11/09/2026
จากวัดที่ “ไม่มีตู้บริจาค” สู่ห้องผ่าตัด 84 ล้าน
เรื่องของ “หลวงปู่ทุย” กับเงินศรัทธาที่ส่งต่อเพื่อชีวิตคนไข้
🙏 “โยมไม่ต้องมาบริจาคเงินให้วัด โยมเอาเงินไปให้พ่อแม่ ได้บุญมากกว่าเอามาให้วัด”
นี่เป็นหนึ่งในคำสอนที่ถูกบันทึกถึง หลวงปู่ทุย – พระราชมงคลวชิรปรีดา (ปรีดา ฉนฺทกโร) แห่งวัดป่าดานวิเวก จ.บึงกาฬ
วัดที่ท่านจำพรรษามีวิถีเรียบง่าย ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา ใช้น้ำบาดาลและแสงจากตะเกียง ที่สำคัญคือ ไม่มีการเรี่ยไรและไม่มีตู้รับบริจาค
แต่ในเดือนเมษายน 2569 ชื่อของหลวงปู่ทุยกลับปรากฏพร้อมกับเงินก้อนใหญ่ถึง
83,900,000 บาท
เงินจำนวนนี้ไม่ได้ถูกนำไปสร้างโบสถ์ ไม่ได้สร้างศาสนวัตถุภายในวัด
แต่ถูกส่งต่อไปสร้าง ห้องผ่าตัด
🏥 6 ห้องผ่าตัดใหม่ เพื่อคนอุบลฯ และอีสานใต้
โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี เปิดเผยเมื่อปลายเดือนเมษายนว่า หลวงปู่ทุยเมตตาให้ก่อสร้าง ห้องผ่าตัดใหม่มาตรฐานระดับสูง 6 ห้อง พร้อมห้องพักฟื้นผู้ป่วย ใช้งบประมาณ 83.9 ล้านบาท และกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน
พญ.กันตินันท์ มหาสุวีระชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาล พร้อมเจ้าหน้าที่ 3,858 ราย ร่วมแสดงความขอบคุณ โดยโรงพยาบาลระบุว่าโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อประโยชน์ในการรักษาประชาชนทั้งใน จ.อุบลราชธานี และจังหวัดในเขตอีสานใต้
ตัวเลข “6 ห้อง” อาจฟังดูไม่มาก
แต่สำหรับโรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่ ห้องผ่าตัดคือหนึ่งในทรัพยากรสำคัญของการรักษาผู้ป่วย ตั้งแต่การผ่าตัดตามนัด ไปจนถึงผู้ป่วยหนักและผู้ป่วยที่ถูกส่งต่อมาจากโรงพยาบาลอื่น
โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์มีขนาด 1,188 เตียง และทำหน้าที่เป็นโรงพยาบาลศูนย์ของพื้นที่ โดยข้อมูลกระทรวงสาธารณสุขระบุจำนวนเตียงดังกล่าว ขณะที่ข้อมูลของโรงพยาบาลในอดีตสะท้อนบทบาทการดูแลผู้ป่วยจากเครือข่ายหลายจังหวัดในอีสานใต้
🛏️ ไม่ใช่แค่ห้องผ่าตัด แต่มี “ห้องพักฟื้น” ด้วย
อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจของโครงการ คือเงิน 83.9 ล้านบาทไม่ได้ถูกกำหนดไว้สำหรับห้องผ่าตัดเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึง ห้องพักฟื้นผู้ป่วย
เพราะการผ่าตัดไม่ได้สิ้นสุดเมื่อแพทย์วางเครื่องมือ
หลังออกจากห้องผ่าตัด ผู้ป่วยยังต้องได้รับการเฝ้าระวังระหว่างฟื้นจากยาระงับความรู้สึก ทั้งระบบหายใจ ความดันโลหิต ระดับความรู้สึกตัว และภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
พื้นที่พักฟื้นจึงเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผ่าตัดที่สำคัญไม่แพ้ตัวห้องผ่าตัดเอง
🌳 แล้วเงิน 84 ล้าน มาจากวัดที่ไม่มีตู้บริจาคได้อย่างไร?
ความน่าสนใจของเรื่องนี้อยู่ตรงนี้
“ไม่มีตู้บริจาค” ไม่ได้หมายความว่าไม่มีผู้ศรัทธาหรือไม่มีผู้ต้องการทำบุญกับหลวงปู่ แต่สะท้อนวิธีคิดเรื่องการใช้เงินภายในวัดของท่าน
วัดป่าดานวิเวกไม่ได้เน้นการสร้างสิ่งปลูกสร้างเกินความจำเป็น ไม่มีการบอกบุญหรือเรี่ยไร ขณะที่ปฏิปทาของหลวงปู่ทุยมุ่งความสมถะและการปฏิบัติภาวนา
เมื่อศรัทธาเกิดขึ้น คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า “จะได้เงินทำบุญเท่าไร”
แต่อาจอยู่ที่ว่า “เงินนั้นจะถูกส่งต่อไปทำอะไร”
และครั้งนี้ ปลายทางของเงินคือโรงพยาบาล
❤️ จากบ้านเกิด กลับคืนสู่บ้านเกิด
หลวงปู่ทุยเป็นชาวจังหวัดอุบลราชธานีโดยกำเนิด ก่อนชีวิตของท่านจะผูกพันกับพื้นที่อื่นและปัจจุบันจำพรรษาที่วัดป่าดานวิเวก จ.บึงกาฬ
เงินก้อนนี้จึงมีอีกความหมายหนึ่ง คือการนำพลังศรัทธากลับมาสร้างประโยชน์แก่ผู้คนในบ้านเกิด
และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เมตตาของท่านเชื่อมโยงกับระบบสาธารณสุข หลวงปู่ทุยมีประวัติสนับสนุนโรงพยาบาลและงานสาธารณประโยชน์มาอย่างต่อเนื่อง
แต่โครงการห้องผ่าตัดที่อุบลราชธานีทำให้ภาพนั้นชัดขึ้นเป็นพิเศษ
จากวัดกลางป่าที่ไม่มีแม้แต่ตู้รับบริจาค
สู่เงิน 83.9 ล้านบาท
จากเงินศรัทธาของผู้คน
สู่ 6 ห้องผ่าตัดและห้องพักฟื้น
และจากการทำบุญกับพระรูปหนึ่ง เงินกำลังถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นพื้นที่รักษาผู้ป่วยที่คนจำนวนมากอาจไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
นี่จึงอาจเป็นอีกมุมหนึ่งของคำว่า “ทาน”
ไม่ใช่เพียงสิ่งที่ถูกมอบให้
แต่คือคำถามว่า หลังจากรับมาแล้ว เราสามารถทำให้สิ่งนั้นเดินทางต่อไปได้ไกลแค่ไหน
เพราะสุดท้าย เงิน 84 ล้านบาทอาจเป็นเพียงตัวเลข
แต่เมื่อวันหนึ่งประตูห้องผ่าตัดทั้ง 6 ห้องเปิดขึ้น สิ่งที่อยู่หลังประตูเหล่านั้นจะไม่ใช่ตัวเลขอีกต่อไป
แต่คือคนไข้ และโอกาสที่จะได้กลับบ้านไปหาครอบครัวอีกครั้ง ❤️
#หลวงปู่ทุย #วัดป่าดานวิเวก #โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ #อุบลราชธานี #ห้องผ่าตัด #สังฆะเพื่อสังคม