08/08/2026
บทความนี้
ถูกเขียนขึ้นตั้งแต่ปี 2554
แล้วก็ถูกนำมาเผยแพร่เป็นระยะๆ
จนถึงวันนี้ ปี 2569
วันที่เด็กคนหนึ่ง เติบโตขึ้นมาในสังคมที่เสื่อมทรามของผู้ใหญ่รุ่นก่อน จนมีผลทำให้เขาก่อเรื่องร้ายแรงขึ้น
พฤติกรรมที่แสดงออกถึงความถ่อยเถื่อน เสื่อมทราม แบบไม่รับผิดชอบของผู้ใหญ่รุ่นก่อนๆ
ก็มีแต่จะแย่ลงเรื่อยๆ
ยังทำนายไม่ได้ ว่า จุดต่ำสุด ถ่อยเถื่อนสุด จะเป็นไปแค่ไหน
ใช้คำพูดและการแสดงออกต่อสาธารณะ ที่มีทั้ง ก้าวร้าว หยาบคาย ลามก ทั้งผรุสวาทและแจกของลับกันอย่างไม่มีอับอาย
โดยเฉพาะผู้มีอิทธิพลทางความคิด
ผู้มีชื่อเสียงในสังคม และโลกออนไลน์
ที่การแสดงออกของพวกเขา
จะถูกเผยแพร่ไปในวงกว้าง แบบไม่มีขีดจำกัด ไม่ได้ถูกคัดกรอง
และแน่นอนว่า สามารถชี้นำสังคมในเรื่องของค่านิยม พฤติกรรมการแสดงออก ได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม
โดย มีผู้ใหญ่พวกที่ชอบพฤติกรรมแนวนั้น ตามเสพ ตามยกย่องชื่นชม แสดงความชอบใจ ให้เห็นถึงการยอมรับในพื้นที่สาธารณะเช่นกัน
เรามีผู้ใหญ่ที่เป็นแบบนี้ในสังคม มากขึ้นๆ เป็นตัวอย่างชั้นเลว ให้เด็กและเยาวชนที่กำลังเติบโตและเรียนรู้
ได้พบ ได้เห็น จนคล้อยตาม
ที่สุดแล้วก็กลายเป็น ยอมรับและทำตามในสิ่งที่ผู้ใหญ่เหล่านั้นเผยแพร่
ว่า ความเสื่อมทรามทั้งหลาย เป็นเรื่องธรรมดา
จนกลายเป็นทัศนคติของเด็กและเยาวชนรุ่นต่อไปเรื่อยๆ
แล้วเมื่อเด็กๆพี่ถูกหล่อหลอมเช่นนั้น โตขึ้น ก็มักจะคิดและสรรหาการกระทำ ในลักษณะที่รุนแรงกว่า ถอยเถื่อนเสื่อมทรามกว่า
เป็นวัฏจักรเช่นนี้ ตามธรรมชาติของพฤติกรรมมนุษย์
เมื่อทุกอย่าง ยังเป็นอย่างที่กล่าวมา
สังคมที่ดีงาม
ที่ผู้คนควรมีทัศนคติที่ดี ที่มาจากพื้นฐานของจิตใจของคน ที่ควรพัฒนาขึ้น .. จะเกิดขึ้นได้อย่างไร
ในเมื่อ ผู้ใหญ่ในสังคมนั้นบางส่วน
มีแต่จะแสดงออกและเผยแพร่ ความเลวทรามสารพัด ออกสู่พื้นที่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง
.. โดยไม่เคยมีสำนึกรับผิดชอบใดๆ
#สังคมแห่งการด่าว่า_แต่ปลายเหตุ
#สังคมแห่งการกล่าวโทษ_แต่ผู้อื่น
#โดยคนที่ชอบกระทำเช่นนี้
#มักไม่เคยพยายามพิจารณาตนเอง
หากไม่เริ่มมองปัญหาในสังคม
" ด้วยการพิจารณาต้นเหตุ "
"... ที่อาจมาจากตัวเราก่อน "
สังคมนั้น ก็มีแต่จะสร้างและสะสม
สารพัดปัญหา จนถึงจุดที่แก้ไขไม่ได้
แล้วก็ ใช้การด่าทอผู้อื่น
เพื่อหลอกตนเองและใครๆ เสมือนว่า
ตนเองนั้น ไม่ใช่ต้นเหตุของปัญหานั้นๆ .. ต่อไปเรื่อยๆ
เวลามีคนมารายงาน ว่า
" บุตรหลานตัวเองทำผิด "
ผู้ปกครองส่วนหนึ่ง
" ก็จะเรียกเด็กมาตำหนิ ว่ากล่าว
ลงโทษ เฉพาะพฤติกรรมของเด็ก "
โดยที่ คงจะมีผู้ปกครองไม่กี่คน
ที่จะพิจารณาต่อไปว่า
#พฤติกรรมเช่นนั้นของเด็ก
#ตนเอง ได้มีส่วนร่วมในการสร้าง
และปลูกฝังมันลงในตัวเขา ในใจเขา
ทั้งทางตรง ทางอ้อม หรือไม่
เพื่อจะหันกลับมาพิจารณาตนเองด้วย
เวลามีคดีอาชญากรรม เป็นข่าวว่า
" บุตรหลานคนอื่น ทำความผิดร้ายแรง "
#ผู้คนในสังคมส่วนหนึ่ง
ก็จะพร้อมใจรุมประนาม สาปแช่ง
เรียกร้องให้ประหารชีวิตเด็กคนนั้น
ในทำนองเดียวกัน
กับผู้ปกครอง ที่ได้กล่าวถึงข้างต้น
จะมีผู้ใหญ่ที่เอาแต่ด่าว่าเด็ก ... สักกี่คน
ที่จะย้อนมอง ให้ลึกถึงต้นเหตุ
ที่มาที่แท้จริง ของการกระทำเช่นนั้น
จะมีผู้ใหญ่ที่เอาแต่ด่าว่าเด็ก ... สักกี่คน
ที่ยอมรับว่า ที่เด็กทำผิดในเรื่องนั้น
เพราะผู้ใหญ่อย่างเราๆ คือต้นแบบเสียเอง
จะมีผู้ใหญ่ที่เอาแต่ด่าว่าเด็ก ... สักกี่คน
ที่ยอมรับว่า ที่เด็กทำผิดในรูปแบบนั้น
เพราะผู้ใหญ่อย่างเราๆ ดันไปชื่นชม ชื่นชอบ ไปยอมรับ
#ในสารพัดเรื่องเลวๆที่สะสมในสังคม
#จนนำมาสู่การปลูกฝังความเสื่อมความเลวลงในจิตใจเด็กๆ
และยังพยายามหาข้ออ้างให้กับตนเองว่า
สิ่งเลวๆเหล่านั้น เป็นเรื่องบันเทิงธรรมดาๆของผู้ใหญ่
ไม่เห็นจะเป็นไรเลย โดยไม่แยแสสายตาของเด็กๆ
จะมีผู้ใหญ่ที่เอาแต่ด่าว่าเด็ก ... สักกี่คน
ที่ยอมหันมามองถึง พฤติกรรม
ความคิด ความอ่าน การกระทำของตนเอง ที่สั่งสมมานาน
ในสิ่งต่างๆที่ตนเองชื่นชอบ ที่ตนเองไม่เคยเห็นว่าเสียหาย
แล้วยอมรับเสียที ว่าสิ่งเหล่านั้น
ล้วนเลวร้าย ต่อการซึมซับ รับรู้เรียนรู้ สำหรับเด็ก
ถ้า ผู้ใหญ่
ซึ่งหมายถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะแล้วทุกคน
ยังไม่สำนึก ไม่เคยยอมรับ ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง
สังคมนี้
ก็จะยังคงมองเห็นเพียงทางออกเดียว
คือ ลงโทษที่ผลลัพธ์
คือ ประหารชีวิต เด็กที่โตขึ้นมาแล้วทำเลว ให้หมดไป แบบไม่แยแสสาเหตุ
เพียงเพราะ
เด็กๆดันเกิดและเติบโตขึ้นมา
ในสังคมที่มีผู้ใหญ่นิยมและยอมรับความเสื่อม เช่นนี้ นั่นเอง
ก็ได้แต่คาด ว่า ต่อให้ประหารจริง
ก็คงจะประหารไม่ทัน กับปริมาณเด็กที่โตขึ้นมา แล้วทำเรื่องที่เลว
ซึ่งเชื่อว่า มีแต่จะทวีคูณขึ้น
ทั้งจำนวน และปริมาณความรุนแรง
#ไม่เชื่อก็คงต้องคอยดูกันต่อไปครับ
บันทึกไว้ อีกครั้ง ในอีกวันหนึ่ง
ที่ได้เห็น ได้อ่าน การกล่าวโทษ ประนามคนร้ายที่เป็นเด็ก
อย่างหยาบคาย รุนแรง และเมามัน
จากผู้คนจำนวนหนึ่ง ... จำนวนมาก ในสังคมออนไลน์
แต่ เมื่อลองตามไปดูในโปรไฟล์
ก็พบว่า
แนวคิด ทัศนคติ การแสดงออก การใช้ชีวิต พฤติกรรมของผู้ใหญ่หลายๆคน
ที่บางคน ก็เป็นพ่อแม่คนแล้ว เหล่านั้น
สิ่งที่พวกเขา แสดงออกในโลกโซเชียล
ถึงความชื่นชอบ ชื่นชม จนเอามาแชร์ไว้
กลับมีแต่ ... เรื่องที่เสื่อมทราม
คำพูดที่ใช้ ก็หยายคาย ถ่อยเถื่อน
ใช้ถ้อยคำลามก อย่างไม่ยั้ง
เหมือนเป็นเรื่องธรรมดา
อาจสรุปไม่ได้ว่า คนเหล่านี้
จะเลี้ยงลูกขึ้นมา แล้วต้องเป็นคนเลว
คงได้แต่ ตั้งคำถามว่า
เด็กที่เติบโตขึ้นมาในครอบครัวเช่นนี้
เขาจะต้องมี สติ ปัญญา วุฒิภาวะ .. ด้วยตนเอง ตั้งแต่กี่ขวบกันหนอ ...
เขาจึงจะสามารถ แยกแยะ
จนรู้ได้เองว่า สิ่งที่พ่อ แม่ ผู้ปกครองของตน ชื่นชอบ หรือแสดงออกต่อสาธารณะอยู่นั้น
ตนเอง ไม่ควรจะทำตาม
เพราะ นั่นคือการสะสมความคิด
และการกระทำต่ำๆ ลงในจิตใจของตน
ซึ่งที่สุดแล้ว มันจะทำให้ตัวเขา
ต้องกลายเป็นคนที่ไร้จิตสำนึก
มีทัศนคติ นิสัย ไปจนถึงบุคคลิกภาพที่เลวร้าย
ซึ่ง ก็จะนำพาตัวเขา ให้คุ้นขิน นิยมชมชอบ จนเข้าไปอยู่ในแวดวงของผู้ที่เป็นเช่นเดียวกัน ในที่สุด
และ เมื่อเขาโตขึ้น
และสะสมความเลว ความไม่แยกแยะดีชั่ว ได้มากพอ
จนเขา ไปก่ออาชญากรรม ตามสิ่งที่สะสมมาจากครอบครัว จากสังคม
เขาก็จะโดน ผู้ใหญ่จากครอบครัวต่างๆ
ที่บางครอบครัว ก็ทำอะไรเสื่อมๆอย่างที่ว่ามา
คล้ายกับครอบครัวของเขา นี่แหละ
เข้ามา ประนาม สาปแช่ง ให้ประหารชีวิต
#จะมีเด็ก_ที่โตมาเป็นอาชญากรสักกี่คน
#ที่จะเข้าใจ_ที่มาของพฤติกรรมเลวร้ายของเขา
#ในเมื่อ_ผู้ใหญ่หรือแม้แต่ตัวพ่อแม่เอง
#ยังไม่เคยจะยอมรับและเข้าใจ_สาเหตุหรือที่มานั้นเลย
ไพโรจน์ จีรบุณย์
สถาปนิก เพื่อสังคม
6 พค 2559
*** บันทึกไว้ เมื่อ 5 ปีที่แล้ว
และจะขอนำมาเผยแพร่ซ้ำทุกปี ในวันนี้