22/08/2026
่งคำเตือนแรงไปยังบริษัทรับซื้อโกโก้
Ghana Cocoa Board หรือ COCOBOD ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับอุตสาหกรรมโกโก้ของกานา สั่งห้าม Licensed Buying Companies (LBCs – บริษัทรับซื้อโกโก้ที่ได้รับใบอนุญาต) ซื้อโกโก้จากเกษตรกรด้วยระบบเครดิต
พูดง่าย ๆ คือ.. จะ “รับเมล็ดโกโก้ของเกษตรกรไปแล้ว
ค่อยจ่ายเงินภายหลังไม่ได้อีกต่อไป”
บริษัทรับซื้อต้องมีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอที่จะจ่ายเกษตรกร และหากบริษัทใดฝ่าฝืนซ้ำ มีความเสี่ยงที่จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการ
เหตุผลสำคัญคือที่ผ่านมาเกิดปัญหา LBC ไม่มีสภาพคล่อง จนมีหนี้ค้างเกษตรกรจำนวนมาก ถึงขั้นที่เดือนกรกฎาคม 2026 COCOBOD ต้องปล่อยเงิน 2.6 พันล้านเซดี ให้ LBCs โดยประมาณ 1.4 พันล้านเซดี ถูกกันไว้เพื่อเคลียร์เงินที่บริษัทรับซื้อค้างจ่ายเกษตรกรจากการรับโกโก้ไปก่อน
#สิ่งที่ใหญ่กว่าข่าว “ห้ามซื้อเชื่อ”
กานากำลัง ปฏิรูประบบโกโก้ทั้งระบบ สำหรับฤดูผลิต 2026/27 โดยมี 3 แกนหลัก คือ ระบบเงินทุนใหม่ + กลไกราคาใหม่ + การเพิ่มมูลค่าในประเทศ ซึ่ง COCOBOD ยืนยันเรื่องนี้เมื่อต้นเดือนสิงหาคม
ประเด็นที่ทางทีมงาน สมาคมฯ มองว่าสำคัญมากคือกฎหมายใหม่กำหนดกลไกให้เกษตรกรได้รับ ไม่น้อยกว่า 70% ของ Gross FOB price หรือมูลค่า FOB ขั้นต้นของโกโก้
ดังนั้นในบทความข่าวที่ว่า “เกษตรกรได้ 70%” ต้องเข้าใจให้แม่นว่า ไม่ได้หมายความว่าเกษตรกรได้รับ 70% ของ “กำไร” แต่เป็นการผูก producer price (ราคาที่เกษตรกรได้รับ) เข้ากับ Gross FOB value โดยมีหลักประกันขั้นต่ำ 70%
ที่จริงในฤดู 2025/26 กานาเคยตั้ง producer price ที่ GH¢51,660/ตัน โดยคำนวณจาก 70% ของ Gross FOB ที่ US$7,200/ตัน ก่อนที่จะต้องปรับระบบภายหลังเมื่อราคาตลาดโลกตกลงอย่างรุนแรง
#ทำไมข่าวนี้น่าสนใจสำหรับ “โกโก้ไทย”
ประเด็นนี้น่าสนใจกว่าเรื่องกานาหรือไนจีเรียอย่างเดียว เพราะมันสะท้อนแนวคิดใหม่ว่า
“คนที่รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร ต้องมีความสามารถทางการเงินในการรับซื้อจริง”
ไม่ใช่สร้างระบบที่เกษตรกรเป็นผู้ให้เครดิตแก่ผู้ซื้อโดยไม่สมัครใจ
และกานายังเดินไปอีกขั้น คือพยายามเพิ่ม local value addition – การแปรรูปและเพิ่มมูลค่าในประเทศ โดยรัฐบาลประกาศแนวนโยบายให้ตั้งแต่ฤดู 2026/27 มีโกโก้อย่างน้อย 50% ถูกนำไปแปรรูปภายในประเทศ
#นี่คือจุดที่เราควรช่วยกันคิดว่า
ประเทศไทยควรศึกษาอย่างจริงจัง เพราะโมเดลของกานากำลังพยายามเชื่อม เกษตรกร → ผู้รับซื้อที่มีใบอนุญาต → ระบบเงินทุน → ราคาที่เป็นธรรม → Traceability → โรงงานแปรรูปในประเทศ → ตลาดโลก
เข้าด้วยกันเป็นระบบเดียว และกานากับโกตดิวัวร์ยังพยายามประสานนโยบายราคากัน เพราะความแตกต่างของราคารับซื้อระหว่างประเทศสามารถทำให้เกิดการลักลอบขนโกโก้ข้ามพรมแดนและบิดเบือนตลาดได้.
#หันกลับมามองที่เรา...
“ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องควบคุมราคาของโกโก้ แต่ประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างระบบที่ทำให้ราคาโปร่งใส คุณภาพตรวจสอบได้ และเกษตรกรได้รับเงินอย่างเป็นธรรม”
#ประเทศไทยเราอาจยังไม่จำเป็น ที่จะต้องเรียกร้องให้รัฐบาลตั้ง “คณะกรรมการโกโก้แห่งชาติ” ทันที
แต่ควรเริ่มเป็น Private-Sector Standard ก่อน
เช่น ผู้รับซื้อ ร่วมกับวิสาหกิจชุมชน หรือ โรงงานที่สมัครใจ
ระยะที่ 1 ทดลอง 3–5 จังหวัด
ระยะที่ 2 สร้างระบบทะเบียนผู้ซื้อและฐานข้อมูลราคา
ระยะที่ 3 เชื่อมธนาคารและแหล่งทุน
ระยะที่ 4 เสนอเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมระดับประเทศ
เป้าหมายสุดท้ายไม่ใช่แค่ “ทำให้เกษตรกรขายได้แพงขึ้น” แต่คือการสร้าง ตลาดที่ผู้ปลูก ผู้ซื้อ และผู้แปรรูปคาดการณ์รายได้และต้นทุนได้ ซึ่งจะทำให้นักลงทุนมองเห็นโอกาส
และ กล้าเข้ามาลงทุนในพื้นประเทศไทน
เพราะโกโก้มีมูลค่าในทางอุตสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่มาก.
เรียบเรียง : สมาคมอุตสาหกรรมโกโก้ไทย
ที่มา :https://www.citinewsroom.com/2026/08/cocobod-bans-lbcs-from-buying-cocoa-from-farmers-on-credit/?utm_source=chatgpt.com