08/09/2026
สภาผู้บริโภคจังหวัดพิจิตร 8 กันยายน 2569 พลังผู้บริโภคพิจิตรเคาะ “พิจิตรโมเดล” ยื่น 5 หน่วยงานรัฐ ปฏิรูประบบขนส่งสาธารณะ เร่งอุดหนุนกองทุนพัฒนารถรับส่งนักเรียน – หนุนงบสวัสดิการรถรับส่งผู้ป่วยตามนัด – เคาะ 2 เส้นทางนำร่องและค่ารถ EV ไม่เกิน 20 บาทตลอดสาย พิจิตร – สภาผู้บริโภคจังหวัดพิจิตร ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคประชาชน แถลงผลสำเร็จเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการ “ร่วมออกแบบระบบขนส่งสาธารณะที่เป็นธรรมและปลอดภัย เพื่อคนพิจิตร” ณ ห้องประชุมหลวงพ่อเงิน ชั้น 3 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิจิตร (สสจ.) โดยมีผู้แทนระดับนโยบายจาก 5 หน่วยงานหลัก ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร, สำนักงานขนส่งจังหวัดพิจิตร, สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพิจิตร, สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดพิจิตร และโรงพยาบาลพิจิตร ร่วมกับผู้ประกอบการรถโดยสาร และตัวแทนผู้บริโภค ปักหมุดข้อเสนอเร่งด่วนมุ่งแก้ปัญหาวิกฤตคมนาคมท้องถิ่นอย่างเป็น รูปธรรม นายรุ่งเรือง กัลย์วงศ์ ประธานศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดพิจิตร ในฐานะ เลขานุการสภาผู้บริโภคจังหวัดพิจิตร เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจและสะท้อนปัญหาหน้างาน พบว่าจังหวัดพิจิตรเผชิญช่องว่างระบบขนส่งมวลชนอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตประชาชนในทุกมิติ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรังรอบนอกที่ต้องเหมาจัดหา รถเดินทางมารักษาตัวสูงถึงครั้งละ 500 -1,500 บาท ในขณะที่ฝั่งผู้ปกครองต้องแบกรับภาระค่ารถรับส่งนักเรียน และเผชิญความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุทางถนนบ่อยครั้ง เวทีระดมสมองของ “ตัวจริงเสียงจริง” ทั้ง 25 ท่านในวันนี้ จึงได้กลั่นกรองและตกผลึกออกมาเป็นมติข้อเสนอเชิงนโยบาย 3 แกนหลัก ยื่นตรงต่อผู้บริหารหน่วยงานรัฐเพื่อให้นำไปบรรจุลงในแผนงบประมาณ พัฒนาจังหวัดทันที ดังนี้: 1. ระบบรถรับส่งผู้ป่วยตามนัด และการเชื่อมโยงระบบสาธารณสุข: เสนอให้เร่งถ่ายโอนรถบริการจาก รพ.สต. ไปยัง อบต. พร้อมจัดสรรงบประมาณสนับสนุนคนขับและทีมงานประจำรถให้เพียงพอ แก้ไขปัญหารถจอดทิ้งในพื้นที่ ขจัดปัญหาการดึงรถกู้ชีพ EMS ไปวิ่งเคสทั่วไป เพื่อสำรองไว้สำหรับกรณีวิกฤตฉุกเฉินอย่างแท้จริง พร้อมเสนอให้ปรับปรุงตารางเดินรถ EV บัสของ อบจ. ให้สอดคล้องกับตารางนัดเจาะเลือดช่วงเช้าของโรงพยาบาล โดยถอดบทเรียนความสำเร็จจาก "โมเดล อบต.ท่าฬ่อ" มาขยายผลในระดับจังหวัด 2. มาตรฐานรถรับส่งนักเรียนปลอดภัยและราคาที่เป็นธรรม: เสนอให้สำนักงานขนส่งจังหวัดพิจิตรปฏิรูปขั้นตอนธุรการ "ปลดล็อกคนขับท้องถิ่น" โดยกำหนดระยะเวลาการอนุมัติใบอนุญาตสัญจรรถรับส่งนักเรียนให้ รวดเร็ว จบภายใน 7 วันทำการ และจัดมาตรการตรวจสภาพรถ/อุปกรณ์นิรภัยฟรีปีละ 2 ครั้ง ร่วมกับศึกษาธิการจังหวัดและ ปภ. ในการเฝ้าระวังพฤติกรรมการขับขี่ระดับสถานศึกษา พร้อมเสนอให้ อบต. และ อบจ. พิจารณางดเว้นภาษีน้ำมันหรือตั้งงบอุดหนุนค่าครองชีพด้านการเดินทาง เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายที่ยังไม่มีข้อยุติที่เป็นธรรมให้แก่ผู้ปกครอง 3. โครงข่ายเส้นทางและราคา รถ EV ของ อบจ.พิจิตร: เสนอให้เคาะโครงสร้างราคาค่าโดยสารคงที่ (Flat Rate) ในอัตราที่เป็นธรรมและช่วยลดค่าครองชีพประชาชน โดยกำหนดราคาไว้ที่ 15 บาท และสูงสุดไม่เกิน 20 บาทตลอดสาย พร้อมอัปเดตเส้นทางยุทธศาสตร์ให้เชื่อมต่อจุดวิกฤตอย่างทั่วถึง ได้แก่ สายที่1 อบจ.พิจิตร -> ขนส่งสากเหล็ก สายที่ 2 อบจ.พิจิตร -> สถานีรถไฟพิจิตรพร้อมจัดโมเดลบูรณาการดึงรถสามล้อรับจ้างเดิมมาเป็น รถป้อนผู้โดยสาร (Feeder) เพื่อไม่ให้กระทบอาชีพเดิมของคนในท้องถิ่น และเสนอให้จัดตั้งเวทีบูรณาการฐานข้อมูลความต้องการใช้บริการร่วมกัน ระหว่าง อบจ. ขนส่งจังหวัด และภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคมอย่างต่อเนื่อง ในช่วงท้ายของเวที สภาผู้บริโภคจังหวัดพิจิตร ได้ทำพิธีส่งมอบ "เอกสารข้อเสนอเชิงนโยบายพิจิตรโมเดล" ให้แก่ผู้แทนระดับตัดสินใจของทั้ง 5 หน่วยงานรัฐ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยหน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่นเตรียมนำข้อเสนอที่ผ่าน มติมหาชนในวันนี้ ไปประสานงานข้ามกระทรวง และเร่งผลักดันให้บรรจุลงในแผนข้อบัญญัติงบประมาณ เพื่อเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของระบบขนส่งสวัสดิการที่ปลอดภัย และเท่าเทียมของคนพิจิตรต่อไป