20/11/2025
การขนส่งสารเคมีอันตรายทางเรือ
การขนส่งสารเคมีอันตรายทางเรืออยู่ภายใต้ข้อบังคับสากลที่สำคัญคือ ประมวลข้อบังคับว่าด้วยการขนส่งสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ทางน้ำระหว่างประเทศ (International Maritime Dangerous Goods Code: IMDG Code) ซึ่งจัดทำโดย องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization: IMO
1. การจำแนกประเภทสารเคมีอันตราย (Dangerous Goods Classification)
IMDG Code จำแนกสารเคมีอันตรายออกเป็น 9 ประเภท (Classes) ตามลักษณะความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอันตราย โดยแต่ละสารจะมี หมายเลขสหประชาชาติ (UN Number) 4 หลักที่ใช้ระบุสารนั้นๆ โดยเฉพาะ (เช่น Acetone คือ UN 1090)
2. ข้อความระวังและข้อกำหนดสำคัญในการขนส่ง
IMDG Code กำหนดข้อกำหนดที่ครอบคลุมทุกด้านเพื่อให้การขนส่งสารอันตรายมีความปลอดภัย ได้แก่:
• การบรรจุหีบห่อ (Packaging): ต้องใช้บรรจุภัณฑ์ที่มีความแข็งแรงและเหมาะสมกับประเภทของสารอันตราย และต้องป้องกันไม่ให้สารรั่วไหลหรือหกออกมา
• การทำเครื่องหมายและการติดฉลาก (Marking, Labelling, and Placarding):
• ต้องระบุ UN Number และ ชื่อที่ถูกต้องสำหรับการขนส่ง (Proper Shipping Name)
• ต้องติด ฉลากแสดงความเป็นอันตราย (Hazard Label) ตาม Class ที่กำหนด
• ต้องติด ป้ายใหญ่ (Placard) ที่ตู้คอนเทนเนอร์หรือรถบรรทุกถัง (Tank Container)
• สำหรับสารที่อันตรายต่อสภาพแวดล้อมทางทะเล (Marine Pollutants) ต้องติดเครื่องหมายแสดงความเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล
• การแยกจัดเก็บ (Segregation): สารอันตรายที่ทำปฏิกิริยากันได้ง่ายจะต้องถูกแยกออกจากกันตามระยะทางและวิธีการจัดเก็บที่ระบุไว้ใน Segregation Table ของ IMDG Code เพื่อป้องกันปฏิกิริยาอันตราย
• เอกสารการขนส่ง (Documentation): ต้องจัดเตรียมเอกสารมาตรฐาน เช่น Dangerous Goods Declaration (DGD) ซึ่งมีข้อมูลครบถ้วนเกี่ยวกับสารอันตราย
• การจัดเก็บในเรือ (Stowage): กำหนดตำแหน่งการจัดเก็บที่เหมาะสมบนเรือ เช่น บนดาดฟ้า (On Deck) หรือใต้ดาดฟ้า (Under Deck) โดยพิจารณาจากอันตรายของสาร
3. ลักษณะแทงค์บรรจุสารเคมี (Tank Containers)
สำหรับการขนส่งสารเคมีอันตรายที่เป็นของเหลวหรือก๊าซในปริมาณมาก มักใช้ แทงค์คอนเทนเนอร์ (Tank Containers) ซึ่งต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของ IMO และ UN เช่น
• ประเภทของแทงค์ (Tank Type): มีการกำหนดประเภทแทงค์ที่เหมาะสมกับสารเคมีแต่ละชนิด เช่น แทงค์ T Code ต่างๆ (T1-T22) ซึ่งระบุข้อกำหนดด้านความดันในการทำงาน, ความหนาของเปลือกถัง, และอุปกรณ์เสริมที่จำเป็น
• เครื่องหมาย Kemler Code: แทงค์คอนเทนเนอร์ที่บรรจุสารอันตรายต้องติดเครื่องหมาย Kemler Code (Hazard Identification Number) ควบคู่กับ UN Number ซึ่งเป็นตัวเลขสองหรือสามหลักที่ระบุประเภทของอันตรายและมาตรการระงับเหตุฉุกเฉินเพิ่มเติม
• การตรวจสอบและรับรอง: แทงค์ต้องได้รับการตรวจสอบและรับรองเป็นระยะเพื่อให้มั่นใจว่ายังคงอยู่ในสภาพที่ปลอดภัย
4. มาตรการระงับอุบัติภัย (Emergency Response)
IMDG Code มีคำแนะนำสำหรับกรณีฉุกเฉิน เช่น การเกิดเพลิงไหม้หรือการรั่วไหล
การแบ่งประเภทของสารเคมีตามอันตราย
องค์การสหประชาชาติ จำแนกประเภทสารเคมีอันตรายออกเป็น 9 ประเภท ตามสถานะและอันตรายของสารเคมี
Class 1 วัตถุระเบิด แบ่งเป็น 5 ชนิด
1. สารและสิ่งที่อาจก่อให้เกิดอันตราย โดยการระเบิดรุนแรงฉับพลัน
2. สารและสิ่งที่อาจก่ออันตรายโดยการกระจายของสะเก็ดระเบิด แต่มิใช่โดยการระเบิดรุนแรงฉับพลัน
3. สารหรือสิ่งซึ่งอาจก่ออันตรายโดยเปลวไฟ พร้อมกับอันตรายจากการระเบิดบ้างเล็กน้อย
4. สารหรือสิ่งซึ่งไม่ก่ออันตรายมากนัก
5. สารซึ่งไม่ไวต่อการเกิดอันตรายโดยการระเบิด
Class2 ก๊าซ แบ่งได้ 4 ชนิด
1. ก๊าซไวไฟ ลุกติดไฟได้เมื่อได้รับความร้อนหรือประกายไฟ เช่น ก๊าซไฮโดรเจน มีเทน แอลพีจี
2. ก๊าซไม่ไวไฟ ได้แก่ ก๊าชไนโตรเจน ก๊าซฮีเลี่ยม การได้รับก๊าซกลุ่มนี้ที่มีความเข้มข้นสูงอาจทำให้หมดสติเนื่องจากขาดออกซิเจน
3. และ 4. ก๊าซพิษและก๊าซกัดกร่อน เช่น ฟอสจีน ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ไฮโดรเจนซัลไฟด์ ก๊าซกลุ่มนี้มีพิษสูง
Class 3 ของเหลวไวไฟ� จะลุกติดไฟได้เมื่อได้รับความร้อน ประกายไฟ หรือเปลวไฟ ไอระเหยของสารกลุ่มนี้บางชนิด เมื่อผสมกับอากาศจะเกิดส่วนผสมที่ระเบิดได้ เช่น โทลูอีน ไซลีน เบนซิน แบ่งออกเป็น 3 ประเภท
1. จำพวกที่มีจุดวาบไฟน้อยกว่า -18 องศา
2. จำพวกที่มีจุดวาบไฟต่ำปานกลาง (-18องศา แต่ไม่ถึง 23 องศา)
3. จำพวกที่มีจุดว่าไฟมากกว่า 23 องศา จนถึง 61 องศา
Class 4 ของแข็งไวไฟ เช่น ไม้ขีดไฟ ฟอสฟอรัส กำมะถัน โซเดียม 1. ของแข็งลุกติดไฟได้
2. สารที่ลุกไหม้ได้ด้วยตัวเอง
3. สารซึ่งเมื่อถูกน้ำจะก่อให้เกิดก๊าซลุกติดไฟ
Class 5 สารออกซิไดซิง และสารออร์แกนิกเปอร์ออกไซด์ สารกลุ่มนี้สามารถทำให้สารอื่นติดไฟได้โดยการทำให้ ออกซิเจน เมื่อเกิดเพลิงไหม้ สารกลุ่มนี้จะเร่งให้เพลิงไหม้รุนแรงขึ้น เช่น ไฮโปคลอไรท์ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์
Class6 สารมีพิษและสารติดเชื้อ
1. สารมีพิษ เช่น การหายใจและการสัมผัสสารนี้อาจทำให้เสียชีวิตได้ เช่น ดีดีที พาราไธออน
2. สารติดเชื้อ เช่น จุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคในคนและสัตว์
Clss 7 สารกัมมันตรังสี
Class 8 สารกัดกร่อน
Class 9 สารอันตรายอื่นๆ�ซึ่งไม่สามารถจัดอยู่ในประเภทอื่นได้ เช่น สารที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสภาวะแวดล้อม และของเสียอันตราย เช่น แอสเบสตอส ของเสียต่างๆ
สารและสิ่งที่อาจก่อให้เกิดอันตราย โดยการระเบิดรุนแรงฉับพลัน
#สารเคมีอันตราย #ขนส่งทางน้ำ