พลเมืองสงขลา

พลเมืองสงขลา องค์กรประสานงาน เพื่อการพัฒนา

มุมมองสำคัญที่อยากชวนฟังค่ะ
17/09/2026

มุมมองสำคัญที่อยากชวนฟังค่ะ

วาระงานสมัชชาพลเมืองสงขลาปี 2569 เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569

3 หนุ่ม(น้อย) 3 มุม 3 สไตล์
03/09/2026

3 หนุ่ม(น้อย) 3 มุม 3 สไตล์

ดู ติดตาม และค้นพบเนื้อหาที่กำลังติดเทรนด์เพิ่มเติม

เปิดรับสมัคร HACK HATYAI 2026พลังคนรุ่นใหม่ ร่วมออกแบบการสื่อสารเมืองในภาวะวิกฤตเมื่อเมืองต้องเผชิญน้ำท่วม ภัยพิบัติ ข่า...
02/09/2026

เปิดรับสมัคร HACK HATYAI 2026
พลังคนรุ่นใหม่ ร่วมออกแบบการสื่อสารเมืองในภาวะวิกฤต
เมื่อเมืองต้องเผชิญน้ำท่วม ภัยพิบัติ ข่าวลวง หรือเหตุฉุกเฉิน เราจะออกแบบการสื่อสารอย่างไร ให้ประชาชน “รู้ทัน รับมือได้ และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

สถาบันสื่อเด็กและเยาวชน สสย. และศูนย์สร้างสรรค์สื่อเพื่อเด็กฯ ยกกำลังสุข (เครือข่ายคิดดีไอดอล) ภายใต้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส.
ชวนเยาวชน นักเรียน นักศึกษา และคนรุ่นใหม่ มาร่วมสำรวจปัญหาจริงของเมืองหาดใหญ่ รับฟังเสียงประชาชน และพัฒนาต้นแบบสื่อหรือนวัตกรรมสำหรับการเตรียมพร้อม รับมือ และฟื้นตัวจากภาวะวิกฤต ผ่านแคมเปญ HACK HATYAI 2026
💡 แนวคิดที่พัฒนาได้ เช่น สื่อเตือนภัยหรือแผนที่พื้นที่เสี่ยง ระบบตรวจสอบข่าวลวงและข้อมูลฉุกเฉิน สื่อหลายภาษาสำหรับประชาชน เกม คู่มือ เว็บไซต์ Chatbot หรือ Dashboard เครื่องมือสื่อสารสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ และกลุ่มเปราะบาง แคมเปญฟื้นฟูสุขภาวะและความเชื่อมั่นหลังเกิดวิกฤต
👥 สมัครเป็นทีม ทีมละ 3 คน
🏆 คัดเลือก 10 ทีม รวม 30 คน
📅 ลงทะเบียนก่อนวันที่ 10 กันยายน 2569
💻 Orientation ออนไลน์ วันที่ 19 กันยายน 2569 เวลา 13.00น.
🚀 กิจกรรมหลัก Hack Day – Prototype Lab – Youth Forum วันที่ 23–25 ตุลาคม 2569

  🚨 เปิดรับสมัคร HACK HATYAI 2026พลังคนรุ่นใหม่ ร่วมออกแบบการสื่อสารเมืองในภาวะวิกฤต เมื่อเมืองต้องเผชิญน้ำท่วม ภ....

กำลังเรียนเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไม่อยากตกยุค
19/08/2026

กำลังเรียนเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไม่อยากตกยุค

ดู ติดตาม และค้นพบเนื้อหาที่กำลังติดเทรนด์เพิ่มเติม

สงขลาและเพื่อนเครือข่ายจังหวัดในภาคใต้วงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ "เครือข่ายสมัชชาสุขภาพภาคใต้"19-02-69 Zoom meeting
20/02/2026

สงขลาและเพื่อนเครือข่ายจังหวัดในภาคใต้
วงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ "เครือข่ายสมัชชาสุขภาพภาคใต้"
19-02-69 Zoom meeting

"บทเรียนจากความสูญเสีย: ถึงเวลาปฏิรูประบบสุขภาพจิตและยาเสพติดในระดับชุมชน"เหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ โรงเรียนพะตงประธานคีรี...
19/02/2026

"บทเรียนจากความสูญเสีย: ถึงเวลาปฏิรูประบบสุขภาพจิตและยาเสพติดในระดับชุมชน"

เหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ โรงเรียนพะตงประธานคีรีรัตน์ ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งผู้อำนวยการโรงเรียนถูกยิงเสียชีวิตจากเยาวชนที่มีประวัติป่วยทางจิตและภาวะคลุ้มคลั่ง มิใช่เพียงโศกนาฏกรรมส่วนบุคคล หากคือ “สัญญาณเตือน” ต่อระบบดูแลสุขภาพจิตของสังคมไทยทั้งระบบ

เหตุการณ์เช่นนี้มักถูกตีความอย่างรวดเร็วว่าเป็นปัญหาของ “คนวิกลจริต” หรือ “เด็กก้าวร้าว” แต่หากพิจารณาอย่างเป็นธรรม จะพบว่าปัจจัยเบื้องหลังซับซ้อนกว่านั้นมาก ทั้งการหลุดจากระบบรักษา(มีการย้ายชื่อมาอยู่ที่พะตง คนยังอยู่บ้านพรุ/ตอนคลุ้มคลั่งยังอยู่ที่บ้านพรุ) การใช้สารเสพติดร่วม การขาดกลไกเฝ้าระวังในชุมชน การเลียนแบบพฤติกรรมจากสื่อ ความยากจนของครอบครัว ความหย่อนยานของระบบความปลอดภัย-เข้าถึงอาวุธตำรวจ? การตรวจจับสถานที่จำหน่ายยา การเมืองสีเทา และการประสานงานที่ไม่ต่อเนื่องระหว่างหน่วยงาน

นี่ไม่ใช่ปัญหาของบุคคลอย่างเดียว หากเป็นปัญหาของโครงสร้างด้วย

#วิกฤตสุขภาพจิต: ความเงียบที่อันตราย
ผู้ป่วยจิตเวชจำนวนมากสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ หากได้รับการรักษาต่อเนื่องและได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวและชุมชน แต่ปัญหาที่เกิดซ้ำๆ คือการ “หยุดยาเอง” หรือ “ขาดการติดตามรักษา”

เมื่ออาการกำเริบ โดยเฉพาะหากมีการใช้สารกระตุ้น เช่น ยาบ้า อาการหลอน หวาดระแวง และความก้าวร้าวอาจทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว หากไม่มีระบบแจ้งเตือนหรือการแทรกแซงฉุกเฉิน สถานการณ์อาจลุกลามเกินควบคุม

#ปัญหายาเสพติด: ตัวเร่งปฏิกิริยา
ยาเสพติด โดยเฉพาะสารกระตุ้น มีผลโดยตรงต่อระบบประสาทและอารมณ์ของผู้ใช้ ในผู้ที่มีพื้นฐานป่วยทางจิต ยาเสพติดเปรียบเสมือนเชื้อไฟที่จุดชนวนอาการให้ปะทุเร็วขึ้นและรุนแรงขึ้น

การแก้ปัญหายาเสพติดด้วยแนวคิดเชิงลงโทษเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ จำเป็นต้องมองผู้เสพในฐานะผู้ป่วยที่ต้องได้รับการบำบัดฟื้นฟู มิใช่เพียงผู้กระทำผิด

#ช่องว่างที่มักพบ คือผู้ป่วยจิตเวช หลุดจากการรักษา ไม่กินยาต่อเนื่อง ครอบครัวไม่รู้วิธีรับมือภาวะกำเริบ ยาเสพติดกระตุ้นอาการหลอน หวาดระแวง ก้าวร้าว โรงเรียนและชุมชนไม่มี “ระบบแจ้งเตือนความเสี่ยง” การประสานงานระหว่างสาธารณสุข–ตำรวจ–โรงเรียนยังไม่เป็นระบบ

เพื่อป้องกันเหตุการณ์ลักษณะนี้ในอนาคต จำเป็นต้องสร้าง “ระบบดูแลเชิงรุก” ในระดับชุมชน โดยมีองค์ประกอบสำคัญ 4 ประการ

1. พัฒนากลไก พัฒนาระบบคัดกรองและติดตามเชิงรุก
โรงเรียน รพ.สต. และ อสม. ควรมีการคัดกรองสุขภาพจิตและพฤติกรรมเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน พร้อมจัดทำฐานข้อมูลผู้ป่วยเสี่ยงสูงระดับจังหวัด/พื้นที่ เพื่อไม่ให้หลุดจากระบบรักษา (กลุ่มเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา ว่างงาน ครอบครัวจัดการไมไ่ด้)

ดำเนินการร่วมกันระหว่างกลไกจังหวัด/กองทุนสุขภาวะจังหวัด-ตำบล/แผนงานร่วมทุนฯสงขลา ฯลฯ

2. ทีมสหวิชาชีพในชุมชน
ตั้งทีมดูแลผู้ป่วยเสี่ยงสูง ประกอบด้วยบุคลากรสาธารณสุข ครู ตำรวจ ผู้นำชุมชน และครอบครัว เพื่อร่วมกันวางแผนดูแล ติดตาม และตอบสนองเมื่อมีสัญญาณเตือน

3. ระบบตอบสนองฉุกเฉินด้านจิตเวช
ควรมีกลไกประเมินความเสี่ยงและส่งต่อโรงพยาบาลอย่างรวดเร็วภายใน 24 ชั่วโมงเมื่อพบภาวะกำเริบรุนแรง ลดโอกาสการเผชิญหน้าที่นำไปสู่ความรุนแรง

โรงเรียนมีการประเมินภาวะซึมเศร้า ก้าวร้าว ใช้สารเสพติด ปีละ 1–2 ครั้ง มีครูที่ผ่านการอบรม Mental Health First Aid และเพิ่มช่องทางแจ้งเหตุฉุกเฉิน หากมีนักเรียนมีประวัติป่วยจิตเวช ต้องมีแผนรองรับ มีเบอร์ฉุกเฉิน รพ.จิตเวช / 1669 / 191 โรงเรียนมีการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุ

มีระบบติดตามผู้ป่วยจิตเวชเชิงรุก ขึ้นทะเบียนผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง เจ้าหน้าที่ รพ.สต./รพ.จังหวัดเยี่ยมบ้านสม่ำเสมอ หรือใช้ระบบโทรติดตาม/LINE กลุ่มครอบครัว–เจ้าหน้าที่

4. การลดการตีตราและสร้างความรู้ในสังคม
สังคมต้องเข้าใจว่า ผู้ป่วยจิตเวชส่วนใหญ่ไม่ก่อความรุนแรง หากได้รับการรักษาที่เหมาะสม การตีตราจะยิ่งผลักผู้ป่วยออกจากระบบและทำให้ปัญหาซ่อนเร้นมากขึ้น อธิบายครอบครัวว่า การหยุดยาเองคือปัจจัยเสี่ยงอันดับหนึ่ง กรณีมีประวัติก้าวร้าว ควรพิจารณายาฉีดระยะยาว (Long-acting)

สัญญาณเตือนเบื้องต้น ได้แก่ ผู้ป่วยนอนไม่หลับหลายคืน หวาดระแวง พูดคนเดียว มีอารมณ์หงุดหงิดรุนแรงผิดปกติ ใช้สารเสพติดร่วม

และป้องกันเชิงรุก คัดกรองและป้องกันในกลุ่มสีเขียว(กลุ่มที่เพิ่งเริ่มเสพย์)ทำให้ครอบครัวยอมรับและหาทางแก้แต่เริ่มต้น

"สองคลองควนลังสัปดาห์ที่หก"18 มกราคม 2569 คณะทำงาน 5 ชุมชน มูลนิธิชุมชนสงขลา/สมัชชาสุขภาพจังหวัดสงขลา/กขป.เขต 12 อ.ซากีย...
19/01/2026

"สองคลองควนลังสัปดาห์ที่หก"

18 มกราคม 2569 คณะทำงาน 5 ชุมชน มูลนิธิชุมชนสงขลา/สมัชชาสุขภาพจังหวัดสงขลา/กขป.เขต 12 อ.ซากีย์ พิทักษ์คุมพล รพ.หาดใหญ่ warroom ภาคประชาชนหาดใหญ่ ประชุมตามปกติ ติดตามข้อมูลการประเมินวัสดุและต่าแรงในการซ่อมบ้าน รอบนี้มีผู้สมัครสส.พรรคประชาธิปัตย์มาร่วมรับฟังความเห็นอีกด้วย

1.แจ้งเพื่อทราบ

-ม.ทักษิณ อนุมัติงบประมาณสำหรับการทำโครงการ "แก้จนคนจนเมือง" ร่วมกับชุมชนจำนวน 1 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี

-มูลนิธิ scg ประสานผ่านนพ.สุวัฒน์ ให้ประเมินวัสดุก่อสร้างและให้เบอร์ร้านก่อสร้างในพื้นที่สำหรับการประสานงานแล้ว วันที่ 26 มกราคม อ.ซากีย์ จะมีโอกาสได้พบทีมผู้บริหาร จะได้ประสานรายงานความก้าวหน้าและขอ
สนับสนุนการทำนวตกรรมใหม่ๆในการปรับที่อยู่อาศัย ที่จะลงมาช่วยชุมชน

-ทีมผญ.โกเมศ จากนครศรีธรรรมราช แจ้งว่ามีกระเบื้องมุงหลังคาที่จะให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์

-เตรียมงานต่อไป ช่วงปิดเทอม แต่ละชุมชนเตรียมแกนนำระดับชุมชน/ซอย เพื่อทำงานร่วมกับนักศึกษาในการสำรวจข้อมูลรายครัวเรือน

-ทางมูลนิธิมิตรภาพสามัคคีกำลังหาที่ดินเพื่อจัดตั้งศูนย์กู้ภัยภาคเอกชนในการช่วยคนหาดใหญ่ งานชุมชนจะเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานเป็นเครือข่ายกู้ภัยร่วมกัน

2.ทีมช่าง 3 ทีมส่งข้อมูลรายการวัสดุก่อสร้างที่ต้องการ รวมทั้งสิ้น 15 หลัง รวมที่ทำการชุมชนอีก 2 หลัง รวมค่าแรงเป็นเงิน 211,500 บาท ดำเนินการใน 4 ชุมชน(ปิดการรับข้อมูล จะไม่รัับเพิ่มแล้ว)

-ทีมกลางจะรวบรวมจัดเป็นระบบแยกทั้งรายหลังและภาพรวมให้ทีมงานช่วยตรวจสอบข้อมูลความถูกต้องอีกรอบ ส่งต่อให้นพ.สุวัฒน์ ประสานกับร้านวัสดุก่อสร้างในเครือข่ายมูลนิธิ SCG

-เสนอให้เริ่มดำเนินการในบ้านที่พร้อมก่อนสักจำนวนหนึ่ง การเบิกวัสดุควรเบิกเป็นรายหลังต่อช่าง 1 คน พร้อมหลักฐานการเบิกจ่าย และให้ประธาน/กรรมการชุมชนช่วยบันทึกกิจกรรมการซ่อมบ้านส่งในกลุ่ม line

3.การเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมปีนี้ พร้อมข้อเสนอแนะให้กับผู้สมัครสส.เขต 9 จากการเป็นพื้นที่คนจนเมืองหาดใหญ่และประสบน้ำท่วมซ้ำซาก ไม่ว่าจะท่วมเล็ก ท่วมใหญ่

-หมายเหตุ 5 ชุมชนอยู่ในพื้นที่ระหว่างคลองอู่ตะเภาและคลองร.1 บางส่วนอยู่ใกล้คลอง ร.1 ประสบน้ำท่วมจากการเอ่อล้นจากสองคลองเสมอ ประกอบกับภาวะโลกเดือดที่ชุมชนมีโอกาสพบน้ำท่วมฉับพลันจากปริมาณฝนก้อนใหญ่ตกในพื้นที่และจากระบบน้ำในคลองสาขา(คลองต่ำ คลองวาด)ในพื้นที่ตำบลควนลัง จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมชุมชน

-เป้าหมาย สร้างความเข้มแข็งของชุมชนให้สามารถรับมือและปรับตัวกับภัยพิบัติที่เกิดจากภาวะโลกเดือด ลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน

1)เตรียมทำแผนรับมืออุทกภัยโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน

ก่อนเกิดภัย : เตรียมอาสาเตือนภัย ให้ความรู้ทางอุตุนิยมวิทยาและพัฒนาระบบเตือนภัยแบบแม่นยำร่วมกับศูนย์วิจัยภัยพิบัติฯม.อ.และมูลนิธิ scccrn พร้อมการสำรวจข้อมูลพื้นที่ในรูปแบบแผนผังชุมชน ผังน้ำ วิเคราะห์เส้นทางน้ำ...ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำและรูปแบบการเกิดน้ำท่วมในแต่ละชุมชน พร้อมสำรวจกลุ่มเปราะบาง จุดจอดรถ จุดอพยพ

ขณะเกิดภัย: ต้องการเรือกู้ภัยประจำกลุ่มชุมชน พร้อมทีมกู้ภัยอาสาที่ได้รับการฝึกอบรม และเสื้อชูชีพ รวมถึงวิทยุสมัครเล่น

หลังเกิดภัย : ระดมทุนให้เกิดกองทุนกลางของกลุ่มชุมชน

2) แต่ละชุมชน เตรียมข้อมูลแผนที่ภาษี แผนที่ทำมือแบบง่ายที่สามารถระบุพื้นที่ต่ำ สถานที่สำคัญ จุดเสี่ยง เส้นทางน้ำเข้าออก รายชื่อแกนนำชุมชน/ที่อยู่/ที่ติดต่อ พร้อมแนวทางในการสร้างข้อตกลงหรือแนวปฏิบัติในการรับมืออุทกภัยร่วมกัน

การนัดหมายต่อไป เว้นวรรคประชุม 1 สัปดาห์ ความก้าวหน้าและการทำงานให้สื่อสารผ่านกลุ่มไลน์

"ศูนย์ชีวาสุขและเครือข่ายประชุมเตรียมจัดกิจกรรมคืนรอยยิ้มสู่ชุมชน ฟื้นฟูสุขภาพกาย-ใจหลังอุทกภัย"16 มกราคม 2569 ศูนย์ชีวา...
16/01/2026

"ศูนย์ชีวาสุขและเครือข่ายประชุมเตรียมจัดกิจกรรมคืนรอยยิ้มสู่ชุมชน ฟื้นฟูสุขภาพกาย-ใจหลังอุทกภัย"

16 มกราคม 2569 ศูนย์ชีวาสุข ทน.หาดใหญ่ โดยนางอาบทิพย์ เพชรสกุลประสานภาคีเครือข่ายประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ศูนย์ชีวาสุข ศูนย์บริการเพชรเกษม สถาบันพลังจิตตานุภาพ มูลนิธิชุมชนสงขลา/สมัชชาสุขภาพจังหวัดสงขลา/กขป.เขต 12 ศูนย์อาสาสมัครม.อ. คณะแพทย์ม.อ. สมาพันธ์ sme อสม. ประธานชุมชนไทยโฮเต็ล บ้านกลาง โชคสมานคุณ สท.ในพื้นที่ เข้าร่วม ณ โรงอาหารวัดโคกสมานคุณ เตรียมจัดกิจกรรมนำร่องพัฒนารูปแบบการฟื้นฟูสุขภาพกาย-ใจและร่วมสร้างชุมชนชีวาสุขในระยะยาว

ที่ประชุมได้ร่วมเสนอแนะกิจกรรม พร้อมพัฒนารูปแบบการดำเนินการที่จะขยายผลต่อไป มีแนวทางดังนี้

1.จัดเตรียมเครือข่ายชุมชนนำร่อง 5 ชุมชน ประกอบด้วย วัดโคกสมานคุณ บ้านกลาง โชคสมานคุณ ไทยโฮเด็ล บางหัก โดยมีศูนย์ชีวาสุขและศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่เป็นแกนประสานงาน ร่วมกับเครือข่ายความร่วมมือ ประชุมชี้แจงทำความเข้าใจ กำหนดเป้าหมาย สถานที่และแนวทางจัดกิจกรรม และเตรียมแกนนำชุมชน

2.เจ้าหน้าที่ศูนย์ชีวาสุข ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับอสม.และลงเก็บข้อมูลผลกระทบกาย-ใจหลังอุทกภัย ความต้องการบริการฟื้นฟูสุขภาพแบบองค์รวม กลุ่มเป้าหมายหลัก คือ ผู้สูงอายุติดบ้าน ติดสังคม รอบนี้เก็บได้ 125 คน ใน 3 ชุมชนหลัก พบปัญหาสุขภาพจิตที่มีภาวะเครียดและนอนไม่หลับ ความดันสูง ผิวหนังมีผื่น คัน มีปัญหาโรคจากทางเดินหายใจจากฝุ่น และท้องเสีย ต้องการบริการการแพทย์เคลื่อนที่ การเยี่ยมบ้าน แพทย์แผนไทย ตรวจโรค จ่ายยา กายภาพบำบัด สุขภาพจิต

3.เตรียมจัดกิจกรรม "ศูนย์ชีวาสุขคืนรอยยิ้มสู่ชุมชน" วันที่ 10 กุมภาพันธ์ เวลา 08.30-16.00 น. ณ ศาลาอนุสรณ์ วัดโคกสมานคุณ มีผู้เข้าร่วม ผู้สูงอายุติดบ้าน ติดสังคม แกนนำ อสม.ในพื้นที่ชุมชนละ 20 คนรวม 100 คนและทีมงานอีกราว 50 คน

กิจกรรมประกอบด้วย 5 ฐานเรียนรู้ คัดกรองและบำบัดฟื้นฟู

1) ฐานคัดกรองสุขภาพ ซักประวัติ คัดกรองสุขภาพ และประเมินสุขภาพจิต จ่ายยา และทำแผลเบื้องต้น โดยพยาบาล นักวิชาการสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ชีวาสุข

2)ฐานแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก นวดคอบ่าไหล่ ประคบ แช่มือแช่เท้า พอกตา ตอกเส้น จ่ายยาสมุนไพร โดยแพทย์แผนไทย ผู้ช่วย หมอพืิ้นบ้าน โรงเรียนหาดใหญ่เวชกรรม ศูนย์การแพทย์ เขต 12

3)ฐานโภชนาการ ประเมินภาวะโภชนาการ แนะนำให้คำปรึกษา กล่องสุ่ม โดยนักโภชนาการ

4)ฐานกายภาพบำบัด บริการกายภาพบำบัดเคลื่อนที่ วัดแรงบีบมือ ทดสอบความคล่องตัว ทดสอบกล้ามเนื้อหลัง โดยนักกายภาพบำบัด นักวิทยาศาสตร์การกีฬา

5)ฐานสุขภาพจิต กิจกรรมจิตบำบัด อาสารับฟัง พลังบำบัด ดนตรีบำบัด กิจกรรมสมาธิ โดย นักจิตวิทยา รพ.หาดใหญ่ hatyai connext อ.ศิยา ครูเอ็ม กลุ่มพลังจิตตานุภาพ ม.อ.

หมายเหตุ แต่ละฐานประเมินความพึงพอใจและจัดลำดับคิวก่อนและหลังการให้บริการ ผู้เข้าร่วมแยกเข้าแต่ละฐานตามความสนใจ โดยมีบูธแนะนำอยู่ด้านหน้า

จัดกิจกรรมบำบัดฟื้นฟูอย่างน้อย 2 ครั้ง

4.กิจกรรมระยะยาว โดยการประสานงานของศูนย์ชีวาสุข ของบสนับสนุนจากกองทุนสุขภาพตำบล ดำเนินการใน 2 รูปแบบ

4.1 ดำเนินการโดยเครือข่าย ประกอบด้วย

-ศูนย์อาสาสมัคร ม.อ ที่จะมีบัณฑิตอาสาลงประจำแต่ละโซน 5 โซน ดำเนินการใน 20 ชุมชนริมราง+5 ชุมชนเครือข่าย ในการช่วยเหลือปัจจัยพื้นฐาน(ซ่อมสร้างบ้าน/อาชีพ)และสร้างชุมชนเข้มแข็ง

-มูลนิธิชุมชนสงขลา ในส่วนของดร.แสงอรุณ อิสระมาลัย และสปสช.เขต 12 ลงดูแลผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงที่มีปัญหาสุขภาพขจิต โดยพัฒนาศักยภาพอสม.หรือแกนนำจิตอาสา และดำเนินการพัฒนาศักยภาพแกนนำชุมชนเพื่อเตรียมรับมืออุทกภัยในระยะยาวก่อนเกิดภัย ขณะเกิดภัย หลังเกิดภัย ร่วมกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

4.2 ดำเนินการโดยชุมชน ประกอบด้วย การคัดเลือกแกนนำรับสมัครจิตอาสาที่จะมาเป็นครูก. หรือแกนนำชีวาสุขชุมชน ได้รับการพัฒนาศักยภาพจากเครือข่าย 5 ฐานที่จะเป็นพี่เลี้ยง ให้สามารถเขียนขอโครงการกองทุนสุขภาพตำบล ดำเนินกิจกรรมฟื้นฟูสุขภาพกาย-ใจในชุมชนต่อไป

ที่ประชุมไปดูสถานที่จัดกิจกรรม พร้อมนัดหมายดูแผนการจัดกิจกรรมแบบละเอียดของแต่ละฐานการบำบัดอีกครั้ง(กิจกรรม/เวลาในการทำกิจกรรมแต่ละคน/จำนวนเจ้าหน้าที่/วัสดุอุปกรณ์/สถานที่) วันศุกร์ที่ 30 มกราคม เวลา 09.00 น. ณ ศาลาอนุสรณ์ วัดโคกสมานคุณ

"เครือข่ายสงขลาสู้ภัยหนุนท่งเซียเซี่ยงตึ๊งหาที่จัดตั้งศูนย์กู้ภัย"วันที่ 15 มกราคม 2569 มูลนิธิมิตรภาพสามัคคี(ท่งเซียเซี...
16/01/2026

"เครือข่ายสงขลาสู้ภัยหนุนท่งเซียเซี่ยงตึ๊งหาที่จัดตั้งศูนย์กู้ภัย"

วันที่ 15 มกราคม 2569 มูลนิธิมิตรภาพสามัคคี(ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง)หาดใหญ่ ในฐานะประธานเครือข่ายสงขลาสู้ภัย จัดเวทีเชิญภาคีเครือข่ายภาคเอกชน สมาคม มูลนิธิและหน่วยงานภาคีในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่เกือบสามสิบองค์กรหารือ การหาที่ดินในที่มั่นคง ปลอดภัย สำหรับจัดตั้งศูนย์อำนวยการกู้ภัยใหม่ เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยจากบทเรียนมหาอุทกภัยในรอบปีที่ผ่านมา สถานที่ตั้งเดิมอยู่ในที่ต่ำ เครื่องมือ อุปกรณ์กู้ภัยเสียหาย เครือข่ายชี้ประโยชน์สาธารณะที่สามารถช่วยคนหาดใหญ่และสงขลาจำนวนมาก จะช่วยเอื้อให้เจ้าของที่ดินยินดีให้เช่าหรือบริจาคให้ใช้ประโยชน์

นายอรุณชัย ศิริมหาชัย ประธานมูลนิธิฯ กล่าวว่าจากเหตุอุทกภัยปี 68 เจอฟ้าหลอก ท่วมซ้ำสองรอบ กู้ภัยของท่งเซียเซี่ยงตึ๊งช่วยตัวเองไม่ได้แล้วจะช่วยคนอื่นได้อย่างไร เสาวิทยุล้ม มือถือใช้ไม่ได้ จุดประสานงานกลางไม่มีจึงมีแนวคิดต้องการหาสถานที่สูง 2 ฝั่งเมืองคือ ฟากตะวันออก 1 ผืนและตะวันตก 1 ผืน เพื่อสร้างศูนย์อำนวยการกู้ภัยเป็นสาธารณกุศล ซึ่งจะรวมที่จอดรถ จุดพักพิงชั่วคราว จุดประสานงานอาสาสมัครทั้งในและนอกพื้นที่

นายวิฑูรย์ ตันติพิมลพันธ์ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยจังหวัดสงขลา กล่าวว่าสืบเนื่องจากการที่นายกอนุมินลงมาในพื้นที่หาดใหญ่ มีแนวคิดต้องการหาพื้นที่กู้ภัยใหม่ และต้องการที่ดินใจกลางเมืองทั้ง 2 ฟากที่ปลอดภัยพอในการบริหารจัดการ บนฐานประโยชน์สาธารณะและประชาคมเมืองร่วมสนับสนุน เบื้องต้นได้ติดต่อครอบครัวเจ้าของที่ดินไว้เบื้องต้น และต้องการโครงการเพื่อนำเสนอกับเครือข่ายญาติพี่น้องเห็นชอบ

ที่ประชุมได้ร่วมเสนอแนะต่อแนวทางดังกล่าว สรุปได้ดังนี้

1.เห็นด้วยกับการจัดหาสถานที่ใหม่ ที่มั่นคง ปลอดภัย ช่วยเมืองหาดใหญ่ได้ ในการกู้ภัยช่วยลดการเสียชีวิตและทรัพย์สินให้แก่ประชาชนในช่วงอุทกภัย และสามารถใช้ประโยชน์สาธารณภัยอื่นในช่วงเวลาปกติทั้งปี โดยทางท่งเซียเซี่ยงตึ๊งเป็นพี่ใหญ่รับผิดชอบและมีเครือข่ายทั้งเอกชน ประชาสังคม วิชาการ ร่วมให้การสนับสนุน

2.แนวทางเสริมหนุน มีทางเลือกที่ดินดังกล่าวใน 4 บริเวณสำคัญ คือ บริเวณถนนกาญจนวนิช(ว้ัดโคกนาว) ควนลัง(สนามบิน) หน้าเซนทรัล และอีซูซุมอเตอร์ หาดใหญ่ใน ทางท่งเซียฯอาจใช้วิธีการหาพันธมิตรมาร่วมมือกัน จับมือกันดำเนินการ โดยมีพื้นที่หลักในการประสานงาน 1 จุด
3.การใช้ประโยชน์ศูนย์อำนวยการกู้ภัยดังกล่าว สามารถดำเนินการภารกิจต่างๆร่วมกันดังนี้

3.1 การเป็นแม่ข่ายกู้ภัยในช่วงอุทกภัย เป็นจุด warroom ศูนย์วิทยุกู้ภัย จัดเก็บอุปกรณ์กู้ภัยในที่สูง การเป็นจุดประสานงานอาสาสมัครภาคเอกชนต่างๆ มีจุดจอดรถ ศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับอาสาสมัคร(500 คน) จุดประสาน/บัญชาการแบ่งงาน ห้องน้ำ ห้องครัว โกดังอาหารสำหรับครัวกลาง การประสานช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางในเขตเมือง(มี datacenter ที่มีข้อมูลประชากรกลุ่มเปราะบางที่ต้องการความช่วยเหลือ ข้อมูลประชากรแฝง ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่างๆ ยกตัวอย่าง มี line OA hatyai fight เก็บข้อมูล)

3.2 ช่วงเวลาปกติ สามารถทำงานสาธารณภัยอื่นๆ โดยเป็นมูลนิธิสาขา 2 ช่วยดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน

3.3 ร่วมมือกับเครือข่ายภาคเอกชน ประชาสังคม ภาควิชาการ เป็นศูนย์เรียนรู้ภัยพิบัติให้กับเด็กหาดใหญ่ ศูนย์ฝึกอบรมอาสาสมัครการกู้ภัย การเป็นหน่วยวิจัยภาคสนาม

3.4 ระบบรับมืออุทกภัยหาดใหญ่ควรมีครบทั้ง ตา(cctv ของมูลนิธิscccrnในการเตือนภัย) หู(สถานีวิทยุม.อ.) มือ(กู้ภัย-ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) จับมือทำงานเสริมหนุนไปด้วยกันในลักษณะพึ่งตนเอง ช่วยเหลือกันเองเป็นฐาน "เอกชนนำ รัฐตาม"

3.5 การใช้ประโยชน์พื้นที่ มีข้อตกลงเพื่อสาธารณะประโยชน์ที่ชัดเจน พร้อมกรรมการบริหาร และแผนการใช้งาน

4.ข้อเสนอแนะอื่น ได้แก่ การผลักดันจัดตั้งศูนย์ราชการใหม่ ณ ศูนย์วิจัยการยางที่มีที่ดินกว่า 500 ไร่ ในการดูแลของกรมธนารักษ์ เป็นสถานที่ปลอดภัยและมั่นคงสำหรับการรับมืออุทกภัย รวมที่ตั้งของศูนย์บัญชาการณ์เหตุการณ์ของอำเภอ ทน.หาดใหญ่

ทีมงานกองเลขาเครือข่ายสงขลาสู้ภัย รายงาน

ที่อยู่

อาคารชิตตยาแมนชั่น ชั้น 1 เลขที่ 73 ซ. 5 ถ. เพชรเกษม ต. หาดใหญ่ อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา
Songkhla
90110

เบอร์โทรศัพท์

+66864892076

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ พลเมืองสงขลา โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์

หมวดหมู่