หน่วยงานเขตพื้นที่ภาคเหนือ สภาองค์กรของผู้บริโภค

หน่วยงานเขตพื้นที่ภาคเหนือ สภาองค์กรของผู้บริโภค เพจนี้ดำเนินการโดย หน่วยงานเขตพื้นที่ภาคเหนือ สภาองค์กรผู้บริโภค

🚗 22 กันยายน 2569 | CAR FREE DAY 2026เราจำเป็นต้องใช้รถยนต์ส่วนตัว…ทุกครั้งที่ออกจากบ้านจริงหรือ?ทุกวันนี้เราอาจคุ้นเคยก...
21/09/2026

🚗 22 กันยายน 2569 | CAR FREE DAY 2026

เราจำเป็นต้องใช้รถยนต์ส่วนตัว…ทุกครั้งที่ออกจากบ้านจริงหรือ?

ทุกวันนี้เราอาจคุ้นเคยกับการ
ขึ้นรถ → สตาร์ตเครื่อง → ขับไป → จอด → แล้วก็กลับบ้าน

จนลืมตั้งคำถามว่า…

“ถ้าเมืองมีรถโดยสารสาธารณะที่ดีพอ
เรายังจำเป็นต้องมีรถยนต์ส่วนตัวทุกเที่ยวไหม?”

🚌 รถโดยสารสาธารณะไม่ใช่แค่เรื่องของคนไม่มีรถ

แต่มันคือ โครงสร้างพื้นฐานของเมือง

เมืองที่ดีควรทำให้คนสามารถเลือกได้ว่า
🚗 จะขับรถเอง
🚌 จะนั่งรถโดยสาร
🚆 จะใช้ระบบราง
🚲 จะปั่นจักรยาน
🚶 หรือจะเดิน

ไม่ใช่มีทางเลือกเดียว คือ “ต้องมีรถยนต์ส่วนตัว”

เพราะเมื่อคนจำนวนมากต้องใช้รถส่วนตัว
ถนนก็ต้องขยาย
ที่จอดรถก็ต้องเพิ่ม
น้ำมันก็ต้องใช้มากขึ้น
การจราจรก็หนาแน่นขึ้น
และพื้นที่ของเมืองก็ถูกจัดสรรให้กับรถมากขึ้นเรื่อย ๆ

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่

❌ “จะทำอย่างไรให้คนเลิกใช้รถ?”

แต่คือ

✅ “เราจะทำอย่างไรให้คนสามารถเลือกไม่ใช้รถได้?”

นี่คือหัวใจของ Car Free Day

การเปลี่ยนแปลงไม่ได้อยู่ที่การบอกประชาชนว่า
“อย่าใช้รถ”

แต่อยู่ที่การสร้างระบบขนส่งสาธารณะที่ทำให้คนพูดได้ว่า

“วันนี้…ฉันเลือกไม่ใช้รถก็ได้”

22 กันยายนนี้
ลองเปลี่ยนสัก 1 เที่ยวเดินทาง

จาก 🚗 → 🚌
จากรถส่วนตัว → รถโดยสารสาธารณะ

เพราะถ้าเราอยากเห็นเมืองที่รถน้อยลง
เราต้องสร้างทางเลือกที่มากขึ้น

Car Free Day ไม่ใช่วันต่อต้านรถยนต์
แต่คือวันที่เราตั้งคำถามกับ “อนาคตของการเดินทาง”

🚗 รถยนต์ควรเป็น “ทางเลือก”
🚌 ไม่ใช่ “ทางเลือกเดียว”

เปลี่ยนวิธีเดินทาง
เปลี่ยนเมือง
เปลี่ยนคุณภาพชีวิต

องค์กรสมาชิกภาคเหนือ ที่ 106
18/09/2026

องค์กรสมาชิกภาคเหนือ ที่ 106

🎉 ขอแสดงความยินดีอย่างยิ่ง 🎉

สภาองค์กรของผู้บริโภค จังหวัดพะเยา ขอแสดงความยินดีกับ
“ #องค์กรประชาคมเอดส์ตำบลบ้านต๊ำ”
อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา
สภาองค์กรผู้บริโภคจังหวัดพะเยา

เนื่องในโอกาสได้รับการรับรองเป็น องค์กรสมาชิกสภาองค์กรของผู้บริโภค ลำดับที่ 400 🏆

การเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายองค์กรผู้บริโภค ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการร่วมกัน คุ้มครองสิทธิ พิทักษ์ผลประโยชน์ และสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้บริโภคในพื้นที่ 🤝

“รวมพลังองค์กรผู้บริโภค สร้างความเป็นธรรมให้คนพะเยา”

หากผู้บริโภคถูกละเมิดสิทธิ สามารถติดต่อขอรับคำปรึกษาหรือร้องเรียนได้ที่

☎️ โทรศัพท์ : 084 804 6444 / 054 458 757
🔵 อินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก : ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค จังหวัดพะเยา
📬 ที่อยู่ : เลขที่ 91 หมู่ 2 ต.สันป่าม่วง อ.เมือง จ.พะเยา 56000
🏠 #ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดพะเยา (❌ไม่ใช่ สคบ.)
(หน่วยงานประจำจังหวัดพะเยา สภาองค์กรของผู้บริโภค)

🙏
17/09/2026

🙏

"ชมรมผู้บริโภคอุตรดิตถ์ หน่วยงานเขตพื้นที่ภาคเหนือ สภาองค์กรของผู้บริโภค ผนึกกำลังภาครัฐ ชง 5 มาตรการเด็ด ลุยจัดระเบียบส...
17/09/2026

"ชมรมผู้บริโภคอุตรดิตถ์ หน่วยงานเขตพื้นที่ภาคเหนือ สภาองค์กรของผู้บริโภค ผนึกกำลังภาครัฐ ชง 5 มาตรการเด็ด ลุยจัดระเบียบสายสื่อสารทั่วเมือง"
อุตรดิตถ์, 17 กันยายน 2569 — ชมรมคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมกับหน่วยงานรัฐและภาคประชาสังคม เปิดเวทีเสวนากำหนดทิศทางงานคุ้มครองผู้บริโภค ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลท่าเสา โดยไฮไลต์สำคัญของการประชุมในครั้งนี้คือการยื่นข้อเสนอนโยบาย "การจัดระเบียบสายสื่อสาร" เพื่อทวงคืนทัศนียภาพและความปลอดภัยให้กับชาวอุตรดิตถ์

วิกฤตสายสื่อสารรกรุงรัง
ปัจจุบันการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมในจังหวัดอุตรดิตถ์ ทำให้เกิดปัญหาสายสื่อสารที่ไม่ได้ใช้งาน (สายตาย) สะสมบนเสาไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้สายห้อยย้อย รกรุงรัง และเสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร ปัญหาดังกล่าวยังเป็นอุปสรรคต่อเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย กีดขวางทางจราจร และทำลายภาพลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ร้องเรียนเกี่ยวกับอันตรายในพื้นที่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง

ข้อเสนอจัดระเบียบ 2 ระยะ
ทางชมรมฯ ได้อ้างอิงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 (มาตรา 39 และ 40) พร้อมเสนอแผนปฏิบัติการรื้อถอนและจัดระเบียบสายสื่อสารร่วมกับ กสทช., กฟภ. และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยแบ่งเป้าหมายการดำเนินการออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้

พื้นที่ระยะเร่งด่วน (3 เส้นทางหลัก): ถนนเจษฎาบดินทร์ถึงแยกเกาะกลาง, ศาลากลางจังหวัดถึงตลาดสดวังสีสูบ และโรงเรียนอนุบาลอุตรดิตถ์ถึงโรงพยาบาลอุตรดิตถ์

พื้นที่ระยะไม่เร่งด่วน: บริเวณบ้านคุ้งตะเภา, ตำบลผาจุก, บ้านวังยาง และซอยธานี ชุมชนบ้านม่อนสันติสุข

5 มาตรการทวงคืนความปลอดภัย
เพื่อการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ทางชมรมฯ ได้เสนอแนวทางปฏิบัติ 5 ข้อต่อคณะกรรมการติดตามฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

1.กำหนดนโยบายระดับจังหวัด สร้างเป้าหมายและแผนงานร่วมกันทั้งจังหวัด โดยมอบหมายให้ท้องถิ่นจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบหลัก

2.ประกาศพื้นที่นำร่อง ประกาศพื้นที่ปลอดภัยในระยะเร่งด่วน เพื่อให้ท้องถิ่นกำหนดขอบเขตการทำงานได้ตามมาตรฐานของการไฟฟ้าฯ

3.ปฏิบัติการรื้อถอนสายตาย เร่งตัดสายสื่อสารที่ไม่ได้ใช้งานทิ้ง และรวบสายที่ยังใช้งานอยู่ให้เป็นระเบียบ โดยเน้นเส้นทางสัญจรหลักไปยังโรงพยาบาลและโรงเรียนก่อน

4.เปิดแพลตฟอร์มรับแจ้งเหตุ สร้างช่องทางออนไลน์ให้ประชาชนแจ้งจุดเสี่ยง สายชำรุด หรือจุดที่ไม่ปลอดภัย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประสานผู้ให้บริการเข้าแก้ไขได้ทันที

5.จัดตั้งกองทุนเยียวยา เสนอให้ กสทช. และ กฟภ. พิจารณาเก็บเงินเพิ่มจากผู้ประกอบการ เพื่อตั้งกองทุนชดเชยให้แก่ผู้ประสบอุบัติเหตุที่เกิดจากสายสื่อสาร

เวทีความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของภาคประชาสังคมในจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ลุกขึ้นมาเป็นกระบอกเสียงและผลักดันนโยบายสาธารณะ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและปกป้องสิทธิของผู้บริโภคในท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม

#สายสื่อสาร #อุตรดิตถ์ #สภาผู้บริโภคไม่ใช่สคบ #สภาผู้บริโภค

15/09/2026

เสียงจากประชาชน สิทธิสุขภาพ ต้องไม่ถอยหลัง

10/09/2026

การร่วมจ่ายต้องไม่เกิดขึ้น 

30/08/2026

แม้มีสัญญา จาก สคบ. ผู้บริโภคยังถูกละเมิดสิทธิ จากคลนิคเสริมความงาม https://www.facebook.com/share/v/1EVFfs2VRU/

29/08/2026

เอาแบบนี้กันไหมครับ ?

8 จังหวัดภาคเหนือกับคำถามสำคัญ… “ถึงเวลาหรือยังที่ท้องถิ่นจะจัดขนส่งสาธารณะด้วยตัวเอง?”ช่วงนี้ผมมีโอกาสติดตามเรื่อง “ขนส...
28/08/2026

8 จังหวัดภาคเหนือกับคำถามสำคัญ… “ถึงเวลาหรือยังที่ท้องถิ่นจะจัดขนส่งสาธารณะด้วยตัวเอง?”

ช่วงนี้ผมมีโอกาสติดตามเรื่อง “ขนส่งสาธารณะโดยท้องถิ่น” ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่
พะเยา เชียงราย แพร่ น่าน ลำพูน ลำปาง เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน

ยิ่งค้นก็ยิ่งเห็นภาพที่น่าสนใจ…

เพราะวันนี้เรื่องขนส่งสาธารณะไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของ “รถจะวิ่งกี่คัน” หรือ “ค่าโดยสารเท่าไหร่” อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นคำถามใหญ่เรื่อง สิทธิในการเดินทาง คุณภาพชีวิต ความเหลื่อมล้ำ และบทบาทของท้องถิ่น

และที่สำคัญคือ หลายพื้นที่เริ่มขยับจาก “พูดเรื่องขนส่ง” ไปสู่ “การลงมือทำจริง” แล้ว

🚍 เชียงใหม่ กำลังเดินหน้าโครงการ EV Bus อย่างจริงจัง อบจ.เชียงใหม่อนุมัติงบประมาณ 350 ล้านบาท จัดซื้อรถโดยสารไฟฟ้า 34 คัน และวางระบบสถานีชาร์จ ศูนย์ควบคุม และระบบบริหารจัดการอัจฉริยะ ขณะเดียวกันยังเปิดพื้นที่ให้ประชาชน ภาคประชาสังคม มหาวิทยาลัย และองค์กรผู้บริโภคเข้ามาร่วมออกแบบระบบด้วย

นี่เป็นเรื่องสำคัญ เพราะ “รถที่ดี” ไม่ได้แปลว่า “ระบบที่ดี”
ระบบที่ดีต้องตอบให้ได้ว่า รถวิ่งที่ไหน จอดตรงไหน ต่อรถอย่างไร และคนทุกกลุ่มใช้ได้จริงหรือไม่

🚍 ลำปาง น่าสนใจอีกแบบ เพราะไม่ได้เริ่มจากการซื้อรถใหม่ แต่เริ่มจากการแก้ปัญหาที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่ทันที
“ลำปางโมเดล” ใช้งบของ อบจ.ช่วยอุดหนุนค่าโดยสาร 50% ทำให้ประชาชนจ่ายค่าโดยสารเพียงครึ่งหนึ่ง ขณะเดียวกันก็พยายามยกระดับมาตรฐาน “รถ–คน–บริการ” และทำงานร่วมกับผู้ประกอบการและสภาผู้บริโภค
นี่คือการมองขนส่งสาธารณะในฐานะ บริการสาธารณะ ไม่ใช่เพียงธุรกิจเดินรถ

🚍 ลำพูน กำลังขยับจากการศึกษาความเป็นไปได้ไปสู่การทดลองเดินรถ EV Bus จริง โดยมีเส้นทางนำร่อง “วงกลมเมืองลำพูน–นิคมอุตสาหกรรม” และมีแผนเปิดบริการในเดือนกันยายน 2569
น่าสนใจตรงที่เส้นทางไม่ได้มองเฉพาะนักท่องเที่ยว แต่เชื่อม เมือง–ย่านเศรษฐกิจ–นักเรียน นักศึกษา–คนทำงาน–ประชาชนทั่วไป

🚍 น่าน ก็เป็นอีกจังหวัดที่เห็นการทำงานระหว่าง “ท้องถิ่น + ภาคประชาชน” อย่างชัดเจน
อบจ.น่านลงนาม MOU กับศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดน่าน เพื่อพัฒนาระบบขนส่งโดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค และล่าสุดมีการผลักดันแนวคิด “Nan Local Loop” เพื่อเชื่อมเมือง ชุมชน และพื้นที่ท่องเที่ยว
นี่เป็นทิศทางที่น่าสนใจมาก เพราะปัญหาของน่านไม่ใช่แค่ “ไม่มีรถ” แต่คือ เส้นทางไม่ครอบคลุม ตารางเวลาไม่แน่นอน การเชื่อมต่อไม่ดี และค่าเดินทางบางรูปแบบสูงเกินไป

ส่วน พะเยา ก็กำลังเริ่มเห็นสัญญาณที่น่าสนใจ
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 อบจ.พะเยาเข้าร่วมเวทีหารือเรื่องการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ “เข้าถึงง่าย ปลอดภัย และเป็นธรรม” โดยมีการนำข้อมูลและข้อเสนอจากภาคประชาชนมาพูดคุยกัน

ทางหน่วยงานเขตพื้นที่ภาคเหนือมองว่านี่คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญ
เพราะถ้าพะเยาจะเดินหน้าจริง คำถามต่อไปคือ
เราจะออกแบบระบบขนส่งที่เชื่อมเมืองพะเยา–มหาวิทยาลัย–โรงพยาบาล–สถานีขนส่ง–อำเภอรอบนอก และพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างไร?

ขณะที่ เชียงราย มีฐานนโยบายเรื่องการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเพื่อการท่องเที่ยวอยู่แล้ว และเคยมีการทำงานเรื่องจุดจอด จุดรับส่ง และมาตรฐานบริการร่วมกับท้องถิ่นและผู้ประกอบการ

ส่วน แพร่ ก็เริ่มมีสัญญาณสำคัญในระดับนโยบาย เมื่อสภาผู้บริโภคหารือกับนายก อบจ.แพร่และนายกสมาคม อบจ.แห่งประเทศไทย เรื่องการพัฒนาขนส่งสาธารณะโดยท้องถิ่น รวมถึงแนวคิด “กองทุนขนส่งจังหวัด”

สำหรับ แม่ฮ่องสอน จากข้อมูลที่ผมค้นพบล่าสุด ยังไม่เห็นโครงการจัดบริการโดย อปท.ที่มีความชัดเจนในระดับเดียวกับเชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน หรือน่าน จึงเป็นจังหวัดที่น่าติดตามต่อว่า จะสามารถพัฒนาระบบขนส่งให้เหมาะกับภูมิประเทศและการกระจายตัวของชุมชนได้อย่างไร

แล้ว 8 จังหวัดภาคเหนือกำลังบอกอะไรเรา?

เรื่องนี้มีคำตอบอยู่ 3 เรื่อง

หนึ่ง — ขนส่งสาธารณะกำลังเปลี่ยนจาก “เรื่องของรัฐส่วนกลาง” มาเป็น “เรื่องของท้องถิ่น” มากขึ้น

เพราะท้องถิ่นรู้ดีที่สุดว่า
คนในพื้นที่เดินทางไปไหน
นักเรียนเดินทางอย่างไร
ผู้สูงอายุไปโรงพยาบาลอย่างไร
คนทำงานเดินทางไปนิคมอุตสาหกรรมอย่างไร
และนักท่องเที่ยวต้องเชื่อมต่อพื้นที่อย่างไร

สอง — ภาคประชาสังคมไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเรียกร้อง แต่กำลังเข้ามาเป็น “หุ้นส่วนในการออกแบบนโยบาย”

เราเห็นทั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค สภาลมหายใจเชียงใหม่ สภาสิทธิการเดินทาง มหาวิทยาลัย และเครือข่ายประชาชน เข้ามามีส่วนร่วม

ตั้งแต่การสำรวจปัญหา
การเสนอเส้นทาง
การออกแบบจุดจอด
การกำหนดมาตรฐานบริการ
ไปจนถึงการติดตามคุณภาพหลังเปิดให้บริการ

สาม — คำว่า “ขนส่งสาธารณะ” ต้องถูกมองใหม่

ไม่ใช่เพียง “มีรถหรือไม่มีรถ”

แต่ต้องถามว่า

ประชาชนเข้าถึงได้หรือไม่?
ค่าโดยสารเป็นธรรมหรือไม่?
ปลอดภัยหรือไม่
ตรงเวลาหรือไม่?
ผู้สูงอายุและคนพิการใช้ได้หรือไม่?
เด็กนักเรียนเดินทางปลอดภัยหรือไม่?
เชื่อมต่อกันหรือไม่?
และประชาชนมีส่วนร่วมในการออกแบบระบบหรือไม่?

เพราะสุดท้ายแล้ว…

“สิทธิในการเดินทาง” ก็คือส่วนหนึ่งของคุณภาพชีวิตและความเท่าเทียมของคนในเมืองและชนบท

วันนี้ผมจึงอยากชวนคนทำงานด้านท้องถิ่น ภาคประชาสังคม องค์กรผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และประชาชนใน 8 จังหวัดภาคเหนือ มาช่วยกันมองว่า

🚍 “ขนส่งสาธารณะภาคเหนือ” เราเดินมาไกลแค่ไหนแล้ว?

เชียงใหม่กำลังทดลองระบบ EV Bus
ลำปางกำลังสร้างโมเดลอุดหนุนค่าโดยสาร
ลำพูนกำลังนำ EV Bus ลงสู่เส้นทางจริง
น่านกำลังออกแบบระบบผ่านการมีส่วนร่วม
พะเยากำลังเริ่มสร้างความร่วมมือ
เชียงรายมีฐานยุทธศาสตร์และประสบการณ์เดิม
แพร่กำลังผลักดันในระดับนโยบาย
และแม่ฮ่องสอนยังเป็นพื้นที่ที่ต้องจับตาและร่วมกันค้นหาโมเดลที่เหมาะสม

คำถามสำคัญจึงอาจไม่ใช่ “จังหวัดไหนจะมีรถเมล์ก่อน?”

แต่คือ “จังหวัดไหนจะสร้างระบบขนส่งสาธารณะที่ประชาชนเป็นเจ้าของร่วมกันได้ก่อน?”

เพราะขนส่งสาธารณะที่ดี
ไม่ควรเป็นเพียง “รถของท้องถิ่น”

แต่ควรเป็น “ระบบการเดินทางของประชาชน”

และถ้าท้องถิ่น ภาคประชาสังคม ผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และประชาชน สามารถออกแบบระบบร่วมกันได้จริง

ผมเชื่อว่า ภาคเหนืออาจไม่ได้เพียงมีระบบขนส่งสาธารณะที่ดีขึ้น แต่กำลังสร้าง “ต้นแบบการกระจายอำนาจด้านบริการสาธารณะ” ที่สำคัญของประเทศไทยด้วย

#สิทธิการเดินทาง #สิทธิผู้บริโภค #ขนส่งสาธารณะ #ขนส่งสาธารณะโดยท้องถิ่น #กระจายอำนาจ

ที่อยู่

91 หมู่ 2 ตำบลสันป่าม่วง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา
Phayao
56000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ หน่วยงานเขตพื้นที่ภาคเหนือ สภาองค์กรของผู้บริโภค โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์