02/10/2026
📚 นิทรรศการหนังสือภาพที่โรงเรียนทอรัก จ.สมุทรปราการ
バンコク近郊でえほん展および洪水の近況について(日本語は下部へ)
ก่อนอื่น ช่วงนี้หลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงยังได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำท่วม
ขอส่งความห่วงใยไปถึงทุกครอบครัว ทุกโรงเรียน และทุกชุมชนที่กำลังได้รับผลกระทบนะคะ
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา มูลนิธิเมล็ดฝันมีโอกาสไปจัดกิจกรรมที่ “โรงเรียนทอรัก” จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นโรงเรียนทางเลือกที่เปิดตั้งแต่ระดับ Nursery จนถึงประถมศึกษาปีที่ 6
ปีนี้โรงเรียนทอรักก้าวเข้าสู่ปีที่ 30 แล้วค่ะ
คุณครูเนตร ผู้อำนวยการโรงเรียน เล่าให้เราฟังว่า ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งโรงเรียน หนังสือภาพและนิทานเป็นส่วนสำคัญของการเรียนรู้มาโดยตลอด
แม้เด็กจะโตขึ้นจนถึงระดับประถมปลาย โรงเรียนก็ยังให้ความสำคัญกับการพบหนังสือ เพราะหนังสือสามารถเปิดพื้นที่ให้เด็กคิด จินตนาการ ตั้งคำถาม และแสดงออกในแบบของตนเองได้
ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่โรงเรียนชวนมูลนิธิเมล็ดฝันมาร่วมกิจกรรมในงาน Tourk Day Camp ตอน "กาลครั้งหนึ่ง...นิทานนานมา ณ ลานฮิโรบะ"
เราเริ่มพูดคุยและเตรียมงานร่วมกันมาตั้งแต่ประมาณหนึ่งเดือนก่อน
ช่วงก่อนวันงานมีฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ จนช่วงต้นสัปดาห์ต้องมีการหยุดเรียนเป็นกรณีพิเศษ
พวกเราจึงกังวลอยู่เหมือนกันว่า กิจกรรมจะสามารถจัดได้หรือไม่
แต่ทางโรงเรียนตัดสินใจเดินหน้าตามกำหนด เพราะอยากรักษาโอกาสในการเรียนรู้ของเด็ก ๆ ไว้
และเช้าวันนั้น ท้องฟ้ากลับสดใสมากค่ะ ☀️
จากสำนักงานเมล็ดฝันที่นนทบุรี ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมง และเดินทางได้อย่างราบรื่นกว่าที่คิด
📖 เวลา 09.00–12.00 น. เด็กระดับ Nursery และอนุบาลประมาณ 80 คน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้เข้ามาใช้เวลากับหนังสือกลุ่มละประมาณ 1 ชั่วโมง
โรงเรียนเตรียมพื้นที่กว้างมากให้เรา
ทำให้สามารถวางหนังสือภาพและหนังสือภาพถ่ายมากกว่า 300 เล่ม โดยหันหน้าปกออกให้เด็กมองเห็นได้ทั่วทั้งห้อง
เด็กวัย 2–3 ขวบ บางคนนั่งดูหนังสือคนเดียวเงียบ ๆ
บางคนดูไปพร้อมกับคุณครู
แต่ละคนใช้เวลาในจังหวะของตัวเองอย่างสบาย ๆ
ส่วนเด็กวัย 4–6 ขวบ หลังจากฟังนิทานและแนะนำหนังสือจากทีมเมล็ดฝันเสร็จแล้ว
หลายคนก็รีบวิ่งไปหาหนังสือที่ตัวเองหมายตาไว้ทันที 😊
บางคนเจอหน้าที่ชอบก็รีบเรียกเพื่อนมาดู
บางคนก้มไปดูหนังสือที่เพื่อนกำลังเปิด
บางกลุ่มนั่งหัวเราะไปด้วยกันกับหนังสือเล่มเดียว
เสียงคุย เสียงหัวเราะ และการเดินเลือกหนังสือเกิดขึ้นทั่วพื้นที่
สิ่งที่เรารู้สึกมากในวันนั้น คือ
แม้เด็ก ๆ ในโรงเรียนทอรักจะมีโอกาสพบหนังสืออยู่แล้วในชีวิตประจำวัน
แต่การได้อยู่ในพื้นที่กว้าง ๆ ที่มีหนังสือมากมายหันหน้าปกมาหาตัวเอง
และมีเวลาที่สามารถเลือกได้อย่างอิสระว่า
“อยากดูเล่มไหน”
“อยากนั่งตรงไหน”
“อยากดูคนเดียว หรืออยากดูกับเพื่อน”
ก็ยังสร้างความตื่นเต้นและการค้นพบใหม่ ๆ ให้กับเด็กได้เสมอ
🌱 จากการพูดคุยกับคุณครูเนตรและคุณครูลักษณ์ และจากบรรยากาศที่เราได้เห็น
เรารู้สึกว่าโรงเรียนให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่เด็กได้ค่อย ๆ รู้จักตัวเอง ได้เลือก ได้ลอง และเรียนรู้จากความสนใจและประสบการณ์ของตนเอง
บทบาทของผู้ใหญ่จึงไม่ใช่เพียงการบอกว่าเด็กควรเรียนอะไร
แต่คือการช่วยเตรียมพื้นที่ เวลา และโอกาส เพื่อให้เด็กได้ค้นพบและขยายการเรียนรู้ของตัวเอง
สิ่งนี้เป็นมุมมองที่ใกล้กับสิ่งที่มูลนิธิเมล็ดฝันให้ความสำคัญมาโดยตลอดค่ะ
การเห็นเด็กเลือกหนังสือเอง
จดจ่อกับสิ่งที่สนใจ
หัวเราะกับเพื่อน
หรืออยู่เงียบ ๆ กับหนังสือหนึ่งเล่ม
ภาพเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะมีหนังสือจำนวนมากเพียงอย่างเดียว
แต่เกิดขึ้นได้ เพราะมีผู้ใหญ่ที่เข้าใจว่า
เด็กควรมีเวลาและพื้นที่ในการเลือกด้วยตัวเอง
ครั้งนี้ แม้อยู่ในช่วงที่หลายพื้นที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วม
คุณครูทุกท่านยังให้ความสำคัญกับการรักษาโอกาสในการเรียนรู้ของเด็ก และช่วยกันทำให้กิจกรรมเกิดขึ้นได้
มูลนิธิเมล็ดฝันรู้สึกขอบคุณมากค่ะ
ขอบคุณคุณครูเนตร คณะผู้บริหาร คุณครูและเจ้าหน้าที่โรงเรียนทอรัก
ขอขอบคุณครูลักษณ์เป็นพิเศษ ที่ช่วยประสานงานรายละเอียดต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด ทั้งก่อนวันงานและตลอดกิจกรรมในวันจริง
ด้วยการเตรียมพื้นที่ ตารางเวลา และดูแลเด็ก ๆ อย่างละเอียด ทำให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นมากค่ะ
ขอบคุณคุณครูทุกท่านที่ช่วยดูแลเด็ก ๆ และช่วยเหลือเมล็ดฝันในทุกทาง
และขอบคุณเด็ก ๆ ทุกคนที่สนุกกับหนังสือไปกับพวกเรานะคะ
ดีใจที่ได้มาบ้านทอรัก ทั้งบรรยากาศ ใบหน้า น้ำเสียง ของทุกท่านที่พบเจอ อบอุ่นมาก ๆ เป็นโรงเรียนที่เข้าใจจังหวะเด็ก และเน้นเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ดี โดยให้ความสำคัญกับบุคลากรมาก ๆ
ทีมเมล็ดฝันก็ได้ศึกษาเรียนรู้เรื่องการศึกษาไทย การศึกษาทางเลือก และการให้ความสำคัญกับเด็กมากขึ้นด้วยค่ะ ต้องขอขอบพระคุณมาก ๆ จริง ๆ
หวังว่าจะมีโอกาสที่เราได้กลับไปพบกันอีกครั้งนะคะ 📚🌱
▫️ ขอขอบคุณภาพถ่ายจากทางโรงเรียนค่ะ
#มูลนิธิเมล็ดฝัน
#โรงเรียนทอรัก
#หนังสือภาพ
📚 一冊の絵本を、何度もひらく
― トーラックスクールでのえほん展から ―
🌧️ タイの洪水について、近況のご報告
日本の皆さまから、タイの洪水についてご心配のご連絡をいただいています。
気にかけてくださり、本当にありがとうございます。
バンコク周辺では水が引き始めた地域もある一方、現在も浸水が残り、復旧作業が続いている地域があります。また、ノンタブリーやサムットプラカーンを含むチャオプラヤー川沿いでは、引き続き水位や高潮への注意が呼びかけられています。
私たちがこれまで活動を通してつながってきた方々の地域にも、大きな影響を受けているところがあり、引き続き状況を気にかけながら過ごしています。
そのような中でも、学校や地域では、できる範囲で子どもたちの日常や学びの時間を守ろうとする活動が続いています。
🌱バンコク近郊の幼稚園でえほん展
10月1日には、サムットプラカーン県のオルタナティブスクール「トーラック」を訪問し、予定していたえほん展を行うことができました。
今回は、そこで出会った一人の5歳の男の子と、一冊の絵本のお話をご紹介したいと思います。
学校の読書週間に合わせて声をかけていただき、300冊を超える絵本や写真集を、広い空間に表紙が見えるように並べました。
スタッフによる読み語りのあとは、子どもたちが自由に本と過ごす時間です。
その中で、5歳の男の子が一冊の写真絵本を持ってきて、私の隣に座りました。
『うちにあかちゃんがくるの』(ポプラ社)。
最初はひとりで、じっくり最後のページまで見ていました。
読み終わったので、
「次の本を探しに行くのかな」
と思っていると、また最初から同じ本を開き始めました。
「何の本かな?」
そう尋ねてきたので、そちらを見ると、生まれたばかりの赤ちゃんを抱くお母さんと、そのそばで見守るお姉ちゃんの写真がありました。
「弟が生まれたんだね」
「そっか……」
そこから、もう一度、一緒に最初から見ることになりました。
大きなお腹のお母さん。
もうすぐきょうだいができることを心待ちにしている、小さなお姉ちゃん。
ページを進めるたびに、
「これは?」
と聞いてくれます。
一緒に最後まで見終わると、今度は立ち上がって別の本を探しに行きました。
そして戻ってきて、
「こういう絵本、ほかにあるかな?」
「うーん、赤ちゃんの本、ほかにはないなあ」
「そっか」
また座って、同じ本を開きました。
「ぼく、日本語がまだ読めないんだよね……」
そう言いながら、写真をじっと見つめています。
また一緒にゆっくり見て、もう一回。
ほかの子どもたちが近くに来たり、時々一緒にページをのぞいたりする中でも、彼は20分ほど、ずっとこの一冊の本のそばにいました。
開いたり、戻ったり。
少し飛ばしたり、閉じたり。
私に話しかけたり、またひとりで眺めたり。
そして、最後の方で一緒に見ていた時、
「ぼくにも、いもうといるんだよ」
と話してくれました。
とても大切なことを、そっと教えてくれるような言い方でした。
その時、彼にとってこの本は、ただ「書かれていることを理解する本」ではなかったんだなと思いました。
自分の経験と重ねながら見たり、
もう一度確かめたり、
前とは違うことに気づいたり。
一冊の本を、自分のタイミングで何度も開く時間には、そんなことも起きるのだと、あらためて気づかされました。
📖 同じ場所で、それぞれ違う楽しみ方を
会場には、ほかにもいろいろな子どもの姿がありました。
何冊も並べて次々に見る子。
長い時間をかけて一冊を選ぶ子。
少しドキドキしながらページを開く子。
友だちと一緒に笑いながら見る子。
先生のそばで静かに眺める子。
同じ空間にいても、楽しみ方はみんな違います。
それでも最後には、それぞれが満足そうな顔をしていました。
活動の終わりのあいさつでは、
「お腹すいたー!」
という声も聞こえてきて、思わず笑ってしまいました。
自分の好きなように本を選び、
自分のペースで過ごし、
誰かと一緒に見ることも、ひとりで見ることもできる。
「違う楽しみ方だったけれど、みんな楽しかった」
そんな時間を、同じ場所で共有できること。
それが、マレットファンがえほん展で大切にしたいことの一つなのだと思います。
本との出会いは、何冊読んだか、どこまで理解したかだけでは測れません。
一冊の本が、ふと自分の経験とつながること。
また見たいと思うこと。
誰かに話したくなること。
そんな小さな出来事が、子どもの中に残っていく。
今回もまた、子どもたちの姿から教えてもらいました。
この時間をつくるために、約1か月前から丁寧に調整してくださったラック先生、ネート校長先生をはじめ、トーラックスクールの先生方に心より感謝いたします。