มูลนิธิ สังฆะเพื่อสังคม

มูลนิธิ สังฆะเพื่อสังคม มูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม

24/06/2026

เลือกน้ำปานะถวายพระสงฆ์ยังไงให้ดีต่อสุขภาพ
น้ำปานะ เป็นเครื่องดื่มที่พระสงฆ์และสามเณรได้รับอนุญาตให้ฉันหลังมื้อเพล เป็นทั้งเครื่องดื่มที่ช่วยดับกระหายและบรรเทาความหิว โครงการสงฆ์ไทยไกลโรคมีความตั้งใจในการแนะนำการถวายน้ำปานะให้กับพระสงฆ์และสามเณรที่คำนึงถึงสุขภาพและความสอดคล้องกับพระธรรมวินัยเป็นสำคัญ
น้ำปานะ เป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของพระสงฆ์และสามเณร ด้วย “น้ำตาล” ที่อยู่ในเครื่องดื่มหรือน้ำปานะนั้นจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพ ด้วยการฉันน้ำปานะในช่วงเวลาหลังเพลซึ่งเป็นช่วงเวลาท้องว่าง จะยิ่งทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลมากเกินความต้องการ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง เกิดไขมันสะสมในร่างกาย น้ำหนักตัวเพิ่ม และปัญหาสุขภาพต่าง ๆ อีกมากมายที่จะตามมา ข้อนี้คือสิ่งที่อธิบายคำถามที่หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมพระสงฆ์ฉันอาหารเพียงวันละ 1-2 มื้อ แต่ปัจจุบันยังคงพบพระสงฆ์และสามเณรที่มีภาวะน้ำหนักเกินเป็นจำนวนมาก ดังนั้น โครงการสงฆ์ไทยไกลโรค จึงสนับสนุนให้ฆราวาสญาติโยมทุกท่าน ร่วมกัน “ใส่ใจ ใส่บาตร” ด้วยการเลือกน้ำปานะที่ดีต่อสุขภาพของพระสงฆ์และสามเณร
นอกจากนี้แล้ว จากการวิจัยของโครงการสงฆ์ไทยไกลโรค พบว่า พระสงฆ์และสามเณรมักได้รับสารอาหารประเภท “โปรตีน” ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพ โดยเฉพาะ “สามเณร” ที่กำลังอยู่ในวัยกำลังเจริญเติบโต ยิ่งสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดภาวะทุพโภชนาการ อันจะส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้
ดังนั้น การเลือกน้ำปานะถวายแด่พระสงฆ์และสามเณร ต้องให้ความสำคัญกับการ “ลดน้ำตาล เพิ่มโปรตีน” โดยโครงการสงฆ์ไทยไกลโรค เสนอการถวายน้ำปานะแด่พระสงฆ์และสามเณร ดังนี้
การเลือกน้ำปานะถวายแด่พระสงฆ์และสามเณร ต้องให้ความสำคัญกับการ “ลดน้ำตาล เพิ่มโปรตีน” โดยโครงการสงฆ์ไทยไกลโรค เสนอการถวายน้ำปานะแด่พระสงฆ์และสามเณร ดังนี้
1. นมวัวพร้อมดื่ม หากพระสงฆ์และสามเณรที่ท่านอุปัฏฐากสามารถฉันนมเป็นน้ำปานะได้ ก็สามารถเลือกนมวัวในการถวายพระสงฆ์ไว้ง่าย ๆ ดังนี้
• นมวัว จัดเป็นเครื่องดื่มที่มีโปรตีน ซึ่งเป็นสารอาหารที่พระสงฆ์และสามเณรมีความเสี่ยงต่อการได้รับไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน สำหรับนมวัวที่แนะนำ ควรเป็น “นมวัวรสจืด” เพื่อไม่ให้พระสงฆ์และสามเณรได้รับน้ำตาลมากจนเกินไป แต่ในกรณีของสามเณรที่อยู่ในวัยเจริญเติบโต อาจสามารถอนุโลมถวายนมวัวปรุงแต่งรสต่าง ๆ ได้ตามความเหมาะสม แต่พยายามเลือกสูตร หวานน้อย
• ในกรณีที่ไม่สะดวกใจในการถวายนมวัวให้เป็นน้ำปานะสำหรับพระสงฆ์และสามเณร ก็สามารถแนะนำหรือถวายให้พระสงฆ์หรือสามเณรฉันเป็นอาหารก่อนมื้อเพลได้ เพื่อส่งเสริมสุขภาพของพระสงฆ์และสามเณรดีขึ้น
2. นมถั่วเหลือง ฆราวาสญาติโยมหลายท่านเลือกที่จะถวายนมถั่วเหลืองให้แก่พระสงฆ์และสามเณรแทนการถวายนมวัว แต่หากเปรียบเทียบแล้วพบว่า นมถั่วเหลืองยังไม่สามารถทดแทนนมวัวได้ เนื่องจากนมวัวมีคุณภาพของโปรตีนที่ครบถ้วนกว่า นมวัวมีแคลเซียมและฟอสฟอรัสที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกได้ดี และมีแล็กโทสช่วยการดูดซึมแคลเซียมด้วย อย่างไรก็ตาม นมถั่วเหลืองก็ยังถือว่าเป็นเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพมากกว่าน้ำหวานอื่น ๆ เพราะมีโปรตีนอยู่ด้วย โดยทุกครั้งที่เลือกถวายนมถั่วเหลือง ควรเลือกเป็นสูตร หวานน้อย
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ ผู้อ่านอาจจะสงสัยว่า “น้ำผลไม้” มีผลดีต่อสุขภาพหรือไม่ และควรแก่การนำมาถวายแด่พระสงฆ์ละสามเณรหรือไม่ “น้ำผลไม้” นั้น อาจจะถูกมองว่าเป็นเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ แต่หากเปรียบเทียบ “ผลไม้” กับ “น้ำผลไม้” แล้วจะพบว่า ผลไม้มีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะมีทั้งใยอาหารและวิตามิน แต่เมื่อถูกแปรรูปให้มาอยู่ในรูปของเครื่องดื่มน้ำผลไม้แล้วจะทำให้ “ใยอาหาร” ลดน้อยลงไป ซึ่งใยอาหารถือเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ร่างกายรู้สึกอิ่ม แต่การบริโภคน้ำผลไม้ที่ไร้ซึ่ง “ใยอาหาร” จะทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลจากผลไม้ปริมาณมากในระยะเวลาอันรวดเร็วและไม่ค่อยรู้สึกอิ่ม เหตุผลที่กล่าวมาทำให้โครงการสงฆ์ไทยไกลโรคไม่แนะนำให้ถวายน้ำผลไม้เป็นน้ำปานะแด่พระสงฆ์และสามเณร ด้วยจะทำให้ท่านได้รับน้ำตาลในปริมาณมากโดยไม่รู้ตัว แต่แนะนำให้ถวายเป็น “ผลไม้สด” แบบเต็มลูกหรือปอกหั่นพร้อมรับประทานแทน
หัวใจสำคัญในการเลือกน้ำปานะถวายให้กับพระสงฆ์และสามเณร คือหลักการ “ลดน้ำตาล เพิ่มโปรตีน” ซึ่งเป็นแนวทางที่สามารถนำไปใช้กับเครื่องดื่มได้แทบทุกชนิด ตัวช่วยง่าย ๆ ในการพิจารณาเลือกน้ำปานะคือการอ่าน “ฉลากโภชนาการ” โดยควรเลือกเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลน้อยและมีโปรตีนสูง เพื่อช่วยส่งเสริมสุขภาพแด่พระสงฆ์และสามเณร
อ่านเพิ่มเติมได้ที่: https://www.thaihealth.or.th/p/0sIv87y4K
#สสส #สื่อสารสุข #ใส่ใจใส่บาตร #สงฆ์ไทยไกลโรค

😇 ตักบาตรถนนสายวัฒนธรรม วัดหนองคู สะพานบุญเกื้อหนุนชุมชน 😇สะพานบุญที่ส่งต่อถึงคนในชุมชน เช้าๆ เคยคิดเล่นๆ ไหมครับว่า นมก...
24/06/2026

😇 ตักบาตรถนนสายวัฒนธรรม วัดหนองคู สะพานบุญเกื้อหนุนชุมชน 😇

สะพานบุญที่ส่งต่อถึงคนในชุมชน เช้าๆ เคยคิดเล่นๆ ไหมครับว่า นมกล่องเดียว หรือข้าวสารถุงเล็กๆ ที่เราใส่ลงไปในบาตร... สุดท้ายแล้วจะเดินทางไปถึงไหน?

ถ้าเป็นที่ "ถนนสายวัฒนธรรม วัดหนองคู" ตำบลยาง อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เขาตอบคำถามนี้ได้น่ารักและอบอุ่นหัวใจมากครับ

ปกติแล้ว งานตักบาตรถนนสายวัฒนธรรม ภาพที่เราคุ้นตาก็คือชาวบ้านนุ่งซิ่น แต่งชุดผ้าไทยสวยๆ มาปูเสื่อรอใส่บาตรข้าวเหนียว รับอากาศดีๆ ตอนเช้า แต่ความพิเศษของที่วัดหนองคู ไม่ได้หยุดอยู่แค่ภาพประเพณีที่งดงามครับ แต่มันคือ "ปลายทาง" ของ ของชิ้นเล็กๆ ที่เราตั้งใจทำบุญไปต่างหาก

จากของในบาตร สู่ "ถุงปันสุข"

เรื่องราวดีๆ แบบนี้เริ่มต้นจากความเมตตาของ พระครูกิตติปริยัติคุณ เจ้าคระตำบลยาง เจ้าอาวาสวัดหนองคู อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ครับ ท่านมองเห็นว่า ข้าวปลาอาหารที่ญาติโยมตั้งใจนำมาทำบุญในแต่ละวัน ถ้าเก็บไว้ที่วัดอย่างเดียวก็คงน่าเสียดายและใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ ท่านเลยมีไอเดียนำของบิณฑบาต ทั้งข้าวสาร อาหารแห้ง นมกล่อง และขนมต่างๆ มาช่วยกันคัดแยก แล้วจัดใส่ถุงใหม่ กลายเป็น "ถุงปันสุข"

ส่งตรงถึงมือคนที่รอคอย ถุงปันสุขเหล่านี้เปรียบเสมือนตัวแทนของความห่วงใยจากผู้ให้ ส่งตรงถึงประตูบ้านของ กลุ่มเปราะบาง ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นคุณตาคุณยายในชุมชน เด็กน้อยที่ครอบครัวขาดแคลนทุนทรัพย์ ไปจนถึงผู้ป่วยติดเตียงและผู้พิการที่ไม่สามารถออกไปประกอบอาชีพหรือแม้แต่จะเดินมาร่วมตักบาตรได้

เวลาเราไปทำบุญ เราก็อยากให้เกิดประโยชน์สูงสุดใช่ไหมครับ การได้มาร่วมตักบาตรที่วัดหนองคู มันเลยให้ความรู้สึกที่อิ่มเอมใจเป็นสองเท่า เพราะนอกจากเราจะได้ทำบุญกับพระสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว เรายังได้รู้ว่า... ของชิ้นเล็กๆ จากมือเรา กำลังจะเดินทางไปต่อลมหายใจ และสร้างรอยยิ้มให้เพื่อนมนุษย์อีกหลายชีวิตในหมู่บ้านนี้

ใครที่มีโอกาสแวะไปเที่ยวอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ลองตื่นเช้าๆ ไปร่วมตักบาตรที่ถนนสายวัฒนธรรม วัดหนองคู ดูสักครั้งนะครับ ไปสัมผัสบรรยากาศของการแบ่งปันที่จับต้องได้ แล้วคุณจะรู้ว่าการเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการเป็น "ผู้ให้" ในที่แห่งนี้... มันอบอุ่นหัวใจแค่ไหน

#พระสงฆ์นักพัฒนา #ถนนสายวัฒนธรรม #สังฆะเพื่อสังคม #สสส #สคล

23/06/2026

การบวชคือการละวาง ไม่ใช่การแบกสิ่งใหม่เข้ามา ใจสงบ คือบุญที่ยิ่งใหญ่ #บวชสร้างสุข #ยึดพระธรรมวินัย #ประหยัด #เรียบง่าย #สังฆะเพื่อสังคม #สสส #สคล

22/06/2026

🚨 เคยสงสัยไหม... ทำไมประเทศไทยถึงหลุดโผ "ประเทศต้นแบบการควบคุมแอลกอฮอล์" ขององค์การอนามัยโลก (WHO)?

เบื้องหลังนโยบายสุขภาพที่เราคิดว่าทำเพื่อประชาชน อาจมี "กลไกที่มองไม่เห็น" หรือแรงกดดันมหาศาลจากกลุ่มทุนอุตสาหกรรมแอลกอฮอล์คอยแทรกแซงอยู่

ข้อมูลชี้ให้เห็นภาพความขัดแย้งชัดเจนว่า เมื่อผู้มีอำนาจลดระดับความเข้มข้นของการควบคุมลง และเปิดช่องให้กลุ่มธุรกิจเข้ามามีผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้คุมกฎ ปัญหาใหญ่จึงตกอยู่ที่พวกเราทุกคน!
คลิปนี้จะพาคุณไปเจาะลึกสมรภูมิการชักเย่อระหว่าง "สุขภาพของประชาชน vs เม็ดเงินมหาศาลทางธุรกิจ"

พร้อมทำความเข้าใจประเด็นสำคัญ: ✅ เจาะลึกกรอบการทำงานระดับโลก "SAFER" 5 เสาหลักนโยบายที่ใช้จัดการแอลกอฮอล์ได้ผลจริง (เช่น การควบคุมราคา การจำกัดการเข้าถึง และการจำกัดโฆษณา)

✅ เปิดกรณีศึกษาจาก 4 ประเทศต้นแบบ (ยูกันดา, เนปาล, ไอร์แลนด์, ศรีลังกา) ที่ไม่แค่ออกกฎหมายบนกระดาษ แต่กล้าลงสนามจริง "ชนช้าง" กับแรงกดดันจากนายทุนเพื่อปกป้องสุขภาพประชาชนได้อย่างยอดเยี่ยม

✅ กฎเหล็กขั้นสุดของ WHO ที่สั่งแบนเด็ดขาด ไม่ให้อุตสาหกรรมแอลกอฮอล์ ยาสูบ และอาวุธ เข้ามามีส่วนร่วม เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยไร้ผลประโยชน์ทับซ้อนในการร่างนโยบาย

ในเมื่อนโยบายระดับชาติหมายถึงชีวิตของเรา สังคมจะมั่นใจได้อย่างไรว่า นโยบายเหล่านี้... ไม่ได้ถูกแทรกแซงโดยกลุ่มทุน?
----------------------------
🎥 กดเข้าฟังวิดีโอนี้ เพื่อร่วมค้นหาเบื้องลึกเบื้องหลังที่หาฟังไม่ได้ง่ายๆ และช่วยกันจับตาดูการทำงานของผู้คุมกฎเพื่ออนาคตสุขภาพของพวกเราทุกคน! 👇
#นโยบายสาธารณสุข #อุตสาหกรรมแอลกอฮอล์ #ผลประโยชน์ทับซ้อน #รู้เท่าทันทุน

22/06/2026
รองผอ.สำนักพุทธฯ ชี้ การจัดงานบวชไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โตของงานแต่อยู่ที่เจตนา ศรัทธา และการศึกษาปฏิบัติธรรม ย้ำชัด การจั...
19/06/2026

รองผอ.สำนักพุทธฯ ชี้ การจัดงานบวชไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โตของงานแต่อยู่ที่เจตนา ศรัทธา และการศึกษาปฏิบัติธรรม ย้ำชัด การจัดงานบวชแบบเรียบง่ายจึงไม่ใช่การลดคุณค่า แต่เป็นการกลับไปหาแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา
นายบุญเชิด กิตติธรางกูร รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โพสต์ข้อความระบุว่า “จัดงานบวชอย่างไร…ไม่ให้สิ้นเปลือง แต่ยังได้บุญครบถ้วน”
หัวใจของการบวช ไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โตของงาน แต่อยู่ที่ “เจตนา ศรัทธา และการศึกษาปฏิบัติธรรม” การจัดงานบวชแบบเรียบง่ายจึงไม่ใช่การลดคุณค่า แต่เป็นการกลับไปหาแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา
1. แยก “งานบวช” ออกจาก “งานเลี้ยง”
หลายครั้งค่าใช้จ่ายสูงไม่ได้มาจากพิธีบวช แต่มาจากสิ่งประกอบอื่น เช่น
* โต๊ะจีนจำนวนมาก
* เวที แสง สี เสียง
* มหรสพ
* เครื่องดื่มและงานฉลองหลายวัน
พิธีอุปสมบทจริง ๆ สามารถทำอย่างเรียบง่าย มีครอบครัว ญาติ และผู้มีศรัทธาร่วมอนุโมทนา ก็สมบูรณ์แล้ว
2. ตั้งงบก่อนจัดงาน
อย่าจัดงานตามคำว่า “กลัวคนอื่นว่า”
ควรถามตัวเองว่า
“เงินก้อนนี้ควรใช้เพื่อสร้างภาพจำเพียงวันเดียว หรือใช้สร้างประโยชน์ให้พระใหม่หลังบวช”
หากต้องกู้หนี้ยืมสินเพื่อจัดงานใหญ่ อาจผิดจากเจตนาแห่งการบวชที่มุ่งลดกิเลส ไม่ใช่เพิ่มภาระ
3. ลดสิ่งฟุ่มเฟือย เพิ่มสิ่งมีคุณค่า
แทนที่จะใช้เงินจำนวนมากกับสิ่งชั่วคราว อาจเปลี่ยนเป็น
* ถวายหนังสือธรรมะ
* สนับสนุนการศึกษาพระภิกษุสามเณร
* ซ่อมแซมสิ่งจำเป็นของวัด
* ทำบุญเพื่อสาธารณประโยชน์
บุญไม่ได้วัดจากจำนวนแขก แต่วัดจากความบริสุทธิ์ของใจ
4. จัดเลี้ยงแบบพอดี
การเลี้ยงญาติพี่น้องเป็นวัฒนธรรมที่ดี เพราะเป็นการแบ่งปันความสุข แต่ควรอยู่บนหลัก “พอดี”
มีเท่าไร ทำเท่านั้น
ไม่แข่งขัน ไม่เปรียบเทียบ
5. ให้พระใหม่เข้าใจเป้าหมายของการบวช
สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่วันแห่นาค แต่คือวันที่ได้ครองผ้าเหลือง
ควรให้ความสำคัญกับ
* การศึกษาพระธรรมวินัย
* การฝึกตน
* การตอบแทนคุณบิดามารดาด้วยการประพฤติดี
สรุปสั้น ๆ
“บวชใหญ่” ไม่ได้แปลว่างานต้องใหญ่
แต่หมายถึง ใจใหญ่ ศรัทธาใหญ่ และตั้งใจปฏิบัติให้สมกับการเป็นสมณะ
ลดเปลือก เหลือแก่น
ลดค่าใช้จ่าย แต่ไม่ลดคุณค่าของการบวช

รองผอ.สำนักพุทธฯ ชี้ การจัดงานบวชไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โตของงานแต่อยู่ที่เจตนา ศรัทธา และการศึกษาปฏิบัติธรรม ย้ำชัด การจัดงานบวชแบบเรียบง่ายจึงไม่ใช่การลดคุณค่า แต่เป็นการกลับไปหาแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา

นายบุญเชิด กิตติธรางกูร รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โพสต์ข้อความระบุว่า “จัดงานบวชอย่างไร…ไม่ให้สิ้นเปลือง แต่ยังได้บุญครบถ้วน”
หัวใจของการบวช ไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โตของงาน แต่อยู่ที่ “เจตนา ศรัทธา และการศึกษาปฏิบัติธรรม” การจัดงานบวชแบบเรียบง่ายจึงไม่ใช่การลดคุณค่า แต่เป็นการกลับไปหาแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา
1. แยก “งานบวช” ออกจาก “งานเลี้ยง”
หลายครั้งค่าใช้จ่ายสูงไม่ได้มาจากพิธีบวช แต่มาจากสิ่งประกอบอื่น เช่น
* โต๊ะจีนจำนวนมาก
* เวที แสง สี เสียง
* มหรสพ
* เครื่องดื่มและงานฉลองหลายวัน
พิธีอุปสมบทจริง ๆ สามารถทำอย่างเรียบง่าย มีครอบครัว ญาติ และผู้มีศรัทธาร่วมอนุโมทนา ก็สมบูรณ์แล้ว
2. ตั้งงบก่อนจัดงาน
อย่าจัดงานตามคำว่า “กลัวคนอื่นว่า”
ควรถามตัวเองว่า
“เงินก้อนนี้ควรใช้เพื่อสร้างภาพจำเพียงวันเดียว หรือใช้สร้างประโยชน์ให้พระใหม่หลังบวช”
หากต้องกู้หนี้ยืมสินเพื่อจัดงานใหญ่ อาจผิดจากเจตนาแห่งการบวชที่มุ่งลดกิเลส ไม่ใช่เพิ่มภาระ
3. ลดสิ่งฟุ่มเฟือย เพิ่มสิ่งมีคุณค่า
แทนที่จะใช้เงินจำนวนมากกับสิ่งชั่วคราว อาจเปลี่ยนเป็น
* ถวายหนังสือธรรมะ
* สนับสนุนการศึกษาพระภิกษุสามเณร
* ซ่อมแซมสิ่งจำเป็นของวัด
* ทำบุญเพื่อสาธารณประโยชน์
บุญไม่ได้วัดจากจำนวนแขก แต่วัดจากความบริสุทธิ์ของใจ
4. จัดเลี้ยงแบบพอดี
การเลี้ยงญาติพี่น้องเป็นวัฒนธรรมที่ดี เพราะเป็นการแบ่งปันความสุข แต่ควรอยู่บนหลัก “พอดี”
มีเท่าไร ทำเท่านั้น
ไม่แข่งขัน ไม่เปรียบเทียบ
5. ให้พระใหม่เข้าใจเป้าหมายของการบวช
สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่วันแห่นาค แต่คือวันที่ได้ครองผ้าเหลือง
ควรให้ความสำคัญกับ
* การศึกษาพระธรรมวินัย
* การฝึกตน
* การตอบแทนคุณบิดามารดาด้วยการประพฤติดี
สรุปสั้น ๆ
“บวชใหญ่” ไม่ได้แปลว่างานต้องใหญ่
แต่หมายถึง ใจใหญ่ ศรัทธาใหญ่ และตั้งใจปฏิบัติให้สมกับการเป็นสมณะ
ลดเปลือก เหลือแก่น
ลดค่าใช้จ่าย แต่ไม่ลดคุณค่าของการบวช

17/06/2026

พระครูศุภกิจมงคล สหธรรมิก พระครูศีลวราภรณ์ (เฉลิม ฐิติสีโล) ก่อนถึงคุณงามความดีของพระครูท่าน #สังฆะเพื่อสังคม #ถวายความอาลัย

16/06/2026

น้อมถวายมุทิตาสักการะ ในโอกาส พระครูกิตติปริยัติคุณได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลยาง อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี และในโอกาส ได้รับพระราชทานรางวัลอันทรงคุณค่า เสาเสมาธรรมจักร
#พระสงฆ์นักพัฒนา #สังฆะเพื่อสังคม

ที่อยู่

ตำบลป่าซาง อำเภอดอกคำใต้
Phayao
56120

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ มูลนิธิ สังฆะเพื่อสังคมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง มูลนิธิ สังฆะเพื่อสังคม:

แชร์