11/07/2025
🙏🪷 พระสงฆ์ในเมืองไทยถือว่าเป็นกลุ่มหนึ่งที่มีปัญหาสุขภาพมากที่สุด หลายรูปป่วยด้วยกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs อาทิ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต และไขมันในเลือดสูง ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการฉันอาหารหวานมันเค็ม และน้ำปานะที่มีรสหวาน เนื่องจากหลายครั้งเลือกไม่ได้ ขึ้นอยู่กับว่าญาติโยมจะถวายอะไร ก็ต้องฉันอย่างนั้น
🎯เนื่องในวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษานี้ เราจึงขอนำเสนอโมเดลดีๆ จากจังหวัดสุรินทร์ เพราะที่นี่ถือเป็นอีกพื้นที่ซึ่งประสบปัญหาพระภิกษุอาพาธ โดยคาดว่าอาจจะมีจำนวนมากถึง 35% นับเป็นหนึ่งในวิกฤตที่ควรเร่งหาวิธีจัดการ ดังนั้น สำนักสร้างสรรค์โอกาส (สำนัก 6) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงริเริ่มโครงการสร้างสุขภาวะที่ยั่งยืนของพระสงฆ์ ด้วยการจัดตั้งหน่วยจัดการระดับจังหวัดขับเคลื่อนประเด็นยุทธศาสตร์ (Node Flagship) จ.สุรินทร์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2562 ผ่านการทำงานใน 16 ตำบลของ 2 อำเภอ คืออำเภอเมืองสุรินทร์ และอำเภอศีขรภูมิ โดยเน้นการสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วม ผ่าน 3 กลไกหลักในพื้นที่ คือ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ชุมชน และพระสงฆ์
👩🏻⚕️🩺 กลไก รพ.สต. มีบทบาทในการตรวจคัดกรองสุขภาพของประชาชนในเบื้องต้นอยู่แล้ว เช่น ตรวจเลือด วัดความดัน วัดรอบเอว เก็บข้อมูลนำมาประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพ เพียงแต่ที่ผ่านมา รพ.สต. หลายแห่งไม่ได้เข้าไปดูแลสุขภาพของพระภิกษุสงฆ์ ดังนั้นพอมี Node Flagship จ.สุรินทร์เข้ามา รพ.สต. จึงหันมาทำงานเชิงรุกมากขึ้น ด้วยการตั้งสถานีสุขภาพภายในวัด ติดตามดูแลสุขภาพของพระสงฆ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับให้ข้อมูลความรู้เรื่องโภชนาการขั้นพื้นฐานแก่ผู้เกี่ยวข้อง
👩👩👦👦 เช่นเดียวกับกลไกชุมชน ทั้งผู้นำชุมชน และญาติโยม ก็ต้องมีบทบาทร่วมดูแลสุขภาพของพระสงฆ์ไม่แพ้กัน ทั้งการเฝ้าระวัง ดูแล และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของญาติโยมในการถวายภัตตาหารให้เหมาะสม โดยร่วมกันคิดว่าจะวางแผนดูแลสุขภาพของพระสงฆ์อย่างไร และตกลงกติการ่วมกัน เช่น จากที่เคยถวายเครื่องดื่มชูกำลัง หรือกาแฟสำเร็จรูปที่น้ำตาลสูงก็ควรปรับเปลี่ยน ถวายน้ำเปล่าแทน รวมถึงจัดสำรับที่เหมาะสมแด่พระสงฆ์ เช่น ไม่ควรรับประทานน้ำตาลเกิน 6 ช้อนชาต่อวัน หรือไม่ควรถวายภัตตาหารที่มีรสหวานมันเค็มจัด เป็นต้น 🍲🫑🍅
🪷🪷 และสุดท้ายคือ กลไกพระสงฆ์ เพราะความสำเร็จในการดูแลสุขภาพต้องเริ่มจากตัวเองเป็นลำดับแรก ดังนั้นหากพระสงฆ์มีความเข้าใจและให้ความร่วมมือในการปรับเปลี่ยนเมนูอาหาร ไม่ฉันภัตตาหารที่มีรสจัดเกิน เพิ่มการบริโภคผักและผลไม้ ฉันแต่พอเพียง รวมถึงหาเวลาบริหารร่างกาย เช่น การบิณฑบาต ทำสวน กวาดลานวัด ตลอดจนจัดทำแผนสุขภาพรายบุคคล และพัฒนานโยบายของคณะสงฆ์ในภาพรวม โอกาสลดปัญหาการอาพาธจากโรคกลุ่ม NCDs และเกิดระบบการสร้างสุขภาวะที่ยั่งยืนก็ย่อมมีมากขึ้น 💪
🚀ผลการดำเนินงานในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม สุขภาพของพระสงฆ์ที่เข้าร่วมโครงการดีขึ้น ส่วนพระภิกษุที่อาพาธก็ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยง ที่สำคัญยังเป็นการสร้างแรงกระตุ้นให้ชาวบ้านหันมาใส่ใจสุขภาพของตนเองและครอบครัว ตลอดจนมีการจัดตั้งวัดต้นแบบในตำบลเทนมีย์และตำบลนารุ่ง เพื่อเป็นโมเดลสำหรับการถอดบทเรียนและขยายผลสู่พื้นที่อื่น
🌱สำนัก 6 สสส. หวังว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในจังหวัดสุรินทร์ จะนำไปสู่การต่อยอดชุมชนที่ทุกคนมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพ ลดปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เพื่อสร้างสังคมแห่งความสุขที่ยั่งยืนตลอดไป🌳🌿
#หน่วยจัดการระดับจังหวัดขับเคลื่อนประเด็นยุทธศาสตร์ #สุขภาวะพระสงฆ์
#สำนักสร้างสรรค์โอกาส
#สำนัก6
#สสส.
#คุณคือกำลังสำคัญของการสร้างสุขภาวะในสังคมไทย
#เราอยากเห็นทุกคนบนแผ่นดินไทยมีขีดความสามารถสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ
#เพิ่มการเข้าถึงคำนึงถึงความเหลี่ยมล้ำสร้างความเข้มแข็งหาโอกาสขยายผล