สถานีวิทยุ ตชด.14

สถานีวิทยุ ตชด.14 Fm 100.25 MHz ค่ายพระมงกุฏเกล้า จ.ประจวบคีรีขันธ์�

https://www.facebook.com/share/p/18HpuBBJSb/
25/04/2026

https://www.facebook.com/share/p/18HpuBBJSb/

อีกแค่ 4 วันเท่านั้น! 🎉
เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาเจอกันที่งานสุดยิ่งใหญ่แห่งปี
✨ “งานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาดประจำปี” ✨

📍 24 เม.ย. – 4 พ.ค. นี้
ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (หลังใหม่)
และเลียบถนนริมทะเลอ่าวประจวบฯ

ครบจบในงานเดียว!
🎶 คอนเสิร์ตมันส์ ๆ ศิลปินดังเพียบ ชมฟรี !!
🥊 มวยไทยสุดเร้าใจ
🎆 พลุสุดอลังการ
🛍️ เที่ยว ชิม ช้อป ของดีประจวบฯ

สายเที่ยว สายกิน สายสนุก ห้ามพลาด!
ชวนเพื่อน ชวนแฟน ชวนครอบครัว มาเติมความสุขไปด้วยกัน 💙

แล้วเจอกันนะ! #ประจวบต้องไปต่อ

https://www.facebook.com/share/p/14a8qF8JZfo/
20/04/2026

https://www.facebook.com/share/p/14a8qF8JZfo/

5 วิธีออกกำลังกาย ปลอดภัยจากฮีทสโตรก ☀️
#สสส #ฮีทสโตรก #แค่ขยับเท่ากับออกกำลังกาย

https://www.facebook.com/share/p/17Cf5DDgaX/
20/04/2026

https://www.facebook.com/share/p/17Cf5DDgaX/

🚨มีเหยื่อสูญเงินไป 26 ล้านบาท หลงกลโจรหลอกลงทุนด้วยแผนร้ายนี้⚠️

⛔️ เปิดเพจ ชวนลงทุน สอนลงทุน สอนเทรด
⛔️ ชักชวนคุย LINE โน้มน้าวให้ลงทุน
⛔️ จากแชต LINE ชวนเข้ากลุ่มลงทุน (ที่เต็มไปด้วยหน้าม้า)
⛔️ ให้สมัครเอ็กซ์เชนจ์ เข้าลงทุนในแพลตฟอร์มที่มีชื่อเสียง แต่ทำยังไงก็สมัครไม่ได้

เมื่อเหยื่อติดกับ‼️

⛔️ ในเมื่อสมัครไม่ได้ ก็ให้โอนเงินเข้าบัญชีบุคคล หรือบางครั้งเป็นบัญชีนิติบุคคลซึ่งเป็นบัญชีม้าที่ทำบริษัทปลอมขึ้นมา
⛔️ หลอกให้กดลิงก์อ้างว่าเป็นการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ มิจฯ จะทำลิ้งก์ปลอมขึ้นมา
⛔️ ให้โอนเงินเพิ่มเรื่อย ๆ อ้างว่าเป็นการลงทุนเพิ่ม

กว่าเหยื่อจะรู้ตัวโอนเงินไปหลายครั้ง สูญเสียเงินไปจำนวนมาก ⚠️

#ไม่เชื่อไม่รีบไม่โอน

เจอแผนร้ายหลอกลงทุนในลักษณะเช่นนี้ หรือใกล้เคียง อย่าหลงกล‼️

แจ้งความออนไลน์ ที่ www.Thai policeonline.go.th เท่านั้น

#หลอกลงทุน #เทรดหุ้นต่างประเทศ
#เตือนภัยออนไลน์
#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

https://www.facebook.com/share/p/1DUeDVJDqv/
09/03/2026

https://www.facebook.com/share/p/1DUeDVJDqv/

กรมควบคุมโรค เตือนอากาศร้อนจัดระวังฮีทสโตรก จมน้ำ พิษสุนัขบ้า

กรมควบคุมโรค เตือนประชาชน ในช่วงที่อากาศร้อนจัด อบอ้าวทำให้มีความเสี่ยงต่อการป่วยจากภาวะอากาศร้อนได้ง่าย โดยเฉพาะโรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก ซึ่งเกิดจากภาวะที่ร่างกายมีอุณหภูมิความร้อนสูงมาก เกินกว่า 40 องศาเซลเซียส จนร่างกายไม่สามารถปรับตัวได้ ทำให้มีอาการต่าง ๆ เช่น ตัวร้อน แต่ไม่มีเหงื่อออก วิงเวียน ปวดมึนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย ภาวะขาดน้ำ หัวใจเต้นแรง เป็นลม อาจมีอาการทางระบบประสาท เช่น พูดจาสับสน หรือหมดสติ ซึ่งกลุ่มเสี่ยงประกอบด้วย เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่พักผ่อนน้อย ผู้ที่ทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง ผู้ป่วยเรื้อรัง ได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หัวใจและหลอดเลือด และผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

สำหรับการป้องกันโรคลมแดด โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ โรคปอด โรคอ้วน เด็ก และหญิงตั้งครรภ์ ควรปฏิบัติดังนี้ 1. หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีแดดจัดต่อเนื่องนานเกินไป 2. ดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน หรือมากกว่านั้นหากทำกิจกรรมกลางแจ้ง 3. หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ 4. หลีกเลี่ยงสถานที่ที่อากาศร้อน อับ ออกกำลังกายหรือทำงานหนักในสภาพอากาศร้อน 5. สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายความร้อน
ได้ดี ไม่ใส่เสื้อผ้าสีทึบดำ 6. ห้ามทิ้งใครไว้ในรถที่จอดอยู่กลางแดด โดยเฉพาะเด็กเล็ก เพระรถที่จอดตากแดดโดยไม่เปิดเครื่องปรับอากาศอาจมีอุณหภูมิสูงขึ้นได้เร็วมากภายใน 10 – 20 นาที 7. ไม่ควรอยู่กลางแจ้งคนเดียว ควรอยู่เป็นกลุ่ม เพราะหากมีอาการผิดปกติจะได้มีคนช่วยเหลือได้ทัน หากพบเห็นผู้มีอาการของโรคลมแดด ขอให้รีบนำผู้ป่วยเข้าที่ร่มหรือห้องที่มีความเย็น ให้ผู้ป่วยนอนราบยกขาสูง คลายเสื้อผ้าให้หลวม ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตามตัว ซอกคอ รักแร้ และศีรษะ ร่วมกับใช้พัดลมเป่าระบายความร้อน และให้รีบนำส่งโรงพยาบาล หรือโทรแจ้งสายด่วน 1669 ทันที

นอกจากนี้ ในช่วงฤดูร้อนยังพบการจมน้ำบ่อยขึ้น นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยถึงสถานการณ์การจมน้ำในช่วงฤดูร้อน (เดือนมีนาคม - พฤษภาคม) ย้อนหลัง 10 ปี ระหว่างปี พ.ศ. 2559 - 2568 พบมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยปีละ 964 ราย โดยกลุ่มอายุ 45 – 59 ปี มีสัดส่วนเสียชีวิตมากที่สุด ร้อยละ 27.9 รองลงมาคือ อายุ 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 21.7 และอายุต่ำกว่า 15 ปี ร้อยละ 20.3 อย่างไรก็ตาม ในช่วงปิดเทอมการจมน้ำเสียชีวิตในเด็กสูงถึง 1 ใน 3 ของการจมน้ำตลอดทั้งปี สาเหตุหลักของการจมน้ำ พบว่าเกิดจากการเล่นน้ำ ร้อยละ 51.6 และการพลัดตกหรือลื่นตกน้ำ ร้อยละ 25.2 โดยสถานที่เกิดเหตุส่วนใหญ่เป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น บ่อขุด สระน้ำ คลอง และแม่น้ำ คิดเป็นร้อยละ 73.1 ที่สำคัญผู้เสียชีวิตเกือบทั้งหมดไม่ได้สวมเสื้อชูชีพ คิดเป็นร้อยละ 98.4 ช่วงเวลาที่เกิดเหตุสูงสุดคือ 12.00 – 17.59 น. คิดเป็นร้อยละ 60 และผู้ประสบเหตุ มักอยู่กับเพื่อนในขณะเกิดเหตุ ร้อยละ 41.4 ทั้งนี้ผู้ประสบเหตุจมน้ำส่วนใหญ่เสียชีวิตถึงร้อยละ 76.5 สะท้อนให้เห็นว่าการจมน้ำเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวดเร็วและมีความรุนแรงสูง จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันเป็นอันดับแรก

การป้องกันการจมน้ำสามารถทำได้ หากประชาชนตระหนักถึงความปลอดภัยทางน้ำ โดยเฉพาะการดูแลเด็กและผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด สวมเสื้อชูชีพทุกครั้งเมื่อโดยสารเรือหรือทำกิจกรรมทางน้ำ การปฏิบัติตามกฎ ความปลอดภัยทางน้ำ (เช่น ป้ายคำแนะนำ คำเตือน) และงดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ก่อนหรือระหว่างทำกิจกรรมทางน้ำ โดยกรมควบคุมโรคได้รณรงค์ผ่านข้อความสำคัญ (Key Message) “ชูชีพ - กฎ - งดดื่ม”เพื่อสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยทางน้ำ พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับการช่วยเหลือและปฐมพยาบาลผู้ตกน้ำ จมน้ำอย่างถูกต้อง รวมถึงบูรณาการความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคีเครือข่าย ในการสำรวจและจัดการแหล่งน้ำเสี่ยง เช่น การติดตั้งรั้ว ป้ายเตือน และกำหนดกฎระเบียบด้านความปลอดภัย นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้เด็กและประชาชนได้เรียนว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด และฝึกทักษะช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) พร้อมเน้นย้ำให้แหล่งท่องเที่ยวทางน้ำจัดโซนนิ่งพื้นที่เล่นน้ำ มีเจ้าหน้าที่ชีวพิทักษ์ (Lifeguard) และมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่เพียงพอ รวมถึงกำหนดมาตรการห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และขอความร่วมมือประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการทำกิจกรรมทางน้ำในช่วงฤดูร้อน โดยเฉพาะการดูแลเด็กและผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด สวมเสื้อชูชีพทุกครั้งเมื่อโดยสารเรือหรือทำกิจกรรมทางน้ำ และหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อลดความเสี่ยงการจมน้ำและป้องกันการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น

อีกทั้งในช่วงอากาศร้อนจัดยังพบโรคพิษสุนัขบ้า โดยนายแพทย์มณเฑียร กล่าวว่า โรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน เกิดจากเชื้อไวรัสเรบีส์ (Rabies virus) พบมากในสุนัขและแมว รองลงมาคือ โค กระบือ เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผลที่ถูกกัด ข่วน หรือสัมผัสกับน้ำลายของสัตว์ที่มีเชื้อผ่านทางแผลหรือเยื่อบุต่าง ๆ แม้ประเทศไทยจะมีระบบเฝ้าระวังและควบคุมโรคที่เข้มแข็ง แต่ยังพบผู้เสียชีวิตจากการไม่เข้ารับการรักษาทันทีหลังสัมผัสโรค บางรายเข้าใจผิดว่าแผลเล็กน้อยหรือเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านจึงไม่น่ามีความเสี่ยง บางรายคิดว่าการเข้ารับการฉีดวัคซีนใช้เวลานาน เสียเวลา ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียชีวิตได้ ในปี 2569 พบผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย รายที่ 1 เกิดจากความชะล่าใจคิดว่าแผลเล็กน้อย หรือเป็นลูกสุนัขจะไม่เป็นโรคพิษสุนัขบ้า ส่วนรายที่ 2 กลัวเสียเวลาจึงไม่เข้าพบแพทย์ และไม่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

สำหรับระยะฟักตัวหลังได้รับเชื้อจนถึงแสดงอาการป่วยขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่รับเชื้อ ลักษณะแผล ปริมาณของเชื้อที่ได้รับ และการล้างแผลหลังถูกกัด ข่วน โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2 สัปดาห์ ถึง 2 เดือน บางรายอาจนานถึง 1 ปี หากปล่อยจนผู้ติดเชื้อแสดงอาการแล้วจะไม่สามารถรักษาได้ต้องเสียชีวิตทุกราย โดยอาการที่แสดงส่วนใหญ่มักมีไข้ ปวดศีรษะ คันรุนแรงบริเวณบาดแผล คลุ้มคลั่ง กลัวแสง กลัวลม กลืนน้ำ กลืนอาหารลำบาก ขอให้ประชาชนระมัดระวังและป้องกันตนเองจากโรคพิษสุนัขบ้า โดยใช้ “คาถา 5 ย.” คือ 1. อย่าแหย่ อย่าแหย่ให้สุนัขโกรธหรือโมโห 2. อย่าเหยียบ อย่าเหยียบสุนัข หรือทำให้ตกใจ 3. อย่าแยก อย่าใช้มือเปล่าแยกสุนัขที่กำลังกัดกัน 4. อย่าหยิบ อย่าหยิบชามอาหารของสุนัขขณะกำลังกิน 5. อย่ายุ่ง อย่ายุ่งกับสุนัขที่ไม่รู้จักหรืออยู่นอกบ้าน รวมถึงสุนัขที่ไม่ทราบประวัติ นอกจากนี้ให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์หรือซากสัตว์ที่สงสัยว่า เป็นโรคพิษสุนัขบ้า และไม่ควรชำแหละ หรือรับประทานสัตว์ และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่ตายโดยไม่ทราบสาเหตุ หากถูกสุนัข กัด ข่วน หรือเลียบาดแผล แม้เพียงเล็กน้อย ควรรีบ “ล้างแผล ใส่ยา กักหมา หาหมอ ฉีดวัคซีนให้ครบ” คือ ให้รีบล้างแผลด้วยน้ำ และสบู่นาน 10 - 15 นาที ใส่ยาฆ่าเชื้อ รีบไปพบแพทย์เพื่อพิจารณารับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้ครบชุด กักสัตว์เพื่อดูอาการอย่างน้อย 10 วัน หากสัตว์เสียชีวิตให้ส่งสัตว์ตรวจหาเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า และที่สำคัญอย่าชะล่าใจ โรคนี้หากไม่ได้รับวัคซีนและแสดงอาการจะเสียชีวิตทุกราย

ทั้งนี้ โรคพิษสุนัขบ้า ป้องกันได้ หากเข้ารับวัคซีนทันเวลา ขอความร่วมมือเจ้าของสัตว์เลี้ยงรับผิดชอบ ต่อสังคม ด้วยการฉีดวัคซีนและควบคุมสัตว์เลี้ยงอย่างเหมาะสม ขอให้ประชาชนปฏิบัติตนอย่างถูกต้องเมื่อถูกสัตว์กัดหรือข่วน เพื่อลดความเสี่ยงการเสียชีวิต และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายการกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าอย่างยั่งยืน

#กรมควบคุมโรคเตือนอากาศร้อนจัด
#ระวังฮีทสโตรก #จมน้ำ #พิษสุนัขบ้า
#กระทรวงสาธารณสุข #กรมควบคุมโรค
#นโยบายรัฐบาล20กระทรวง

https://www.facebook.com/share/p/1D6jUcTg9E/
09/03/2026

https://www.facebook.com/share/p/1D6jUcTg9E/

⚠️ระวัง ช่วงนี้วัยรุ่นตกเป็นเหยื่อกันมาก

“งานง่าย รายได้ดี ทำที่ไหนก็ได้” ⁉️

มาแบบนี้ .. เอ๊ะ‼️ สักนิด ทรงมิจฉาชีพชัวร์ ⚠️

หางานในโลกออนไลน์อาจตกเป็นเหยื่อ

📍งานพิเศษเงินดี งานแอดมิน งานออนไลน์ ต้องไปอบรม พาไปชายแดน ท่านอาจกลายเป็นเหยื่อแก๊งสแกมเมอร์ ถูกหลอกไปเป็นแก๊งโจรโดยไม่ทันตั้งตัว

⚠️ไม่เชื่อ ไม่หลงกล

ด้วยความปรารถนาดีจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

#เตือนภัยออนไลน์
#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

https://www.facebook.com/share/p/1C7Ebp75Re/
05/03/2026

https://www.facebook.com/share/p/1C7Ebp75Re/

4 ปัจจัยหลักที่ทำให้วัยรุ่นใช้ยาเสพติด 😰
#สสส #สื่อสารสุข #ยาเสพติด #พื้นที่ปลอดภัย

https://www.facebook.com/share/p/1HiyuKwHCB/
26/02/2026

https://www.facebook.com/share/p/1HiyuKwHCB/

คนรักสัตว์ & คนไม่รักสัตว์ ต้องรู้กฎหมาย ‼️

📍ทารุณกรรม - ปล่อยปละละเลยสัตว์เลี้ยง เสี่ยงโทษหนักและต้องชดใช้ค่าเสียหาย
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน จากปัญหาความขัดแย้งระหว่างเพื่อนบ้านอันเกิดจากสัตว์เลี้ยงหลุดไปสร้างความเดือดร้อน จนนำไปสู่การใช้ความรุนแรงทารุณกรรมสัตว์ซึ่งเป็นความผิดทางอาญา
📌 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอเตือนพี่น้องประชาชนและเจ้าของสัตว์เลี้ยง เพื่อลดความขัดแย้งและป้องกันการตกเป็นผู้กระทำผิดกฎหมาย ดังนี้
⛔️ "ห้ามใช้ความรุนแรงทำร้ายหรือทารุณกรรมสัตว์"

เพราะการทำร้ายสัตว์ให้ได้รับความบาดเจ็บ ทุพพลภาพ หรือตายโดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 มาตรา 20 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ หากสัตว์นั้นมีเจ้าของ ผู้กระทำอาจมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

✅ "ใช้กฎหมายในการจัดการและเรียกร้องค่าเสียหาย"

หากสัตว์เลี้ยงของผู้อื่นเข้ามากัดสัตว์เลี้ยงของตน หรือทำลายทรัพย์สินจนเกิดความเสียหาย ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเป็นคนกลางในการเจรจาไกล่เกลี่ย หรือดำเนินคดีเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนทางแพ่งจากเจ้าของสัตว์ หลีกเลี่ยงการใช้อารมณ์ตัดสินปัญหาด้วยตนเองซึ่งจะทำให้เสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญา
🛑 "ดูแลและควบคุมสัตว์เลี้ยงของตนอย่างเข้มงวด"

เจ้าของสัตว์มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการจัดสวัสดิภาพและป้องกันไม่ให้สัตว์หลุดออกไปสร้างความอันตรายหรือความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น หากปล่อยปละละเลยให้สัตว์พ้นจากการดูแลโดยไม่มีเหตุอันสมควร จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 มาตรา 23 ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 40,000 บาท และยังต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งทั้งหมด หากสัตว์ของตนไปก่อความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของบุคคลอื่น
📌 หากพี่น้องประชาชนพบเห็นการทารุณกรรมสัตว์ หรือได้รับความเสียหายจากสัตว์เลี้ยงที่ถูกปล่อยปละละเลย สามารถแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือกรณีต้องการแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด สามารถโทรศัพท์แจ้งได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

#ทารุณกรรมสัตว์ #คนรักสัตว์
#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ที่อยู่

Prachuab Kirikan
77000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สถานีวิทยุ ตชด.14ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์