Nature Flow Initiatives

Nature Flow Initiatives สังเกตการณ์ธรรมชาติ การเชื่อมโยงธรรมชาติ สู่ความงาม ศิลปะ และการเคลื่อนไหว

กว่า 20 ปีที่ยึดมั่นในบัญญัติ 10 ประการของชาวพื้นถิ่น มีภาพแขวนไว้ข้างฝาเมื่อวานได้ยินคำสอนของแพทย์ทางมนุษยปรัชญาท่านหนึ...
05/10/2026

กว่า 20 ปีที่ยึดมั่นในบัญญัติ 10 ประการของชาวพื้นถิ่น
มีภาพแขวนไว้ข้างฝา

เมื่อวานได้ยินคำสอนของแพทย์ทางมนุษยปรัชญาท่านหนึ่งกล่าว "จงรักตนเอง" ในนัยนั้นมีความหมายลึกซึ้ง เพราะเราล้วนเกี่ยวเนื่องกัน รักตนเองไม่ได้จำกัดในกายใจของตน แต่ทุกสรรพชีวิต และสิ่งแวดล้อม เพราะทุกสิ่งล้วนเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กัน

ร่วมเรียนรู้ไปกับเรา กับค่าย 2วัน Foundation of Nature Energy Connection

บางสิ่งเปิดไป นึกว่าหายไปวันหนึ่งมีคนมาฟัง และถ่ายทอดอย่างงดงาใ
20/09/2026

บางสิ่งเปิดไป นึกว่าหายไปวันหนึ่งมีคนมาฟัง และถ่ายทอดอย่างงดงาใ

"Human Biography พัฒนาการของจิตวิญญาณมนุษย์ผ่านช่วงต่าง ๆ ของชีวิต"

เมื่อวานได้ฟังย้อนหลังบรรยายเกี่ยวกับ “มนุษยปรัชญา” จากเพจ Fairy secret ขอบคุณอย่างมากค่ะ empathy + resonate กับคนอื่น

• ความพร้อมของเด็กวัย 6-7 ปี
- เชื่อมต่อกับร่างกายได้ดี ไม่ค่อยป่วย (วัยอนุบาลจะป่วยบ่อยกว่า / เด็กจะขึ้นป. 1 แขนขายาว ป่วยน้อยลง ดีขึ้น)
- Stable own regulation -- ตื่น หลับ การหายใจ การแยกจากพ่อแม่
- Life process ของตัวเองและความเป็นปัจเจก (นาฬิกาชีวิตของเขา)
- พลังชีวิตเป็นอิสระจากกาย พร้อมไปทำงานกับความคิด (etheric force กับ thinking)
- Hunger for learning
- Life force (พลังชีวิต) --> Light forces (พลังของแสงสว่าง)

• เด็กต้องได้ unconditional love และถ้าเด็กมี trauma ก็จะส่งผลในอนาคตของเขา เขาจะทนต่อสัญชาตญาณที่มาเรียกร้องได้ก็จะเป็นปัญหา

-------
"7 - 14 ปี"

• Forming temperament
- สัมพันธ์กับ Life organization (etheric body)
- ธาตุลม น้ำ ไฟ ดิน --> mix temperament เรามีทุกธาตุรวมกัน แต่จะมีอันไหนเด่น ผู้ใหญ่ควรรู้ว่าเด็กอยู่ธาตุไหน เพื่อจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสม
- แต่ละธาตุมีลักษณะแตกต่างกันไป เช่น ธาตุลม เหมือนลม สมาธิเปลี่ยนได้ง่าย น้ำก็เฉื่อยๆ easy ไฟก็มีพลังเยอะ อยากที่จะชน ไม่กลัวใคร ดินก็มั่นคงและคิดเยอะหน่อย

• Sensitive ต่อ Authority ของผู้ใหญ่
- เด็กที่ถูกคาดหวัง ควบคุม ฝึกฝน จะขาดการเห็นคุณค่าในตนเอง เป็นการ traumatise เด็กในวันนี้ นำไปสู่โรคภูมิแพ้ตัวเองในอนาคต
- ถ้าผู้ใหญ่สั่งให้ทำตามที่คาดหวัง ส่งผลต่อเด็กเยอะ เพราะธรรมชาติของเด็กจะตอบสนองต่อผู้ใหญ่ ทำให้ผู้ใหญ่ และเด็กก็จะขาดการเห็นคุณค่าในตัวเอง self-esteem จะต่ำ
- นำไปสู่ "โรคภูมิแพ้ตัวเอง" ในอนาคต ซึ่งปรากฎตอน 30-40 ปีกว่า แต่เหตุมาจากช่วงปฐมวัย (7-14 ปี) เหมือนไปฝังระเบิดเอาไว้ และไปเจอเหตุการณ์บางอย่างก็ทำให้อาการเกิดขึ้น
- ถ้าเราไม่อยากให้เกิดขึ้น ผู้ใหญ่ก็ควรเลี้ยงดูตามที่ควรเป็นในแต่ละช่วงวัย เช่น พัฒนา Inner space

• Inner space
- เด็กวัยนี้พัฒนาจากปลายมือปลายเท้ามาสู่ศูนย์กลาง
- "I" แปรเปลี่ยนการเติบโตและสร้างการตระหนักรู้ โดยการตระหนักต่อความตาย แต่เป็นระดับความรู้สึกมิใช่ความคิด
- เด็กสร้างพื้นที่ภายใน คือ อารมณ์ความรู้สึกข้างในตนเอง
- เด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายแสดงออกแตกต่างกัน (ผู้หญิงคับข้องใจ เช่น ร้องไห้ ผู้ชาย เช่น ก้าวร้าว เราไม่รู้ก็ไม่กดดันเขาได้ เป็นผลเสียในอนาคต)
- ช่วงนี้ผู้ใหญ่ต้อง empathy กับเด็ก อย่ามองในมุมผู้ใหญ่ แต่ให้มองในมุมเด็กด้วย

• สัตว์เลี้ยงสร้าง empathy
- 9-15 ปี มีสัตว์เลี้ยงให้ดูแล ช่วยคลายความโดดเดี่ยวได้

• Artistic activities
- วัยนี้ทำงานศิลปะและดนตรี มีผลต่อเด็ก เพื่อให้สัมผัสรับรู้ถึงความงาม
- ศิลปะมีอิทธิพลต่อพัฒนาการ โดยเฉพาะดนตรี --> sense of beauty
- Eurythmy บริหารปอด สร้างสมดุล และช่วยเรื่องความยืดหยุ่นของข้อต่อ

• Physical body (กีฬา) - Etheric body (ยูริธมี) - Astral body (ศิลปะ โดยเฉพาะดนตรี)

• Rubicon 9-10 ปี
- วิกฤตครั้งที่ 2 (second crisis)
- ประสบการณ์รับรู้อารมณ์ในตัวเองเกิดขึ้นในระดับ soul (ตระหนักรู้ความรู้สึก ในระดับความรู้สึก ไม่ใช่ความคิด ไม่ได้เป็นเหตุเป็นผล)
- ตั้งคำถาม อะไรคือความตาย สามารถฆ่าตัวตายได้ (ช่วงเวลาที่เขาจะหลุดออกจากโลกทางจิตวิญญาณ เขาจะอยู่ในโลกนี้เต็มเนื้อเต็มตัว)
- รับรู้ความรู้สึกโดดเดี่ยวในระดับดวงจิต new feeling (เป็นช่วงที่เด็กรับรู้ความรู้สึกโดดเดี่ยวทางจิตวิญญาณได้ เขาไม่เคยรับรู้อารมณ์แบบนี้มาก่อน)
- สูญเสียความสามารถในการเลียนแบบ

-------
"14-21 ปี"

• Astral body fully embody
- 12-21 ปี ระบบ Metaboric เริ่มพัฒนา
- "I" ยังเข้ามาในกายไม่สมบูรณ์ ยังไม่สามารถชี้นำตัวเองได้
- อารมณ์แบบไหน ก็ระเบิดมาเลย เขายังไม่มี "I" ที่สมบูรณ์มากพอ ต้องการผู้ใหญ่ไกด์ไลน์อยู่

• What is true?
- เกิดความคิด (เป็นเหตุเป็นผล) และตั้งคำถามอะไรคือความจริง (อะไรคือแก่น essence)
- อารมณ์รุนแรง สุดโต่งไปขั้วใดขั้วหนึ่ง ไม่สนใจคนอื่น
- สัญชาตญาณทางเพศมีพลังเพิ่มขึ้น ระบบสืบพันธุ์เริ่มทำงาน แต่ยังไม่คงที่ ไม่สม่ำเสมอ เช่น ประจำเดือน

• 3 bodies of soul ยังไม่เชื่อมโยงกัน คือ "Will - Feel - Think"
- ทำให้เกิดเคออสมากในวัยนี้

• วัยสร้าง Character
- เรียนรู้ที่จะรับผิดชอบต่อสิ่งที่กระทำ ก่อน 18 ปี
- ครอบครัวรับผิดชอบชีวิตเขาอยู่
- ผู้ใหญ่ต้องหยิบยื่นความรับผิดชอบให้ทีละนิด เป็นขั้นตอน
- ต้องการ task (ให้งานเขา)
- อะไรคือความสามารถที่มี (ทำให้รู้จักความสามารถที่แท้จริงของเขา)
- ละครเวที เหมาะกับเด็กวัยนี้มาก

• Gap year
- หลังจากจบชั้นมัธยม การหยุดเรียน 1 ปี เพื่อทำ social service
- เป็นการสร้างพื้นที่ให้วัยรุ่น สำรวจความต้องการ ตัดสินใจว่าจะเรียนหรือทำอาชีพอะไร การทำงานกับคนอื่นจะทำให้เขาได้ทิศทางของชีวิต ว่าจะเดินไปทางใด – Orientation

• Lunar node 18 y 7 m 9 d (ครั้งแรก คือ 18 ปี 7 เดือน 9 ปี)
- โอกาสหลุดเข้าไปสู่การติดยาเสพติดสูงมากในวัยนี้
- กระบวนการทาง cosmic ระหว่างดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ ที่มีต่อโลก แสดงภาพสะท้อนในแบบเดียวกับที่เราเกิด -- ตระหนักต่อบางสิ่งที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตเรา
- ตัวอย่างเช่น หมอยกตัวอย่างตัวเอง ว่ามีเหตุการณ์ที่ทำให้หมอรู้ว่าเขาจะเรียนแพทย์ เป็นจุดเปลี่ยนชีวิตหมอเลย

• "I" internalized
- 18-21 ปี "I" เข้ามาสู่กาย
- ผู้ใหญ่ต้องให้กำลังใจวัยรุ่นในการเปิดรับต่อ destiny เพื่อค้นหาว่าอะไรคือเป้าหมายของชีวิต อะไรคือสิ่งที่เป็นสาระสำคัญของชีวิต
- 21 ปี "I" เข้ามาสู่กาย บริเวณหัวใจ เป็นจุดที่เกิดการสะท้อนระหว่าง "I" จากข้างนอกที่เข้ามา และ "I" จากในตัวเองออกไปสู่คนอื่น (ผ่านกระบวนการที่เขาไปรับใช้สังคม ทำให้เขาไปตระหนักรู้ในตัวเอง
- เรียนรู้ว่า Human "I" ไม่ได้อยู่แต่ข้างในตัวฉัน แต่เชื่อมต่อตัวฉัน นำไปสู่อาชีพในอนาคต รู้ว่าต้องการเติบโตไปเป็นอะไร

-------
"21-28 ปี"

• "I" เข้ามาสู่กายได้เต็มที่ แต่ Soul กำลังพัฒนา
- Human soul / Emotional life / Conscious แบ่งเป็น 3 ระยะ

• 21-28 ปี Sentient Soul
- เราพัฒนาชีวิตทางอารมณ์และสัมพันธภาพ
- คุณหมอบอกว่า เหมือนพัฒนา living room (ดูผ่อนคลายชิลๆ) คือ ใช้ชีวิตในแบบที่ชอบ เรียนรู้ความสบาย (รับรู้ตัวเอง) ความสวยงามของชีวิต (มีความเพลิดเพลินมีความสุข)
- เริ่มต้นชีวิตที่เป็นปัจเจกทางความรู้สึก แต่ยังต้องพึ่งพิงผู้อื่นในชีวิตทางอาชีพ (เพราะยังไม่ได้เป็น master ที่แท้จริง)

• พัฒนาเครือข่ายทางสังคม
- พื้นฐานการทำงานเป็นทีม
- รักษาความสัมพันธ์

• เพื่อน - มิตรภาพ – สัมพันธภาพ

• เรียนรู้ที่จะมี Empathy - Enthusiasm ทั้งสองขั้ว

• เชื่อม Soul กับแต่ละกาย ผ่าน Art
- ถึงแม้จะหลุดจากระบบโรงเรียนแล้ว แต่ช่วยให้ดวงจิตเชื่อมโยงกันและสัมพันธ์กับแต่ละกายได้ ก็ต้องอาศัยศิลปะด้วยเช่นกัน
- Physical body (sculpture) - Etheric body (Painting) - Astral body (Music) - "I" (Speech)

-------
"28-35 ปี"

• Mind Soul
- Angel ไม่ได้อยู่กับเราแล้ว (0-21 ปี Angel จะมาซัพพอร์ตเรา)
- เรารับผิดชอบและเติบโตด้วยตัวเอง

• Set up work space
- รับผิดชอบ ดูแลตัวเอง (ไม่พึ่งพิงใครแล้ว)
- สร้างครอบครัว
- จัดการการเงิน
- งานสำคัญกับชีวิต
- รู้ว่าต้องทำอะไรในงานนั้นๆ
- บริหารจัดการ
- แก้ปัญหาได้รวดเร็ว

(กราฟเป็นภาพรูปตัวยู โดยมีจุดกลางคืออายุ 28-35 ปี)

• 28-30 ปี แรงขับเคลื่อนภายในลดลง (ก่อนหน้านั้น จะมี drive ข้างใน ความกระตือรือร้น Enthusiasm เช่น เราอยากจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ แต่พออาจอายุนี้ค่อยๆ ลดลง และหายไป)
- พลังในการขับเคลื่อนชีวิตลดลงและหายไปจากภายใน

• 35 ปี จุดสูงสุดของการพัฒนากาย (เส้น curve เป็นระฆังคว่ำ ร่างกายเริ่มเสื่อม)
- "I" เริ่มเป็นอิสระจากกายแล้ว ถึงแม้ร่างกายเริ่มเสื่อม แต่ถ้าพัฒนาทางจิตวิญญาณดีๆ เราจะมีกำลังวังชาสูงมากเลย
- จิตวิญญาณเริ่มออกจากร่างกาย
- ถ้าเราไม่พัฒนาจิตวิญญาณ และให้มันตกไปกับกายด้วย เช่น ทำไมแย่แบบนี้ ทำไมหัวหงอก ไม่เห็นความงามหรือเรื่องอื่นเลย
- ถ้าไปตามเส้นพัฒนาการทางกายจะเกิด depress
- ***30-35 ปี our mind จึงสำคัญมาก***

• 28-42 ปี
- เป็นช่วง Free person (อิสระมากเลย)
- แต่ก็มีหน้าที่และความรับผิดชอบมาก

• 35-42 ปี
- หลังจากเราตกไปตามกราฟท้องช้าง แล้วเด้งขึ้นมา
- เชื่อมโยงกับคำถามเชิงลึก
- สิ่งที่ต้องทำในอนาคตคืออะไร
- Re-orientation in life
- มีช่วง Mid-life crisis เกิดขึ้น

-------
"35-42 ปี"

• Consciousness Soul
- เป็นอิสระจาก sympathy และ antipathy (ความชอบ-ความไม่ชอบ)
- มองหาความจริง
- เรียนรู้ว่าตนเป็นสิ่งมีชีวิตทางจิตวิญญาณ

• Turning point
- ช่วงสุดท้ายของการบริหารจัดการชีวิต
- ต้องเปลี่ยนแปลงอารมณ์
- เปลี่ยนชีวิตให้เป็นแสงสว่างในดวงจิต
- นั่นคือ หลุดจาก sympathy และ antipathy ได้

• Consciousness Soul
- นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ
- เปลี่ยนความสัมพันธ์ของดวงจิต และโลกทางกายภาพ

• Self consciousness
- มีอิสรภาพทางความคิด
- คิดในแบบที่มิได้มีอารณ์หรือทางกายภาพที่ส่งผลต่อความคิด
- มีความสามารถในการสะท้อนตนเอง
- ตระหนักถึงด้านมืดของตนเอง (และยอมรับมันได้)
- พัฒนาความสัมพันธ์ใหม่กับตนเอง
- ตระหนักว่าคนอื่นมีประสบการณ์ถึงตัวเราอย่างไร (อาจแตกต่างสิ่งที่เรามอง)
- พัฒนา empathy

• Inner freedom
- คิดแบบเป็นอิสระจากร่างกายและดวงจิต
- เราจะเชื่อมโยงกับโลกอย่างไร จะทำอะไร มอบอะไรแก่โลกใบนี้

• 2nd Lunar node 37 y 2 m 18 d (ครั้งที่สอง 37 ปี 2 เดือน 18 วัน)
- บางคนมีประสบการณ์ Crisis-midlife crisis มักมี crisis กับคู่ชีวิต มีประสบการณ์เชิงลึกกับวิกฤติ เช่น การตระหนักรู้ใหม่ การยอมรับความล้มเหลวในชีวิต

• 40 ปี สูญเสียเข็มทิศของชีวิต
- แรงขับหายไป ภาพอนาคตเบลอ

• Real leadership (สร้างความเป็นผู้นำที่แท้จริง)
- การเอาชนะวิกฤติ ด้วยทางออกใหม่
- มักเจอสถานการณ์ที่ยากต่อการตัดสินใจ
- ต้องปรับวิธีคิด พัฒนาภาวะสำนึกของเราใหม่

-------
"42-49 ปี"

• Spirit transformation (ช่วงพัฒนาจิตวิญญาณ)
- ร่างกายเริ่มเสื่อม
- ตัวเราเริ่มออกจากร่างกาย (Spirit เริ่มออกจากร่างกาย)
- รู้สึกอิสระมากขึ้น

• Cross road ที่ต้องเลือก (เลือกตัดสินใจด้วยตนเอง เราจะพัฒนาไปสู่เส้นจิตวิญญาณไหม?)
- ระบบแขนขาพลังงานลดลงไปอยู่ที่ระบบคิด
- ต้องตัดสินใจเลือก 2 เส้นทาง
- 1. ไปทางเส้นจิตวิญญาณ -- หนุ่มสาวขึ้น มีกำลัง
- 2. ไปตามเส้นพัฒนาการกาย -- ซึมเศร้า คิดถึงอดีต

• Social leadership
- นอกจากพัฒนาจิตวิญญาณแล้ว ต้องพัฒนาอำนาจทางสังคม

-------
"49-56 ปี"

• Maturing time / Clear foresight in life (มีวุฒิภาวะสูง และชัดเจนกับสิ่งที่เราต้องทำในอนาคต แม้พลังชีวิตลดลง แต่มีพลังจิตวิญญาณที่เป็นอิสระมากเลย)

• พลังชีวิตลดลงเห็นได้ชัด (ส่งผลต่อด้านจิตวิญญาณได้เช่นกัน)
- มีภาวะ psychosomatic (เหตุทางกายที่เกิดจากทางจิต)
- อาการวัยทอง
- อ่อนแรง
- ระบบจังหวะรวน

• Mind Power
- สามารถเปลี่ยนพลังชีวิตให้เป็นพลังจิตวิญญาณ ที่นำไปสู่อิสระ
- ตระหนักว่า จิตวิญญาณเชื่อมโยงกับอนาคต

• 3 rd Lunar node
- ปัญหาสุขภาพเป็นอันตรายต่อจิตวิญญาณ
- อายุ 55 ปี new transformation
- คนที่มีมุมมองต่ออนาคตจะมีชีวิตยืนยาวขึ้นอีก 7 ปี

-------
"56-63 ปี"

• Spirit Man / Harvest time (วัยเก็บเกี่ยว)

• Meditation / Religious practices / care for friends / relationships
- ขอบคุณต่อชีวิต
- มุมมองความจริงที่เป็นบวก
- มีความสุขกับสัมพันธภาพต่อจิตวิญญาณเด็กๆ ที่กำลังเดินทาง
- ปฏิบัติธรรม
- ทั้งหมดทำให้ชีวิตมีคุณภาพชีวิตที่ดี healthy
- เห็นเด็กๆ เติบโต -- คนแก่มีพลังในการเลี้ยงเด็กได้ดี เพราะเขาจะชื่นชมจิตวิญญาณเด็กๆ ขณะที่เขาเริ่มต้นเดินทางถึงปลายทางแล้ว ช่วยคนแก่ได้มากเลย

-------
"สรุป"

• 0-21 ปี นำอดีต มาสู่ปัจจุบัน

• 21-42 ปี ปัจจุบันเป็นตัวหลักในการตัดสินใจ

• 42 ปีขึ้นไป อนาคตสำคัญ เข้าใกล้ชีวิตทางจิตวิญญาณ

• ความสัมพันธ์ระหว่างผู้สูงอายุกับเด็ก
- ผุ้สูงอายุรับรู้ความรู้สึกขอบคุณและความเบิกบาน

• ชีวิตเป็นกระบวนการที่ใหญ่
- U process / U theory
- เราก้าวเข้ามาในชีวิตด้วยแรงขับเฉพาะตัวแต่ละคน specific drive
- คือ เราตั้งใจมา แต่เราต้องเรียนรู้ว่า อะไรคือสิ่งที่เราต้องทำ อะไรคือ Destiny ของเรา

• Midlife time แรงขับหายไป
- อดีตจากไปแล้ว อนาคตยังไม่มาถึง
- อายุ 40 ปี สูญเสียเข็มทิศชีวิต ต้องปล่อยอดีต เพื่อเปิดรับต่ออนาคตใหม่ (ถ้าติดแต่ความหนุ่มความสาวในอดีต เขาจะไปต่อไม่ได้)

-------
"63 ปี ขึ้นไป"

• มองย้อนกลับไป พบว่ามันมีความหมาย

• แม้จะเจ็บปวดมากในเส้นทางนี้ แต่ก็พบว่า เราไม่สามารถพบมุมมองใหม่ หากไม่เจอความเจ็บปวด

• ทำให้รับรู้ Destiny / Karma

• Freedom (สุดท้าย เข้าสู่อิสรภาพ)
- ongoing transformation of life in light spiritual growth (เข้าสู่การเติบโตทางจิตวิญญาณ)
- รู้สึกแก่มากขึ้น และหนุ่มสาวในเวลาเดียวกัน
- เวลาเชื่อมโยงกับอนาคต ทำให้เราเด็กลง เพราะเชื่อมโยงกับพลังชีวิต (etheric force) ในขณะที่กายภาพแก่ลงไปตามธรรมชาติ


(อย่าลืม..ครั้งหน้าติดตามฟังกันได้เพจนางฟ้าโดยตรงได้เลยนะคะ)

ครั้งหน้าคือ ศุกร์ที่ 29 เมษายน 65 เวลา19.00 น.ถึง 20.00น.

ครูเปรียวยังจะมาเล่าให้ฟังในหัวข้อ "ธรรมชาติของมนุษย์และชีวประวัติของโรคภูมิต่อต้านตนเองในการวินิจฉัยและการรักษา" (auto-immune and biography สัมพันธ์กันอย่างไร)

โรคภูมิต่อต้านตัวเอง เป็นโรคที่มากับวิถีชีวิตสมัยใหม่อย่างแท้จริง จำนวนคนที่ป่วยด้วยโรคลักษณะนี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะกับเพศหญิง!

zoom link:
https://us02web.zoom.us/j/87067404905
Join Zoom Meeting
https://us02web.zoom.us/j/87067404905
Meeting ID: 870 6740 4905

ด้วยมุมมองของแพทย์มนุษยปรัชญา มีวิธีรักษาอย่างงไร? ที่น่าสนใจคือ โรคนี้เกี่ยวข้องอย่างยิ่งกับความเป็นมนุษย์ตั้งแต่อยู่ในท้องเลยทีเดียว และสามารถป้องกันได้ตั้งแต่วัยเด็ก...ความเข้าใจอัตชีวประวัติของคนไข้ นำไปสู่ความเข้าใจโรคและแนวทางการรักษา

แล้วเจอกันในเพจนางฟ้านะคะ
https://www.facebook.com/fairysecret


ขอบคุณข้อมูลจากครูเปรียวและแม่โอ๋จากเพจนางฟ้ามากๆ ค่ะ

ชมคลิปย้อนหลังที่นี่ค่ะ
https://www.facebook.com/fairysecret/videos/439414457954095

ขอบคุณภาพประกอบจาก https://www.emerald.com/insight/content/doi/10.1108/978-1-80043-840-820211007/full/html

เขียนดีมาก ค้นคว้าต่อได้ด้วยจ้า
20/09/2026

เขียนดีมาก ค้นคว้าต่อได้ด้วยจ้า

“ทุกสิ่งคือพลังงาน | เมื่อคุณเรียนรู้ที่จะสั่นสะเทือนอย่างถูกต้อง ความจริงจะเป็นของคุณ”

ข้อมูลจากคลิปชื่อว่า Everything is Energy | Once You Learn To Vibrate CORRECTLY, Reality is YOURS. ช่องยูทูบ Your Inner Guide
https://youtu.be/_lnG0rDyXCg?si=-W_YwBZHbTlJnAEl

คลิปนี้จะพาคุณเดินทางสู่การค้นพบตัวเอง และเรียนรู้วิธี “ยกระดับการสั่นสะเทือน (vibration)” ของคุณ เพื่อปลดล็อกพลังภายใน

ตลอดจนอธิบายถึงความสัมพันธ์ระหว่าง “การสั่นสะเทือนที่ถูกต้อง” กับ “การสร้างความจริงที่คุณต้องการ” ผ่านการอธิบายเชิงลึก มุมมองจากผู้รู้ และเทคนิคที่นำไปใช้ได้จริง คุณจะได้เรียนรู้วิธีใช้พลังงานรอบตัว และปรับให้สอดคล้องกับเป้าหมายชีวิต

คุณจะค้นพบว่า เมื่อคุณยกระดับคลื่นพลังของตัวเอง คุณจะดึงดูดประสบการณ์ดี ๆ ความอุดมสมบูรณ์ และความสำเร็จเข้ามา

มาเจาะรายละเอียดกันค่ะ

-------------------

“แนวคิดหลัก : ทุกอย่างคือพลังงาน”

1. ทุกสิ่งในจักรวาลคือพลังงาน

ตั้งแต่เก้าอี้ที่คุณนั่งไปจนถึงความคิดและความรู้สึกของคุณ พลังงานไม่สามารถสร้างหรือทำลายได้ มันสามารถเปลี่ยนรูปได้เท่านั้น

นั่นหมายความว่า เราไม่ได้สร้างอะไรใหม่ แต่เรากำลัง “แปลง” และ “เปลี่ยนทิศทาง” ของพลังงานที่มีอยู่แล้ว

คุณไม่ใช่แค่ร่างกายที่มีชีวิตในโลกวัตถุ แต่คุณคือพลังงานที่มีชีวิตอยู่ในจักรวาลที่ทุกอย่างกำลังสั่นสะเทือน และเพราะแบบนั้น คุณสามารถ “ส่ง” และ “รับ” พลังงานได้

-------------------

2. พลังของจิตใจและการสั่นสะเทือน

Aristotle เคยกล่าวว่า “พลังงานของจิตใจ คือแก่นแท้ของชีวิต” ทุกสิ่งมีการสั่น ทั้งสี เสียง ชีวิต ไม่มีอะไรอยู่นิ่ง

แนวคิดนี้ถูกบันทึกมาตั้งแต่ยุคอียิปต์โบราณโดย Hermes Trismegistus แม้แต่รูปทรงในโบราณสถาน บางครั้งคือ “รูปแบบของคลื่นเสียง” ที่สามารถกลายเป็นดนตรีเมื่อเล่นโน้ตนั้น เช่น ความถี่ 432 Hz ที่หลายคนคุ้นเคย แต่ละความถี่มี “ลักษณะพลังงาน” ของตัวเอง

-------------------

3. พลังงาน = พระเจ้า?

ทุกสิ่งคือการสั่นสะเทือนเดียวกัน เพียงแค่แสดงออกในรูปแบบต่าง ๆ พลังนี้อาจถูกเรียกว่า “พระเจ้า” หรือ “พลังสร้างสรรค์”

เมื่อคุณรับรู้สิ่งนี้อย่างแท้จริง ร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณของคุณจะถูกฟื้นฟู

-------------------

4. ร่างกาย จิตใจ และความถี่”

Gautama Buddha กล่าวว่า “สิ่งใดก็ตามที่เกิดในจิตใจ จะไหลไปเป็นความรู้สึกในร่างกาย”

ทุกสิ่งในจักรวาล รวมถึงมนุษย์ สั่นด้วยความถี่ที่แตกต่างกัน และความถี่นี้เปลี่ยนแปลงได้ตามประสบการณ์ ความคิด และอารมณ์

-------------------

5. ออร่าและพลังงานรอบตัว
ร่างกายของเราปล่อยคลื่นพลังงาน ซึ่งควบคุมทั้งจิตใจและร่างกาย เรียกว่า “ออร่า” อวัยวะแต่ละส่วนสะท้อนการสั่นสะเทือนที่ต่างกัน

-------------------

6. การยกระดับความถี่

คำสอนของ Saint Germain กล่าวว่า “การยกระดับความถี่ คือกุญแจสู่การเปลี่ยนแปลงชีวิต”

เขาแนะนำให้กล่าวว่า “I AM… I AM… I AM…” เพราะคำว่า “ฉันคือ” จะปลุกพลังภายใน และยกระดับความถี่ของคุณ
-------------------

7. วิทยาศาสตร์ควอนตัม & ความจริง

ร่างกายมนุษย์คือระบบฟิสิกส์ควอนตัมที่ซับซ้อน เราประกอบด้วยอะตอม และอะตอมส่วนใหญ่คือ “พื้นที่ว่าง”

นั่นแปลว่า “เราคือการสั่น มากกว่าสสาร”

-------------------

8. กฎของการดึงดูด

ความคิดทำงานเหมือนแม่เหล็ก Immanuel Kant มองว่า จิตใจเป็นตัวสร้างความหมายให้โลก

Laozi กล่าวว่า
• จงระวัง “ความคิด” จะกลายเป็น “คำพูด”
• “คำพูด” จะกลายเป็น “การกระทำ”
• “การกระทำ” จะกลายเป็น “นิสัย”
• “นิสัย” จะกลายเป็น “ตัวตน”
• “ตัวตน” จะกลายเป็น “ชะตาชีวิต
-------------------

9. ความคิด = พลังงาน

สูตรคือ ความคิด + อารมณ์ + ความรู้สึก = ความถี่พลังงาน
• ความรัก เป็นความถี่สูง
• ความเกลียด เป็นความถี่ต่ำ
• ความสงบ เป็นความถี่สูง
• ความกังวล เป็นความถี่ต่ำ

-------------------

10. มุมมองเชิงปรัชญา

Plato กล่าวถึงความขัดแย้งในจิตใจมนุษย์

Albert Camus มองว่า การเลือกมีความสุขคือการ ท้าทายความไร้ความหมายของชีวิต (The Absurd)

Seneca เน้นการควบคุมอารมณ์ เพื่อรักษาความสงบภายใน

-------------------

11. มุมมองควอนตัม

David Bohm เสนอว่า ความจริงทั้งหมดเชื่อมโยงกัน สิ่งที่เห็นเป็นเพียงการแสดงออกของสิ่งที่มองไม่เห็น

-------------------

12. การดูแลร่างกาย คือ การยกระดับพลัง
• อาหารที่ดี เป็นพลังงานดี
• การออกกำลังกาย เป็นการไหลของพลัง
• การนอน เป็นการฟื้นฟู

-------------------

13. เครื่องมือยกระดับความถี่
• สมาธิ (Meditation)
• การเยียวยาพลังงาน (Reiki, Acupuncture, Sound Healing)
• Affirmations
• Visualization
• การอยู่กับธรรมชาติ

-------------------

14. การใช้ชีวิตแบบพลังงานสูง
• ขอบคุณ (Gratitude)
• อยู่กับปัจจุบัน (Mindfulness)
• อยู่กับสิ่งที่ให้พลังบวก

-------------------

“สรุป”

การยกระดับการสั่นสะเทือนไม่ใช่แค่เทคนิค ไม่ใช่การกระทำครั้งเดียว แต่มันคือ “วิถีชีวิต” ที่ต้องฝึกฝนอย่างต่อเนื่องในทุกๆ วัน

เมื่อคุณเข้าใจพลังงาน คุณจะสามารถสร้างความจริงที่สอดคล้องกับหัวใจของคุณได้

-------------------

“วิธียกระดับความถี่การสั่นสะเทือน”
1. 🧘 การทำสมาธิ: สงบจิตใจ ลดความเครียด
2. 🌿 การสัมผัสธรรมชาติ: เดินป่า นั่งในสวน
3. 💪 การออกกำลังกายและโภชนาการ: ดูแลร่างกายให้แข็งแรง
4. 🙏 การกตัญญู: ฝึกความรู้สึกขอบคุณในชีวิตประจำวัน
5. ✨ การยืนยัน (Affirmations) : พูดทบทวนความคิดเชิงบวก
6. 😴 การพักผ่อน: นอนหลับให้เพียงพอ
7. ⚡ การบำบัดพลังงาน: เรกิ, การฝังเข็ม, การบำบัดด้วยเสียง

-------------------

16/09/2026

ยังไม่ทันประกาศก็มีคนสมัครมาครึ่งคอร์สละ

ใครสนใจรีบลงทะเบียนเลยนะคะ

อบรมคอร์ส Nature Energy Connection เดินทางมาถึงเชียงใหม่แล้วประเดิมคอร์สพื้นฐาน 2วัน ไปกลับในวันเสาร์ที่ 21 และอาทิตย์ที...
28/08/2026

อบรมคอร์ส Nature Energy Connection เดินทางมาถึงเชียงใหม่แล้ว

ประเดิมคอร์สพื้นฐาน 2วัน ไปกลับในวันเสาร์ที่ 21 และอาทิตย์ที่ 22 พย. 2569 (ไป-กลับ)

ณ ป่าในเมือง (หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยที่ ทป.4(แม่เหียะ)

ใครสนใจจองที่นั่งไว้ก่อนได้คะ

Grounding คือคำตอบ
31/05/2026

Grounding คือคำตอบ

หนังสือดีที่ครูแคร์แนะนำ และเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนรู้ในคอร์ส
04/03/2026

หนังสือดีที่ครูแคร์แนะนำ และเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนรู้ในคอร์ส

ได้เวลาเปลี่ยนความคิดที่มีต่อต้นไม้ใบหญ้ารอบตัว เพราะหนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณมอง “เพื่อนร่วมโลกสีเขียว” ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป! 🌳
เมื่อนึกถึง “พืช” สิ่งสุดท้ายที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้น “ประสาทสัมผัส” “ความรู้สึก” หรือ “สติปัญญา” เพราะแต่ไหนแต่ไรมา พืชดูจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่นิ่งเงียบ ขยับเขยื้อนไม่ได้ ไม่เคยตอบสนอง ต่างจากเหล่าสัตว์ที่เราคุ้นเคย
แต่ความก้าวหน้าทางชีววิทยากลับเผยความจริงอีกด้านหนึ่ง นั่นก็คือ พืชอาจไม่ได้ "เงียบงัน" อย่างที่เคยเข้าใจ และรู้อะไรๆ มากที่เราคาดคิด! 🌿
เพราะยิ่งศึกษาลงลึกเท่าไร ก็ยิ่งดูเหมือนว่าหลายๆ สิ่งที่มนุษย์รับรู้ได้นั้น พืชเองก็รับรู้ได้ไม่ต่างกัน (และอาจรับรู้บางอย่างได้ดีกว่าเราด้วยซ้ำ!) นักชีววิทยาพบว่าพืชจะ “มองเห็น” แสงสีต่างๆ ได้ แยกแยะบน-ล่างได้ พวกมัน “ได้กลิ่น” ภัยอันตรายที่กำลังเยื้องกรายเข้ามา และแม้แต่ “จดจำ” เหตุการณ์ในอดีต (เช่น ภัยแล้ง) เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการปรับตัวเพื่อเอาชีวิตรอดในอนาคตได้
แดเนียล ชาโมวิตซ์ นักชีววิทยาพืชและนักพฤกษศาสตร์ชื่อดัง จะพาคุณผู้อ่านกระโจนเข้าสู่โลกอันน่าอัศจรรย์ของสัมผัสรับรู้ของพืช ผ่านงานศึกษาวิจัยที่เผยให้เห็นว่า เจ้าสิ่งมีชีวิตสีเขียวรับรู้และตอบสนองต่อโลกรอบตัวของมันอย่างไร พร้อมทั้งอธิบายกลไกการทำงานของการรับรู้เหล่านั้นโดยเชื่อมโยงกับประสาทสัมผัสของมนุษย์เรา ☘️
ร่วมออกเดินทางสำรวจความมหัศจรรย์ของธรรมชาติไปพร้อมๆ กัน ผ่านงานเขียนวิทยาศาสตร์อ่านสนุกเล่มนี้
เตรียมพบกับฉบับภาษาไทย เร็วๆ นี้ 🌾
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
https://bookscape.co/books/coming-book/coming-soon/what-a-plant-knows
#พืช #ชีววิทยา #พันธุศาสตร์ #วิทยาศาสตร์ #ชีวิต #ประสาทสัมผัส #ต้นไม้

24/01/2026

สารบัญจากโพสในอาทิตย์นี้ :

📖 ซีรีส์: เส้นทางการย้อนวัยด้วยพลังธรรมชาติ

🌞 ตอนที่ 1 – แสงแดด: นาฬิกาชีวิตและการชาร์จพลังงาน
https://www.facebook.com/share/p/1BHG5LnCsm/

🔥❄️ ตอนที่ 2 – ซาวน่า & Hot–Cold Therapy: กระตุ้นร่างกายให้ยืดหยุ่น
https://www.facebook.com/share/p/16aKxgRhVu/

🌍 ตอนที่ 3 – Grounding & Magnetism: คืนสัญญาณโลกให้ร่างกาย
https://www.facebook.com/share/p/1BCWSiHfMe/

🥦😴 ตอนที่ 4 – อาหารจริง & การนอน: รากฐานการย้อนวัย
https://www.facebook.com/share/p/1CrxCWu2tT/

คุณหมอพูดเรื่อง  grounding ได้น่าสนใจอย่างยิ่ง
24/01/2026

คุณหมอพูดเรื่อง grounding ได้น่าสนใจอย่างยิ่ง

🌐การถือครองค่าศูนย์ (Holding Zero)
#ทำไมการสัมผัสพื้นธรณีจึงช่วยเพิ่ม ATP และลดความเครียดจากการออกซิเดชัน
การสัมผัสพื้นธรณี (Grounding) เป็นเรื่องของอิเล็กตรอน... แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือเรื่องของ "ค่าอ้างอิง"
👉โดย นพ. ไบรอัน กริมม์

มีเหตุผลที่เรื่องการสัมผัสพื้นธรณี (Grounding/Earthing) มักจะโผล่ขึ้นมาในการสนทนาเรื่องการอักเสบ, การนอนหลับ, ความเจ็บปวด และการเยียวยา แต่มันแทบไม่เกี่ยวกับเรื่อง "การรับอิเล็กตรอนจากโลก" ในแบบที่มักจะอธิบายกันทั่วไปเลย แพทย์ส่วนใหญ่มักจะรู้สึกอึดอัดที่จะพูดถึงเรื่องนี้เพราะมันมีด้านที่ดูเหมือน "เรื่องเหนือธรรมชาติ" (Woo-woo) ปนอยู่

👉การสัมผัสพื้นธรณี (Grounding) คืออะไร?
มุมมองแบบเวชศาสตร์เชิงสนาม (Field Medicine)

ในทางเวชศาสตร์เชิงสนาม การสัมผัสพื้นธรณีหมายถึง "การกู้คืนค่าอ้างอิงทางไฟฟ้าที่เสถียรให้กับร่างกายมนุษย์"

ระบบชีววิทยาทำงานผ่าน "ความต่างศักย์ไฟฟ้า" (Voltage gradients) ไม่ว่าจะเป็นเซลล์ประสาท, กล้ามเนื้อ, ไมโตคอนเดรีย หรือเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ทั้งหมดล้วนอาศัยความแตกต่างทางไฟฟ้าในการทำงานอย่างถูกต้อง และความแตกต่างเหล่านั้นต้องการ "ค่ามาตรฐาน" (Baseline) ที่เชื่อถือได้ เมื่อร่างกายถูกตัดขาดทางไฟฟ้าจากโลก (เช่น การใส่รองเท้ายาง หรืออยู่ในตึกสูง) แรงดันไฟฟ้าที่พื้นผิวจะสูงขึ้น และ "เสียงรบกวน" ทางไฟฟ้าเบื้องหลังจะเพิ่มขึ้น

การสัมผัสพื้นธรณีช่วยให้ประจุส่วนเกินที่พื้นผิวระบายออกไป ระบบจะกลับเข้าสู่สภาวะ "เป็นกลางทางไฟฟ้า" (Electrical neutral) ทำให้ร่างกายรักษาความต่างศักย์ภายในได้ง่ายขึ้น

เรื่องนี้สำคัญเพราะเคมีไม่ได้ทำงานโดยลำพัง กระบวนการในระดับเซลล์เกิดขึ้นภายใน "สนามไฟฟ้า" เมื่อสนามเหล่านี้แกว่งไปมา การจัดการแคลเซียมจะเริ่มไม่เสถียร การไหลของโปรตอนจะสูญเสียประสิทธิภาพ และกระบวนการซ่อมแซมจะช้าลง แม้ว่าจะมีสารอาหารและฮอร์โมนครบถ้วนก็ตาม

ความรู้สึกที่หลายคนสังเกตเห็นได้คือความสงบ การหายใจลึกขึ้น ความตึงตัวของหลอดเลือดคลายลง การเริ่มหลับทำได้ง่ายขึ้น เอฟเฟกต์เหล่านี้สะท้อนถึง "สภาวะที่เสถียรขึ้น" ไม่ใช่การถูกกระตุ้น

จากมุมมองของเวชศาสตร์เชิงสนาม การสัมผัสพื้นธรณีช่วยส่งเสริม "ความสอดประสาน" (Coherence) มันช่วยลดการรบกวน เพื่อให้สัญญาณทางชีวภาพสามารถคงรูปทรงไว้ได้นานพอที่จะทำงานที่เป็นประโยชน์ได้

📌ชีววิทยาไม่ได้ต้องการอิเล็กตรอนพิเศษที่ลอยไปมาขนาดนั้น แต่มันต้องการ "จุดอ้างอิงที่เสถียร" ซึ่งเราไม่ได้มอบให้กับมันอย่างสม่ำเสมอ

ระบบไฟฟ้าทุกระบบทำงานได้ดีที่สุดเมื่อมันรู้ว่า "ศูนย์ (Zero)" อยู่ที่ไหน ไม่ว่าจะเป็นระบบประสาท, เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน หรือไมโตคอนเดรียของคุณ ทั้งหมดคือระบบไฟฟ้าที่วางทับอยู่บนระบบเคมี เมื่อค่าอ้างอิงคลาดเคลื่อน "เสียงรบกวน" (Noise) จะแทรกเข้ามา แคลเซียมจะรั่วไหล ความต่างศักย์ของโปรตอนจะสั่นคลอน การซ่อมแซมจะช้าลง

การสัมผัสพื้นธรณีทำสิ่งหนึ่งที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังมาก: มันช่วย "รีเซ็ตค่าอ้างอิง" (Reset the reference)

⚙️กลไกที่ถูกมองข้าม
เนื้อเยื่อเกี่ยวพันไม่ใช่แค่โครงร่างที่อยู่เฉยๆ แต่มันคือ "เครือข่ายที่มีน้ำหล่อเลี้ยง มีความเคลื่อนไหวทางไฟฟ้า และทำงานอย่างต่อเนื่อง" มันนำพาไฟฟ้ากระแสตรง (DC potentials) ผ่านชั้นของพังผืด (Fascia), เนื้อเยื่อรอบหลอดเลือด และช่องว่างระหว่างเซลล์ (Extracellular matrix)

เมื่อร่างกายถูกตัดขาดจากพื้นดิน แรงดันไฟฟ้าที่พื้นผิวจะสูงขึ้น คุณสามารถวัดสิ่งนี้ได้ หลายคนมีแรงดันไฟฟ้าสูงกว่าพื้นดินถึง 100-200 มิลลิโวลต์ เพียงแค่ยืนอยู่ในบ้าน แรงดันไฟฟ้านั้นไม่ใช่ "สัญญาณ" ที่มีประโยชน์ แต่มันคือ "ประจุส่วนเกินที่เป็นขยะ"

0️⃣การสัมผัสพื้นธรณีช่วยลดทอนศักย์ส่วนเกินนั้นให้กลับสู่ศูนย์

สิ่งที่เปลี่ยนไปในระดับปลายน้ำนั้นซ่อนเร้นแต่ทรงพลัง:
* แรงดันไฟฟ้าคร่อมผนังเซลล์เสถียรขึ้น
* ศักย์ไฟฟ้าของเยื่อหุ้มไมโตคอนเดรียราบรื่นขึ้นแทนที่จะวูบวาบ
* ช่องแคลเซียมทำงานเป็นปกติ
* การไหลของโปรตอนผ่านเอนไซม์สร้าง ATP (ATP synthase) มีความสอดประสานกันมากขึ้น
* สูญเสียความร้อนน้อยลง
* เสียงรบกวนจากอนุมูลอิสระ (ROS Noise) ลดลง
* ทำงานได้ประสิทธิภาพสูงขึ้น

ไม่มีอะไรถูกบีบบังคับ ระบบเพียงแค่ "จำได้" ว่าจุดที่เป็นกลาง (Neutral) ควรอยู่ที่ไหน

📖ย้อนรอยหนังสือ Body Electric:
โรเบิร์ต โอ เบกเกอร์ (Robert O. Becker) แสดงให้เห็นว่า เนื้อเยื่อที่กำลังเยียวยาจะมี "ลายเซ็น" ของแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงที่เฉพาะเจาะจง สัตว์ที่สามารถงอกอวัยวะใหม่ได้จะเปลี่ยนความต่างศักย์ตรงจุดบาดเจ็บให้เป็น "ลบ" อย่างรุนแรง ส่วนสัตว์ที่เกิดแผลเป็นจะไม่เป็นแบบนั้น

ข้อสังเกตนั้นมักถูกมองว่าเป็นเรื่องของชีววิทยาการเจริญเติบโต แต่มันเกี่ยวข้องโดยตรงกับ "ไมโตคอนเดรีย, พังผืด และการซ่อมแซมหลอดเลือด" เช่นกัน

"การเยียวยาไม่ใช่เรื่องทางเคมีก่อนเหมือนที่การแพทย์ตะวันตกบอก แต่มันคือเรื่องทาง "ไฟฟ้า" ก่อนเหมือนที่ธรรมชาติแนะนำ"

เมื่อสนามไฟฟ้าไม่เสถียร ระบบเคมีก็จะตกสู่สภาวะโกลาหลตามไปด้วย

ที่อยู่

อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่
Suan Phung
70180

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Nature Flow Initiatives โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์