13/04/2026
3องค์กรนัดหมายพบรัฐมนตรีพลังงานร้องเรียกหยุด“กลโกงตลาดนัดแนะ”ย้ายส่วนลดราคาน้ำมันตลาดโลกให้โรงกลั่นทำกำไร คุณรสนาเล่าให้ฟังดังนี้
https://www.facebook.com/share/p/1HJM6jX9Ts/?mibextid=wwXIfr
3องค์กรเตรียมพบรมต.พลังงาน หลังสงกรานต์ ร้องเรียน กบน.และโรงกลั่นสมคบกันขึ้นราคาน้ำมันแบบขึ้นลิฟต์ ลงราคาแบบขั้นบันได เอาเปรียบประชาชน !?!
การประกาศลดราคาขายปลีกน้ำมันเมื่อวานนี้ (10 เม.ย) ที่มีผลตี5 เช้าวันนี้ เรียกว่าลดราคาแบบขั้นบันไดแล้วหยุดพักช่วงสงกรานต์ ทั้งที่ตอนขึ้นราคาเมื่อ 26 มีนาคม กลับขึ้นราคารวดเดียวลิตรละ6 บาททุกชนิด รวดเร็วประดุจขึ้นลิฟต์ ไม่แยกแยะชนิดน้ำมันเหมือนตอนลดราคา ทำไมมาตรฐานแตกต่างกัน ??!!
การประวิงเวลาการลดราคาน้ำมันให้ประชาชน 1 วันทำให้โรงกลั่นได้กำไรเพิ่มจากค่าการตลาดประมาณ 750 ล้านบาทต่อวัน และแต่ละวันที่ คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.)ไม่ดึงค่าการตลาดส่วนเกินเข้ากองทุนน้ำมัน หรือลดราคาให้ผู้ใช้น้ำมัน ก็เป็นการเพิ่มกำไรให้โรงกลั่นทุกวัน โดยจะถือว่าเป็นการฉ้อโกงประชาชน ได้หรือไม่??!!
การขึ้นราคาอ้างกลไกตลาดโลก เวลาลดราคาใช้กลไกตลาดนัดแนะระหว่างกบน.กับโรงกลั่น ใช่หรือไม่ ?!
จะเรียกว่าเป็นการสมรู้ร่วมคิดของกบน.ให้โรงกลั่นทำกำไร ด้วยการยอมให้โยกส่วนลดตามราคาตลาดโลกไปเก็บพักไว้ที่ค่าการตลาดของโรงกลั่นเอง ใช่หรือไม่ และค่อยๆดึงกลับกองทุนวันละนิด แต่ยังปล่อยให้ทำกำไรส่วนเกินอยู่ ใช่หรือไม่ ?!?!
การไม่ลดราคาน้ำมันให้ประชาชนแบบเต็มๆ หรือเก็บเข้ากองทุนน้ำมันก็คือการ
เม้มเก็บรายได้ไว้ให้โรงกลั่นทำกำไรรายวันเองนั่นแหละ การเก็บเข้ากองทุนน้ำมัน อ้างว่าเอาไว้ชดเชยราคาให้ผู้ใช้น้ำมัน แต่แท้จริงแล้ว คือ กองทุนน้ำมันมีไว้เพื่อปิดบังสายตาประชาชน ไม่ให้เห็นกลลวงทางคณิตศาสตร์ บิดเบือนราคาที่แท้จริงของราคาน้ำมัน เป็นที่พักเงินที่ล้วงจากกระเป๋าประชาชนเพื่อประกันกำไรให้โรงกลั่นเท่านั้นแหละ นั่นคือสาระที่แท้จริงของกองทุนน้ำมัน ใช่หรือไม่
ประชาชนเสียประโยชน์ และเศรษฐกิจของประเทศเสียหายจากราคาน้ำมันแพงเกินความเป็นจริง เพราะน้ำมันคือต้นทุนทางตรงของเศรษฐกิจภาคการผลิต (Real Secter) แม้กฎหมายกองทุนน้ำมันระบุให้ชดเชยเมื่อราคาน้ำมันตลาดโลกเพิ่มขึ้น เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาขายปลีกน้ำมัน ไม่ให้กระทบห่วงโซ่ราคาสินค้า ค่าครองชีพของประชาชน จึงให้มีกองทุนน้ำมันที่เป็นกระปุกออมสินของประชาชนเก็บเงินไว้ 4หมื่นล้านไว้ใช้ชดเชยราคาน้ำมันตอนที่ราคาตลาดโลกเพิ่มขึ้น
แต่การลดการชดเชยน้ำมันรวดเดียว 6-7 บาทเมื่อวันที่26 มีนาคม 2569 เพื่อผลักภาระให้ประชาชนควักเงินจ่ายหน้าปั๊มเพิ่มอีก 6บาท/ลิตรโดยที่ไม่เกี่ยวกับราคาน้ำมันตลาดสิงคโปร์ปรับขึ้นแต่ประการใด ใช่หรือไม่
เป็นการเล่นละครตบตา ว่าต้องมาเฝ้าดูราคาสิงคโปร์ปิดตลาด รอคำนวณค่าเงินที่อ้างว่าต้องประกาศขึ้นราคาตอน 22.00น ทั้งที่การปรับขึ้นลงราคาโดยปกติ ใช้ราคาสิงคโปร์เฉลี่ยย้อนหลัง2 วัน เป็นการจงใจทำให้คนเข้าใจผิดว่า การขึ้นราคาลิตรละ 6 บาทนั้น เพราะตลาดสิงคโปร์ปรับขึ้น ใช่หรือไม่
นั่นคือกลไกตลาดนัดแนะขึ้นราคาทันที โดยไม่มีการเช็คสต๊อค เป็นการปล่อยให้คนกักตุนน้ำมันราคาเก่า ได้ขายทำกำไรในราคาใหม่ เป็นการปล้นประชาชนท่ามกลางวิกฤตโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ใช่หรือไม่ ??!
เงินกองทุนน้ำมัน ไม่ได้ใช้ชดเชยเนื้อน้ำมันตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ถูกเอามาชดเชยภาษีสรรพสามิตของรัฐบาล แม้ในยามวิกฤตก็จะเก็บอย่างเต็มที่เหมือนยามปกติ และชดเชยราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นที่อ้วนพีด้วยลาภลอยในค่าการกลั่น รวมทั้งไอ้โม่งที่ร่วมปล้นชิงประชาชนยามวิกฤต ใช่หรือไม่
คนใช้น้ำมันไม่เคยได้รับการลดราคาตามตลาดโลกเท่ากับตอนปรับขึ้นราคาอย่างเสมอภาค เพราะมีข้ออ้างจาก กบน.เสมอว่าต้องเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเพิ่ม ยิ่งราคาตลาดโลกลดลง ก็จะยิ่งถูกรีดเข้ากองทุนน้ำมันมากขึ้น ด้วยคำลวงว่า กองทุนฯยังติดลบ ใช่หรือไม่!!??
น้ำมันเบนซิน ถูกปล่อยลอยตัวตามราคาตลาดโลกมานานแล้ว และยังถูกขูดรีดเข้ากองทุนน้ำมันโดยตลอด คนใช้น้ำมันเบนซินไม่ได้รับอานิสงส์จากเงินที่ตัวเองหยอดกระปุกไว้ในกองทุนน้ำมัน มากเท่ากับที่ออมไว้ เพราะจะถูกรีดเงินเอาไปชดเชยดีเซลเป็นส่วนใหญ่ พอมีส่วนลดน้ำมันตามราคาตลาดโลก ก็ได้แบบเศษๆ ส่วนใหญ่ถูกรีดเข้ากองทุนน้ำมันก่อนเสมอ และยังต้องจ่ายภาษีสรรพสามิตสูงกว่าน้ำมันดีเซล
กบน.ไม่ยอมปล่อยส่วนลดราคาน้ำมัน มาลดราคาขายปลีกให้ผู้ใช้น้ำมันอย่างเต็มที่ แต่ปล่อยโรงกลั่นเก็บเงินส่วนลดนี้ไว้ในค่าการตลาดได้ เพื่อให้โรงกลั่นได้กำไรเพิ่มในแต่ละวัน แทนที่จะรีบเก็บเงินส่วนนี้เข้ากองทุนฯทันที ตามที่ชอบอ้างว่า กองทุนยังติดลบ แต่ใช้อ้างกับฝั่งคนใช้น้ำมัน ไม่ใช่ฝั่งโรงกลั่นใช่หรือไม่ ?!
การประวิงเวลาเก็บเงินเข้ากองทุนจากที่โรงกลั่นโยกมาเก็บไว้ในค่าการตลาด ที่เกินจากค่าการตลาดที่เหมาะสม คือดีเซลลิตรละ 1.50 บาท เบนซินลิตรละ2บาท ก็คือการสมรู้ร่วมคิดระหว่างกบน. และโรงกลั่นในการฉ้อโกงประชาชน ใช่หรือไม่?!
กองทุนน้ำมันจึงเป็นเสมือนเจ้าหนี้นอกระบบค่าน้ำมันของผู้ใช้น้ำมันที่ไม่มีทางปลดหนี้ได้ตลอดชาติ เงินที่สะสมในกองทุนน้ำมันคือ กองทุนประกันกำไรให้โรงกลั่น การเก็บส่วนลดราคาน้ำมันเบนซินไปไว้ในกองทุนน้ำมันเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่มีส่วนลด แต่จะไม่ยอมลดราคาขายปลีกน้ำมันให้ผู้ใช้เบนซิน ซึ่งก็ไม่ต่างจากเจ้าหนี้นอกระบบที่มายึดรายได้ลูกหนี้ทุกบาทที่มีรายได้เพิ่ม จะแบ่งให้บ้างก็แค่เศษสตางค์ ใช่หรือไม่
ช่วงหยุดสงกรานต์ 5 วัน โครงสร้างราคาน้ำมัน (ตารางส้ม) ปิดทำการรายงาน คงเป็นที่สบายใจของ กบน. และโรงกลั่นละซิ ที่จะไม่มีใครเห็นกลไกตลาดนัดแนะของพวกท่านว่าจะโยกย้ายเงินส่วนลดราคาน้ำมันไปไว้ที่ไหน ให้ใครทำกำไรบ้าง ใช่หรือไม่
ขอให้ท่านรัฐมนตรีเอกนัฏติดตามเรื่องนี้ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมัน ควรสั่งลดราคาน้ำมันให้ประชาชนในช่วงสงกรานต์อีก หากมีค่าการตลาดที่เกินจำนวนที่กำหนด ไม่ควรปล่อยเงินไว้ในค่าการตลาด ให้โรงกลั่นให้ทำกำไรเพิ่ม ทั้งที่อ้วนพีด้วยลาภลอยจากค่าการกลั่นอยู่แล้ว
ควรหาทางดึงลาภลอยในค่าการกลั่นออกมาให้มากขึ้น เพื่อลดภาระการชดเชย มิเช่นนั้นแล้ว ประชาชนต้องจ่าย เงินจากกองทุนฯไปชดเชยราคาน้ำมันที่ไม่ได้ขาดทุน
แต่โรงกลั่นได้ลาภลอยในค่าการกลั่นที่สูงผิดปกติอีกด้วย กลายเป็นว่าประชาชนถูกเอาเปรียบถึง 2 เด้ง
พวกคนเห็นแก่ได้ ไม่เคยสนใจ เรื่องธรรมาภิบาล ความเป็นธรรม หรือการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข นายกฯอนุทินฯ ที่กล่าวไว้ตอนหาเสียงว่า “จะทำให้รวย รวย รวย จนต้องร้องขอชีวิตว่าพอแล้ว พอแล้ว” นั้น เป็นแค่คำลวงประชาชน แต่ในความเป็นจริงนั้น พวกเห็นแก่ได้ มีแต่จะร้องว่า“ยังไม่พอ ยังไม่พอ ยังไม่พอ เอาอีก เอาอีก ” ใช่หรือไม่ ?!
สิ่งที่จะทำให้ รัฐบาลอนุทินอยู่ยาวครบเทอมได้ ไม่ใช่วาจาว่าจะทำให้ประชาชนรวย ถึงกับร้องขอชีวิต แต่สิ่งที่จะทำให้รัฐบาลท่านอยู่ยาวได้ คือ ท่านต้องหยุดกลไก ที่เป็น กลโกงใน โครงสร้างราคาพลังงานที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนไว้ปล้นประชาชนอย่างเงียบๆและแก้ไขให้มีระบบและโครงสร้างราคาที่โปร่งใส มี
ธรรมาภิบาล และตรวจสอบได้
รัฐบาลท่านต้องมีความรู้สึกรู้ร้อนรู้หนาวอย่างแท้จริง กับความทุกข์ยากของประชาชน ประชาชนประเมินท่านจากการกระทำ ไม่ใช่แค่คำพูดเท่านั้น การทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนเท่านั้น ที่จะช่วยให้รัฐบาลของท่านอยู่ยาวได้
สภาผู้บริโภค มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินและเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) ได้นัดหมายขอเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เพื่อกราบเรียนปัญหาความไม่เป็นธรรมในระบบพลังงานไทย เรียกร้องการแก้ไขให้มีความโปร่งใส มี
ธรรมาภิบาล ตรวจสอบได้ มีความเป็นธรรมต่อประชาชนในยามวิกฤตนี้ ณ กระทรวงพลังงานในวันที่ 16 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น
จึงเรียนเชิญประชาชนที่เห็นด้วย เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวได้ตามสถานที่ และเวลาดังกล่าว
รสนา โตสิตระกูล
11 เมษายน 2569