มูลนิธิเมล็ดฝัน タイ公益法人『マレットファン(夢のたね)』

มูลนิธิเมล็ดฝัน タイ公益法人『マレットファン(夢のたね)』 สนับสนุนด้านการศึกษาให้เด็กและครอบครัวได้สนุกและเรียนรู้ไปด้วยกัน 研修プロジェクト、手づくり図書館プロジェクト、交流コーディネートプロジェクト、3つを柱に活動します。

📚  นิทรรศการหนังสือภาพที่โรงเรียนทอรัก จ.สมุทรปราการバンコク近郊でえほん展および洪水の近況について(日本語は下部へ)ก่อนอื่น ช่วงนี้หลายพื้นที่ในกรุงเทพ...
02/10/2026

📚 นิทรรศการหนังสือภาพที่โรงเรียนทอรัก จ.สมุทรปราการ
バンコク近郊でえほん展および洪水の近況について(日本語は下部へ)

ก่อนอื่น ช่วงนี้หลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงยังได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำท่วม
ขอส่งความห่วงใยไปถึงทุกครอบครัว ทุกโรงเรียน และทุกชุมชนที่กำลังได้รับผลกระทบนะคะ

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา มูลนิธิเมล็ดฝันมีโอกาสไปจัดกิจกรรมที่ “โรงเรียนทอรัก” จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นโรงเรียนทางเลือกที่เปิดตั้งแต่ระดับ Nursery จนถึงประถมศึกษาปีที่ 6

ปีนี้โรงเรียนทอรักก้าวเข้าสู่ปีที่ 30 แล้วค่ะ

คุณครูเนตร ผู้อำนวยการโรงเรียน เล่าให้เราฟังว่า ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งโรงเรียน หนังสือภาพและนิทานเป็นส่วนสำคัญของการเรียนรู้มาโดยตลอด
แม้เด็กจะโตขึ้นจนถึงระดับประถมปลาย โรงเรียนก็ยังให้ความสำคัญกับการพบหนังสือ เพราะหนังสือสามารถเปิดพื้นที่ให้เด็กคิด จินตนาการ ตั้งคำถาม และแสดงออกในแบบของตนเองได้

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่โรงเรียนชวนมูลนิธิเมล็ดฝันมาร่วมกิจกรรมในงาน Tourk Day Camp ตอน "กาลครั้งหนึ่ง...นิทานนานมา ณ ลานฮิโรบะ"
เราเริ่มพูดคุยและเตรียมงานร่วมกันมาตั้งแต่ประมาณหนึ่งเดือนก่อน

ช่วงก่อนวันงานมีฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ จนช่วงต้นสัปดาห์ต้องมีการหยุดเรียนเป็นกรณีพิเศษ
พวกเราจึงกังวลอยู่เหมือนกันว่า กิจกรรมจะสามารถจัดได้หรือไม่

แต่ทางโรงเรียนตัดสินใจเดินหน้าตามกำหนด เพราะอยากรักษาโอกาสในการเรียนรู้ของเด็ก ๆ ไว้

และเช้าวันนั้น ท้องฟ้ากลับสดใสมากค่ะ ☀️
จากสำนักงานเมล็ดฝันที่นนทบุรี ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมง และเดินทางได้อย่างราบรื่นกว่าที่คิด

📖 เวลา 09.00–12.00 น. เด็กระดับ Nursery และอนุบาลประมาณ 80 คน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้เข้ามาใช้เวลากับหนังสือกลุ่มละประมาณ 1 ชั่วโมง

โรงเรียนเตรียมพื้นที่กว้างมากให้เรา
ทำให้สามารถวางหนังสือภาพและหนังสือภาพถ่ายมากกว่า 300 เล่ม โดยหันหน้าปกออกให้เด็กมองเห็นได้ทั่วทั้งห้อง

เด็กวัย 2–3 ขวบ บางคนนั่งดูหนังสือคนเดียวเงียบ ๆ
บางคนดูไปพร้อมกับคุณครู
แต่ละคนใช้เวลาในจังหวะของตัวเองอย่างสบาย ๆ

ส่วนเด็กวัย 4–6 ขวบ หลังจากฟังนิทานและแนะนำหนังสือจากทีมเมล็ดฝันเสร็จแล้ว
หลายคนก็รีบวิ่งไปหาหนังสือที่ตัวเองหมายตาไว้ทันที 😊

บางคนเจอหน้าที่ชอบก็รีบเรียกเพื่อนมาดู
บางคนก้มไปดูหนังสือที่เพื่อนกำลังเปิด
บางกลุ่มนั่งหัวเราะไปด้วยกันกับหนังสือเล่มเดียว

เสียงคุย เสียงหัวเราะ และการเดินเลือกหนังสือเกิดขึ้นทั่วพื้นที่

สิ่งที่เรารู้สึกมากในวันนั้น คือ
แม้เด็ก ๆ ในโรงเรียนทอรักจะมีโอกาสพบหนังสืออยู่แล้วในชีวิตประจำวัน
แต่การได้อยู่ในพื้นที่กว้าง ๆ ที่มีหนังสือมากมายหันหน้าปกมาหาตัวเอง
และมีเวลาที่สามารถเลือกได้อย่างอิสระว่า

“อยากดูเล่มไหน”
“อยากนั่งตรงไหน”
“อยากดูคนเดียว หรืออยากดูกับเพื่อน”

ก็ยังสร้างความตื่นเต้นและการค้นพบใหม่ ๆ ให้กับเด็กได้เสมอ

🌱 จากการพูดคุยกับคุณครูเนตรและคุณครูลักษณ์ และจากบรรยากาศที่เราได้เห็น
เรารู้สึกว่าโรงเรียนให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่เด็กได้ค่อย ๆ รู้จักตัวเอง ได้เลือก ได้ลอง และเรียนรู้จากความสนใจและประสบการณ์ของตนเอง

บทบาทของผู้ใหญ่จึงไม่ใช่เพียงการบอกว่าเด็กควรเรียนอะไร
แต่คือการช่วยเตรียมพื้นที่ เวลา และโอกาส เพื่อให้เด็กได้ค้นพบและขยายการเรียนรู้ของตัวเอง

สิ่งนี้เป็นมุมมองที่ใกล้กับสิ่งที่มูลนิธิเมล็ดฝันให้ความสำคัญมาโดยตลอดค่ะ

การเห็นเด็กเลือกหนังสือเอง
จดจ่อกับสิ่งที่สนใจ
หัวเราะกับเพื่อน
หรืออยู่เงียบ ๆ กับหนังสือหนึ่งเล่ม

ภาพเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะมีหนังสือจำนวนมากเพียงอย่างเดียว

แต่เกิดขึ้นได้ เพราะมีผู้ใหญ่ที่เข้าใจว่า
เด็กควรมีเวลาและพื้นที่ในการเลือกด้วยตัวเอง

ครั้งนี้ แม้อยู่ในช่วงที่หลายพื้นที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วม
คุณครูทุกท่านยังให้ความสำคัญกับการรักษาโอกาสในการเรียนรู้ของเด็ก และช่วยกันทำให้กิจกรรมเกิดขึ้นได้

มูลนิธิเมล็ดฝันรู้สึกขอบคุณมากค่ะ

ขอบคุณคุณครูเนตร คณะผู้บริหาร คุณครูและเจ้าหน้าที่โรงเรียนทอรัก
ขอขอบคุณครูลักษณ์เป็นพิเศษ ที่ช่วยประสานงานรายละเอียดต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด ทั้งก่อนวันงานและตลอดกิจกรรมในวันจริง
ด้วยการเตรียมพื้นที่ ตารางเวลา และดูแลเด็ก ๆ อย่างละเอียด ทำให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นมากค่ะ
ขอบคุณคุณครูทุกท่านที่ช่วยดูแลเด็ก ๆ และช่วยเหลือเมล็ดฝันในทุกทาง
และขอบคุณเด็ก ๆ ทุกคนที่สนุกกับหนังสือไปกับพวกเรานะคะ

ดีใจที่ได้มาบ้านทอรัก ทั้งบรรยากาศ ใบหน้า น้ำเสียง ของทุกท่านที่พบเจอ อบอุ่นมาก ๆ เป็นโรงเรียนที่เข้าใจจังหวะเด็ก และเน้นเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ดี โดยให้ความสำคัญกับบุคลากรมาก ๆ
ทีมเมล็ดฝันก็ได้ศึกษาเรียนรู้เรื่องการศึกษาไทย การศึกษาทางเลือก และการให้ความสำคัญกับเด็กมากขึ้นด้วยค่ะ ต้องขอขอบพระคุณมาก ๆ จริง ๆ

หวังว่าจะมีโอกาสที่เราได้กลับไปพบกันอีกครั้งนะคะ 📚🌱

▫️ ขอขอบคุณภาพถ่ายจากทางโรงเรียนค่ะ

#มูลนิธิเมล็ดฝัน
#โรงเรียนทอรัก
#หนังสือภาพ

📚 一冊の絵本を、何度もひらく
― トーラックスクールでのえほん展から ―

🌧️ タイの洪水について、近況のご報告

日本の皆さまから、タイの洪水についてご心配のご連絡をいただいています。
気にかけてくださり、本当にありがとうございます。

バンコク周辺では水が引き始めた地域もある一方、現在も浸水が残り、復旧作業が続いている地域があります。また、ノンタブリーやサムットプラカーンを含むチャオプラヤー川沿いでは、引き続き水位や高潮への注意が呼びかけられています。

私たちがこれまで活動を通してつながってきた方々の地域にも、大きな影響を受けているところがあり、引き続き状況を気にかけながら過ごしています。

そのような中でも、学校や地域では、できる範囲で子どもたちの日常や学びの時間を守ろうとする活動が続いています。

🌱バンコク近郊の幼稚園でえほん展

10月1日には、サムットプラカーン県のオルタナティブスクール「トーラック」を訪問し、予定していたえほん展を行うことができました。

今回は、そこで出会った一人の5歳の男の子と、一冊の絵本のお話をご紹介したいと思います。

学校の読書週間に合わせて声をかけていただき、300冊を超える絵本や写真集を、広い空間に表紙が見えるように並べました。

スタッフによる読み語りのあとは、子どもたちが自由に本と過ごす時間です。

その中で、5歳の男の子が一冊の写真絵本を持ってきて、私の隣に座りました。

『うちにあかちゃんがくるの』(ポプラ社)。

最初はひとりで、じっくり最後のページまで見ていました。

読み終わったので、
「次の本を探しに行くのかな」
と思っていると、また最初から同じ本を開き始めました。

「何の本かな?」

そう尋ねてきたので、そちらを見ると、生まれたばかりの赤ちゃんを抱くお母さんと、そのそばで見守るお姉ちゃんの写真がありました。

「弟が生まれたんだね」

「そっか……」

そこから、もう一度、一緒に最初から見ることになりました。

大きなお腹のお母さん。
もうすぐきょうだいができることを心待ちにしている、小さなお姉ちゃん。

ページを進めるたびに、
「これは?」
と聞いてくれます。

一緒に最後まで見終わると、今度は立ち上がって別の本を探しに行きました。

そして戻ってきて、

「こういう絵本、ほかにあるかな?」

「うーん、赤ちゃんの本、ほかにはないなあ」

「そっか」

また座って、同じ本を開きました。

「ぼく、日本語がまだ読めないんだよね……」

そう言いながら、写真をじっと見つめています。

また一緒にゆっくり見て、もう一回。

ほかの子どもたちが近くに来たり、時々一緒にページをのぞいたりする中でも、彼は20分ほど、ずっとこの一冊の本のそばにいました。

開いたり、戻ったり。
少し飛ばしたり、閉じたり。
私に話しかけたり、またひとりで眺めたり。

そして、最後の方で一緒に見ていた時、

「ぼくにも、いもうといるんだよ」

と話してくれました。

とても大切なことを、そっと教えてくれるような言い方でした。

その時、彼にとってこの本は、ただ「書かれていることを理解する本」ではなかったんだなと思いました。

自分の経験と重ねながら見たり、
もう一度確かめたり、
前とは違うことに気づいたり。

一冊の本を、自分のタイミングで何度も開く時間には、そんなことも起きるのだと、あらためて気づかされました。

📖 同じ場所で、それぞれ違う楽しみ方を

会場には、ほかにもいろいろな子どもの姿がありました。

何冊も並べて次々に見る子。
長い時間をかけて一冊を選ぶ子。
少しドキドキしながらページを開く子。
友だちと一緒に笑いながら見る子。
先生のそばで静かに眺める子。

同じ空間にいても、楽しみ方はみんな違います。

それでも最後には、それぞれが満足そうな顔をしていました。

活動の終わりのあいさつでは、
「お腹すいたー!」
という声も聞こえてきて、思わず笑ってしまいました。

自分の好きなように本を選び、
自分のペースで過ごし、
誰かと一緒に見ることも、ひとりで見ることもできる。

「違う楽しみ方だったけれど、みんな楽しかった」

そんな時間を、同じ場所で共有できること。

それが、マレットファンがえほん展で大切にしたいことの一つなのだと思います。

本との出会いは、何冊読んだか、どこまで理解したかだけでは測れません。

一冊の本が、ふと自分の経験とつながること。
また見たいと思うこと。
誰かに話したくなること。

そんな小さな出来事が、子どもの中に残っていく。

今回もまた、子どもたちの姿から教えてもらいました。

この時間をつくるために、約1か月前から丁寧に調整してくださったラック先生、ネート校長先生をはじめ、トーラックスクールの先生方に心より感謝いたします。

ดีใจที่ได้เจอกัน @เชียงใหม่日本視察研修でつながった皆さんと!(日本語は下部へ)ทีมเมล็ดฝันมีโอกาสขึ้นไปจัดกิจกรรมที่เชียงใหม่ จึงนัดติดต่อกับผู้ที...
25/09/2026

ดีใจที่ได้เจอกัน @เชียงใหม่
日本視察研修でつながった皆さんと!(日本語は下部へ)

ทีมเมล็ดฝันมีโอกาสขึ้นไปจัดกิจกรรมที่เชียงใหม่ จึงนัดติดต่อกับผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น เรื่องห้องสมุด และผู้ที่กำลังจะไปปีนี้ในเรื่องการศึกษา ได้มาพบเจอพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ตั้งแต่รุ่น 1 ถึงรุ่น 3

เราได้ทานข้าว พูดคุยถึงความฝัน แรงบันดาลใจหลังจากกลับมาจากญี่ปุ่น

ทุกคนที่ไปบอกว่า ดีนะที่ตัดสินใจไป เปิดโลก มุมมอง วิธีคิดและยังมีเพื่อนมิตรภาพดี ๆ ที่คุยและเข้าใจกัน

พี่แอม รุ่น 1 : ฝ่ายสนับสนุนผู้คนที่ทำพื้นที่เล็ก ๆ ไปช่วยและแชร์หนังสือให้เด็ก ๆ ใส่ตะกร้าไปสวนสาธารณะ

พี่กุ้ง รุ่น3 : อยากทำห้องสมุดเคลื่อนที่ พาหนังสือไปหาเด็ก ตอนนี้วางแผนซื้อรถและจัดกิจกรรมเล็ก ๆ ที่บ้านอ.แม่ริม

คุณอาเซอร์ รุ่น 3 : นำไอเดียมาสอนเด็ก ๆ ที่โบสถ์ในวันอาทิตย์ เปิดมุมนิทานเล็ก ๆ ที่ห้องครัวดูกับหลาน

น้องอันนา รุ่น 3 : เพิ่งเรียนจบ ไปหาแรงบันดาลใจ กลับมาได้อะไรมากกว่าที่คิด คอยสนับสนุนกิจกรรมสำหรับเด็ก

อ.น้ำผึ้ง มช. จะไปการศึกษา รุ่น 6 : ยังไม่ได้ไป แต่เป็นโอกาสที่ดีมากที่ได้เจอทุกคน สนใจทำพื้นที่ ตอนนี้ทำห้องสมุดเล็ก ๆ ที่บ้าน และอยากเปิดศูนย์การเรียน

ทุกคนบอกว่า ดีนะที่ได้เจอกัน มิตรภาพดี ๆ และพร้อมสนับสนุนเมล็ดฝัน สาขาเชียงใหม่ 😄

ขอบคุณทุกท่านมาก ๆ ที่มาเจอและแลกเปลี่ยนกัน เป็นมิตรภาพที่ดี โอกาสที่ดีที่เรามาทบทวนความฝันของเรา ร่วมมือกันและอาจจะมีกิจกรรมร่วมกันในพื้นที่เชียงใหม่

ไว้พบกันและทำกิจกรรมด้วยกัน ส่งพลังและแรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ และชาวเชียงใหม่ด้วยกันสักครั้งค่ะ

เมล็ดฝัน x ทีมเชียงใหม่

🌱 チェンマイで、また新しいつながりが生まれました
― 日本視察研修に参加された皆さんとの再会 ―

マレットファンがチェンマイで活動を行う機会に合わせて、これまで日本での視察研修に参加してくださった方々、そして今年これから参加予定の方々に声をかけ、久しぶりに集まる時間を持ちました。

今回集まってくださったのは、日本で「図書館・子どもの読書環境づくり」を学ばれた方々、そして今年「保育・教育環境を学ぶ視察研修」に参加予定の方です。

初めて顔を合わせる方もいましたが、不思議なほどすぐに打ち解けました。

「子どもが自由に本と出会える場所をつくりたい」
「親子が安心して過ごせる場所を、チェンマイにも増やしたい」
「日本で見た場や人のあり方から、希望をもらった」

そんな思いをそれぞれが持っていて、話し始めると、まるで以前からの仲間のような親しさを感じました。

食事をしながら、日本での視察後に心に残っていること、帰国後に始めた小さな実践、これからやってみたいことを話し合いました。

参加された皆さんが口をそろえて話していたのは、

「行ってよかった」
「世界が広がった」
「ものの見方や考え方が変わった」
「同じ思いを持つ仲間に出会えたことが大きかった」

ということでした。

第1回の図書館研修に参加されたエムさんは、子どものための小さな場づくりをしている人を応援したいと、本を持って公園へ出かけ、子どもたちに本を届ける活動をされています。

第3回に参加されたクンさんは、大阪で視察した移動図書館車のように、本を子どもたちの近くへ届ける活動をしたいと考え、現在、車の購入や市内の自宅での小さな活動を計画されています。

同じく第3回に参加されたアーサーさんは、日曜日に教会で子どもたちと関わる中で、日本で得たアイデアを生かし、小さなおはなしコーナーを開いたり、ご家庭でも姪御さんと絵本を楽しむ時間をつくっておられます。

アンナーさんは、大学卒業後に参加した研修で想像以上に多くの刺激を受け、現在も子どもの活動を支える立場で関わり続けてくださっています。

そして、今年の保育・教育環境を学ぶ視察研修に参加予定のチェンマイ大学のナムプン先生は、これから日本へ行く前に、すでにこうした仲間と出会えたことをとても喜んでくださいました。ご自身も自宅で小さな図書スペースをつくっておられ、将来的には学びの場を開きたいという思いを持っておられます。

話していて感じたのは、日本での視察研修は、単に「日本のよい事例を見る」だけの時間ではなかったということです。

それぞれの人が、日本で見た場や人との出会いを、自分の地域に持ち帰り、今いる場所で何ができるかを考え続けている。
そして、その思いが少しずつ形になり始めている。

そのことが、とても嬉しく、心強く感じられました。

これはまさにマレットファンが願っていたことです。
日本で見たこと、感じたこと、出会った人とのつながりを、それぞれの地域の子どもたちのための実践につなげていくこと。
そして、その人たち同士が出会い、励まし合い、また新しい活動を生み出していくこと。

今回のチェンマイでの集まりは、まさにその小さな始まりのような時間でした。

タイ最大の地方都市でもあるチェンマイで、子どもと本、親子の時間、地域の学びの場を大切に思う人たちがつながり始めています。

これから、マレットファンと「チェンマイチーム」で、一緒に小さなイベントを行う計画も少しずつ話し始めています。

子どもたちに、本と出会う楽しさを。
親子に、安心して過ごせる時間を。
そして、地域で活動する人たちに、仲間がいるという心強さを。

またチェンマイで、皆さんと一緒に活動できる日を楽しみにしています。

マレットファン × チェンマイチーム
これから少しずつ、動き出します。

📣 แจ้งกำหนดการเดินทางไปญี่ปุ่นของมูลนิธิเมล็ดฝัน  ระหว่างวันที่ 18 ตุลาคม – 5 ธันวาคม 2569ช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคมนี้ ม...
23/09/2026

📣 แจ้งกำหนดการเดินทางไปญี่ปุ่นของมูลนิธิเมล็ดฝัน
ระหว่างวันที่ 18 ตุลาคม – 5 ธันวาคม 2569

ช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคมนี้ มูลนิธิเมล็ดฝันจะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น เพื่อดำเนินกิจกรรม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และพัฒนาคุณภาพการทำงานของเราให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นค่ะ

การเดินทางครั้งนี้มีทั้ง

🔸 โปรแกรมศึกษาดูงานด้านการสนับสนุนเด็กที่มีความต้องการพิเศษ และการอยู่ร่วมกันในสังคม
🔸 โปรแกรมศึกษาดูงานด้านสิ่งแวดล้อมการดูแลเด็ก การศึกษา และการเรียนรู้
🔸 กิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในโรงเรียนญี่ปุ่น
🔸 กิจกรรมพหุวัฒนธรรมเกี่ยวกับหนังสือภาพ ภาษา และการเล่น ที่ห้องสมุดเมืองโอซาก้า
🔸 การพบปะ แลกเปลี่ยน และเรียนรู้กับผู้ทำงานด้านเด็ก หนังสือ ห้องสมุด และการศึกษาในประเทศญี่ปุ่น

สำหรับเมล็ดฝัน การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการจัดโปรแกรมศึกษาดูงานเท่านั้น
แต่ยังเป็นช่วงเวลาสำคัญในการเรียนรู้จากพื้นที่จริง พบผู้คนใหม่ ๆ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และนำสิ่งที่ได้กลับมาต่อยอดกิจกรรมในประเทศไทยต่อไปค่ะ

เราหวังว่าการเดินทางครั้งนี้จะช่วยให้เมล็ดฝันได้มองเห็นแนวทางใหม่ ๆ ในการสร้างพื้นที่ที่เด็ก ๆ ได้พบหนังสือ การเล่น การเรียนรู้ และผู้ใหญ่ที่เข้าใจเด็กมากขึ้น

🙏 แจ้งเรื่องกิจกรรมในประเทศไทยและการสั่งชั้นวางหนังสือ

ในช่วงที่มูลนิธิเมล็ดฝันเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น
เราจะไม่สามารถรับจัดกิจกรรมในประเทศไทย หรือรับออร์เดอร์ชั้นวางหนังสือหน้าปกได้ชั่วคราว

หากโรงเรียน ห้องสมุด หรือครอบครัวใดต้องการชั้นวางหนังสือในช่วงเวลาดังกล่าว
รบกวนติดต่อมาล่วงหน้านะคะ

หากแจ้งภายในวันที่ 12 ตุลาคม
เราจะพยายามจัดเตรียมและส่งมอบให้ก่อนเดินทางไปญี่ปุ่น

หลังจากนั้น จะสามารถส่งมอบได้อีกครั้งภายในเดือนธันวาคมค่ะ

📚 กิจกรรมสาธารณะก่อนและหลังการเดินทาง

ก่อนเดินทางและหลังกลับจากญี่ปุ่น เมล็ดฝันยังมีกิจกรรมที่เปิดให้เข้าร่วมดังนี้ค่ะ

🗓 วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม
📍 JUNBI Taekwondo School กรุงเทพฯ
หัวข้อ: การสร้างโอกาสให้เด็กได้พบหนังสือ
กิจกรรมสัมมนาสำหรับผู้ใหญ่ ผู้ปกครอง ครู และผู้สนใจงานเด็กกับหนังสือ

🗓 วันเสาร์ที่ 12 – วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม
📍 อาคารไปรษณีย์กลาง กรุงเทพฯ
มูลนิธิเมล็ดฝันจะร่วมจัดนิทรรศการหนังสือภาพในงานเทศกาลหนังสือภาพเพื่อเด็ก
เปิดสำหรับเด็ก ครอบครัว และผู้ใหญ่ที่สนใจ

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกิจกรรมของมูลนิธิเมล็ดฝันเสมอมาค่ะ

เราจะนำประสบการณ์และพลังใจจากการเดินทางครั้งนี้กลับมาต่อยอด เพื่อสร้างพื้นที่ที่เด็ก ๆ ได้พบหนังสือ การเล่น และการเรียนรู้อย่างมีความสุขต่อไปค่ะ

#มูลนิธิเมล็ดฝัน
#แลกเปลี่ยนเรียนรู้ไทยญี่ปุ่น

📚 50 นาทีกับหนังสือ ที่ยังคงอยู่ในใจ― นิทรรศการหนังสือภาพ ณ โรงเรียนสารสาสน์วิเทศเชียงใหม่ ―チェンマイ市立校でえほん展!(日本語は下部へ) วันท...
22/09/2026

📚 50 นาทีกับหนังสือ ที่ยังคงอยู่ในใจ
― นิทรรศการหนังสือภาพ ณ โรงเรียนสารสาสน์วิเทศเชียงใหม่ ―
チェンマイ市立校でえほん展!(日本語は下部へ)

วันที่ 17–18 กันยายนที่ผ่านมา มูลนิธิเมล็ดฝันได้จัด “นิทรรศการหนังสือภาพ” ณ โรงเรียนสารสาสน์วิเทศเชียงใหม่

โรงเรียนสารสาสน์เป็นโรงเรียนเอกชนที่มีประวัติยาวนาน และมีโรงเรียนในเครือ 54 แห่งทั่วประเทศไทย
ครั้งนี้มีเด็ก ๆ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1–6 เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 600 คน

ภายในห้องเรียนของโรงเรียนมีมุมหนังสือ และมีห้องสมุดซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุง เด็ก ๆ จึงมีโอกาสได้สัมผัสหนังสืออยู่แล้วในชีวิตประจำวัน

แต่สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ เราอยากลองสร้างพื้นที่อีกแบบหนึ่งขึ้นมา

พื้นที่กว้าง ๆ ที่มีหนังสือภาพและหนังสือภาพถ่ายหลากหลายเล่มวางให้เห็นหน้าปก
พื้นที่ที่เด็ก ๆ สามารถเลือกหนังสือด้วยตัวเอง
จะนั่ง จะนอนอ่าน หรือจะเปิดดูไปพร้อมกับเพื่อนก็ได้ 📖

เด็กบางคนนั่งอ่านเงียบ ๆ คนเดียว
บางคนหัวเราะไปกับเพื่อน
บางคนเรียกเพื่อนว่า “ดูนี่สิ!”
บางคนมองภาพทิวทัศน์สวย ๆ อยู่นาน
บางคนหัวเราะกับไอเดียสนุก ๆ ในหนังสือ
บางคนบอกว่า “หนังสืออะไรแปลกจัง!” แต่ก็ยังเปิดดูซ้ำแล้วซ้ำอีก
และบางคนก็นั่งเบียดกันเพื่อดูหนังสือเล่มเดียวกัน

เมื่อมองดูเด็ก ๆ เหล่านั้น เรารู้สึกว่าเด็กแต่ละคนกำลังได้พบกับความรู้สึกที่แตกต่างกันผ่านหนังสือ

⏳ เวลาที่เด็กแต่ละห้องได้อยู่ในพื้นที่นี้มีเพียงประมาณ 50 นาที

เมื่อหมดเวลา หนังสือก็ถูกเก็บ และพื้นที่ก็กลับคืนสู่สภาพเดิม

เพราะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ กิจกรรมแบบนี้อาจทำให้มองจากภายนอกแล้วรู้สึกว่า ผลที่เกิดขึ้นนั้นมองเห็นได้ไม่ชัดเจนนัก

แต่เราเชื่อว่า แม้จะเป็นเวลาเพียงสั้น ๆ การที่เด็กได้เลือกหนังสือด้วยตัวเอง ได้หัวเราะ ได้ประหลาดใจไปกับเพื่อน และได้พบหนังสือที่ทำให้รู้สึกว่า “อยากดูอีกครั้ง” เป็นประสบการณ์ที่สามารถอยู่กับเด็กไปได้นานกว่าช่วงเวลาที่กิจกรรมจัดขึ้น

“หนังสือสนุกจัง”
“ดูด้วยกันกับเพื่อนแล้วสนุกกว่าเดิม”
“มีโลกแบบนี้อยู่ด้วยเหรอ”
“อยากดูอีก”

ความรู้สึกเล็ก ๆ เหล่านี้ อาจกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้เด็กหยิบหนังสือขึ้นมาอีกครั้งในวันข้างหน้า

ตลอดการทำงานที่ผ่านมา เราได้เห็นหลายครั้งว่า การส่งเสริมการอ่านอาจไม่ได้เริ่มจากการบอกให้เด็ก “อ่านหนังสือ”
แต่อาจเริ่มจากการที่เด็กได้มีประสบการณ์ว่า
“ช่วงเวลาที่อยู่กับหนังสือนั้นมีความสุข” 🌱

และอีกสิ่งหนึ่งที่เราให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือการที่คุณครูได้เห็นเด็ก ๆ ในช่วงเวลาแบบนี้

เด็กสนใจหนังสือแบบไหน
มีปฏิกิริยากับภาพหรือเรื่องราวแบบไหน
แบ่งปันหนังสือกับเพื่อนอย่างไร
และเมื่อมีอิสระในการเลือก เด็กแสดงสีหน้าและท่าทางอย่างไร

พื้นที่ที่ทำให้เด็กได้พบกับหนังสืออย่างอิสระ จึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับเด็กเท่านั้น
แต่ยังเป็นโอกาสให้ผู้ใหญ่ที่อยู่รอบตัวเด็ก ได้มองเห็นและทำความรู้จักเด็กในอีกมุมหนึ่งด้วย

🤝 กิจกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นจากการแนะนำของกรรมการบริหารของเครือโรงเรียนสารสาสน์ และได้รับการตอบรับจากท่านผู้อำนวยการโรงเรียนสารสาสน์วิเทศเชียงใหม่

นอกจากนี้ คุณครูหนิง คุณครูผู้รับผิดชอบงานห้องสมุด ซึ่งช่วยประสานงานภายในโรงเรียนอย่างละเอียดตลอดการเตรียมงาน แม้จะมีภารกิจมาก แต่ก็แวะมาที่พื้นที่กิจกรรมหลายครั้ง และคอยมองดูเด็ก ๆ ด้วยรอยยิ้ม

พื้นที่และช่วงเวลาแบบนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะเรานำหนังสือมาวางเรียงกัน

แต่เกิดขึ้นได้ เพราะมีผู้ใหญ่รอบตัวเด็กที่เข้าใจว่า
“อยากให้เด็ก ๆ ได้มีโอกาสพบกับหนังสือในแบบนี้”

และช่วยกันเตรียมพื้นที่ เปิดโอกาส และให้เวลาแก่เด็ก ๆ

เราดีใจมากที่ครั้งนี้ เด็ก ๆ โรงเรียนสารสาสน์วิเทศเชียงใหม่ได้มีช่วงเวลาที่อยู่ท่ามกลางหนังสือ ได้เลือก ได้เปิดดู ได้หัวเราะ และได้พบกับหนังสืออย่างอิสระ

และเราก็ดีใจไม่แพ้กันที่ได้มองเห็นภาพเหล่านั้นไปพร้อมกับคุณครูของโรงเรียน

📚 หวังว่า 50 นาทีในครั้งนี้ จะยังคงเหลือความรู้สึกเล็ก ๆ บางอย่างอยู่ในใจของเด็ก ๆ
และวันหนึ่ง ความรู้สึกนั้นอาจทำให้พวกเขาหยิบหนังสือขึ้นมาเปิดดูอีกครั้ง

ขอขอบพระคุณโรงเรียนสารสาสน์วิเทศเชียงใหม่ คุณครู และผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ให้การต้อนรับมูลนิธิเมล็ดฝันอย่างอบอุ่น และเปิดพื้นที่ให้เด็ก ๆ ได้มีประสบการณ์ดี ๆ กับหนังสือในครั้งนี้

เมื่อห้องสมุดปรับปรุงเสร็จและเปิดให้บริการอีกครั้ง หวังว่าเราจะได้มีโอกาสกลับไปเยี่ยมเยือนอีกนะคะ ✨

📚 50分の出会いが、子どもの中に残るもの
― チェンマイ北部私立校でのえほん展 ―

9月17日・18日の2日間、チェンマイにあるサラサート・ウィテート・チェンマイ校で、「えほん展」を開催しました。

サラサート校は、タイ全国に54校を展開する、歴史ある私立学校です。
今回参加してくれたのは、小学1年生から6年生まで、約600名の子どもたち。

学校では教室に図書コーナーを設け、現在は改修中ですが図書館もあり、普段から本にふれる機会があります。

ただ、今回は広い空間に絵本や写真集を並べ、子どもたちが自由に本と出会える時間をつくりました。

📖 表紙が見えるように並べられた、たくさんの本。
広々とした空間。
友だちと一緒に座ったり、寝転がったりしながら、本を手に取れる時間。

子どもたちは、ひとりでじっくり読んだり、友だちと笑い合ったり、「これ見て!」と声をかけ合ったりしながら、それぞれのペースで本と過ごしていました。

きれいな風景に見入る子。
おもしろい発想の絵本に笑う子。
「変な本!」と言いながら、何度もページをめくる子。
友だちと顔を近づけて、同じ本をのぞき込む子。

一人ひとりが、本を通して、いろいろな気持ちに出会っているように見えました。

⏳ 子どもたちがこの空間で過ごせたのは、1クラスあたり約50分ほどです。
本も、空間も、その時間が終われば片付けられてしまいます。

だからこそ、このような活動は、外から見ると少し意義が伝わりにくいかもしれません。

けれども私たちは、短い時間であっても、子どもが自分で本を選び、友だちと笑い、驚き、もう一度見たいと思う経験には、長く残る価値があると信じています。

「本って楽しい」
「友だちと一緒に見たらおもしろかった」
「こんな世界があるんだ」
「また見たい」

そんな小さな気持ちが、次に本を手に取るきっかけになることを、これまでの活動の中で何度も見てきました。

🌱 そしてもう一つ大切なのは、その子どもたちの姿を、先生方が見ることです。

子どもがどんな本に反応するのか。
どんなふうに友だちと読み合うのか。
自由な時間の中で、どんな表情を見せるのか。

本との出会いの場は、子どもだけでなく、子どもを支える大人にとっても、子どもの姿をあらためて見る時間になるのだと思います。

🤝 今回の活動は、サラサート校全体を統括されている理事の方からのご紹介があり、本校の校長先生が受け入れてくださったことで実現しました。

また、校内での調整を丁寧に担当してくださった図書館担当教諭のニン先生が、忙しい中でも何度も会場に足を運び、笑顔で子どもたちの様子を見守ってくださいました。

こうした時間や空間は、本を並べるだけでは生まれません。

「子どもたちに、こういう本との出会いを経験してほしい」

そう理解し、準備し、受け入れてくださる周りの大人の存在があって、初めて実現します。

今回、サラサート・ウィテート・チェンマイ校の子どもたちが、広い空間で本に囲まれ、自由に本と出会う時間を持てたこと。
そして、その姿を先生方と一緒に見ることができたことを、とても嬉しく思います。

📚 この50分の経験が、子どもたちの中に小さく残り、またどこかで本を手に取るきっかけになりますように。

サラサート・ウィテート・チェンマイ校の皆さま、温かく迎えてくださり、本当にありがとうございました。

図書館が新しくなった時には、ぜひまた伺わせていただけたら嬉しいです。✨

🏡 มินิกิจกรรม x มินิห้องสมุด  T. House Better Together - เสื้อผ้าเด็ก子ども服屋さんの中の、小さな図書館(日本語は下部へ)เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กัน...
14/09/2026

🏡 มินิกิจกรรม x มินิห้องสมุด T. House Better Together - เสื้อผ้าเด็ก

子ども服屋さんの中の、小さな図書館(日本語は下部へ)

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา
มูลนิธิเมล็ดฝันได้จัดกิจกรรมเล็ก ๆ ร่วมกับแม่หมิงและน้านิน ที่ B.T. House สุขุมวิท 49/1

B.T. House เริ่มต้นจากแบรนด์เสื้อผ้าเด็กที่แม่หมิงออกแบบและทำด้วยตนเอง
แต่เมื่อเวลาผ่านไป แม่หมิงและน้านินก็อยากให้ที่นี่เป็นมากกว่าร้านเสื้อผ้า

อยากให้เป็นพื้นที่เล็ก ๆ ที่เด็ก ๆ และครอบครัวเข้ามาใช้เวลาด้วยกันได้
ได้ดูหนังสือ ได้ฟังนิทาน ได้เล่น ได้ทำกิจกรรม และได้อยู่ในบรรยากาศที่อบอุ่น สบายใจ

จุดเริ่มต้นของมินิห้องสมุดแห่งนี้ จึงมาจากหนังสือภาพของลูก ๆ ที่บ้าน
ที่อยากนำมาแบ่งปันให้เด็กคนอื่น ๆ ได้อ่านด้วย

กิจกรรมครั้งนี้เป็นกิจกรรมเล็ก ๆ
แต่บรรยากาศอบอุ่นมากค่ะ

เด็ก ๆ และครอบครัวที่มาร่วมกิจกรรมหลายคนเพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก
แต่ทุกคนก็อยู่ในพื้นที่นี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

เราได้ฟังนิทานด้วยกัน
หัวเราะด้วยกัน
ทำของเล่นด้วยกัน
พักกินอาหารว่างอร่อย ๆ ด้วยกัน

เด็ก ๆ ได้เลือกหนังสือ ดูภาพ ฟังนิทาน และทำของเล่นในจังหวะของตนเอง
ส่วนคุณพ่อคุณแม่ก็ได้ใช้เวลาอยู่ใกล้ ๆ ลูกอย่างสบาย ๆ

หลังจบกิจกรรม สิ่งที่ทำให้พวกเราดีใจมากคือ เกือบทุกครอบครัวสมัครสมาชิกมินิห้องสมุด B.T. House และช่วยกันเลือกหนังสือกลับบ้านอย่างมีความสุข

ที่นี่สามารถยืมหนังสือได้ครั้งละ 3 เล่ม เป็นเวลา 2 สัปดาห์
ค่าสมัครสมาชิกปีละ 300 บาท

ในห้องสมุดมีหนังสือภาพที่คัดสรรไว้อย่างตั้งใจ ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาญี่ปุ่น หลายเล่มเป็นหนังสือภาพที่ภาพสวย มีจินตนาการ และเปิดพื้นที่ให้เด็กได้คิด ได้คุย ได้รู้สึก

หลังจบกิจกรรม เราถามแม่หมิงและน้านินว่า
วันนี้ประทับใจอะไรมากที่สุด

น้านินบอกว่า
ดีใจที่ตัดสินใจทำพื้นที่สำหรับเด็กและครอบครัว
เพราะวันนี้ได้เห็นเด็ก ๆ และครอบครัวใช้เวลาด้วยกันอย่างอบอุ่น
ได้ดูหนังสือ ทำของเล่น และใส่ใจกันอย่างเป็นธรรมชาติ

ส่วนแม่หมิงบอกว่า
ดีใจที่ได้เห็นเด็กโต โดยเฉพาะพี่ ๆ ประถมปลาย ยังสนุกกับหนังสือ ยังตั้งใจฟังนิทาน
และยังมีช่วงเวลาที่อบอุ่นกับคุณพ่อคุณแม่

สำหรับทีมเมล็ดฝัน สิ่งที่ดีใจที่สุดในวันนั้น
ไม่ใช่เพียงการได้จัดกิจกรรมหนึ่งครั้ง

แต่คือการได้เห็นว่า
พื้นที่ที่เด็กได้พบหนังสือ
พื้นที่ที่ครอบครัวได้ใช้เวลาด้วยกันอย่างสบายใจ
กำลังเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งแห่ง

และการที่พื้นที่แบบนี้จะเพิ่มขึ้นได้
ก็หมายความว่า ต้องมี “คนทำพื้นที่” เพิ่มขึ้นด้วย

คนที่ลุกขึ้นมาเริ่มจากสิ่งที่ตนเองมี
จากหนังสือที่บ้าน
จากมุมเล็ก ๆ ในร้าน
จากความรู้สึกว่า
“ถ้าเด็ก ๆ และครอบครัวมีพื้นที่แบบนี้ก็คงดีนะ”

แม่หมิงและน้านินเป็นสองคนที่เริ่มต้นพื้นที่นี้ด้วยความตั้งใจ
และในวันนั้น ทั้งสองคนดูสดใส โล่งใจ และมีความสุขมาก
ที่ได้เห็นว่า การตัดสินใจเริ่มทำพื้นที่เล็ก ๆ แห่งนี้ มีความหมายจริง ๆ

สำหรับห้องสมุดเอกชนเล็ก ๆ
การให้ยืมหนังสือไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

ต้องมีหนังสือที่ดี
ต้องจัดระบบสมาชิก
ต้องดูแลหนังสือ
ต้องคอยติดตามการยืมคืน
และต้องใช้เวลา ความใส่ใจ และความสม่ำเสมออย่างมาก

แต่เมื่อได้เห็นเด็ก ๆ กับพ่อแม่ช่วยกันเลือกหนังสือ
ได้เห็นครอบครัวถือหนังสือกลับบ้านด้วยรอยยิ้ม
เราก็รู้สึกอีกครั้งว่า

การทำให้รอยยิ้มรอบ ๆ หนังสือเพิ่มขึ้น
เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากจริง ๆ

มูลนิธิเมล็ดฝันเชื่อว่า
หนังสือภาพจะเข้าไปอยู่ใกล้เด็กมากขึ้นได้
ไม่ใช่เพียงเพราะมีหนังสือมากขึ้นเท่านั้น
แต่เพราะมีผู้ใหญ่ที่อยากสร้างพื้นที่ให้เด็กได้พบหนังสือมากขึ้นด้วย

ขอบคุณแม่หมิงและน้านิน ที่เปิดบ้าน B.T. House เป็นพื้นที่อบอุ่นสำหรับเด็กและครอบครัว
และขอบคุณทุกครอบครัวที่มาร่วมใช้เวลาดี ๆ ด้วยกันในวันนั้นค่ะ

ขอให้มินิห้องสมุด B.T. House ค่อย ๆ เติบโต
เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่เด็ก ๆ ได้พบหนังสือ
ได้เก็บความทรงจำดี ๆ
และได้กลับมาหาหนังสืออีกครั้งด้วยความสุข

ท่านใดสนใจกิจกรรม หรืออยากลองเข้าไปใช้บริการมินิห้องสมุดแห่งนี้
สามารถติดต่อสอบถามได้ที่เพจ B.T. House Better Together - เสื้อผ้าเด็ก นะคะ

🏡 子ども服屋さんの中の、小さな図書館

9月13日(日)、バンコク・スクンビット49/1にある子ども服のお店 B.T. House で、親子向けの小さな絵本イベントを行いました。

B.T. House は、ミンさんが手がける子ども服ブランドのお店です。
けれども、ここには服だけでなく、子どもたちが本を手に取り、親子でゆっくり過ごせる小さな図書館スペースがあります。

きっかけは、ミンさんとニンさんの
「子どもと家族が安心して過ごせる場所があったらいいね」
という思いでした。

最初は、ご自身のお子さんが読んできた絵本をお店に置き、ほかの子どもたちにも読んでもらえるようにするところから始まったそうです。

この日は、マレットファンと一緒に、絵本の読み語りと、簡単なおもちゃ作りを行いました。

参加したご家族の多くは、B.T. House に来るのが初めて。
それでも、絵本を聞き、笑い合い、親子でおもちゃを作り、おやつを食べながら、自然とくつろいだ時間を過ごしていました。

イベントの後には、ほとんどのご家族が小さな図書館の会員になり、親子で楽しそうに本を選んで帰っていきました。

B.T. House では、1回に3冊、2週間、本を借りることができます。
タイ語、英語、日本語の絵本もあり、どれも丁寧に選ばれた本ばかりです。

小さな私設図書館が本の貸し出しを続けることは、決して簡単なことではありません。

本をそろえること。
貸し出しの仕組みをつくること。
返却を確認すること。
本を大切に管理し続けること。

それでも、親子がうれしそうに本を選び、家に持ち帰っていく姿を見ると、そこにはやはり、続けるだけの価値があるのだと感じます。

イベントの後、ミンさんとニンさんに、今日いちばんうれしかったことを聞きました。

ニンさんは、子どもと家族のための場所を始めてよかった、と話してくださいました。
親子が一緒に本を見たり、工作をしたり、互いに気遣いながら過ごしている姿が、とても嬉しかったそうです。

ミンさんは、小学校高学年の子どもたちも絵本を楽しみ、読み語りを聞き、親御さんとあたたかな時間を過ごしていることが印象的だったと話してくださいました。

お二人が、少し晴れやかな表情で
「この場所を始めてよかった」
と感じてくださっていたこと。

それが、マレットファンにとっても一番うれしいことでした。

子どもと本が出会う場所が増えるということ。
子どもと家族が安心して過ごせる場所が増えるということ。

それはつまり、そうした場所をつくろうとする人が増えるということなのだと思います。

大きな施設でなくても、完璧な図書館でなくても、
一人ひとりの思いから始まる小さな場所が、子どもたちの本との出会いを支えていく。

マレットファンは、こうした地域の小さな実践に寄り添いながら、子どもと本、人と人がつながる場づくりを、これからも応援していきたいと思います。

B.T. House のミンさん、ニンさん、そして参加してくださったご家族の皆さま、あたたかな時間をありがとうございました。

この小さな図書館が、これからも子どもたちにとって、本と出会う楽しい場所として育っていきますように。

📚🌱พบกันที่เชียงใหม่ค่ะ ส. 19 ก.ย. 69 チェンマイの小さな私設図書館で!(日本語は下部へ)ในวันที่ 17-18 กันยายนนี้ มูลนิธิเมล็ดฝันจะเดินทางไปจังหวั...
12/09/2026

📚🌱พบกันที่เชียงใหม่ค่ะ
ส. 19 ก.ย. 69
チェンマイの小さな私設図書館で!(日本語は下部へ)

ในวันที่ 17-18 กันยายนนี้ มูลนิธิเมล็ดฝันจะเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรมให้กับนักเรียนโรงเรียนสารสาสน์วิเทศเชียงใหม่ค่ะ

เมื่อจัดกิจกรรมเสร็จแล้วพวกเราจะเดินทางไปอ.พร้าว ทำกิจกรรมร่วมกับ 2 ห้องสมุด เป็นห้องสมุดที่เราอยากจะไปนานแล้ว ครั้งนี้จึงอยู่ต่อเพื่อไปเยี่ยมเยียนและทำกิจกรรมด้วยกัน ในวันเสาร์ที่ 19 ก.ย.นี้ท่านใดสะดวกไปเจอกันที่ห้องสมุดนะคะ

📍 #ห้องสมุดจินดา
📍 #ห้องสมุดรังไหม

ห้องสมุดทั้ง 2 แห่ง เป็นห้องสมุดเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นจากความตั้งใจของคนทำงานในพื้นที่ และทำหน้าที่เป็นพื้นที่อ่าน พื้นที่เรียนรู้ และพื้นที่ชุบชูใจของผู้คนในชุมชนอำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่

มูลนิธิเมล็ดฝันมีความตั้งใจ อยากเป็นกำลังใจให้ห้องสมุดในประเทศไทย โดยเฉพาะห้องสมุดที่เด็ก ๆ สามารถเข้ามาใช้เวลาอย่างมีความสุข ได้พบหนังสือ ได้เล่น ได้พูดคุย และได้เป็นตัวของตัวเอง

ครั้งนี้ เราจึงดีใจมากที่ได้มีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกับห้องสมุดจินดาและห้องสมุดรังไหม ซึ่งเป็นพื้นที่เล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นจากความรักในหนังสือและความตั้งใจที่จะส่งต่อโอกาสการเรียนรู้ให้กับเด็ก ๆ และผู้คนในชุมชน

กิจกรรมในครั้งนี้เป็นกิจกรรมเล็ก ๆ จากมูลนิธิเมล็ดฝัน

🔹มีการเล่านิทานทั้งภาษาไทยและภาษาญี่ปุ่น
🔹เวิร์กช็อปทำของเล่นง่าย ๆ ที่เด็ก ๆ สามารถทำและเล่นได้ด้วยตนเอง

เราอยากให้เป็นช่วงเวลาที่เด็ก ๆ ได้ฟังนิทาน เลือกดูหนังสือ ลองทำของเล่น และสนุกกับการเรียนรู้ในบรรยากาศของห้องสมุดที่อบอุ่น

📅 วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2569

📍 ห้องสมุดจินดา
เวลา 10.30–11.30 น.

📍 ห้องสมุดรังไหม
เวลา 13.00–14.30 น.

เข้าร่วมฟรี
ไม่ต้องสมัครล่วงหน้า

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ page ของแต่ละห้องสมุด

มูลนิธิเมล็ดฝันดีใจมากที่จะได้พบกับเด็ก ๆ ครอบครัว และผู้ที่รักหนังสือในพื้นที่เชียงใหม่ค่ะ

แล้วมาพยกันนะคะ

📚🌱 チェンマイの小さな私設図書館を訪ねます

9月、マレットファンはチェンマイの学校でえほん展を開催する機会をいただきました。

その訪問に合わせて、以前からずっと訪ねたいと思っていた、チェンマイ県プラーオ郡にある2つの小さな図書館にも伺うことになりました。

📍 ジンダー図書館
📍 ランマイ図書館

どちらも、地域で活動する方々の思いから生まれた私設の小さな図書館です。

本を読む場所であると同時に、子どもたちが安心して過ごし、遊び、話し、人と出会える場所。
そして、地域の人たちにとって、ほっとできる学びの場でもあります。

マレットファンは、タイ各地でこうした小さな図書館や、本のある居場所をつくっている方々とつながり、その思いや背景を伝えていきたいと考えています。

図書館は、本を置いておく場所だけではありません。
子どもが「行ってみたい」と思える場所。
自分のペースで本を選び、遊び、誰かと話し、少しずつ本と仲よくなっていく場所でもあります。

今回訪問するジンダー図書館とランマイ図書館も、本への愛情と、子どもたちや地域の人に学びの機会を届けたいという願いから生まれた場所です。

マレットファンも、ささやかではありますが、タイ語と日本語での読み語りと、子どもたちが自分で作って遊べる簡単なおもちゃ作りの活動を行います。

子どもたちが絵本を聞き、自由に本を手に取り、遊びながら学ぶ時間。
その時間が、それぞれの図書館のあたたかな空気の中で、楽しい記憶として残ることを願っています。

こうした小さな場所をつくっている人たちの存在を知り、伝え、つないでいくこと。
それも、子どもと本をめぐる環境づくりを広げていくために、マレットファンが大切にしていきたい活動の一つです。

📅 日時:2026年9月19日(土)

📍 ジンダー図書館
10:30〜11:30

📍 ランマイ図書館
13:00〜14:30

参加無料・事前申込不要です。

チェンマイ周辺の子どもたち、ご家族、本が好きな皆さんにお会いできることを楽しみにしています。

วันอาทิตย์นี้ใครว่างมาเล่นด้วยกันที่ BT House นะคะ รอบที่ 2 13.00 - 14.30 น.  ยังมีที่ว่างอีก 2 ครอบครัวค่ะ*อัพเดท ว่างอ...
11/09/2026

วันอาทิตย์นี้ใครว่างมาเล่นด้วยกันที่ BT House นะคะ

รอบที่ 2 13.00 - 14.30 น.
ยังมีที่ว่างอีก 2 ครอบครัวค่ะ
*อัพเดท ว่างอีก 1 บ้านค่ะ 😊

ลงทะเบียนแล้วมาฟังนิทานทำของเล่นสนุก ๆ ในบรรยากาศสบาย ๆ ด้วยกันนะคะ

📚🌱 เมื่อพื้นที่การศึกษาพิเศษ เปิดออกสู่การเป็นพื้นที่เรียนรู้ของชุมชน特別支援の場から、地域みんなの学びの場へ(日本語は下部へ)มูลนิธิเมล็ดฝัน × ศูนย...
09/09/2026

📚🌱 เมื่อพื้นที่การศึกษาพิเศษ เปิดออกสู่การเป็นพื้นที่เรียนรู้ของชุมชน
特別支援の場から、地域みんなの学びの場へ(日本語は下部へ)

มูลนิธิเมล็ดฝัน × ศูนย์การเรียนรู้ด้วยรัก จ.ปทุมธานี

เมื่อวันที่ 3–4 กันยายนที่ผ่านมา
มูลนิธิเมล็ดฝันได้ร่วมกับ ศูนย์การเรียนรู้ ด้วยรัก โดย ครูมุก
จัดนิทรรศการหนังสือภาพและนิทานนานาชาติขึ้นเป็นครั้งที่ 2

แต่ครั้งนี้ มีสิ่งหนึ่งที่พิเศษกว่าครั้งที่ผ่านมา

เราไม่ได้จัดกิจกรรมเฉพาะสำหรับเด็ก ๆ ภายในศูนย์เท่านั้น
แต่เปิดพื้นที่ต้อนรับเด็กจากศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนใกล้เคียง คุณพ่อคุณแม่ ครอบครัว และคนในชุมชน ให้เข้ามาใช้พื้นที่ร่วมกันด้วย

นี่เป็นครั้งแรกที่ศูนย์การเรียนรู้ด้วยรักทดลองเปิดพื้นที่ในลักษณะนี้ให้กับชุมชน

และจุดเริ่มต้นสำคัญ มาจากความตั้งใจของ ครูมุก ผู้ก่อตั้งศูนย์การเรียนรู้ด้วยรัก

📖 จากกิจกรรมครั้งแรก สู่ความคิดว่า “อยากให้เด็กในชุมชนได้มีโอกาสแบบนี้ด้วย”

เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว เมล็ดฝันได้มาจัด “ลานหนังสือภาพ” ที่ศูนย์การเรียนรู้ด้วยรักเป็นครั้งแรก

วันนั้น เราได้เห็นเด็กแต่ละคนพบกับหนังสือในวิธีที่แตกต่างกัน

บางคนนั่งเปิดหนังสือเงียบ ๆ
บางคนมองภาพอยู่นาน
บางคนหัวเราะกับคุณครู
บางคนยืนดูอยู่ห่าง ๆ ก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้ามา
และบางคนเริ่มจากการเล่น แล้วจึงค่อยไปพบกับหนังสือ

เด็กแต่ละคนมีจังหวะของตัวเอง
มีสิ่งที่สนใจไม่เหมือนกัน
และมีวิธีเรียนรู้ที่ไม่เหมือนกัน

ครูมุกมักเล่าให้เราฟังว่า จากวันนั้นทำให้เห็นชัดขึ้นว่า

“การสนุกกับหนังสือ ไม่ได้มีเพียงวิธีเดียว”

และเมื่อได้เห็นเด็ก ๆ ภายในศูนย์มีความสุขกับหนังสือ จึงเกิดอีกความคิดหนึ่งขึ้นมา

ในพื้นที่แถบนี้ไม่ได้มีห้องสมุดขนาดใหญ่หรือร้านหนังสือมากมายเหมือนในกรุงเทพฯ
ไม่ใช่เพียงเด็ก ๆ ของศูนย์เท่านั้น แต่เด็กในชุมชนเองก็ไม่ได้มีโอกาสพบหนังสือภาพหลากหลายมากนัก

“ถ้าอย่างนั้น เราลองชวนเด็กจากโรงเรียนและชุมชนรอบ ๆ เข้ามาใช้พื้นที่นี้ด้วยกันดีไหม”

ความคิดนั้นจึงกลายมาเป็นนิทรรศการครั้งนี้ค่ะ

🌱จากพื้นที่สำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ สู่พื้นที่เรียนรู้ของทุกคน

สิ่งที่เมล็ดฝันรู้สึกว่ามีความหมายมากในครั้งนี้ คือ

พื้นที่ซึ่งทำงานด้านการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
ได้เปิดประตูออกไปสู่ชุมชน

เด็กจากโรงเรียนใกล้เคียงเข้ามา
เด็กเล็กเข้ามา
ผู้ปกครองเข้ามา
คุณครูเข้ามา
นักเรียนอาสาสมัครเข้ามา

และเด็ก ๆ กับพี่ ๆ ในศูนย์การเรียนรู้ด้วยรักเอง ก็ไม่ได้เป็นเพียง “ผู้เข้าร่วมกิจกรรม”

แต่เป็นผู้ร่วมสร้างพื้นที่นี้ไปด้วยกัน

บางคนช่วยจัดหนังสือ
บางคนอ่านหนังสือให้น้องฟัง
บางคนช่วยทำของเล่น
บางคนช่วยแจกขนม
บางคนช่วยดูแลเด็กเล็ก
และบางคนใช้สิ่งที่ตัวเองชอบและถนัด สร้างความสนุกให้กับคนอื่น

สำหรับเรา นี่คือภาพที่สำคัญมาก

เด็กหรือคนที่มีความต้องการพิเศษ ไม่จำเป็นต้องอยู่เพียงในฐานะของ “ผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือ”

ทุกคนสามารถมีบทบาท
สามารถช่วยเหลือคนอื่น
สามารถสร้างบางสิ่งขึ้นมา
และสามารถเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนได้ในแบบของตัวเอง

🌈 เราอยากเห็นสังคมที่เด็กและคนที่มีความหลากหลาย ไม่ถูกแยกออกจากพื้นที่ของสังคม

แต่ได้พบกัน
ทำสิ่งต่าง ๆ ร่วมกัน
ช่วยเหลือกัน
และได้เห็นความสามารถของกันและกันอย่างเป็นธรรมชาติ

การที่พื้นที่การศึกษาพิเศษแห่งหนึ่ง กลายเป็นสถานที่ที่เด็กและผู้ใหญ่ในชุมชนสามารถเข้ามาค้นหาวิธีเรียนรู้ที่อิสระและหลากหลายร่วมกันได้

สำหรับเมล็ดฝันแล้ว เรารู้สึกว่านี่เป็นความเป็นไปได้ใหม่ที่น่าสนใจมาก

และเราดีใจมากที่ได้เริ่มต้นทดลองสิ่งนี้ร่วมกับศูนย์การเรียนรู้ด้วยรัก

📚หนังสือหนึ่งเล่มของ “ใบบัว”

หนึ่งในภาพที่ประทับใจเรามากที่สุดในงานครั้งนี้ คือเรื่องของใบบัว พี่นักเรียนคนหนึ่งของศูนย์

ใบบัวชอบวาดรูป

ก่อนหน้านี้ เราได้ยินว่าเธออยากลองทำหนังสือภาพของตัวเอง
จึงมอบสมุดทำหนังสือเล่มเล็ก ๆ ของเมล็ดฝัน ซึ่งข้างในยังเป็นกระดาษเปล่า ให้เธอหนึ่งเล่ม

ประมาณ 2 เดือนต่อมา

ใบบัวทำหนังสือเล่มนั้นเสร็จสมบูรณ์ และนำมาวางอยู่ในนิทรรศการครั้งนี้ด้วย

เธอตั้งใจทำให้หนังสือเป็นแบบที่
“พอเปิดหน้าต่อไปแล้ว อยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
และมีบางอย่างที่ชวนให้คนอ่านอยากเล่นไปกับหนังสือ

ในวันงาน มีเด็กประถมหลายคนหยิบหนังสือของใบบัวขึ้นมาเปิดดู
พลิกไปพลิกมา และเล่นกับมันอย่างสนุกสนาน

เราได้เห็นใบบัวยืนมองภาพนั้นด้วยสีหน้าที่ดีใจมาก

คนหนึ่งสร้างหนังสือขึ้นมาจากสิ่งที่ตัวเองชอบ
และอีกคนหนึ่งหยิบผลงานนั้นขึ้นมาอ่านและสนุกกับมัน

ตรงนั้นไม่มีใครเป็น “ผู้ช่วยเหลือ” หรือ “ผู้ได้รับความช่วยเหลือ”

มีเพียงคนทำหนังสือคนหนึ่ง กับคนอ่านอีกหลายคน

เป็นภาพเล็ก ๆ ที่ทำให้พวกเราประทับใจมากค่ะ

🤝จากผู้เข้าร่วมกิจกรรม สู่ผู้ร่วมสร้างกิจกรรม

ความสัมพันธ์ระหว่างพี่ ๆ นักเรียนของศูนย์การเรียนรู้ด้วยรักกับเมล็ดฝันเอง ก็ค่อย ๆ เติบโตขึ้นมาตลอดช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา

ตอนจัดลานหนังสือภาพครั้งแรก พวกเขาช่วยจัดสถานที่และเก็บงาน

หลังจากนั้น บางคนได้เข้าร่วมการอบรมที่มหาวิทยาลัย

เดือนมกราคมที่ผ่านมา พวกเขาได้มาเป็นสตาฟฟ์ของบูธเมล็ดฝันในงานวันเด็กที่กรุงเทพฯ และช่วยต้อนรับเด็ก ๆ กับครอบครัว

ต่อมา พี่ ๆ อีก 5 คนยังเดินทางมาช่วยงานที่สำนักงานเมล็ดฝัน
ทั้งเช็ดทำความสะอาดหนังสือประมาณ 500 เล่มที่กลับมาจากนิทรรศการต่างจังหวัด และช่วยเตรียมอุปกรณ์สำหรับทำชั้นวางหนังสือ

และในงานครั้งนี้ พวกเขาก็ได้กลับมามีบทบาทอีกครั้ง

หลายคนบอกเราด้วยรอยยิ้มว่า

“สนุกที่ได้ทำกิจกรรมกับเด็ก ๆ”
“ดีใจที่ได้อ่านหนังสือให้น้องฟัง”
“ได้ช่วยทำของเล่น ได้แจกขนม สนุกมาก”
“อยากให้มีกิจกรรมแบบนี้อีก”

จากเด็กที่เคยมา “เข้าร่วมกิจกรรม”
ค่อย ๆ กลายเป็นคนที่ช่วย “สร้างกิจกรรมให้คนอื่น”

สำหรับเรา การเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ แบบนี้มีความหมายมากค่ะ

🌈เมื่อได้อยู่ด้วยกัน มุมมองบางอย่างก็เปลี่ยนไป

ในครั้งนี้ เรายังได้พบการเรียนรู้จากผู้เข้าร่วมอีกหลายเรื่อง

คุณครูจากศูนย์เด็กเล็กแห่งหนึ่ง พาเด็กมาประมาณ 40 คน

หลังจบกิจกรรม คุณครูบอกกับเราด้วยความประหลาดใจว่า

“ไม่คิดเลยว่าเด็กอายุ 2 ขวบจะนั่งดูหนังสืออย่างตั้งใจได้ขนาดนี้!”

อีกกลุ่มหนึ่งคือ นักเรียน ม.6 จำนวน 5 คนที่มาช่วยเป็นอาสาสมัคร

ก่อนมาร่วมกิจกรรม หลายคนแทบไม่เคยมีโอกาสใกล้ชิดหรือทำกิจกรรมร่วมกับเด็กและคนที่มีความต้องการพิเศษมาก่อน จึงยอมรับว่าตอนแรกค่อนข้างตื่นเต้นและกังวล

แต่เมื่อได้มาอยู่ในพื้นที่เดียวกันจริง ๆ

พวกเขาเห็นเด็กแต่ละคนเลือกหนังสือตามความสนใจ
เห็นเด็กคุยและหัวเราะกับคุณครู
เห็นบางคนเข้ามาเล่นและทำกิจกรรมกับอาสาสมัครอย่างเป็นธรรมชาติ

หลังจากใช้เวลาร่วมกัน สิ่งที่นักเรียนกลุ่มนี้พูดกับเราคือ

“สุดท้ายแล้ว เราก็คือคนเหมือนกัน”

บางครั้ง ความเข้าใจแบบนี้ไม่ได้เกิดจากการฟังคำอธิบายเรื่องความพิการหรือความแตกต่าง

แต่อาจเกิดขึ้นง่าย ๆ จากการ

นั่งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน
เปิดหนังสือเล่มเดียวกัน
ช่วยกันทำของเล่น
พูดคุยกันเล็ก ๆ น้อย ๆ
และหัวเราะไปด้วยกัน

การได้พบกันจริง ๆ อาจค่อย ๆ เปลี่ยนระยะห่างระหว่างคนได้

📚หนังสือเป็นเพียงจุดเริ่มต้น

ในนิทรรศการครั้งนี้ เรานำหนังสือภาพและนิทานจากหลายประเทศมากกว่า 300 เล่มมาให้เด็ก ๆ เลือกอย่างอิสระ

อยากฟังนิทานก็ได้
อยากนั่งดูหนังสือเองก็ได้
อยากทำของเล่นก็ได้
อยากเล่นกับเพื่อนก็ได้
หรือจะนั่งมองอยู่ห่าง ๆ ก่อนก็ได้

ช่วงเย็นยังมีมุมพิเศษ
คูมิและพี่ ๆ นักเรียนศูนย์การเรียนรู้ด้วยรักช่วยกันทำ **มิตาราชิดังโงะ ขนมญี่ปุ่น** แจกให้ทุกคนด้วย 🍡

เราไม่ได้อยากสร้างพื้นที่ที่ “ทุกคนต้องทำสิ่งเดียวกัน”

แต่อยากสร้างพื้นที่ที่

แม้แต่ละคนจะเลือกทำสิ่งที่แตกต่างกัน ก็ยังสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสบายใจ

สำหรับเมล็ดฝัน นิทรรศการครั้งนี้จึงไม่ได้มีความหมายเพียงว่า

“เราไปจัดงานหนังสือภาพในศูนย์การศึกษาพิเศษ”

แต่คือการได้เห็นว่า

เมื่อพื้นที่หนึ่งเปิดออกสู่ชุมชน
เด็ก ครอบครัว คุณครู อาสาสมัคร และเด็ก ๆ ในศูนย์ ได้เข้ามาพบกัน

และทุกคนสามารถเป็นทั้ง
ผู้เรียนรู้
ผู้ช่วยเหลือ
ผู้สร้าง
และผู้รับบางสิ่งจากคนอื่น
ได้ในเวลาเดียวกัน

ไม่ว่าเราจะมีความแตกต่างด้านร่างกาย พัฒนาการ อายุ หรือวิธีเรียนรู้เพียงใด

ทุกคนมีสิ่งที่ตัวเองทำได้
ทุกคนมีวิธีเรียนรู้ของตัวเอง
และเราสามารถนำความแตกต่างเหล่านั้นมาช่วยกันสร้างพื้นที่บางอย่างขึ้นมาได้

เมื่อเราได้อยู่และทำสิ่งต่าง ๆ ร่วมกัน
เราก็เริ่มมองเห็น “ความสามารถ” และ “ตัวตน” ของกันและกัน มากกว่ามองเห็นเพียงความแตกต่าง

นี่คือสังคมแบบที่เมล็ดฝันอยากเห็นค่ะ 🌱

ขอบคุณครูมุก
คุณครูและบุคลากรของศูนย์การเรียนรู้ด้วยรัก
พี่ ๆ นักเรียนทุกคน
นักเรียนอาสาสมัคร
คุณครูจากโรงเรียนและศูนย์เด็กเล็ก
เด็ก ๆ คุณพ่อคุณแม่ และทุกคนในชุมชนที่เข้ามาร่วมสร้างพื้นที่นี้ด้วยกัน

ขอบคุณที่ทำให้ 2 วันนี้ ไม่ได้เป็นเพียง “งานนิทรรศการหนังสือ”

แต่เป็นพื้นที่เล็ก ๆ ที่ทำให้เราได้เห็นว่า
เมื่อเราเปิดพื้นที่ให้กัน ทุกคนก็สามารถเปล่งประกายในแบบของตัวเองได้ 🌈💚🧡📚🌱

แล้วพบกันใหม่ค่ะ 🙂

📚 特別支援の場から、地域みんなの学びの場へ

― ドゥアイラック × マレットファン えほん展@パトゥムターニー

9月3日・4日の2日間、パトゥムターニー県の「ドゥアイラック学習センター」とマレットファンで「えほん展」を協同開催しました。

ドゥアイラックでの活動は、今回で2回目です。

ただ、今回は前回とは大きく違うことがありました。

ドゥアイラックの子どもたちだけではなく、近隣の保育園や学校、地域の親子にも施設を開き、みんなで絵本や遊びを楽しむ場として開催したことです。

そこには、ドゥアイラックを設立したムック園長の思いがありました。

この地域には、バンコクのように大きな図書館や書店が多くあるわけではありません。

「うちの子どもたちだけでなく、地域の子どもたちにとっても、いろいろな絵本に出会える機会はそれほど多くない」

昨年7月、マレットファンが初めてドゥアイラックで「絵の本ひろば」を開催したとき、ムック園長や先生方は、子どもたちがそれぞれの方法で本と出会う姿を目の前で見てくださいました。

本との出会い方も、興味を持つタイミングも、一人ひとり違います。

その姿から、「本の楽しみ方、学び方は一つではない」ということを実感されたことが、今回の2回目の開催へとつながりました。

そして今回はさらに、

「この体験を、周辺の保育園や学校の子どもたち、先生たちにも届けたい」

というムック園長の提案から、初めて地域に向けて施設を開くことになりました。

保育園や学校の子どもたちを迎える際、ムック園長は、

「今回が初めての試みです。こうした機会を少しでもつくることができてうれしい。これからも地域の中にある施設として、一人ひとりの子どもが自由に、楽しく学び、遊べる空間をつくっていきたい」

と話されていました。

🌱 「特別支援施設」が、地域の学びの場になる

今回、マレットファンが特に大きな意味を感じたのは、この場所が「特別支援のための施設」でありながら、そこから地域へ扉を開き、子どもも大人も一緒に学び、遊ぶ場になったことです。

障がいのある子どもや若者が、社会から離れた場所で「支援を受ける存在」としてだけ過ごすのではなく、地域の人たちと出会い、それぞれの得意なことや関心を活かしながら、一緒に活動をつくっていく。

そして、地域の子どもたちや大人もまた、そこで新しい人や、新しい学び方に出会う。

誰か一方が支えるのではなく、それぞれができることを持ち寄ることで、お互いの力が見えてくる。

今回のえほん展には、そのような場の可能性がありました。

私たちは、障がいのある人の存在が社会の中で見えなくなるのではなく、同じ地域で暮らす一人の人として自然に出会い、互いに協力し、それぞれの力を活かすことのできる社会であってほしいと考えています。

その意味で、特別支援の場が、地域の子どもや大人にとっても「自由で多様な学び方を探究できる場所」になった今回の取り組みには、とても大きな可能性を感じました。

そして、その最初の一歩をドゥアイラックの皆さんと一緒につくることができたことを、私たちはとてもうれしく思っています。

📖 一冊の手づくり絵本から生まれたこと

今回、特に心に残った出来事があります。

ドゥアイラックの上級生の一人、バイブアさん。

絵を描くことが好きで、「自分でも絵本をつくってみたい」と聞いていたため、以前、マレットファンから中身が真っ白な小さな手づくり絵本を一冊渡していました。

それから約2か月。

バイブアさんは、その一冊をきちんと完成させ、今回のえほん展に自分の作品として並べてくれていました。

ページをめくったときに、
「次は何だろう?」
と思えるような仕掛けがあり、思わず遊んでみたくなるような絵本です。

会場では、地域から来た小学生たちがその本を何人も手に取り、何度もページをめくりながら楽しんでいました。

その様子を見ていたバイブアさんの、本当にうれしそうな表情。

自分がつくったものを誰かが手に取り、楽しんでくれる。

そこには、「教える」「支援する」「支援される」といった関係ではなく、一人のつくり手と、一人の読み手との出会いがありました。

私たちにとっても、とても心に残る光景でした。

🤝 「参加者」から、一緒に場をつくる人へ

ドゥアイラックの上級生たちとマレットファンとの関係も、少しずつ変わってきています。

昨年7月に初めてえほん展を開催した際には、設営や片づけを手伝ってくれました。

その後、大学での研修に参加したり、今年1月のタイの「こどもの日」イベントでは、マレットファンのブーススタッフとして地域の親子を迎えたりしました。

さらに今年は、マレットファンの事務所にも来て、巡回えほん展から戻ってきた約500冊の本の清掃や、面展台製作の準備作業にも参加してくれました。

そして今回のえほん展でも、地域の子どもたちに絵本を読んであげたり、おもちゃづくりを手伝ったり、おやつを渡したり。

これまでボランティアとして関わってくれていた上級生たちは、

「小さい子どもたちと一緒に活動できて楽しかった」
「また、こんな機会があったらいい」

と笑顔で話してくれました。

誰かに活動を「用意してもらう側」だけではなく、自分の力で場をつくり、誰かを迎える側にもなっていく。

その役割が自然に広がっていることも、私たちがドゥアイラックとの活動を通して大切にしていることの一つです。

🌈 出会うことで変わる見え方

今回、地域から参加した人たちにも、さまざまな発見がありました。

約40人の子どもたちを連れて来てくださった保育園の先生は、

「2歳の子が、あんなに真剣に絵本を見るなんて驚きました」

と話してくださいました。

また、ボランティアとして参加してくれた高校3年生5人にとっては、障がいのある子どもや若者とこれほど近くで活動すること自体が初めての経験でした。

参加前は少し緊張していたそうです。

けれど実際に会場で見たのは、それぞれが自分の興味に合わせて絵本を選ぶ姿、先生と笑い合う姿、ボランティアと一緒に遊び、活動を楽しむ姿でした。

一緒に時間を過ごすうちに、

障がいがある、ない、ということよりも、
「同じ人と人なのだ」

という思いを強く持ったと話してくれました。

こうした変化は、説明を聞くだけではなかなか生まれません。

同じ場所にいて、
同じ本を見て、
一緒に何かをつくり、
ちょっとしたやりとりを重ねる。

その経験そのものが、人と人との間にある距離を少しずつ変えていくのだと思います。

📚 絵本を入り口に、いろいろな人が一緒にいられる場所へ

今回のえほん展には、300冊を超えるさまざまな国や地域の絵本を並べました。

読み聞かせを聞いてもいい。
自分で好きな本を選んでもいい。
おもちゃをつくってもいい。
友だちと遊んでもいい。
少し離れた場所から眺めていてもいい。

夕方には、マレットファンの松尾とドゥアイラックの子どもたちが一緒につくった、日本のおやつ「みたらし団子」も登場しました。

そこにいた人たちが、それぞれの過ごし方で同じ場所を共有する。

「みんなが同じことをする場所」ではなく、
「違う過ごし方をしていても、一緒にいることのできる場所」。

そのような空間を、今回はドゥアイラックの皆さんと一緒につくることができました。

マレットファンにとって今回の活動は、単に「特別支援スクールでえほん展を開催した」ということではありません。

特別支援の場が地域に開かれ、
そこに地域の子どもや家族、先生、高校生ボランティアが集まり、
ドゥアイラックの子どもや若者たち自身も場をつくる側として関わる。

そんな関係が自然に生まれたことに、大きな意味があったと感じています。

障がいの有無や年齢、立場に関係なく、
一人ひとりにできることがあり、
一人ひとりに違う学び方があり、
その違いを持ったまま一緒に何かをつくることができる。

そして、その中でお互いの存在や力が見えてくる。

私たちは、そんな社会を、これからも小さな実践の中からつくっていきたいと思います。

今回の2日間がその一つのかたちになったこと、そしてそれをムック園長、先生方、ドゥアイラックの子どもたち、地域の皆さんと一緒につくることができたことに、心から感謝しています。

また、この場所で、みんなで一緒に学び、遊べる日を楽しみにしています。🌱📚

ที่อยู่

53/817 ม. กฤษดานคร ซ. ราชพฤกษ์ 21 ถ. แจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด30 ต. บางตลาด
Pak Kret
11120

เบอร์โทรศัพท์

+66878287686

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ มูลนิธิเมล็ดฝัน タイ公益法人『マレットファン(夢のたね)』 โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง มูลนิธิเมล็ดฝัน タイ公益法人『マレットファン(夢のたね)』:

ทางลัด

แชร์