สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย.

สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย. Employers' Confederation of Thailand (ECOT)

มุ่งมั่นในการจัดฝึกอบรมและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เป็นไปตามนโยบายขององค์กรและความจำเป็นของลูกค้า โดยมีการปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง

ILO และ ECOT ร่วมประสานความร่วมมือ เตรียมจัดกิจกรรมส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงานในจังหวัดชลบุรีเมื่อวันศุกร์ที่ 22 ...
18/06/2026

ILO และ ECOT ร่วมประสานความร่วมมือ เตรียมจัดกิจกรรมส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงานในจังหวัดชลบุรี

เมื่อวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2569 ช่วงบ่าย องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ร่วมกับสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย (ECOT) เข้าพบหารือและประสานความร่วมมือกับหัวหน้าสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดชลบุรี ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดชลบุรี
การหารือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดกิจกรรมสัมมนาและการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และการตระหนักรู้ด้านสิทธิมนุษยชน สิทธิแรงงาน การทำงานที่เหมาะสม การคุ้มครองทางสังคม ความเสมอภาคในสถานที่ทำงาน รวมถึงการเสริมสร้างการเจรจาทางสังคมระหว่างภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
ในโอกาสนี้ ผู้แทน ECOT ประกอบด้วย
• คุณอุกฤษณ์ กาญจนเกตุ ที่ปรึกษาอาวุโส ECOT
• คุณศักดิ์ดา หวานแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานภาคตะวันออก ECOT
• คุณฉัตรรัตน์ พรหมมาลา ที่ปรึกษา ECOT
• คุณกิติพัฒน์ ศุภาวงษ์สถิตย์ ที่ปรึกษา ECOT
• คุณนิทัศน์ วีระโพธิ์ประสิทธิ์ ที่ปรึกษา ECOT
• คุณโสภี บุญอนันธนสาร คณะทำงาน ECOT ภาคตะวันออก
ได้เข้าร่วมหารือเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนแนวปฏิบัติที่ดีในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ ตลอดจนส่งเสริมสิทธิแรงงานและคุณภาพชีวิตแรงงานในภาคอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน

ECOT ขอขอบคุณสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดชลบุรีเป็นอย่างสูง สำหรับการให้การต้อนรับและการประสานความร่วมมืออันเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงานในครั้งนี้
#สิทธิแรงงาน

ILO และ ECOT เยี่ยมชมแนวปฏิบัติด้านสิทธิแรงงานและการคุ้มครองแรงงานหญิง ณ บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัดเมื่อ...
18/06/2026

ILO และ ECOT เยี่ยมชมแนวปฏิบัติด้านสิทธิแรงงานและการคุ้มครองแรงงานหญิง ณ บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด

เมื่อวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2569 ช่วงเช้า องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ร่วมกับสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย (ECOT) เข้าเยี่ยมชมโรงงานของบริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด ณ นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดชลบุรี
การเยี่ยมชมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้โครงการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงาน หรือ EnhanceRights ซึ่งดำเนินการโดย ILO และได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการต่างประเทศของรัฐบาลญี่ปุ่น โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการคุ้มครองทางสังคมให้แก่แรงงานกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะแรงงานหญิง รวมถึงเสริมสร้างสถาบันแรงงานและส่งเสริมการเจรจาทางสังคมในภาคอุตสาหกรรมการผลิตที่สำคัญในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยเฉพาะจังหวัดชลบุรี
คณะผู้แทนจาก ILO นำโดย
- คุณโนริคาสุ ทาเคเบะ (หัวหน้าที่ปรึกษาวิชาการและผู้ประสานงานภาพรวม ILO-Japan)
- คุณจิตติมา ศรีสุขนาม (เจ้าหน้าที่บริหารโครงการอาวุโส)
- คุณยูตะ โมโมเสะ (เจ้าหน้าที่วิชาการ)
- คุณณพวุฒิ ประวัติ (ผู้ประสานงานโครงการ)
ในนามคณะผู้แทนจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO)
ด้าน ECOT นำโดย
- คุณอุกฤษณ์ กาญจนเกตุ (ที่ปรึกษาอาวุโส ECOT)
- คุณศักดา หวานแก้ว (ผู้อำนวยการสำนักงานภาคตะวันออก ECOT)
- คุณฉัตรรัตน์ พรหมมาลา (ที่ปรึกษา ECOT)
- คุณนิทัศน์ วีระโพธิ์ประสิทธิ์ (ที่ปรึกษา ECOT)
- คุณกิติพัฒน์ ศุภาวงษ์สถิตย์ (ที่ปรึกษา ECOT)
- คุณโสภี บุญอนันธนสาร คณะทำงาน ECOT ภาคตะวันออก
การเข้าเยี่ยมชมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวปฏิบัติที่ดีของบริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด ในด้านการคุ้มครองสิทธิการลาคลอด ความเสมอภาคทางเพศ การคุ้มครองทางสังคมสำหรับแรงงานหญิง ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกในสถานที่ทำงานและโครงการริเริ่มต่าง ๆ ที่สนับสนุนคุณภาพชีวิตของแรงงาน
ทั้งนี้ ILO และ ECOT ขอขอบพระคุณ บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด เป็นอย่างสูง ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมแบ่งปันข้อมูลและประสบการณ์อันเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน สิทธิแรงงาน และการพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานในภาคอุตสาหกรรม

**ECOT ร่วมพัฒนาครูฝึกและหัวหน้างาน เสริมแกร่งองค์กรไทยให้ “สอนงานเป็น”**สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย (ECOT) ร่วมกับสถ...
18/06/2026

**ECOT ร่วมพัฒนาครูฝึกและหัวหน้างาน เสริมแกร่งองค์กรไทยให้ “สอนงานเป็น”**

สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย (ECOT) ร่วมกับสถาบันวิชาการ วี-เซิร์ฟ, สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) และทีมวิทยากรจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ จัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ **“หลักสูตรพัฒนาศักยภาพครูฝึกและหัวหน้างานในสถานประกอบการ” รุ่นที่ 1**

จัดขึ้นระหว่างวันที่ **4–5 และ 8–9 มิถุนายน 2569** ณ **สถาบันวิชาการ วี-เซิร์ฟ ตึก MD Tower ชั้น 20 บางนา**

ในพิธีเปิดได้รับเกียรติจาก **คุณเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล ประธาน ECOT** กล่าวต้อนรับผู้เข้ารับการอบรม และ **คุณจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)** กล่าวเปิดงาน โดยมี **ว่าที่ร้อยตรี ดร.ธเนศ โสรัตน์ กรรมการ ECOT และรองประธานบริษัท วี-เซิร์ฟ กรุ๊ป จำกัด**, **คุณศิริพงศ์ อินทวดี ที่ปรึกษา ECOT**, พร้อมด้วย **คณะผู้บริหารและทีมงานจากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)** และ **คณะทีมวิทยากรจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ** ร่วมในพิธีเปิด

หลักสูตรนี้มุ่งพัฒนาทักษะครูฝึกและหัวหน้างาน ให้สามารถวิเคราะห์ความต้องการฝึกอบรม วางแผนการสอน ถ่ายทอดความรู้ ประเมินผล และนำไปประยุกต์ใช้จริงในสถานประกอบการ เพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากรและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรไทย

เพราะองค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืน เริ่มจากคนทำงานที่พร้อมเรียนรู้ และหัวหน้างานที่ **“สอนงานเป็น”**

#ครูฝึกในสถานประกอบการ #พัฒนาคนพัฒนาองค์กร

📢 อย่าลืมลงทะเบียนใช้สิทธิ์เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมนะคะสำนักงานประกันสังคมเปิดให้ นายจ้างและผู้ประกันตน ลงทะเบียนใช้สิท...
17/06/2026

📢 อย่าลืมลงทะเบียนใช้สิทธิ์เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมนะคะ
สำนักงานประกันสังคมเปิดให้ นายจ้างและผู้ประกันตน ลงทะเบียนใช้สิทธิ์เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมแล้ว
ตั้งแต่ 1 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม 2569
✅ ลงทะเบียนได้ 3 ช่องทาง
เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม
🌐 www.sso.go.th⁠�
แอปพลิเคชัน SSO PLUS
สำนักงานประกันสังคมทุกจังหวัดทั่วประเทศ
การเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญมาก เพราะเป็นสิทธิของพวกเราที่จะมีส่วนร่วมเลือกตัวแทนเข้าไปดูแลระบบประกันสังคม ซึ่งเกี่ยวข้องกับสิทธิประโยชน์และความมั่นคงในอนาคตของผู้ประกันตนทุกคนค่ะ
✨ สิทธิของคุณ คือ เสียงสำคัญของระบบประกันสังคม
ขอเชิญทุกท่านลงทะเบียนใช้สิทธิ์ภายในกำหนดนะคะ 🙏
#ประกันสังคม #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม #สิทธิของผู้ประกันตน

พี่น้อย “ย่อยศัพท์ฮิต” ที่ชีวิตควรต้องรู้ 🌍✨EP.4: Net Zero... “สุทธิเป็นศูนย์” คือศูนย์ตรงไหน?เดิมทีสัปดาห์นี้พี่ตั้งใจจ...
15/06/2026

พี่น้อย “ย่อยศัพท์ฮิต” ที่ชีวิตควรต้องรู้ 🌍✨
EP.4: Net Zero... “สุทธิเป็นศูนย์” คือศูนย์ตรงไหน?

เดิมทีสัปดาห์นี้พี่ตั้งใจจะมาเล่าเรื่องเทรนด์ HRDD ที่กำลังถูกพูดถึงมากในแวดวงธุรกิจค่ะ

แต่วันก่อนมีคนแอบมาถามพี่เบา ๆ ว่า
“พี่น้อยคะ Net Zero ที่เขาพูดกันบ่อย ๆ ตอนนี้ มันแปลว่าอะไรคะ?”

พี่เลยถามกลับไปขำ ๆ ว่า
“แล้วไปได้ยินคำนี้มาจากไหนล่ะคะ?”

ปรากฏว่าน้องทำหน้าเลิ่กลั่ก แล้วตอบว่า
“หนูก็จำไม่ได้เหมือนกันค่ะพี่ ได้ยินบ่อยมาก ทั้งในทีวี งานสัมมนา ข่าวธุรกิจ ข่าวสิ่งแวดล้อม แต่พอให้ตอบจริง ๆ ก็ตอบไม่ออกค่ะ” 😄

ไม่แปลกเลยค่ะ เพราะคำว่า Net Zero กระจายไปอยู่ในหลายวงการมาก ไม่ว่าจะเป็น

1. เวทีผู้นำประเทศและการประชุมระดับโลก
เช่น การประชุมด้านสภาพภูมิอากาศ ที่หลายประเทศประกาศเป้าหมายว่าจะมุ่งสู่ Net Zero ภายในปีต่าง ๆ

2. บริษัทขนาดใหญ่และ CEO
ที่มักพูดถึง Net Zero ในแผนธุรกิจ รายงานความยั่งยืน หรือ ESG Report เพื่อแสดงให้นักลงทุนและคู่ค้าเห็นว่าองค์กรกำลังปรับตัวตามกติกาโลก

3. ธนาคารและสถาบันการเงิน
ที่เริ่มให้ความสำคัญกับสินเชื่อสีเขียว การเงินเพื่อความยั่งยืน และแผนลดคาร์บอนของลูกค้าธุรกิจ

4. นักวิชาการและองค์กรระหว่างประเทศ
ที่มักพูดถึง Net Zero ควบคู่กับ Just Transition หรือ “การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม” เพื่อไม่ให้การเปลี่ยนผ่านด้านสิ่งแวดล้อมกลายเป็นภาระที่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

เห็นไหมคะว่าเปิดไปวงการไหนก็เจอ จึงไม่แปลกเลยที่หลายคนจะจำไม่ได้ว่าได้ยินคำนี้มาจากไหนบ้าง 😊

แล้ว Net Zero แปลว่าอะไร?

คำว่า Net แปลว่า “สุทธิ”
เช่น

- Net Profit = กำไรสุทธิ
- Net Income = รายได้สุทธิ
- Net Weight = น้ำหนักสุทธิ

ดังนั้น Net Zero จึงแปลตรงตัวได้ว่า “สุทธิเป็นศูนย์”

แต่คำถามคือ
“อะไรที่ต้องเป็นศูนย์?”

🌿 Net Zero ในเรื่องโลกร้อน หมายถึงอะไร?

Net Zero ในบริบทของ Climate Change หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หมายถึง การทำให้ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกไป กับปริมาณที่ลด ดูดกลับ หรือกำจัดออกจากบรรยากาศ เกิดความสมดุลกัน จนยอดสุทธิเท่ากับศูนย์

พูดให้ง่ายขึ้น คือ
เราไม่ได้หมายความว่า “ห้ามปล่อยคาร์บอนเลยแม้แต่นิดเดียว”

เพราะในความเป็นจริง ธุรกิจยังต้องผลิตสินค้า โรงงานยังต้องเดินเครื่อง รถขนส่งยังต้องวิ่ง และกิจกรรมทางเศรษฐกิจก็ยังต้องดำเนินต่อไป

แต่สิ่งสำคัญคือ
ธุรกิจต้องพยายามลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้มากที่สุดก่อน แล้วส่วนที่เหลืออยู่จริง ๆ จึงค่อยจัดการด้วยวิธีที่น่าเชื่อถือ เช่น การดูดกลับหรือกักเก็บคาร์บอน การฟื้นฟูป่า หรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง

📌 ลองนึกภาพเป็น “บัญชีคาร์บอน”

ถ้ากิจกรรมขององค์กรปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกไป
เราต้องพยายามลดตัวเลขนั้นก่อน เช่น

- ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- ปรับปรุงเครื่องจักร
- ลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล
- ใช้พลังงานหมุนเวียน
- บริหารขนส่งให้มีประสิทธิภาพ
- ลดของเสียในกระบวนการผลิต

เมื่อทำเต็มที่แล้ว หากยังมีส่วนที่ลดไม่ได้จริง ๆ จึงค่อยใช้วิธีชดเชยหรือดูดกลับ เพื่อให้ยอดสุทธิในบัญชีคาร์บอนเข้าใกล้ศูนย์

อ๊ะ อ๊ะ อ่านถึงตรงนี้ หลายคนอาจคิดว่า
“ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อยเหมือนเดิม แล้วค่อยซื้อคาร์บอนเครดิตมาโปะทีหลังได้ไหม?”

พี่ขอตอบแบบชัด ๆ ว่า
“ไม่ควรคิดแบบนั้นค่ะ”

เพราะหัวใจของ Net Zero ไม่ใช่การปล่อยตามใจ แล้วใช้เงินซื้อใบรับรองมาชดเชยทั้งหมด

หัวใจที่แท้จริงคือ
“ลดจริงก่อน ชดเชยเฉพาะส่วนที่เหลือจริง”

นี่คือจุดที่ธุรกิจต้องเข้าใจให้ถูกต้องค่ะ

🌱 Net Zero เกี่ยวกับ Just Transition อย่างไร?

ในมุมมองของ Just Transition หรือ “การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม” Net Zero ไม่ควรถูกใช้เป็นคำสวยหรูที่สร้างภาระให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ MSMEs ต้องรับผิดชอบตามลำพัง

เพราะสำหรับบริษัทใหญ่ อาจมีงบประมาณ มีที่ปรึกษา มีทีม ESG และมีระบบข้อมูลพร้อมรองรับ

แต่สำหรับผู้ประกอบการรายเล็กและรายกลาง แค่บริหารต้นทุน ค่าไฟ ค่าน้ำมัน ค่าแรง และกระแสเงินสดในแต่ละวันก็เป็นภาระหนักมากแล้ว

ดังนั้น หากสังคมไทยจะเดินไปสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างจริงจัง สิ่งที่ต้องมีควบคู่กันคือ

- ความรู้ที่เข้าใจง่าย
- เครื่องมือคำนวณที่เข้าถึงได้
- ระบบพี่เลี้ยงสำหรับผู้ประกอบการ
- แหล่งเงินทุนที่เหมาะสม
- มาตรการสนับสนุนที่ไม่สร้างภาระเกินกำลัง
- การสื่อสารที่ทำให้ธุรกิจทุกขนาดเห็นทางไปต่อ

เพราะ Net Zero ไม่ควรเป็นเรื่องขององค์กรใหญ่เท่านั้น
แต่ควรเป็นเส้นทางที่ผู้ประกอบการทุกขนาดสามารถค่อย ๆ ปรับตัวและเดินไปด้วยกันได้

🌍 สรุปสไตล์พี่น้อย

Net Zero ไม่ได้แปลว่า “ไม่ปล่อยอะไรเลย”
แต่หมายถึง “ลดการปล่อยให้มากที่สุด และจัดการส่วนที่เหลือให้สมดุล จนยอดสุทธิเป็นศูนย์”

พูดสั้น ๆ คือ
ลดจริงก่อน ชดเชยทีหลัง และต้องทำอย่างน่าเชื่อถือ

ถ้าวันหลังมีใครถามว่า Net Zero คืออะไร ส่งโพสต์นี้ให้เขาอ่านได้เลยค่ะ
จะได้ไม่ต้องยืนเกาหัวแล้วแอบถามกันเบา ๆ อีกต่อไป 😊

#พี่น้อยย่อยศัพท์ฮิตที่ชีวิตควรต้องรู้

#สุทธิเป็นศูนย์

#การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม




#นายจ้าง
#ผู้ประกอบการ

#สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย

พี่น้อย “ย่อยศัพท์ฮิต” ที่ชีวิตควรต้องรู้ 🌍✨EP.3: คาร์บอนเครดิต... มันไปเปิดบัตรเครดิตที่ธนาคารไหนมา?!หลังจาก EP.1 เรื่อ...
15/06/2026

พี่น้อย “ย่อยศัพท์ฮิต” ที่ชีวิตควรต้องรู้ 🌍✨
EP.3: คาร์บอนเครดิต... มันไปเปิดบัตรเครดิตที่ธนาคารไหนมา?!
หลังจาก EP.1 เรื่อง Just Transition และ EP.2 เรื่อง Carbon Footprint มีหลายท่านแอบส่ง LINE มาถามว่า
“แล้วคาร์บอนเครดิตคืออะไร?”
“คาร์บอนเป็นก๊าซไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมถึงมีเครดิตได้?”
“ซื้อคาร์บอนเครดิตแล้วเอาไปใช้ลดภาษีส่งออกได้เลยไหม?”
ไม่เป็นไรค่ะ วันนี้พี่ย่อยให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ๆ แต่สาระแน่นเหมือนเดิม 😊
🌱 คาร์บอนเครดิต คืออะไร?
คาร์บอนเครดิต ไม่ใช่บัตรเครดิต ไม่ใช่หุ้น และไม่ใช่เงินดิจิทัลค่ะ
พูดแบบง่ายที่สุด คาร์บอนเครดิตคือ “หน่วยรับรอง” ที่บอกว่า โครงการหนึ่งสามารถลด หรือดูดกลับก๊าซเรือนกระจกได้จริงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
โดยทั่วไป 1 คาร์บอนเครดิต เทียบเท่ากับการลดหรือดูดกลับก๊าซเรือนกระจกได้ 1 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือ 1 tCO2e
เช่น
โครงการปลูกป่าและดูแลให้ป่าดูดซับคาร์บอนได้จริง
โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน
โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงาน
โครงการจัดการของเสีย ลดการเกิดก๊าซเรือนกระจก
ถ้าโครงการเหล่านี้ผ่านกระบวนการตรวจสอบ วัดผล และรับรองตามมาตรฐาน ก็สามารถได้รับ “คาร์บอนเครดิต” ได้ค่ะ
📌 แล้วใครเป็นคนออกใบรับรอง?
ในประเทศไทย หน่วยงานสำคัญที่เกี่ยวข้องคือ อบก. หรือองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
อบก. มีระบบ T-VER หรือ Thailand Voluntary Emission Reduction Program ซึ่งเป็นโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย
พูดให้เห็นภาพง่าย ๆ คือ ถ้ามีองค์กร ชุมชน หรือผู้ประกอบการทำโครงการลดก๊าซเรือนกระจก ก็ต้องมีการขึ้นทะเบียน เก็บข้อมูล ตรวจวัด ทวนสอบ และขอรับรองตามหลักเกณฑ์ จึงจะได้คาร์บอนเครดิตอย่างถูกต้อง
💰 แล้วคาร์บอนเครดิตเอาไปใช้ทำอะไร?
คาร์บอนเครดิตสามารถนำไปใช้ในตลาดภาคสมัครใจ หรือ Voluntary Carbon Market ได้
ตัวอย่างเช่น บริษัทที่มีเป้าหมายด้าน ESG, Carbon Neutrality หรือ Net Zero อาจซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อนำไปใช้ชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกบางส่วนที่ยังลดไม่ได้ในระยะสั้น
สิ่งนี้เรียกว่า Carbon Offset หรือการชดเชยคาร์บอน
แต่ต้องเข้าใจให้ถูกต้องว่า การซื้อคาร์บอนเครดิตไม่ใช่ “ทางลัด” ที่ทำให้ธุรกิจไม่ต้องลดคาร์บอนจริง ๆ ในกระบวนการผลิตของตนเอง
คาร์บอนเครดิตควรเป็นเครื่องมือเสริม ไม่ใช่ข้ออ้างในการไม่ปรับตัวค่ะ
🚨 แล้วถ้าส่งออกไปยุโรป ซื้อคาร์บอนเครดิตมาโปะแล้วจบไหม?
คำตอบคือ “ไม่ใช่ค่ะ”
เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะหลายคนอาจเข้าใจว่า ถ้าสินค้าของเราถูกมาตรการ CBAM ของสหภาพยุโรป หรือ Carbon Border Adjustment Mechanism ก็สามารถไปซื้อคาร์บอนเครดิตมาใช้หักลบได้เลย
ในทางปฏิบัติ CBAM เป็นมาตรการที่ให้ความสำคัญกับปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ฝังอยู่ในสินค้านำเข้า หรือ embedded emissions ของสินค้าบางกลุ่ม เช่น เหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม ซีเมนต์ ปุ๋ย ไฟฟ้า และไฮโดรเจน
ดังนั้น ผู้ประกอบการส่งออกที่เกี่ยวข้องกับสินค้าในกลุ่ม CBAM จึงควรให้ความสำคัญกับการเก็บข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตจริง การใช้พลังงานจริง และการปรับปรุงประสิทธิภาพในห่วงโซ่อุปทานของตนเอง
พูดง่าย ๆ คือ
“คาร์บอนเครดิต” ช่วยเรื่องการชดเชยคาร์บอนในบางบริบทได้
แต่ “CBAM” ต้องการข้อมูลคาร์บอนของสินค้าที่ผลิตจริงตามกติกาที่กำหนด
สองเรื่องนี้เกี่ยวข้องกัน แต่ใช้แทนกันไม่ได้ทั้งหมดค่ะ
🌿 แล้วธุรกิจไทยควรทำอย่างไร?
สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ เรื่องนี้อาจมีทีมงาน มีที่ปรึกษา และมีงบประมาณรองรับ
แต่สำหรับ MSMEs และนายจ้างรายย่อย เรื่องคาร์บอนเครดิต คาร์บอนฟุตพริ้นท์ และ CBAM อาจดูเป็นเรื่องไกลตัว ซับซ้อน และมีต้นทุนสูง
นี่จึงเป็นเหตุผลที่แนวคิด Just Transition หรือ “การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม” สำคัญมาก
หากโลกกำลังเดินไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีเครื่องมือสนับสนุนผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ MSMEs เช่น
คู่มือที่เข้าใจง่าย
ระบบพี่เลี้ยง
ฐานข้อมูลที่ใช้ได้จริง
เครื่องมือคำนวณที่ไม่ซับซ้อน
ค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม
การอบรมที่เข้าถึงได้
เพราะการเปลี่ยนผ่านด้านสิ่งแวดล้อมจะเป็นธรรมได้ ก็ต่อเมื่อผู้ประกอบการทุกขนาดสามารถปรับตัวได้ ไม่ใช่เฉพาะองค์กรใหญ่เท่านั้น
🌱 สรุปสไตล์พี่น้อย
คาร์บอนเครดิต คือ “หน่วยรับรองการลดหรือดูดกลับก๊าซเรือนกระจก” ที่สามารถสร้างมูลค่าได้ในตลาดภาคสมัครใจ หากทำอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน
แต่สำหรับการส่งออก โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับมาตรการ CBAM สิ่งสำคัญคือการรู้ข้อมูลคาร์บอนของสินค้าตัวเอง และค่อย ๆ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตจริง
พูดสั้น ๆ คือ
“คาร์บอนเครดิตมีประโยชน์ แต่ไม่ใช่ยาวิเศษที่ใช้แทนการลดคาร์บอนจริงได้ทุกกรณี”
ถ้าเราเข้าใจตั้งแต่วันนี้ ธุรกิจไทยจะไม่ใช่แค่ “ตั้งรับ” แต่สามารถเปลี่ยนความเสี่ยงให้กลายเป็นโอกาส และเดินไปสู่อนาคตที่แข่งขันได้อย่างเป็นธรรมค่ะ
#พี่น้อยย่อยศัพท์ฮิตที่ชีวิตควรต้องรู้

#คาร์บอนเครดิต



#การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม

#นายจ้าง
#ผู้ประกอบการ

#สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย

 #พี่น้อยย่อยศัพท์ฮิตที่ชีวิตควรต้องรู้EP.2: Carbon Footprint“คาร์บอนฟุตพริ้นท์” ที่บอกให้ธุรกิจต้องนับ…จริง ๆ แล้วเขานั...
15/06/2026

#พี่น้อยย่อยศัพท์ฮิตที่ชีวิตควรต้องรู้

EP.2: Carbon Footprint

“คาร์บอนฟุตพริ้นท์” ที่บอกให้ธุรกิจต้องนับ…จริง ๆ แล้วเขานับอะไรกัน?

หลังจาก EP.1 เรื่อง Just Transition หรือ “การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม” มีหลายท่านทักมาทาง LINE ว่า “สงสัยคำนี้มานานแล้ว แต่ไม่กล้าถาม” พี่เลยคิดว่า เราน่าจะมีซีรีส์เล็ก ๆ ช่วยย่อยศัพท์ฮิตที่ภาคธุรกิจ นายจ้าง และคนทำงานยุคนี้ควรรู้กันแบบเข้าใจง่าย ๆ ค่ะ

ช่วงนี้เวลาไปงานสัมมนา อ่านข่าว หรือฟังเรื่องสิ่งแวดล้อม เรามักจะเจอคำว่า “คาร์บอนฟุตพริ้นท์” หรือ Carbon Footprint บ่อยมาก บางครั้งก็มาพร้อมความกังวลว่า ถ้าธุรกิจไม่เริ่มทำ อาจกระทบการส่งออก การค้าระหว่างประเทศ ต้นทุนทางการเงิน หรือโอกาสทางธุรกิจในอนาคต

แต่คำถามที่ผู้ประกอบการจำนวนมาก โดยเฉพาะ MSMEs อาจคิดอยู่ในใจคือ

“แล้วเราต้องเริ่มนับจากตรงไหน?”

👣 คาร์บอนฟุตพริ้นท์ คืออะไร?

พูดให้ง่ายที่สุด คาร์บอนฟุตพริ้นท์ คือ “ปริมาณก๊าซเรือนกระจก” ที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมของคน องค์กร สินค้า หรือบริการหนึ่ง ๆ

ทุกครั้งที่ธุรกิจขยับตัว ไม่ว่าจะผลิตสินค้า ใช้ไฟฟ้า ใช้น้ำมัน ขนส่งสินค้า เดินทางไปประชุม หรือแม้แต่เกิดขยะจากการทำงาน ล้วนมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาไม่ทางตรงก็ทางอ้อม

ปริมาณทั้งหมดนี้จะถูกคำนวณออกมาเป็นหน่วย “กิโลกรัม” หรือ “ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า” เพื่อให้เรารู้ว่า กิจกรรมของเราสร้างภาระต่อโลกมากน้อยแค่ไหน

🔍 แล้วที่บอกว่า “นั่งนับคาร์บอน” เขานับอะไรกัน?

โดยทั่วไปการนับคาร์บอนขององค์กรจะแบ่งออกเป็น 3 ขอบเขต หรือที่เรียกว่า Scope 1, Scope 2 และ Scope 3

เพื่อให้เข้าใจง่าย พี่ขอเรียกว่า “ถังคาร์บอน 3 ใบ” นะคะ

🛢️ ถังที่ 1: สิ่งที่บริษัทปล่อยเองโดยตรง

หรือ Scope 1: Direct Emissions

เช่น

- รถของบริษัทใช้น้ำมันดีเซล/เบนซินไปกี่ลิตร

- เครื่องปั่นไฟสำรองใช้เชื้อเพลิงเท่าไร

- ระบบทำความเย็นหรือเครื่องปรับอากาศมีการรั่วไหลของสารทำความเย็นหรือไม่

ถังนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมที่องค์กรควบคุมเองโดยตรง

⚡ ถังที่ 2: สิ่งที่บริษัทซื้อพลังงานมาใช้

หรือ Scope 2: Indirect Emissions from Energy

ตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดคือ “บิลค่าไฟฟ้า”

บริษัทใช้ไฟฟ้าไปกี่หน่วย หรือกี่ kWh ในรอบปี จากนั้นจึงนำไปคำนวณต่อว่า ไฟฟ้าที่ใช้นั้นมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมเท่าไร

ถังนี้หลายองค์กรเริ่มต้นได้ง่ายที่สุด เพราะข้อมูลส่วนใหญ่มีอยู่แล้วในบิลค่าไฟ

🌾 ถังที่ 3: สิ่งที่เกิดจากห่วงโซ่อุปทานและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง

หรือ Scope 3: Value Chain Emissions

ถังนี้เป็นส่วนที่ยากที่สุด เพราะไม่ได้เกิดจากบริษัทโดยตรงทั้งหมด แต่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมรอบตัวธุรกิจ เช่น

- การเดินทางมาทำงานของพนักงาน

- การเดินทางไปประชุมหรือไปพบลูกค้า

- การขนส่งวัตถุดิบและสินค้า

- ขยะจากสำนักงานหรือโรงอาหาร

- กิจกรรมของซัพพลายเออร์ในห่วงโซ่อุปทาน

นี่คือเหตุผลที่หลายองค์กร โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก อาจรู้สึกว่าเรื่องนี้ซับซ้อน ใช้เวลา ใช้งบประมาณ และต้องมีคนทำงานเฉพาะทาง

⚖️ แล้วเรื่องนี้เกี่ยวกับ Just Transition อย่างไร?

Carbon Footprint ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะแนวโน้มของโลกกำลังให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น ทั้งในด้านการค้า การส่งออก การเงิน การลงทุน และความรับผิดชอบต่อสังคม

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจะเป็นธรรมไม่ได้ หากภาระทั้งหมดถูกโยนให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ MSMEs ต้องรับมือเพียงลำพัง

สำหรับบริษัทขนาดใหญ่ อาจมีงบประมาณจ้างที่ปรึกษา มีทีมงานเฉพาะ และมีระบบข้อมูลพร้อมรองรับ

แต่สำหรับ SMEs และนายจ้างรายย่อย เพียงการบริหารต้นทุน ค่าไฟ ค่าน้ำมัน ค่าจ้าง และกระแสเงินสดในแต่ละวันก็เป็นภาระหนักมากแล้ว

ดังนั้น หากภาครัฐต้องการผลักดันให้ธุรกิจเข้าสู่ระบบการนับคาร์บอนอย่างจริงจัง สิ่งสำคัญคือ ต้องมีเครื่องมือที่เข้าถึงง่าย มีระบบพี่เลี้ยง มีคู่มือที่เข้าใจได้จริง มีต้นทุนที่เหมาะสม และไม่สร้างภาระทางเอกสารจนเกินกำลังของผู้ประกอบการ

เพราะการลดคาร์บอนไม่ควรเป็นเรื่องขององค์กรใหญ่เท่านั้น

แต่ควรเป็นการเปลี่ยนผ่านที่ทุกภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ MSMEs สามารถเดินไปด้วยกันได้อย่างเป็นธรรม

#พี่น้อยย่อยศัพท์ฮิตที่ชีวิตควรต้องรู้



#รอยเท้าคาร์บอน



#การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม



#นายจ้าง

#ผู้ประกอบการ



#สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย

ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายความอาลัยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหา...
12/06/2026

ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายความอาลัย
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี
กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า
นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล
ประธานสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย
พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ที่ปรึกษา เจ้าหน้าที่ และสมาชิก
สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย (ECOT)

#ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายความอาลัย
#น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
#สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา
#สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย

Just Transition คำใหญ่ระดับโลก ที่กำลังจะเปลี่ยนชีวิตเราทุกคน... เคยได้ยินคำนี้ไหมคะ? ช่วงนี้คำว่า Just Transition หรือ ...
11/06/2026

Just Transition คำใหญ่ระดับโลก ที่กำลังจะเปลี่ยนชีวิตเราทุกคน... เคยได้ยินคำนี้ไหมคะ?

ช่วงนี้คำว่า Just Transition หรือ “การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม” ถูกพูดถึงบ่อยมาก ทั้งในเวทีแรงงาน เวทีสิ่งแวดล้อม เวทีธุรกิจ และการประชุมระดับนานาชาติ
หลายคนอาจเคยได้ยินจนคุ้นหู แต่ยังไม่แน่ใจว่าจริง ๆ แล้วคำนี้หมายถึงอะไร และเกี่ยวข้องกับชีวิตเราอย่างไร
ถ้าจะอธิบายให้ง่ายที่สุด พี่อยากชวนให้นึกภาพว่า…
โลกกำลัง “ย้ายบ้าน” ค่ะ
จากบ้านหลังเก่าที่พึ่งพาพลังงานฟอสซิล น้ำมัน ถ่านหิน และรูปแบบการผลิตแบบเดิม
ไปสู่บ้านหลังใหม่ที่ใช้พลังงานสะอาด เทคโนโลยีสีเขียว และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
การย้ายบ้านครั้งนี้เป็นเรื่องจำเป็น เพราะไม่มีใครอยากเห็นโลกของเราร้อนขึ้น น้ำท่วมหนักขึ้น หรือภัยธรรมชาติรุนแรงขึ้น
แต่คำถามสำคัญคือ…
แล้วคนที่ยังอยู่ “บ้านหลังเก่า” ล่ะ?
โรงงานที่ยังใช้เทคโนโลยีแบบเดิม
SMEs ที่กำลังต่อสู้กับต้นทุนทุกวัน
คนขับรถบรรทุก
พนักงานคลังสินค้า
ฝ่ายบัญชี
ฝ่ายบุคคล
ผู้จัดการ
แรงงานในภาคการผลิต
รวมถึงคนทำงานออฟฟิศธรรมดา ๆ
ถ้าวันหนึ่งมีคนประกาศว่า
“ทุกธุรกิจต้องเขียวทันที ใครไม่เขียวอยู่ไม่ได้”
สิ่งที่จะตามมาอาจไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลง แต่คือความเสี่ยงที่บางธุรกิจจะไปต่อไม่ไหว บางคนอาจตกงาน และหลายกิจการอาจไม่มีทุนหรือเวลามากพอที่จะปรับตัว
นี่แหละค่ะ คือหัวใจของคำว่า Just Transition
เราจะเดินหน้าไปสู่เศรษฐกิจสีเขียวก็จริง
แต่ต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ไม่ว่าจะเป็นแรงงาน นายจ้าง SMEs เกษตรกร หรือชุมชนท้องถิ่น
พี่เชื่อว่า
“Just Transition must not become a Fast Transition.”
การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม ต้องไม่กลายเป็นการเปลี่ยนผ่านที่รีบร้อน จนธุรกิจล้ม คนตกงาน หรือผู้ประกอบการรายเล็กปรับตัวไม่ทัน
แล้วเรื่องนี้เกี่ยวกับคนทำงานทุกอาชีพไหม?
คำตอบคือ เกี่ยวแน่นอนค่ะ
นักบัญชีอาจต้องเรียนรู้เรื่องการรายงานข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม
ฝ่ายบุคคลต้องวางแผน Reskill และ Upskill พนักงาน
ผู้จัดการต้องเข้าใจต้นทุนพลังงานและกติกาใหม่ของตลาด
แรงงานต้องพัฒนาทักษะใหม่
และธุรกิจต้องเตรียมตัวกับความต้องการของลูกค้า คู่ค้า และมาตรฐานสากลที่เปลี่ยนไป
ต่อให้เราไม่อยากเปลี่ยน โลกก็ยังคงเปลี่ยนค่ะ
ลูกค้ากำลังถามหาเรื่องสิ่งแวดล้อม
คู่ค้ากำลังถามหาข้อมูลคาร์บอน
ตลาดกำลังถามหาทักษะใหม่
และกติกาเศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ
สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย (ECOT) เชื่อว่า โลกควรเดินไปข้างหน้า แต่ต้องเดินไปด้วยกัน
บริษัทใหญ่ต้องไปได้
SMEs ต้องไปได้
แรงงานต้องไปได้
และคนตัวเล็ก ๆ ต้องไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
เพราะ Just Transition ที่ดี ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่เร็วที่สุด แต่คือการเปลี่ยนแปลงที่คนส่วนใหญ่ตามทัน
ต่อไปนี้ หากได้ยินคำว่า Just Transition
ขอให้นึกง่าย ๆ ว่า
🏡 “การย้ายบ้านไปสู่โลกสีเขียว…โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”
ใครกำลังเจอแรงกดดันจากเทรนด์โลกเดือดนี้ในมุมไหนบ้าง
แวะมาคอมเมนต์แลกเปลี่ยนกันได้นะคะ
ECOT อยากฟังเสียงจากหน้างานของทุกคนค่ะ 👇
สิริวัน ร่มฉัตรทอง
เลขาธิการ
สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย (ECOT)
#สภาองค์การนายจ้าง #แรงงาน #การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม #ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง :::

02/06/2026

ทรงพระเจริญ
เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี
3 มิถุนายน 2569
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง
ทรงพระเกษมสำราญ
และทรงเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดไป
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า
นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล
ประธานสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย
พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิก และเจ้าหน้าที่
สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย (ECOT)

#ทรงพระเจริญ
#วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบรมราชินี
#3มิถุนายน2569

#สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย

ที่อยู่

Samut Prakan
10270

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6623857177

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย.:

แชร์