31/10/2025
มุมมองสะท้อนจากตัวแทน PHOS Junior👍🏻🌟 Nureeta Musor
“ตอนเด็ก ๆ หนูเคยเอาบุหรี่ของพ่อไปซ่อน เพราะที่โรงเรียนสอนว่าบุหรี่มีโทษต่อร่างกาย แต่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ บุหรี่กลับเป็นสิ่งที่สะท้อน “ความเป็นชาย” อย่างเวลาไปร้านน้ำชา เราจะเห็นผู้ชายสูบบุหรี่กันแทบทุกคน จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมในพื้นที่นี้ไปแล้ว
แต่หนูยังโชคดี เพราะพอเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น พ่อก็เลิกสูบบุหรี่จากเหตุผลด้านสุขภาพ เรื่องนี้จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้หนูสนใจเรื่องสุขภาพ
อีกเหตุผลหนึ่งคือเรื่อง “ความเหลื่อมล้ำ” เพราะในสามจังหวัดชายแดนใต้ การเข้าถึงการรักษายังเป็นเรื่องยาก ทั้งระยะทางที่ไกล โรงพยาบาลก็ไม่ใหญ่ รอคิวก็นาน แถมโรคบางอย่างก็รักษาไม่ได้ในพื้นที่ หลายคนเลยต้องซื้อยากินเองแบบไม่แน่ใจว่าถูกไหม กว่าจะได้ไปหาหมอที่ตัวเมือง ร่างกายก็ป่วยหนักขึ้นแล้ว มันน่าเจ็บปวดนะ..ที่สุขภาพของคนบ้านเราต้องขึ้นอยู่กับ “โอกาส” ดังนั้นพอหนูเห็นคำว่า “ความเป็นธรรมทางสุขภาพ” ของโครงการฯ นี้ หนูเลยชอบคำนี้มาก ๆ เพราะมันคือสิ่งที่สะท้อนภาพชีวิตของคนในพื้นที่ที่หนูเติบโตมาจริง ๆ “ น้องตากล่าว
จากวันที่ซ่อนบุหรี่ของพ่อ จนถึงวันที่เห็นความลำบากในการเข้าถึงการรักษาของคนในชุมชน “ตา” ค่อย ๆ เข้าใจว่า สุขภาพไม่ใช่แค่เรื่องของโรค แต่คือเรื่องของความไม่เท่าเทียมที่เธออยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง ด้วยเหตุนี้ เธอจึงคว้าทุกโอกาสที่จะสามารถยกระดับสุขภาพของคนในชุมชนได้ จนได้เข้าร่วม โครงการสานพลังสู่เครือข่ายนักนวัตกรรมสร้างความเป็นธรรมทางสุขภาพ ในนาม “กลุ่ม PHOS Junior” นั่นเอง
“หนูเข้าใจดีว่า บุหรี่มีความเกี่ยวโยงกับวัฒนธรรมของคนสามจังหวัด มันเป็นการแสดงออกในกลุ่มผู้ชาย แต่หลังจากที่เราได้ Workshop และได้เรียนรู้เรื่อง ‘พื้นที่ปลอดภัย’ มันทำให้เรามองการขับเคลื่อนเรื่องบุหรี่ในมุมใหม่ เพราะที่ผ่านมามักจะเป็นการสื่อสารแบบ ‘สั่งสอน’ แต่หากเรามองลึกลงไปในจิตใจของคนสูบ จะพบว่าพวกเขาอาจมีความเครียดบางอย่าง ทำให้ต้องพึ่งพาบุหรี่
เพราะฉะนั้น กลุ่มของเราเลยตั้งใจสร้าง ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ที่ทำให้คนกลุ่มนี้รู้สึกสบายใจที่จะเข้ามามีส่วนร่วม พร้อมทั้งขยายมุมมองเรื่องสุขภาพให้กว้างขึ้น เพื่อให้พวกเขาเข้าใจการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ที่ไม่จำกัดอยู่แค่เรื่องบุหรี่” น้องตากล่าว
ณ ตอนนี้ ตาและกลุ่มของเธอได้ทำการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับคนในชุมชนไปแล้ว กับกิจกรรม ‘คลินิกรักสุขภาพเคลื่อนที่’ โดยเป็นการออกตรวจสุขภาพกายและสุขภาพจิตของคนในชุมชมบ้านตาซา พร้อมกับคัดกรองกลุ่มเป้าหมายไปในตัว จนได้กลุ่มเป้าหมายมาทั้งหมด 20 คน แบ่งเป็นผู้สูบ 10 คน และไม่สูบ 10 คน วัยตั้งแต่ 18-65 ปี ซึ่งเธอบอกกับเราว่า ที่เลือกทำงานกับคนหลายช่วงอายุ เพราะต้องการเห็นมุมมองเรื่องสุขภาพของคนแต่ละวัย เพื่อที่จะสื่อสารได้อย่างครอบคลุม
“พวกเราคุยกันในกลุ่มว่า เราไม่ได้คาดหวังให้ทุกคนต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างชัดเจน แต่หวังเพียงให้เขารับรู้ถึงการมีพื้นที่ปลอดภัย และเข้าใจการดูแลสุขภาพของตัวเอง เพราะเมื่อเขาเริ่มเข้าใจสิ่งเหล่านี้ ไม่นานเขาจะค่อย ๆ ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงบางอย่างจากการเห็นคุณค่าในตัวเอง โดยไม่ต้องมีใครมาบังคับหรือกดดัน และแม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย แต่นั่นก็มีค่ามาก ทั้งสำหรับพวกเขา และสำหรับคนทำงานอย่างเรา เพราะเราเชื่อว่าการทำงานของเรา จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในอนาคตได้” น้องตากล่าว
สำหรับตา เธอคือหญิงสาวที่เพิ่งเรียนจบที่วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดยะลา ที่แบกเอาความฝันและความหวังในการเห็นผู้คนในพื้นที่ของเธอ ลุกขึ้นมาดูแลสุขภาพของตนเอง และเข้าใจถึงความเสี่ยงจากสิ่งต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยในฐานะของนักนวัตกรรมสุขภาพ เธอต้องการนำเอาองค์ความรู้ที่ได้จากโครงการฯ ไปต่อยอดและออกแบบเป็นนวัตกรรมทางความคิด เพื่อสื่อสารและขับเคลื่อนงานด้านสุขภาพต่อไปในอนาคต
“หนูมองว่า การกำหนดนโยบายสุขภาพในปัจจุบันไม่ได้คำนึงถึงความแตกต่างของผู้คนในแต่ละพื้นที่ เพราะคนทุกคนแบกรับปัญหาต่างกัน ไม่ว่าจะเรื่องเศรษฐกิจหรือสุขภาพ แต่กลายเป็นว่านโยบายสุขภาพกลับมาจากคนที่ไม่เข้าใจบริบทสังคมเรา ดังนั้นมันคงจะดีกว่า ถ้าผู้คนในแต่ละพื้นที่มีสิทธิ์มีเสียงในการกำหนดความต้องการ และสะท้อนปัญหาที่พื้นที่ตัวเองพบเจอ เพื่อกำหนดออกมาเป็นนโยบายสุขภาพที่เหมาะสมกับคนในพื้นที่ของเรา” น้องตาทิ้งท้าย
มาร่วมเป็นกำลังใจให้น้องตาและกลุ่มของเธอ สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มั่นคง ปลอดภัย และเท่าเทียมกันได้ในพื้นที่
#มูลนิธิโกมลคีมทอง #สสส #สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ #นักนวัตกรรมรุ่นที่2 #โครงการสานพลังสู่เครือข่ายนักนวัตกรรมสร้างความเป็นธรรมทางสุขภาพ #นักนวัตกรรมสุขภาพ
--------------
ขอบคุณเรื่องราวจาก ตา นูรีตา มูซอ
--------------