Talib Club Academic Islamic studies for original muslims and non-muslims

❝ บทความทั่วไป ❞• ความประเสริฐของ 10 วันที่อัลลอฮฺทรงสาบานไว้ในซูเราะฮ์ อัล-ฟัจญ์หากอัลลอฮฺทรงสาบานด้วยสิ่งถูกสร้างของพร...
19/05/2026

❝ บทความทั่วไป ❞
• ความประเสริฐของ 10 วันที่อัลลอฮฺทรงสาบานไว้ในซูเราะฮ์ อัล-ฟัจญ์

หากอัลลอฮฺทรงสาบานด้วยสิ่งถูกสร้างของพระองค์ สิ่งนี้ย่อมแสดงให้เห็นว่าสิ่งถูกสร้างนั้นมีความสำคัญ บรรดาอุลามาอฺ ได้มีความเห็นต่างกันเกี่ยวกับ สิบวันที่อัลลอฮฺทรงใช้สาบานไว้ในซูเราะฮ์ อัล-ฟัจญ์ ว่าสิ่งที่หมายถึงในอายะฮฺนี้ คือ 10 วันแรกของเดือนซุลฮิจญ์ญะฮฺ หรือ 10 คืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอนกันแน่

อัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงตรัสว่า :

وَالْفَجْرِ. وَلَيَالٍ عَشْرٍ

ความว่า : "ขอสาบานด้วยยามรุ่งอรุณ และด้วยค่ำคืนทั้งสิบ"
(ซูเราะฮ์ อัล-ฟัจญ์ : โองการที่ 1-2)

ทัศนะที่ 1

10 วันแรกของเดือนซุลฮิจญ์ญะฮฺ
ท่านอิบนุ กะษีร รอฮิมะฮุลลอฮฺ เป็นหนึ่งในผู้ที่เห็นพ้องว่า ความหมายของอายะฮฺนี้คือ 10 วันแรกของเดือนซุลฮิจญ์ญะฮ์ โดยท่านได้กล่าวว่า :

والليالي العشر : المراد بها عشر ذي الحجة ، كما قاله ابن عباسٍ وابن الزبير ومُجاهد وغير واحدٍ من السلف والخلف

ความว่า : "และค่ำคืนทั้งสิบ : สิ่งที่ถูกหมายถึงก็คือ 10 วันแรกของเดือนซุลฮิจญ์ญะฮฺ ดังที่ท่านอิบนุ อับบาส, อิบนุ อัซ-ซุบัยร์, มุญาฮิด และท่านอื่น ๆ อีกหลายท่านจากกลุ่มสะลัฟและคอลัฟ ได้กล่าวไว้" (ตัฟซีร อิบนิ กะษีร, เล่ม 8 หน้า 535)

แท้จริงแล้ว คำว่า "ลัยลี" (ค่ำคืน) ในอายะฮฺดังกล่าวนั้น ในภาษาอาหรับสามารถหมายรวมถึงกลางวันได้ด้วย เนื่องจากเป็นความคุ้นชินของชาวอาหรับที่จะสำนวนคำว่า "วัน" ด้วยคำว่า "คืน"

ท่านอิบนุล อะรอบีย์ รอฮิมะฮุลลอฮฺ ได้อธิบายว่า :

أنه أطلق على الأيام ( ليالي) لأن اللغة العربية واسعة ، قد تطلق الليالي ويراد بها الأيام ، والأيام يراد بها الليالي

ความว่า : "ความหมายของคำว่า ค่ำคืน นั้นสามารถหมายถึง กลางวัน ได้ด้วย เพราะภาษาอาหรับมีความกว้างขวางในด้านความหมาย บางครั้งมีการระบุคำว่า ค่ำคืน แต่สิ่งที่ต้องการสื่อคือ กลางวัน และในทางกลับกัน บางครั้งระบุคำว่า กลางวัน แต่สิ่งที่ต้องการสื่อคือ ค่ำคืน" (อะห์กามุลกุรอาน, เล่ม 4 หน้า 334)

ทัศนะที่ 2

10 คืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอน
ชัยคฺ มุฮัมมัด บิน ศอลิหฺ อัล-อุษัยมีน รอฮิมะฮุลลอฮฺ ได้อธิบายไว้ว่า :

وإنما يرجح القول الثاني أنها الليالي العشر الأواخر من رمضان، وأقسم الله بها لشرفها، ولأن فيها ليلة القدر

"และที่ให้น้ำหนักมากกว่าคือทัศนะที่สอง นั่นคือ 10 คืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอน ซึ่งอัลลอฮฺได้ทรงสาบานด้วยความบารอกะฮฺของมัน และเนื่องจากในนั้นมีคืนลัยลาตุลก็อดร์อยู่" (ตัฟซีร ญุซ อัมมา โดย ชัยคฺ อิบนุ อัล-อุษัยมีน, สำนักพิมพ์ อัช-ชามิละฮ์)

ทัศนะที่ 3

การผสมระหว่างสองทัศนะ
ทัศนะที่สามจากบรรดานักวิชาการ คือการนำสองทัศนะก่อนหน้านี้มารวมเข้าด้วยกัน โดยพวกท่านระบุว่า หากเป็นช่วง "กลางวัน" ของ 10 วันแรกในเดือนซุลฮิจญ์ญะฮฺ ย่อมมีความประเสริฐกว่าช่วงกลางวันของ 10 วันสุดท้ายในเดือนรอมฎอน และในทางกลับกัน ช่วง "ค่ำคืน" ของ 10 คืนสุดท้ายในเดือนรอมฎอน ย่อมดีกว่าช่วงค่ำคืนของ 10 วันแรกในเดือนซุลฮิจญ์ญะฮฺ

ดังนั้น การอธิบายอายะฮฺนี้จึงครอบคลุมทั้งเดือนซุลฮิจญ์ญะฮฺและเดือนรอมฎอน นั่นคือ หมายถึงช่วงกลางวันของ 10 วันแรกในเดือนซุลฮิจญ์ญะฮฺ และช่วงค่ำคืนของ 10 คืนสุดท้ายในเดือนรอมฎอน

ท่านอิบนุ อัล-ก็อยยิม อัล-เญาซียะฮ์ รอฮิมะฮุลลอฮฺ ได้อธิบายเรื่องนี้ไว้ว่า :

ليالي العشر اﻷخير من رمضان ، أفضل من ليالي عشر ذي الحجة ، و أيام عشر ذي الحجة أفضل من أيام عشر رمضان ، وبهذا التفصيل يزول اﻹشتباه ، ويدل عليه أن ليالي العشر من رمضان إنما فضلت بإعتبار ليلة القدر ، وهي من الليالي ، و عشر ذي الحجة إنما فضل بإعتبار أيامه، إذ فيه يوم النحر ، و يوم عرفة ،و يوم التروية …

ความว่า : "สิบคืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอน ย่อมประเสริฐกว่าสิบคืนแรกของเดือนซุลฮิจญ์ญะฮฺ และสิบวันแรกของเดือนซุลฮิจญ์ญะฮฺ ย่อมประเสริฐกว่าสิบวันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน ด้วยรายละเอียดเช่นนี้ ความสับสนคลุมเครือที่มีอยู่ย่อมหมดไป และสิ่งนี้บ่งชี้ว่า สิบคืนสุดท้ายของรอมฎอนนั้นมีความประเสริฐโดยพิจารณาจากคืนลัยลาตุลก็อดร์ ซึ่งมันเป็นหนึ่งในบรรดาค่ำคืน ส่วนสิบวันแรกของซุลฮิจญ์ญะฮ์นั้นมีความประเสริฐโดยพิจารณาจากวัน (กลางวัน) ของมัน เนื่องจากในนั้นมีวันนะห์รฺ (วันกุรบาน), วันอะร็อฟะฮ์ และวันตัรวียะฮ์ (วันที่ 8 ซุลฮิจญ์ญะฮ์)..." (ซาดุลมะอาด, หน้า 20)

ชัยคฺ อับดุรร็อซซาก บิน อับดุลมุห์ซิน อัล-อับบาด อัล-บัดร์ ฮะฟิซอฮุลลอฮฺ ได้กล่าวว่า :

أنّ العشر الأيام الأوّل من شهر ذي الحجة هي خير أيام السنة على الإطلاق ، والعشر الليالي الأخيرة من شهر رمضان هي خير ليالي السنة على الإطلاق

ความว่า : "แท้จริงแล้ว ช่วงกลางวันของสิบวันแรกในเดือนซุลฮิจญ์ญะฮ์ คือวันทีดีที่สุดของปีโดยไม่มีข้อจำกัดใด ๆ และช่วงค่ำคืนของสิบคืนสุดท้ายในเดือนรอมฎอน คือค่ำคืนที่ดีที่สุดของปีโดยไม่มีข้อจำกัดใด ๆ เช่นกัน"
(คุตบะฮ์วันศุกร์, แหล่งที่มา: http://al-badr.net/detail/zVFpX7gDBA2K)

ดังนั้น เราจึงควรมีความกระตือรือร้นในการทำอิบาดะฮฺ และปฏิบัติสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคมในช่วงเวลาอันประเสริฐอย่างยิ่งในโอกาศนี้

#ความประเสริฐของสิบวันที่อัลลอฮฺทรงสาบานไว้ในซูเราะฮ์อัลฟัจญ์ #บทความ #ศาสนาอิสลาม #มุสลิม #ซะลาฟีย์ #แนวทางสลัฟ

18/05/2026

ทุกชีวิตมาจากความว่างเปล่าอย่างนั้นหรือ!? | TheMuslimLantern
#ดะวะฮต่างศาสนิก #พิสูจน์พระเจ้า #เตาฮีด #คลิปแปล

📕 วารสารอัซซอลิฮีนต้องมะอัฟที่ทางเราโพสต์ล่าช้าตามสัญญาที่บอกว่าจะโพสต์ทุกสิ้นเดือนแต่ทางเราจะทยอยโพสต์เรื่อย ๆ ที่ได้ดอ...
10/05/2026

📕 วารสารอัซซอลิฮีน
ต้องมะอัฟที่ทางเราโพสต์ล่าช้าตามสัญญาที่บอกว่าจะโพสต์ทุกสิ้นเดือนแต่ทางเราจะทยอยโพสต์เรื่อย ๆ ที่ได้ดองเอาไว้นะครับ อินชาอัลลอฮฺ

วารสารอัซซอลิฮีน ประจำเดือนมีนาคม 2026 เราได้นำบทความของนักดาอีย์ที่เป็นเลืองลือและโด่งดังในหมู่วิชาการ คือ อิหม่ามซาราโบโซ และ ซากิรไนค์ มาเรียบเรียงเพื่อทำเป็นคู่มืออย่างง่ายในการทำความเข้าใจอิสลาม สำหรับผู้ที่อยากรู้พื้น ของพื้นฐานอิสลาม เช่นเหมาะสำหรับมุสลิมใหม่ ต่างศาสนิกที่สนใจและมุสลิมเดิมที่ขาดพื้นฐานต่อความเข้าใจ มาศึกษาเล่มนี้ได้มีเนื้อหาไม่หนามาก

วารสารฉบับนี้มีชื่อว่า : คู่มืออย่างง่ายในทำความรู้จักอิสลาม (เมื่อมนุษย์ต้องการทางนำจากผู้สร้าง)
มีเนื้อหาเพียง 42 หน้า

หากท่านผู้อ่านพบเจอข้อผิดพลาดในวารสารฉบับนี้ โปรดแจ้งให้เราทราบ ทางเราพร้อมรับฟังคำชี้แนะท่านด้วยความจริงใจ

ขอต่ออัลลอฮฺให้วารสารฉบับนี้ยังประโยชน์ต่อพวกเราทุกคน

โหลดอ่านได้ที่ : https://drive.google.com/file/d/130jo0uUe-Y1I5k1tprS1wh_kgGpAGgwF/view?usp=sharing
________________

ในท้ายนี้ ทางกลุ่มเรามีความพยายามอย่างสูงที่จะผลิตผลงานศาสนาให้กับพี่น้อง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้เงินในการดำเนินงานหรือกิจกรรมต่าง ๆ ของกลุ่ม และเรายังต้องการนำเงินส่วนนี้เป็นหนึ่งในกระบวนการจัดทำวารสารรายเดือน พี่น้องสามารถสนับสนุนให้ทางกลุ่มเรา
โดยทางเราจะได้นำเงินบริจาคของท่านมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด อินชาอัลลอฮฺ

พี่น้องสามารถบริจาคช่วยเหลือเราได้ทาง :
ธนาคารไทยพาณิชย์
7042875015
นายสอบรีย์ บิลังโหลด

อินชาอัลลอฮฺ หากจำนวนเงินถึงยอดที่เราวางไว้ ทางเราจะตีพิมพ์วารสารทุก ๆ เดือน เพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ที่ต้องการวารสารที่เป็นตัวเล่มมากกว่าไฟล์ ซึ่ง ณ ตอนนี้ เรายังไม่มีความสามารถที่จะตีพิมพ์วารสาร ด้วยกับงบประมาณที่มีไม่เพียงพอในการตีพิมพ์ สุดท้ายนี้ฝากพี่น้องติดตามหรือช่วยเหลือเท่าที่พี่น้องสามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการกดไลค์ กดแชร์ โพสต์ความรู้เนื้อหาสาระที่ทางเราได้จัดทำขึ้น เพื่อเป็นการเผยแพร่และส่งต่อความดีงาม

ญะซากุมุลลอฮุค็อยรอน

#จากมาดีนะฮ์สู่หลังอาณานิคม #วารสารอัซซอลิฮีน #ศาสนาอิสลาม #มุสลิม #ซะลาฟีย์ #แนวทางสลัฟ

อัลฮัมดุลิลลาฮฺ คาดว่าวารสารจะส่งไปยังมือผู้มาลงทะเบียนกันหมดแล้วหากใครยังไม่ได้รับ สามารถมาเช็คเลขพัสดุเพื่อติดตามพัสดุ...
07/05/2026

อัลฮัมดุลิลลาฮฺ คาดว่าวารสารจะส่งไปยังมือผู้มาลงทะเบียนกันหมดแล้ว
หากใครยังไม่ได้รับ สามารถมาเช็คเลขพัสดุเพื่อติดตามพัสดุของท่านได้ที่

https://talib-tracking.netlify.app/

แจ้งให้ทราบสำหรับคนที่ได้วารสารบาปสามด่าน เราได้ส่งวารสารบาปสามด่าน ฉบับย่อ คนละขนส่งกับ วารสารชุดที่ได้แจก ดังนั้นอาจจะมาไม่พร้อมกันนะครับ

#ตรวจสอบเลขพัสดุ #ประชาสัมพันธ์ #ศาสนาอิสลาม #มุสลิม #ซะลาฟีย์ #แนวทางสลัฟ

07/05/2026

ทางออกเดียว ของหัวใจที่ว่างเปล่า | Abu Taymiyyah

#เตาฮีด #คลิปแปล islam muslim salafi salafithailand ศาสนาอิสลาม มุสลิม ซะลาฟีย์ ตามแนวทางสลัฟ

หากผิดพลาดประการใดกล่าวเตือนได้ทันที

TARBIYAH: เพราะเราไม่มีความสามารถเป้าหมายของผู้ศรัทธาทุกคนคือสวรรค์ของพระผู้เป็นเจ้า สิ่งนี้คือสิ่งที่รู้โดยทั่วกันและไม...
03/05/2026

TARBIYAH: เพราะเราไม่มีความสามารถ
เป้าหมายของผู้ศรัทธาทุกคนคือสวรรค์ของพระผู้เป็นเจ้า สิ่งนี้คือสิ่งที่รู้โดยทั่วกันและไม่มีใครเถียง แต่ก่อนจะไปถึงจุดที่เราต่างถวิลหาย่อมมีบททดสอบมากมาย ที่หากตัวเราเองลำพังคงไม่สามารถไปถึงจุดหมายได้หากไร้ซึ่งการช่วยเหลือจากพระองค์อัลลอฮ์ อัซซะวะญัล หนึ่งจากดำรัสของพระองค์ที่พูดถึงความอ่อนแอของมนุษย์ ความว่า :

۞ ٱللَّهُ ٱلَّذِی خَلَقَكُم مِّن ضَعۡفࣲ ثُمَّ جَعَلَ مِنۢ بَعۡدِ ضَعۡفࣲ قُوَّةࣰ ثُمَّ جَعَلَ مِنۢ بَعۡدِ قُوَّةࣲ ضَعۡفࣰا وَشَیۡبَةࣰۚ یَخۡلُقُ مَا یَشَاۤءُۚ وَهُوَ ٱلۡعَلِیمُ ٱلۡقَدِیرُ ﴿ ٥٤ ﴾

อัลลอฮฺทรงเป็นผู้สร้างพวกเจ้าในสภาพอ่อนแอ แล้วหลังจากความอ่อนแอพระองค์ก็ทรงทำให้มีความแข็งแรงแล้วหลังจากความแข็งแรงทรงทำให้อ่อนแอและชราภาพ พระองค์ทรงสร้างสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์และพระองค์เป็นผู้ทรงรอบรู้ อานุภาพ [อัรรูม : 54]

ในตัฟซีร อัซซะอฺดีย์ ได้อรรรถาธิบายอายะฮฺนี้ไว้ว่า : "พระผู้เป็นเจ้าทรงบอกเล่าถึงความรอบรู้ที่กว้างขวาง อานุภาพอันยิ่งใหญ่ และวิทยปัญญาอันสมบูรณ์ของพระองค์ โดยพระองค์ทรงเริ่มสร้างมนุษย์จาก 'ความอ่อนแอ' ซึ่งหมายถึงระยะแรกเริ่มของการสร้าง ตั้งแต่การเป็นหยดน้ำเชื้อ กลายเป็นก้อนเลือด กลายเป็นก้อนเนื้อ จนกระทั่งกลายเป็นสิ่งมีชีวิตในมดลูกและคลอดออกมา ซึ่งในวัยทารกนั้น มนุษย์อยู่ในสภาวะที่อ่อนแอที่สุด ไร้ซึ่งพละกำลังและความสามารถ

หลังจากนั้น อัลลอฮฺทรงเพิ่มพูนกำลังให้แก่เขาทีละน้อย จนกระทั่งเข้าสู่ 'วัยหนุ่มสาว' ซึ่งเป็นช่วงที่พละกำลังมีความมั่นคงและสมบูรณ์ ทั้งพละกำลังภายนอก (ร่างกาย) และภายใน (สติปัญญา/จิตใจ)

ต่อมามนุษย์ก็เคลื่อนย้ายจากวัยนี้กลับไปสู่ 'ความอ่อนแอ' อีกครั้ง นั่นคือช่วงวัยชราและวัยไม้ใกล้ฝั่ง

{พระองค์ทรงสร้างสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์} ทั้งนี้เป็นไปตามวิทยปัญญาของพระองค์ ซึ่งหนึ่งในวิทยปัญญานั้นคือ การให้บ่าวได้เห็นถึงความอ่อนแอของตนเอง และให้ตระหนักว่า 'ความแข็งแรง' ของเขานั้นถูกล้อมรอบด้วย 'ความอ่อนแอ' ทั้งสองด้าน (คือตอนเกิดและตอนแก่) เพื่อให้รู้ว่าโดยลำพังตัวเขานั้นมีแต่ความบกพร่อง หากอัลลอฮ์ไม่ทรงมอบพลังให้ เขาก็ย่อมไม่มีพละกำลังหรือความสามารถใด ๆ และหากพละกำลังของมนุษย์เพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่มีที่สิ้นสุด เขาก็อาจจะลำพองตน ละเมิดขอบเขต และเย่อหยิ่งจองหอง

นอกจากนี้ เพื่อให้เหล่าบ่าวได้ประจักษ์ถึงความสมบูรณ์แห่งอานุภาพของอัลลอฮ์ ที่ทรงสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ และบริหารจัดการสรรพสิ่งอย่างต่อเนื่อง โดยที่พระองค์ไม่ทรงประสบกับความเหนื่อยล้า ความอ่อนแอ หรือความบกพร่องใด ๆ เลยแม้แต่น้อย" [1]

จากตัฟซีรจึงเห็นได้ว่า ความอ่อนแอของมนุษย์อยู่ในทุกช่วงวัยของมนุษย์ และหลีกหนีการขอความช่วยเหลือจากพระองค์มิได้เลย ตั้งแต่เยาว์วัยไปจนถึงชรา และหากใครก็ตามที่คิดว่าตัวเขานั้นไม่ต้องการความช่วยเหลือจากพระองค์ แท้จริงเขาได้ดำเนินอยู่บนหนทางที่หลงไปไกลลิบ

และอิสลามไม่ใช่ศาสนาที่เมื่อบอกถึงปัญหาหรือจุดด้อยที่บ่าวอย่างเราต้องแก้ไขมาอย่างลอย ๆ หรือเปล่าประโยชน์ แต่ก็ไม่ได้ให้ทางแก้ปัญหาหรือวิธีการแก้ไขอะไรแก่เราเพื่อปรับปรุงให้เราเป็นบ่าวที่ดีขึ้น ไม่ใช่เลย! ทว่าอิสลามคือศาสนา ที่เมื่อกล่าวถึงปัญหาใดก็ตามแล้ว จะไม่มีทางที่จะไม่พ่วงตามมาด้วยกับวิธีแก้ไขปัญหาหรือทางออกสำหรับเรื่องราวนั้น ๆ ในความอ่อนแอของเรา และการที่เราจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากพระองค์ก็เช่นกัน หนึ่งจากดุอาอ์ทั้งหลายที่เลื่องลือ และเป็นที่รู้กันว่าเป็นดุอาอ์เพื่อขอความช่วยเหลือจากพระองค์ ซึ่งมีแบบอย่างมาจากซุนนะฮ์ของเราะซูลุลลอฮ์ ﷺ และตัวผู้เขียนเองก็เชื่อว่าพวกเราเองก็ท่องจำกันได้อยู่แล้วไม่น้อย และท่องเป็นประจำอยู่แล้วในทุกเมื่อเชื่อวัน คือดุอาอ์ที่ท่านนบีได้สอนให้แก่ท่านมุอาศ บิน ญะบัล (ขออัลลอฮ์ทรงพอพระทัยท่าน) ให้ท่านอย่าได้พลาดที่จะกล่าวหลังจากทุก ๆ การละหมาดของท่าน :

اَللَّهمَّ أَعِنِّي عَلَى ذِكْرِكَ، وشُكْرِكَ، وَحُسْنِ عِبادَتِكَ

“โอ้อัลลอฮ์ ขอพระองค์ทรงช่วยเหลือฉัน ในการรำลึกต่อพระองค์ ขอบคุณต่อพระองค์ และปฏิบัติอิบาดะฮ์อย่างดีต่อพระองค์” [2] [3]

ชัยค์อับดุสสลาม บิน มุฮัมมัด อัชชุวัยอิร (ขออัลลอฮ์ทรงปกป้องรักษาท่าน) ได้อธิบายโดยสรุปเกี่ยวกับดุอาอ์นี้ไว้อย่างสวยงามและเข้าใจง่ายว่า : “ผู้รู้บางท่านได้กล่าว (เกี่ยวกับดุอาอ์นี้) ว่า หลังจากการละหมาด (ในที่นี้) หมายถึง ซึ่งที่ในนั้นมีการขอดุอาอ์ ไม่ใช่เพียงการสรรเสริญและการยกย่องเท่านั้น แต่เป็นช่วงของการวิงวอนขอด้วยเช่นกัน และช่วงนั้นคือช่วงเวลาระหว่างการละหมาด” (สามารถขอดุอาอ์นี้ในระหว่างละหมาดได้เช่นเดียวกัน มิได้จำกัดเพียงหลังละหมาดเท่านั้น) ชัยค์กล่าวต่อ “จงจำมันให้ดี ( اَللَّهمَّ أَعِنِّي عَلَى ذِكْرِكَ) ให้ท่านวิงวอนขอต่ออัลลอฮ์ ผู้ทรงยิ่งใหญ่ ให้พระองค์ช่วยเหลือท่านในการรำลึกถึงพระองค์ เพราะสิ่งแรกที่ความพยายาม (ในการดุอาอ์) ของเขาจะส่งผล ก็คือตัวเขาเอง (أَعِنِّي) ตรงนี้คือเตา

ฮีด (وشُكْرِكَ) การขอบคุณ (กตัญญู) ที่ไม่ใช่เพียงด้วยกับลิ้นเท่านั้น ทว่าจงขอบคุณด้วยกับหัวใจและด้วยกับร่างกาย ดังเช่นดำรัสของอัลลอฮ์ อัซซะวะญัล :

ٱعۡمَلُوۤا۟ ءَالَ دَاوُۥدَ شُكۡرࣰاۚ وَقَلِیلࣱ مِّنۡ عِبَادِیَ ٱلشَّكُورُ﴿ ١٣ ﴾

พวกเจ้าจงทำงานเถิด วงศ์วานของดาวู๊ดเอ๋ย! เพื่อเป็นการขอบคุณ และส่วนน้อยแห่งปวงบ่าวของเราที่เป็นผู้ขอบคุณ [สะบะอ์ : 13]

(وَحُسْنِ عِبادَتِكَ) ไม่ใช่เพียงขอให้ปฏิบัติอิบาดะฮ์ ทว่ามันคือ (การขอให้ปฏิบัติ) อย่างดีเยี่ยม ซึ่งผู้ที่จะอิบาดะฮ์อย่างดีได้นั้น คือผู้ที่จะต้องศึกษาในอะห์กามหรือบทบัญญัติของอิบาดะฮ์นั้น ๆ ดังนั้นแล้ว การที่ท่านได้รู้จักมัน และบางบทบัญญัติของมัน ในวงแห่งการแสวงหาความรู้เช่นนี้ จะส่งผลให้การอิบาดะฮ์ของท่านนั้นดียิ่งขึ้น อัลลอฮ์ อัซซะวะญัลได้ตรัสว่า :

لِیَبۡلُوَكُمۡ أَیُّكُمۡ أَحۡسَنُ عَمَلࣰاۚ

เพื่อจะทดสอบพวกเจ้าว่า ผู้ใดบ้างในหมู่พวกเจ้าที่มีผลงานดียิ่ง [อัลมุลก์ : 2]

ท่านฟุฎอยล์ อิบนิ อิยาฎ ฟะกีฮ์แห่งนครมักกะฮ์ (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน) กล่าวไว้ในยุคสมัยของท่านว่า : การงานอะมั้ลที่ดีที่สุดนั้น คือการงานที่ถูกต้องสมบูรณ์ที่สุด และบริสุทธิ์ใจที่สุด เพราะแท้จริงแล้ว การงานเมื่อปราศจากความบริสุทธิ์ใจแล้วไซร้ มันก็จะไม่ถูกตอบรับ เช่นเดียวกัน เมื่อมันปราศจากความถูกต้องสมบูรณ์ คือไม่ได้เป็นไปตามแบบอย่างแนวทางของเราะซูลุลลอฮ์ ﷺ มันก็จะไม่ถูกตอบรับเช่นเกัน” [4] จบคำกล่าวของชัยค์ (ขออัลลอฮ์ทรงปกป้องรักษาท่าน)

ดังนั้นแล้ว ส่วนหนึ่งจากความเมตตาของอัลลอฮ์ที่มีต่อคุณ คือการที่พระองค์ทรงทำให้คุณยังคงมีความจำเป็นต้องพึ่งพาพระองค์อยู่เสมอ ทุกครั้งที่พระองค์ทรงตอบสนองความต้องการหนึ่งของคุณ พระองค์ก็จะทรงสร้างความต้องการใหม่อีกอย่างหนึ่งขึ้นมา เพื่อที่คุณจะได้ไม่ห่างเหินหรือตัดขาดจากพระองค์ เพราะแท้จริงแล้ว ธรรมชาติของมนุษย์นั้นมักจะตีตัวออกห่างจากผู้ที่ตนคิดว่าไม่จำเป็นต้องพึ่งพาแล้ว และผู้ใดก็ตามที่คิดว่าตนเองไม่ต้องพึ่งพาอัลลอฮ์และตัดขาดจากพระองค์ เขาผู้นั้นย่อมพบกับความพินาศและหลงทาง [5] และด้วยกับดุอาอ์บทนี้เองคือดุอาอ์ที่ชัยคุลอิสลามอิบนุตัยมียะฮ์ (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน) ได้ระบุไว้ว่าคือดุอาอ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และแทบจะไม่ขาดปากของท่านในตอนสุญูดตามการรายงานของอิบนุลกอยยิม (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน) และดุอาอ์บทนี้เอง คือบทสรุปของ :

إِیَّاكَ نَعۡبُدُ وَإِیَّاكَ نَسۡتَعِینُ﴿ ٥ ﴾

เฉพาะพระองค์เท่านั้นที่พวกข้าพระองค์เคารพอิบาดะฮ์ และเฉพาะพระองค์เท่านั้นที่พวกข้าพระองค์ขอความช่วยเหลือ [อัลฟาติหะฮ์ : 5] [6]

สุดท้ายนี้ผู้เขียนขอต่อพระองค์อัลลอฮ์ อัซซะวะญัล ด้วยกับพระนามและคุณลักษณะอันวิจิตรงดงามของพระองค์ โปรดช่วยเหลือพวกเราให้มีการรำลึกถึงพระองค์ ขอบคุณและรู้คุณต่อพระองค์ และอิบาดะฮ์อย่างดีต่อพระองค์แต่เพียงผู้เดียว โปรดประทานสวรรค์ชั้นสูงสุดแก่พวกเรา และโปรดรวมพวกเราทุกคนไว้ ณ ที่แห่งนั้น ที่ที่มีเพียงสุข ไร้ซึ่งความโศก ที่ที่ไม่มีความโลภ มีเพียงความรัก ที่ที่ไร้ซึ่งความหน่ายและความเหนื่อย ที่ที่ไม่มีความเบื่อเพราะมีหลายสิ่งอย่างมากมายมาเบนออกไปให้ทำ ที่ที่ซึ่งไม่ต้องพะว้าพะวงเรื่องกาลเวลา ที่ที่เรื่องของเวลาเป็นเพียงเครื่องประดับข้อมือ ที่ที่ไม่ต้องจากคนรักไปไหนไกลกันอีก และความสุขอันเป็นนิรันดร์ที่แม้นพรรณนาตลอดทั้งชีวิตก็คงไม่หมด นอกเสียจากว่าจงทำความดีสะสมไว้ให้มาก ๆ ด้วยกับความบริสุทธิ์ใจและตรงตามแบบอย่างซุนนะฮ์ของท่านเราะซูล ออกห่างจากบาปต่าง ๆ ที่จะนำพาไปสู่ชิรก์ รักษาอัตเตาฮีดจวบจนลมหายใจสุดท้าย และจงเอาใจใส่แต่เพียงสิ่งเป็นประโยชน์ จงขอความช่วยเหลือจากพระองค์ และสุดท้ายคือสิ่งสำคัญ จงอย่าได้ยอมแพ้ อินชาอัลลอฮ์ ขอพระองค์ทรงรวมเราไว้ให้ได้พบเจอกับสวรรค์ของพระองค์และความสุขอนันต์เป็นสิ่งตอบแทน

اللَّهُمَّ أعِنَّا عَلَى ذِكْرِكَ وَشُكْرِكَ وَحُسْنِ عِبَادَتِكَ

نسأل الله العافية والسلامة

والله تعالى أعلم

[1] กดตัวเลือกอัซซะอ์ดีย์ จากเว็บ : https://quranenc.com/th/browse/thai_mokhtasar/30/54

[2] บันทึกโดย อบูดาวูด เลขที่ (1522) , และอันนะซาอีย์ เลขที่ (1303) , และอิบนุคุซัยมะฮ์ เลขที่ (751) , และชัยค์อัลบานีย์ (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน) ให้สถานะเศาะเฮียะห์

[3] ความหมายบางส่วนจาก : https://www.facebook.com/share/1DBC2WbgAN/?mibextid=wwXIfr

[4] คลิปอธิบายโดยสรุปของชัยค์ : https://www.instagram.com/reel/DVi9TogjMRW/?igsh=MWZqN2EwOWU4MWQ5Zw==

[5] บทความจากเฟซบุ๊คของ อ.อับดุลวาริซ พงศ์เพ็ญชัย (ขออัลลอฮ์ทรงปกป้องคุ้มครองท่าน และอภัยโทษแก่ท่านและครอบครัว) : https://www.facebook.com/share/p/18gxQ2vSjP/?mibextid=wwXIfr

[6] บทความบางส่วนจากเฟซบุ๊ค : Mumin Preechasil ; ซึ่งสรุปถ้อยคำนะศีหะฮ์มาจาก อ.อับดุลวาริซ พงศ์เพ็ญชัย (ขออัลลอฮ์ทรงปกป้องคุ้มครองท่าน)

#้เพราะมนุษย์เรานั้นอ่อนแอ #ตัรบียะห์ขัดเกลาจิตใจ #ศาสนาอิสลาม #มุสลิม #ซะลาฟีย์ #แนวทางสลัฟ

ทางเราอาจจะส่งวารสารล่าช้า เราจะทำการจัดส่งวารสารภายในวันที่ 5 นี้ อินชาอัลลอฮฺ เนื่่องด้วยผู้แพ็คและจัดส่งติดภารกิจส่วน...
02/05/2026

ทางเราอาจจะส่งวารสารล่าช้า เราจะทำการจัดส่งวารสารภายในวันที่ 5 นี้ อินชาอัลลอฮฺ เนื่่องด้วยผู้แพ็คและจัดส่งติดภารกิจส่วนตัว ต้องขอมะอัฟด้วยครับ
ช่วงเวลานี้ สำหรับพี่น้องท่านใดที่ไม่แน่ใจว่ามีรายชื่อของตนเองไหม สามารถเข้ามาตรวจสอบรายชื่อ ตรวจสอบสิทธิ์ผู้ที่ได้รับวารสารพร้อม หากขึ้นรายชื่อท่านพร้อมบอกว่าท่านคือ 1 ใน 30 แสดงว่าท่านได้รับวารสารบาปสามด่าน ฉบับย่อด้วยนะครับ แต่ถ้าไม่ขึ้นแสดงว่าท่านไม่ได้รับสิทธิ์นั้น
ตรวจสอบได้ที่ลิงค์นี้เลยนะครับ : https://talib-tracking.netlify.app/
เดียววันที่ 5 อินชาอัลลอฮฺเราจะอัพเดตเลขพัสดุในระบบและแจ้งในหน้าเพจอีกครั้งหนึ่ง

#รายชื่อผู้ที่ลงทะเบียนรับวารสาร #ประชาสัมพันธ์ #ศาสนาอิสลาม #มุสลิม #ซะลาฟีย์ #แนวทางสลัฟ

❌เต็มแล้วนะครับ ขอมะอัฟด้วยครับ❌(สำหรับใครโอนแล้ว แต่กรอกไม่ทันทักแชตและให้รายละเอียดใน Inbox เพจได้เลยนะครับ)แจกวารสารช...
01/05/2026

❌เต็มแล้วนะครับ ขอมะอัฟด้วยครับ❌
(สำหรับใครโอนแล้ว แต่กรอกไม่ทันทักแชตและให้รายละเอียดใน Inbox เพจได้เลยนะครับ)

แจกวารสารชุดความรู้ทรงคุ้มค่าเป็นรูปเล่ม

🎁 เหลือ 30 ชุดสุดท้าย (3 เล่ม/ชุด)
เล่มที่ 1 (เล่มซ้าย) เป็นวารสารที่เขียนว่า ทำไมอิสราอิลถึงมีอิทธิพลมากในการกดดันให้อเมริกาทำสงครามในโลกอาหรับ
เล่มที่ 2 (เล่มกลาง) เป็นวารสารที่เขียนขึ้นในมุมมองสะลาฟีย์เกี่ยวกับการเมืองของโลกมุสลิมตั้งแต่ยุคนบีถึงยุคนี้โดยสรุป
(ใน 2 เล่มแรกนี้เป็นการอัพเดตข้อมูลให้กับผู้ศึกษาความรู้ให้ทันเท่ากับยุคสมัยเกี่ยวกับสงครามและการเมืองของโลกมุสลิมที่เราต้องเผชิญ)
เล่มที่ 3 (เล่มขวา) เป็นเล่มที่อยากแนะนำให้ได้อ่านมากเพราะเป็นงานเขียนของอบูอิยาด ผู้รู้และนักดาอีย์ในโลกอังกฤษที่เขียนเพื่อตอบโต้ว่าแท้จริงการเชื่อพระเจ้าสมเหตุสมผลและอะไรที่มาล้างสมองมนุษย์ให้คิดว่าการปฎิเสธเป็นสิ่งที่เป็นเหตุผลมากกว่า

รบกวนผู้สนใจช่วยออกค่าส่งเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
เพียง 100 บาท เราจะเอาเงินส่วนนี้เป็นค่าดำเนินการเช่นค่าส่ง ค่าซองและที่เหลือจะนำมาผลิตวารสารเล่มถัด ๆ ไปเพื่อในการแจกจ่ายรอบต่อไป

📌 สนใจรับกรอกฟอร์มได้ที่ลิงก์นี้หรือแสกน QR หน้าโปสเตอร์ได้เลย :
https://forms.gle/Tq2xij2cVnKSYdAE7

บาร็อกัลลอฮุฟีกุม 🤲

#วารสาร3เล่ม #แจกวารสาร #ศาสนาอิสลาม #มุสลิม #ซะลาฟีย์ #แนวทางสลัฟ

❌เต็มแล้วนะครับ ขอมะอัฟด้วยครับ❌(สำหรับใครโอนแล้ว แต่กรอกไม่ทันทักแชตและให้รายละเอียดใน Inbox เพจได้เลยนะครับ)ตามสัญญา พ...
30/04/2026

❌เต็มแล้วนะครับ ขอมะอัฟด้วยครับ❌
(สำหรับใครโอนแล้ว แต่กรอกไม่ทันทักแชตและให้รายละเอียดใน Inbox เพจได้เลยนะครับ)

ตามสัญญา พวกเรามาแจกรูปเล่มวารสารแล้วนะครับ
ประจำไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ (2026)
📚 แจกวารสารฟรี เพื่อการเผยแพร่อิลม์

อัลฮัมดุลิลลาฮ์ วารสารได้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นสื่อในการแสวงหาและเผยแพร่ความรู้ที่ถูกต้องตามหลักอัลกุรอานและซุนนะฮฺ

🎁 แจกฟรีจำนวนจำกัดเพียงแค่ 100 ชุด
(3 เล่ม/ชุด) และสำหรับใครมือเร็ว 30 ท่านแรกจะได้เพิ่มอีกคนละเล่มคือเรื่องบาปสามด่านฉบับย่อ จะส่งแยกไปจาก (3 เล่มนั้น)

รบกวนผู้สนใจช่วยออกค่าส่งเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
เพียง 100 บาท เราจะเอาเงินส่วนนี้เป็นค่าดำเนินการเช่นค่าส่ง ค่าซองและที่เหลือจะนำมาผลิตวารสารเล่มถัด ๆ ไปเพื่อในการแจกจ่ายรอบต่อไป

📌 สนใจรับกรอกฟอร์มได้ที่ลิงก์นี้หรือแสกน QR หน้าโปสเตอร์ได้เลย :
https://forms.gle/Tq2xij2cVnKSYdAE7

บาร็อกัลลอฮุฟีกุม 🤲

---

ปล.ทางเราสัญญาว่าจะแจกรูปเล่มทุกเดือนของวารสารประจำเดือนนั้น ๆ ทางเราอาจจะไม่ได้แจกทุกเดือนเนื่องด้วยรู้สึกว่าไม่คุ้มค่าส่งเลยคิดว่าอาจจะแจกสามหรือสี่เดือนครั้ง ผู้อ่านจะได้รับวารสารหลายเล่มและค่าส่งก็จะได้ถูกด้วย

สำหรับคนอยากได้ไฟล์ไปโหลดได้ที่ :
(1) https://www.facebook.com/share/p/1D42gRqfEN/
(2) https://www.facebook.com/share/p/1HK2wwsSPj/
(3) https://www.facebook.com/share/p/1JgfSf13Ar/

#วารสาร3เล่ม #แจกวารสาร #ศาสนาอิสลาม #มุสลิม #ซะลาฟีย์ #แนวทางสลัฟ

29/04/2026

พระเจ้าเป็นที่พึ่งของสรรพสิ่ง
OneTrueMessageFoundation
#ดะวะฮต่างศาสนิก #พิสูจน์พระเจ้า #เตาฮีด #คลิปแปล

❝ บทความทั่วไป ❞• ขอบเขตของการเชื่อฟังบิดาและมารดาเป็นที่ทราบกันดีอยู่ว่าสิทธิที่เราต้องมอบให้ภายหลังจากที่เรามอบให้แก่อ...
26/04/2026

❝ บทความทั่วไป ❞
• ขอบเขตของการเชื่อฟังบิดาและมารดา

เป็นที่ทราบกันดีอยู่ว่าสิทธิที่เราต้องมอบให้ภายหลังจากที่เรามอบให้แก่อัลลอฮฺและร่อซู้ลถัดจากนั้นคือบิดาและมารดา เเละมันเป็นหน้าที่หนึ่งของบรรดาผู้ที่เป็นลูกนั้นจะต้องปฏิบัติต่อท่านทั้งสอง ทั้งการทำความดีต่อท่าน ทั้งคำพูดคำจา ทั้งมารยาท ทั้งการเอาใจใส่ ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นหนึ่งในหลักการศาสนา แต่กระนั้นก็ตามในศาสนาก็มิได้ปล่อยขอบเขตของเรื่องนี้จนบานปลายเหมือนดั่งเช่นผู้ที่ปฏิเสธศรัทธา เช่น การที่บางกลุ่มความเชื่อมีการบูชาบรรพบุรุษ เป็นต้น อัลลอฮฺซุบฮานะฮูวะตะอาลานั้นจะมิปล่อยให้บรรดาผู้ศรัทธานั้นกระทำสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับสติปัญญาเช่นนี้

ประการแรก ในอัลกุรอ่านมีโองการที่แบ่งแยกการเชื่อฟังบิดาและมารดากับการที่ไม่ให้เชื่อฟังเนื่องจากมีเหตุ
อัลลอฮฺซุบฮานะฮูวะตะอาลา กล่าวว่า

وَإِن جَـٰهَدَاكَ عَلَىٰٓ أَن تُشْرِكَ بِى مَا لَيْسَ لَكَ بِهِۦ عِلْمٌۭ فَلَا تُطِعْهُمَا ۖ وَصَاحِبْهُمَا فِى ٱلدُّنْيَا مَعْرُوفًۭا ۖ وَٱتَّبِعْ سَبِيلَ مَنْ أَنَابَ إِلَىَّ ۚ ثُمَّ إِلَىَّ مَرْجِعُكُمْ فَأُنَبِّئُكُم بِمَا كُنتُمْ تَعْمَلُونَ

ความว่า และถ้าเขาทั้งสองบังคับเจ้าให้ตั้งภาคีต่อข้า โดยที่เจ้าไม่มีความรู้ในเรื่องนั้น เจ้าอย่าได้เชื่อฟังปฏิบัติตามเขาทั้งสอง และจงอดทนอยู่กับเขาทั้งสองในโลกนี้ด้วยการทำความดี และจงปฏิบัติตามทางของผู้ที่กลับไปสู่ข้า และยังเรานั้นถือทางกลับของพวกเจ้า ดังนั้น ข้าจะบอกแก่พวกเจ้าในสิ่งที่พวกเจ้าได้กระทำไว้[1]

ในมุคตะศอรตัฟซีร อธิบายว่า หากทั้งสองได้พยายามอย่างหนักที่จะบังคับให้ตั้งภาคีต่ออัลเลาะห์ ตามความเข้าใจที่โง่เขลาของทั้งสอง ก็จงอย่าเชื่อฟังพวกเขาในเรื่องนี้ เพราะไม่มีการเชื่อฟังสิ่งถูกสร้างใดๆ ที่เนรคุณต่อผู้สร้าง แต่จงอยู่กับพวกเขาในโลกนี้ด้วยความดี รักษาสัมพันธ์ และทำความดี และปฏิบัติตามแนวทางของบรรดาผู้หวนกลับมาหาข้าด้วยการศรัทธาในเอกภาพและเชื่อฟังข้า แด่ข้าผู้เดียวเท่านั้นคือการกลับมาของพวกเจ้าในวันกิยามะฮฺ แล้วข้าจะแจ้งให้พวกเจ้าทราบถึงการงานที่พวกเจ้าได้กระทำในโลกนี้ และข้าจะตอบแทนเจ้าสำหรับการกระทำนั้นของพวกเจ้า[2]

จากตรงนี้จะเห็นได้ว่า เป็นที่ถูกต้องที่คนคนหนึ่งจะต้องเชื่อฟังบิดาและมารดาเเละเป็นส่วนหนึ่งจากหลักการ แต่ถ้าหากทั้งสองบังคับให้ทำในสิ่งที่เป็นความชั่วหรือขัดกับหลักการตรงนี้ก็ไม่ต้องเชื่อฟังท่านทั้ง 2 ดังหะดีษที่ท่านนบี ﷺ ได้กล่าวว่า

لا طاعةَ لمخلوقٍ في معصيةِ الخالقِ

ความว่า ไม่มีการเชื่อฟังสิ่งถูกสร้างใดๆ ที่เนรคุณผู้สร้าง[3]

ประการที่ 2 จากตรงนี้บรรดานักวิชาการก็วางเงื่อนไขเพิ่มเติมในเรื่องการเชื่อฟังบิดาและมารดาว่าขอบเขตถึงตรงไหน
ข้อแรก ต้องไม่ใช่การฝ่าฝืนอัลลอฮฺ ดังหะดีษที่อ้างอิงไปข้างต้น
ข้อสอง จุดประสงค์ของคำสั่งใช้และสั่งห้ามของท่านทั้งจะต้องถูกต้อง(เป็นไปตามหลักชะรีอะฮฺ-แปล)
ข้อสาม คำสั่งนั้นจะต้องไม่สร้างความเสียหายหรือส่งผลเสียแก่ลูก

ทั้งนี้และทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับในแต่ละเหตุการณ์ด้วยดังที่ชัยคุลอิสลาม อิบนุตัยมียะฮฺ ได้กล่าวว่า

وَيَلْزَمُ الْإِنْسَانَ طَاعَةُ وَالِدِيهِ فِي غَيْرِ الْمَعْصِيَةِ وَإِنْ كَانَا فَاسِقَيْنِ، وَهُوَ ظَاهِرُ إطْلَاقِ أَحْمَدَ، وَهَذَا فِيمَا فِيهِ مَنْفَعَةٌ لَهُمَا وَلَا ضَرَرَ، فَإِنْ شَقَّ عَلَيْهِ وَلَمْ يَضُرَّهُ وَجَبَ وَإِلَّا فَلَا

ความว่า จำเป็นที่บรรดามนุษย์จะต้องเชื่อฟังบิดามารดาของเขาในเรื่องที่ไม่ใช่ความชั่วแม้ว่าทั้งสองนั้นจะเป็นคนชั่วก็ตามนี่คือสิ่งที่ปรากฎจากอิหม่ามอะฮฺหมัดแบบกว้างๆ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการเกิดผลประโยชน์ต่อท่านทั้งสอง และไม่สร้างความเสียหาย แต่ถ้าหากมันทำให้เขาลำบากแต่ยังไม่เป็นอันตรายก็จำเป็นจะต้องเชื่อฟังถ้าหากไม่เป็นเช่นนั้น(คือมีอันตรายเกิดขึ้น) ก็ไม่จำเป็นต้องเชื่อฟัง[4]

والله أعلم
___________________
[1] ซุเราะฮฺ ลุกมาน อายะฮ์ที่ 15
[2] ตัรญะมะฮฺอัลมุคตะศอรฟีตัฟซีริลกุรอานิลกะรีม ฉบับแปลไทย
มูลนิธิปัญความรู้ ในซุเราะฮฺ ลุกมาน อายะฮ์ที่ 15 (ในหนังสือไม่มีเลขหน้าบอก)
[3] ชัยคฺชุอัยบฺอัลอัรนาอูด ใน ตัครีจซียัรอะอลา อันนุบะลาอ ระบุว่า ศ่อเฮี๊ยะฮฺ
[4] ชัยคุลอิสลามอิบนุตัยมียะฮฺ อัลฟะตะวาอัลกุบรอ ตะฮฺกีก(ตรวจทาน) ตะอฺลีก(อรรถะ) ตักดีม(เขียนคำนำ) โดย มุฮัมมัดอับดุลกอดิร อัฏฏอ และ มุศฏอฟาอับดุลกอดิรอัฏฏอ สำนักพิมพ์กุตุบุลอิลมิยะฮฺ
บัยรูต เลบานอน เล่มที่ 5 หน้าที่ 381
__________
เว็บไซด์อ้างอิงเพิ่มเติม
https://www.islamweb.net/ar/fatwa/302125/%D8%AD%D8%AF%D9%88%D8%AF-%D9%88%D8%AC%D9%88%D8%A8-%D8%B7%D8%A7%D8%B9%D8%A9-%D8%A7%D9%84%D9%88%D8%A7%D9%84%D8%AF%D9%8A%D9%86

#ขอบเขตของการเชื่อฟังบิดาและมารดา #บทความ #ศาสนาอิสลาม #มุสลิม #ซะลาฟีย์ #แนวทางสลัฟ

ที่อยู่

Pattani
94000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Talib Clubผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง Talib Club:

แชร์