14/08/2026
พระอาจารย์เซน หลวงปู่ติช นัท ฮันห์
‘ติช นัท ฮันห์’ ผู้นำจิตวิญญาณผู้สอนให้ ‘มีสติรู้ตื่นอยู่เสมอ’
‘ติช นัท ฮันห์’ คือพระอาจารย์นิกายเซนและพระมหาเถระในพุทธศาสนานิกายมหายานชื่อดังระดับโลก ผู้สอนการฝึกสมาธิภาวนา เป็นกวี นักเขียน นักต่อสู้เพื่อสันติภาพ ซึ่งได้ถือกำเนิดในวันที่ 11 ตุลาคม 2469 ที่เมืองเว้ จังหวัดเถื่อเทียน
โดยท่านเป็นภิกษุชาวเวียดนาม ผู้นำเสนอความคิดว่า พุทธศาสนาต้องเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และพุทธธรรมสามารถประยุกต์ใช้ให้เข้ากับวิธีชีวิตยุคปัจจุบันได้
ท่านเป็นผู้นำคำสอนเรื่อง "สติ" มาเผยแพร่ และประยุกต์คำสอนให้ร่วมสมัย ข้ามพ้นข้อจำกัดเรื่องศาสนา ทำให้คำสอนและหลักปฏิบัติของท่านได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วโลก
ท่านมีชื่อเดิมว่า “เหงวียน ซวน เป๋า” บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ 16 ปี ที่วัด ตื่อ เฮี้ยว แห่งนิกายเที่ยน (เซน) และอุปสมบทเป็นพระภิกษุขณะอายุ 23 ปี โดยเป็นหนึ่งในพระภิกษุรูปแรก ๆ ที่ศึกษาวิชาการทางโลกในมหาวิทยาลัยที่เมืองไซ่ง่อน (เมืองโฮจิมินห์ในปัจจุบัน)
ปี 2499 เป็นหัวหน้าบรรณาธิการของ "พุทธศาสนาเวียดนาม" (Vietnamese Buddhism) ของสมาคมชาวพุทธเวียดนามหนึ่งเดียว (The Unified Vietnam Buddhist Association) และได้เขียนบทความเกี่ยวกับการฟื้นฟูพุทธศาสนา
เมื่อสงครามเวียดนามก่อตัวขึ้นโดยมีโฮจิมินห์เป็นผู้นำการต่อสู้ เพื่อปลดแอกเวียดนามจากการเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส แม้จะอยู่ในเพศบรรพชิตท่านได้ก่อตั้งขบวนการ พุทธศาสนาเพื่อปฏิบัติการทางสังคม (Engaged Buddhism) ท่านเล่าถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นไว้เมื่อปี 2518 ว่า
“ข้าพเจ้าเห็นคอมมิวนิสต์และผู้ที่ต่อต้านคอมมิวนิสต์เข่นฆ่าทำลายล้างซึ่งกันและกัน เพราะต่างเชื่อมั่นว่าเป็นผู้ที่ผูกขาดความจริงเพียงหนึ่งเดียว เสียงของข้าพเจ้าถูกกลบด้วยเสียงระเบิด เสียงปืนครก และเสียงตะโกนของคนเหล่านั้น”
ปี 2505 ได้รับทุนจากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันเพื่อศึกษาศาสนาเปรียบเทียบ จึงเดินทางไปศึกษายังประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากนั้น 1 ปี ได้รับทุนจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย แต่ท่านตัดสินใจกลับเวียดนามเพื่อสานต่อแนวคิดพุทธศาสนาที่รับใช้สังคม โดยก่อตั้งโรงเรียนยุวชนรับใช้สังคม เพื่อเยียวยาความเสียหายจากสงคราม และพัฒนาวงการสงฆ์ด้วยการสอน และนำเสนอข้อเขียนต่อสถาบันพุทธศาสนาชั้นสูงด้วยคติว่า การกระทำและปัญญาต้องไปด้วยกัน (Tiep Hien) หรือคณะดั่งกันและกัน (The Order of Interbeing) โดยปฏิบัติตามสิกขาบท 14 ประการ ซึ่งเลือกเฟ้นมาจากแก่นคำสอนในพระพุทธศาสนา
รวมทั้งก่อตั้ง สำนักพิมพ์ หลา โบ๊ย (La boi Publisher) เพื่อพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับพุทธศาสนาเพื่อปฏิบัติการทางสังคม และการมีชีวิตอย่างมีสติ
อีก 2 ปีถัดมาได้เป็นผู้สืบทอดรุ่นที่ 42 แห่งนิกาย เลิม เต๊ (หลินจี้) และรุ่นที่ 8 แห่งสาย เหลียว กว๊าน ต่อมาได้เดินทางไปสัมมนาเรื่องพุทธศาสนาเวียดนามที่มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ สหรัฐอเมริกา มีโอกาสได้พบกับบุคคลสำคัญ เช่น บาทหลวง ทอมัส เมอร์ตัน, มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ และได้รับความสนใจจากนานาชาติจากการเรียกร้องให้ยุติสงครามเวียดนาม โดยมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ เสนอชื่อให้ท่านได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ
การเดินทางไปอเมริกาครั้งนั้น ส่งผลให้ท่านต้องลี้ภัยอยู่ฝรั่งเศสและใช้ชีวิตอยู่ต่างแดนเกือบครึ่งชีวิตเนื่องจากรัฐบาลเวียดนามปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศ โดยเป็นอาจารย์สอนประวัติศาสตร์ในมหาวิทยาลัย สร้างอาศรมนอกเมืองปารีสเพื่อเขียนหนังสือและปลูกพืชสมุนไพร ทั้งยังคงทำงานเพื่อสันติภาพเพื่อผู้ลี้ภัยอย่างสม่ำเสมอ
#จากตะวันออกสู่ตะวันตก
การลี้ภัยอยู่ฝรั่งเศสเป็นจุดเริ่มต้นของ “หมู่บ้านพลัม” และทำให้นิกายเซนเบ่งบานและเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในโลกตะวันตก
ท่านได้สร้าง "สังฆะ" หรือชุมชนแห่งการฝึกปฏิบัติเพื่อดำเนินชีวิตอย่างมีสติของพุทธบริษัท 4 ด้วยความตั้งใจที่จะแลกเปลี่ยนพระพุทธศาสนาในดินแดนตะวันตก สังฆะแห่งแรกก่อตั้งขึ้นในปี 2518 ชื่อว่าอาศรมมันเทศ (Sweet Potato Hermitage) อยู่ทางตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศส เมื่อมีผู้สนใจเข้าร่วมเป็นจำนวนมากขึ้น จึงย้ายลงมาทางตอนใต้และตั้งชื่อสังฆะแห่งใหม่ในปี 2525 ชื่อว่า “หมู่บ้านพลัม” เพราะมีต้นพลัมปลูกอยู่ทั่วบริเวณ
ปัจจุบันมีชุมชนปฏิบัติธรรมหรือหมู่บ้านพลัมใน 31 ประเทศทั่วโลก เช่น ฝรั่งเศส อเมริกา เยอรมัน ฮ่องกง และไทย มีทั้งนักบวชและฆราวาสจำนวนมากปฏิบัติร่วมกัน และเป็นนิกายของศาสนาพุทธที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกตะวันตก มีการนำคำสอนด้านการเจริญสติ การสร้างสันติภาพ และการสนทนาอย่างเห็นอกเห็นใจของติช นัท ฮันห์ ไปใช้ในหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งโรงเรียน สถานที่ทำงาน และอื่น ๆ
ท่านติช นัท ฮันห์ มีผลงานหนังสือมากกว่า 100 เล่ม แปลเป็นภาษาต่าง ๆ กว่า 40 ภาษา ขายได้กว่า 5 ล้านเล่มในสหรัฐอเมริกา เล่มที่เป็นที่รู้จักกันดี เช่น The Miracle of Mindfulness, Peace is Every Step, Anger และ How to Love เล่มสุดท้ายคือ Zen and the Art of Saving the Planet ได้รับการยกย่องว่าเป็น “บิดาแห่งการมีสติตื่นรู้” (the father of mindfulness) โดยเป็นผู้ปฏิวัติวงการเจริญสติ ฝึกสอนครูผู้อบรมด้านการเจริญสติ และพัฒนาวิธีการเจริญสติร่วมกับหลักการจิตวิทยาคลีนิคกระแสหลัก เพื่อรักษาโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล และความเครียด
ปี 2550 ประเทศไทยมีโอกาสต้อนรับ พระอาจารย์ ติช นัท ฮันห์ ซึ่งเดินทางมานำภาวนาในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก ในชื่อ “สู่ศานติสมานฉันท์” หลังจากนั้นจึงมีการจัดภาวนาตามแนวทางหมู่บ้านพลัมในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องทุกปีๆ ละ 2 ครั้งโดยนิมนต์พระธรรมาจารย์จากหมู่บ้านพลัมประเทศฝรั่งเศส อเมริกา เยอรมัน ฮ่องกง เวียดนาม มานำการภาวนา อีก 3 ปีถัดมากลุ่มพี่น้องทางธรรมและผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมกันจัดพิธีทอดผ้าป่าเพื่อจัดระดมทุนซื้อที่ดินเตรียมสร้างสถานปฏิบัติธรรมหมู่บ้านพลัมนานาชาติ ณ บ้านสระน้ำใส ต.โป่งตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
#กลับคืนสู่บ้านเกิด
หลังจากเผยแพร่ธรรมะในต่างแดนหลายสิบปี ในที่สุดท่านก็ได้กลับเวียดนามเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2548 หลังจากนั้นยังเดินทางไปแสดงธรรมยังประเทศต่าง ๆ กระทั่งปี 2557 อาพาธด้วยอาการเลือดออกในสมอง พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลในเมืองบอร์ก โดซ์ ประเทศฝรั่งเศส รวมทั้งมาพักรักษาตัวที่หมู่บ้านพลัมประเทศไทยในช่วงเวลาหนึ่ง
ตุลาคม 2561 ท่านได้เดินทางกลับเวียดนาม และเขียนจดหมายถึงสังฆะที่หมู่บ้านพลัม ฝรั่งเศส ซึ่งเว็บไซต์หมู่บ้านพลัมประเทศไทย ได้นำมาเผยแพร่ มีความตอนหนึ่งว่า
“...ตั้งแต่ฉันออกจากสถาบันพระพุทธศาสนาบ๊าวก๊วก มาเป็นเวลานานกว่า 70 ปีแล้ว ฉันได้อุทิศชีวิตเพื่อบรรลุถึงภารกิจที่เหล่าพระบรรพบุรุษได้ฝากฝังไว้ ดังที่บันทึกอยู่ในคาถาสืบทอดตะเกียงพระธรรมาจารย์ ซึ่งพระอาจารย์ (หลวงทวด) ได้มอบให้ฉัน
มุ่งหนึ่งทิศ เพื่อพบวสันต์ ด้วยก้าวเดินของวีรบุรุษ
กระทำอย่าง ไม่ติดในแนวคิด และไม่ติดความขัดแย้ง
ดวงประทีปแห่งจิต ส่องฉาย ถึงสภาวะจริงแท้
พระธรรมอันประเสริฐ ย่อมปรากฏ ทั้งแดนประจิมและบูรพา
22 มกราคม 2565 เวบไซต์หมู่บ้านพลัมได้ประกาศว่า ท่านติช นัท ฮันห์ ได้ละสังขารอย่างสงบ ณ วัดตื่อเฮี้ยว เมืองเว้ ประเทศเวียดนามรวมอายุได้ 95ปี...
บทความนี้เรียบเรียงใหม่จากบทความ ‘ติช นัท ฮันห์การละสังขารอย่างสงบและปาฏิหาริย์แห่งการตื่นอยู่เสมอ’ โดย สินีพร มฤคพิทักษ์ เผยแพร่เมื่อ 22 มกราคม 2565
#ติชนัทฮันห์ #ตื่นรู้