน ทุกคนคือพลังสำคัญในการ #ปกป้องอธิปไตยของชาติ

กองทัพอากาศ ได้ตรวจพบความพยายามในการใช้โดรนบินสำรวจที่ตั้งทางทหารและหน่วยงานราชการจำนวนมากในหลายพื้นที่ที่สำคัญของประเทศไทย ซึ่งถือเป็นภัยร้ายแรงที่ส่อให้เห็นถึงความพยายามในการสอดแนม เพื่อกระทำการสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เป็นอันตรายต่อโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและอาจรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารและหน่วยงานด้านความมั่นคงที่ได้รับมอบหมาย มีอำนาจในการใช้ระบบ Anti Drone ในการทำลายเป้าหมายได้ทันที และผู้ที่กระทำผิด จะเข้าข่ายความผิดฐานจารกรรม/สายลับ ที่กระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร มีบทลงโทษรุนแรง ถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต

ปัจจุบัน สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย กัมพูชา ยังคงต้องเฝ้าระวัง โดรนคือภัยคุกคามที่ร้ายแรงและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและชีวิตประชาชน กองทัพอากาศจึงขอความร่วมมือประชาชนทุกท่านที่พบเห็นหรือทราบเบาะแสเกี่ยวกับการบินของโดรน รวมทั้งผู้ที่บังคับโดรน ที่อาจฝ่าฝืนกฎหมายได้แจ้งสายด่วนความมั่นคง 1374 หรือหน่วยงานราชการใกล้เคียง ได้ตลอด 24 ชม.


#รวมใจไทยเป็นหนึ่ง
#งดบินโดรน

30/07/2025

กองทัพไทย ผิดหวังรัฐบาลกัมพูชา ปฏิเสธข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในแนวหน้า ตำหนิกองทัพกัมพูชาทอดทิ้งทหารให้รบโดยลำพัง

[English version below 🔻🔻🔻]

พลตรี วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ออกมาแสดงความผิดหวังต่อคำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชา ซึ่งได้ออกแถลงการณ์เมื่อค่ำวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 โดยชี้แจงและแสดงจุดยืนต่อกรณีดังกล่าว ดังนี้

1. ประเทศไทยยึดถือข้อเท็จจริง และไม่กล่าวหาโดยไร้หลักฐาน : จากข้อมูลที่กองทัพไทยเปิดเผยต่อสาธารณชน ในการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงของกัมพูชา โดยยืนยันว่าทหารกัมพูชาได้เปิดฉากการยิงเข้ามายังที่มั่นทหารไทยบริเวณภูมะเขือ และช่องอานม้า เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 เวลา 21.30 น. นั้น มิได้เกิดจากการกล่าวหาโดยปราศจากมูลความจริง หากแต่ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่หน้าแนวการวางกำลังของทหาร ซึ่งได้รับการตรวจสอบโดยหลายหน่วยงาน มีบันทึกเหตุการณ์ การสื่อสาร และพยานแวดล้อมที่ยืนยันชัดเจน

การที่ฝ่ายกัมพูชาปฏิเสธข้อเท็จจริงดังกล่าว มิใช่เพียงการเพิกเฉยต่อหลักฐานที่ปรากฏ แต่ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นของกลไกสันติภาพในเวทีโลก ทั้งนี้ กองทัพไทยพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อกลไกผู้สังเกตการณ์ที่เป็นกลาง และยืนยันข้อเท็จจริงบนหลักฐานที่ตรวจสอบได้ เพื่อพิสูจน์ให้ประชาคมโลกเห็นว่า กองทัพไทยปฏิบัติตามคำมั่นอย่างเคร่งครัด "ไม่ใช่แค่ออกมาพูดว่า "มุ่งมั่นและแน่วแน่" แต่พิสูจน์ได้ด้วยการกระทำ

2. พฤติกรรมของทหารกัมพูชาสะท้อนปัญหาภายในกองทัพตนเอง : การที่ทหารกัมพูชาบางหน่วยยังคงใช้อาวุธหลังการหยุดยิง สะท้อนความไร้ประสิทธิภาพของการบังคับบัญชา และภาวะขาดวินัยในหมู่ทหารระดับผู้ปฏิบัติการ โดยการออกมาปฏิเสธความรับผิดชอบของรัฐบาลกัมพูชา ตอกย้ำว่า กองทัพกัมพูชาไม่สามารถควบคุมกำลังพลของตนเองได้ เข้าข่ายภาวะ “ล้มเหลวในการบังคับบัญชา” หมายความได้ว่า ณ ปัจจุบัน ระบบการบังคับบัญชาภายในกองทัพกัมพูชาขาดประสิทธิภาพ ผู้นำไม่สามารถควบคุมกำลังพลของตนเองได้ หรือหากเลวร้ายกว่านั้น อาจเป็นการที่มีผู้มีเจตนาปล่อยให้เกิดความรุนแรงเพื่อหวังผลทางการเมืองบางประการ

3. ไทยยืนยันเจตนารมณ์สันติภาพ โดยเปิดรับการตรวจสอบจากกลไกที่เป็นกลาง : กองทัพไทยพร้อมให้ความร่วมมือกับกลไกระหว่างประเทศอย่างเต็มที่ ทั้งในด้านการตรวจสอบข้อเท็จจริง การเข้าถึงพื้นที่ และการเปิดเผยข้อมูล โดยไม่มีสิ่งใดต้องปกปิด โดยฝ่ายไทยมั่นใจในความโปร่งใสของตนเอง และเชื่อมั่นว่าความจริงจะเป็นเครื่องยืนยันถึงความรับผิดชอบและความตั้งใจที่แท้จริง

4. เรียกร้องให้กัมพูชาทบทวนตนเอง โดยหยุดกล่าวหาผู้อื่นโดยไม่แก้ปัญหาภายใน :
ก่อนที่รัฐบาลกัมพูชาจะกล่าวหาประเทศอื่นว่าบิดเบือนความจริง ควรหันกลับไปตรวจสอบตนเอง ว่าเหตุใดคำสั่งหยุดยิงจึงไม่สามารถหยุดเสียงปืนในแนวหน้าได้ หากไม่สามารถควบคุมทหารให้ยุติการสู้รบหลังคำสั่งหยุดยิงได้ ย่อมหมายความว่า รัฐบาลขาดอำนาจในการควบคุมบังคับบัญชากองทัพของตนเองอย่างสิ้นเชิง และการที่กองทัพกัมพูชาไม่สามารถสั่งการให้หยุดยิงได้ หมายถึงความอ่อนแอและไร้เสถียรภาพของกองทัพ นำไปสู่ความไร้ศักดิ์ศรีของการเป็นชายชาติทหาร จึงขอเรียกร้องให้สังคมโลกประณามและจับตามองว่ากองทัพกัมพูชาเป็นกองทัพที่สร้างภัยคุกคามทั้งต่อภูมิภาคและประชาคมโลก

5. สุดท้ายเหตุการณ์ที่ทหารกัมพูชาใช้อาวุธประจำกายและอาวุธประจำหน่วยขนาดเล็กยิงเข้ามายังที่มั่นทหารไทยเมื่อคืนนี้ เป็นการสะท้อนให้เห็นว่า ทหารกัมพูชาในแนวหน้าถูกทอดทิ้งให้อยู่ตามลำพังในพื้นที่ห่างไกลโดยขาดการดูแล ส่งกำลังบำรุง จากกองทัพ โดยมีทหารกัมพูชาหลายนาย ยอมวางอาวุธและเข้ามอบตัวต่อทหารไทยในเวลาต่อมา

พฤติกรรมดังกล่าว มิใช่แค่ละเมิดคำสั่ง แต่ยังสะท้อน “สัญญาณอันตราย” ว่ากองทัพกัมพูชาขาดความสามารถในการจัดการกำลังพลในยามวิกฤต ในขณะที่รัฐบาลกัมพูชากล่าวอ้างถึง “ความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่” เพื่อสันติภาพในทุกบรรทัดของแถลงการณ์

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 ชี้ให้เห็นว่าเป็นการปฏิบัติที่ไม่ได้หวังผลทางยุทธวิธี แต่เป็นการ “เรียกร้อง” จากความรู้สึกถูกทอดทิ้ง ไม่มีเสบียง ไม่มีการหมุนเวียนกำลัง และขาดสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานในการดำรงชีพ สะท้อนว่ากองทัพกัมพูชาคือระบบอำนาจนิยมที่สร้างจากความหวาดกลัวและไร้มนุษยธรรม

กองทัพไทยขอเรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาและกองทัพกัมพูชา “หันกลับไปดูแลทหารของตัวเอง” ก่อนที่จะกล่าวหาใคร ๆ ว่าบิดเบือนความจริง พฤติกรรมการแสดงออกที่เกิดขึ้น แสดงว่าพวกเขาเหนื่อยล้า หวาดกลัว หิวโหย และต้องการให้ “ผู้บังคับบัญชาของตนดูแลและแสดงความรับผิดชอบ” มากกว่าออกมาแก้ตัว และโกหกซ้ำซาก

กองทัพไทย ขอยืนยันอีกครั้งว่า ประเทศไทยมุ่งมั่นต่อกระบวนการสันติภาพโดยแท้จริง พร้อมดำเนินการอย่างโปร่งใส มีวินัย และยึดมั่นในพันธสัญญาที่ให้ไว้ต่อประชาคมระหว่างประเทศ ขอเรียกร้องให้กัมพูชากลับมาทบทวนตนเองอย่างจริงจัง และยุติพฤติกรรมการปฏิเสธความจริง ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการฟื้นฟูสันติภาพอย่างยั่งยืน

---------------------

Royal Thai Armed Forces Express Disappointment Over Cambodia’s Denial of Frontline Realities; Condemn Abandonment of Troops

Major General Vithai Laithomya, Spokesperson of the Royal Thai Armed Forces Headquarters, expressed disappointment toward the statement issued by Cambodia’s Ministry of Foreign Affairs and International Cooperation on the evening of 29 July 2025. The Royal Thai Armed Forces would like to clarify and declare its position as follows:

1. Thailand upholds facts and does not issue baseless accusations
The information publicly disclosed by the Royal Thai Armed Forces regarding Cambodia’s ceasefire violations—including Cambodian troops initiating fire on Thai positions at Phu Makua and Chong Ahn Ma on 29 July 2025 at 21.30 hrs—is grounded in verified facts and not speculative allegations. These incidents occurred clearly within the frontline zone and have been corroborated by multiple Thai units through event logs, communication intercepts, and on-ground witnesses.

Cambodia’s denial disregards this body of evidence and erodes confidence in global peace mechanisms. Thailand remains fully committed to cooperating with impartial observers and to verifying facts through transparent, evidence-based processes. Our resolve is not merely declared, but demonstrated.

2. Behavior of Cambodian troops reflects internal dysfunction within their armed forces
The continued use of weapons by some Cambodian units after the ceasefire demonstrates a breakdown in command and discipline at the operational level. The Cambodian government's refusal to take responsibility underscores the inability of its military leadership to control its troops, which constitutes a clear failure of command.
This situation suggests either a lack of operational control or, in a more troubling scenario, the deliberate perpetuation of violence for political gain.

3. Thailand reaffirms its commitment to peace and welcomes neutral oversight
The Royal Thai Armed Forces stands ready to cooperate fully with neutral international mechanisms in verifying the facts, facilitating access to relevant areas, and disclosing necessary information. Thailand is confident in its transparency and discipline, and affirms that the truth will speak for itself regarding its commitment and conduct.

4. Cambodia must reflect internally before blaming others
Before accusing other nations of distorting the truth, the Cambodian government must ask why its ceasefire orders fail to silence weapons on the frontlines. If the Cambodian military cannot enforce compliance, it indicates a total lack of command authority.
The inability to issue or enforce ceasefire orders points to a fragile and unstable military structure, undermining the credibility and dignity of its armed forces. Thailand urges the international community to condemn these actions and closely monitor the Cambodian military as a source of instability in the region and beyond.

5. The use of weapons by Cambodian troops last night (29 July 2025) reflects abandonment, not strategy
The small-arms fire directed at Thai positions last night was not part of any tactical maneuver. It reflected the desperate conditions faced by Cambodian frontline soldiers, who were left without supply, rotation, or basic support.

Several Cambodian troops later surrendered to Thai forces, indicating that they had been abandoned in remote areas without logistical backing. This is not only a violation of ceasefire agreements but also a grave indicator of the Cambodian military’s inability to manage personnel during crises.

While Cambodia publicly speaks of its “firm commitment” to peace, the actions on the ground show otherwise. The current Cambodian military system is driven by fear and lacking basic humanitarian concern.

The Royal Thai Armed Forces urge the Cambodian government and military to “look after your own soldiers” before casting blame on others. The exhaustion, fear, and hunger of their frontline troops speak louder than any official statement—they do not need excuses, they need leadership.

Thailand reiterates its unwavering commitment to genuine peace through discipline, transparency, and responsibility. We urge Cambodia to engage in honest self-reflection and end its denial of reality—such denial remains the greatest obstacle to lasting peace.

#เขมรยิงก่อน


#หยุดบิดเบือน

#เคารพกติกาสากล
#รวมพลังแผ่นดิน
#หยุดยิงต้องหยุดจริง

ฝ่ายกัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิง
29/07/2025

ฝ่ายกัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

28/07/2025

ขอให้ประชาชนงดเดินทางกลับภูมิลำเนาพื้นที่ใกล้ชายแดน จนกว่าจะมีประกาศจากทางราชการ

เกาะติดสถานการณ์ จะเป็นไปได้หรือไม่“ หยุดยิงทันทีเที่ยงคืน คืนนี้โดยไม่มีเงื่อนไข ” #ฮุนเซนอาชญากรสงคราม  #ឧក្រិដ្ឋជនហ៊ុ...
28/07/2025

เกาะติดสถานการณ์ จะเป็นไปได้หรือไม่

“ หยุดยิงทันทีเที่ยงคืน คืนนี้โดยไม่มีเงื่อนไข ”

#ฮุนเซนอาชญากรสงคราม

#ឧក្រិដ្ឋជនហ៊ុនសែន
#洪森戰爭罪犯
#กัมพูชายิงก่อน

#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด
#กองทัพบกทันกระแส

หยุดยิงทันทีและไม่มีเงื่อนไขเจรจาไทย-กัมพูชา บรรลุข้อตกลง มีผลเที่ยงคืนวันนี้ข้อตกลงร่วมกันอีกสองข้อคือ การจัดให้มีการปร...
28/07/2025

หยุดยิงทันทีและไม่มีเงื่อนไข
เจรจาไทย-กัมพูชา บรรลุข้อตกลง
มีผลเที่ยงคืนวันนี้
ข้อตกลงร่วมกันอีกสองข้อคือ การจัดให้มีการประชุมนายทหารในพื้นที่ แม่ทัพภาคที่ 1 และ 2 ของไทย และแม่ทัพภาคที่ 4 และ 5 ของกัมพูชา ในวันที่ 29 ก.ค. เวลา 07.00 น. และจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทยกัมพูชา (จีบีซี) ในวันที่ 4 ส.ค. ที่ประเทศกัมพูชา

ข้อตกลงร่วมกันอีกสองข้อคือ การจัดให้มีการประชุมนายทหารในพื้นที่ แม่ทัพภาคที่ 1 และ 2 ของไทย และแม่ทัพภาคที่ 4 และ 5 ของกัมพูชา ในวันที่ 29 ก.ค. เวลา 07.00 น. และจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทยกัมพูชา (จีบีซี) ในวันที่ 4 ส.ค. ที่ประเทศกัมพูชา

อ่านเพิ่มเติม https://bbc.in/4mgFPLP

สรุปเหตุการณ์ 28 กรกฎาคม 2568 เวลา 12.00 น. #ฮุนเซนอาชญากรสงคราม  #ឧក្រិដ្ឋជនហ៊ុនសែន #洪森戰爭罪犯 #กัมพูชายิงก่อน  #ไทยนี้รัก...
28/07/2025

สรุปเหตุการณ์
28 กรกฎาคม 2568 เวลา 12.00 น.

#ฮุนเซนอาชญากรสงคราม

#ឧក្រិដ្ឋជនហ៊ុនសែន
#洪森戰爭罪犯
#กัมพูชายิงก่อน

#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด
#กองทัพบกทันกระแส

ที่อยู่

บ้านโคกรัมย์ ต. กระเทียม อ. สังขะ จ. สุรินทร์
Surin
32150

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บ้านโคกรัมย์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์