มูลนิธิชีวิตไท - Local Act

มูลนิธิชีวิตไท - Local Act แก้หนี้ชาวนา รักษาที่ดินผืนสุดท้าย

มูลนิธิชีวิตไท (Local Act) เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานสนับสนุนและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายชาวนาและเกษตรกร โดยเฉพาะกลุ่มชาวนาและเกษตรกรทีมีปัญหาหนี้สินและที่ดินที่มีอยู่จำนวนมาก โดยทำงานสนับสนุนศักยภาพการปรับตัวของชาวนาและเกษตรกรในการบริหารจัดการหนี้สิน การบริหารจัดการการผลิต เพื่อให้สามารถปลดเปลื้องหนี้สินและพึ่งพาตนเองได้ทางเศรษฐกิจ มีความมั่นคงในที่ดินทำกิน และมีคุณภาพชีวิตที่ดี

มูลนิ

ธิชีวิตไท (Local Act) ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ การจัดการศึกษา พัฒนาศักยภาพชาวนาและเกษตรกร การจัดเวทีสัมมนาวิชาการ เวทีสาธารณะ และการรณรงค์ในระดับนโยบาย เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมขององค์กรชาวนาและเกษตรกรในการกำหนดนโยบายการแก้ปัญหาหนี้สิน ที่ดิน และนโยบายสาธารณะที่สำคัญของสังคม

นับถอยหลังอีกไม่ถึงสองเดือนแล้ว กับการประชุมประจำปีของธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่จะจั...
21/08/2026

นับถอยหลังอีกไม่ถึงสองเดือนแล้ว กับการประชุมประจำปีของธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่จะจัดขึ้นที่ประเทศไทยในเดือนตุลาคม 2569 นี้ นับเป็นวาระสำคัญที่ทำให้สังคมไทยได้มีโอกาสกลับมาทบทวนถึงบทบาทของสถาบันการเงินระดับโลกทั้งสองแห่ง ที่มีต่อทิศทางการพัฒนาประเทศตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบที่มีต่อภาคเกษตรกรรมและปัญหาหนี้สินของชาวนาไทย

จุดเริ่มต้นของการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ
ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2502 คณะสำรวจเศรษฐกิจของธนาคารโลกได้จัดทำรายงาน "โครงการพัฒนาการของรัฐสำหรับประเทศไทย" ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นพิมพ์เขียวสำคัญที่นำไปสู่การจัดตั้ง "คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติ" หรือ สภาพัฒน์ รายงานฉบับนี้มีส่วนสำคัญในการวางรากฐานการเปลี่ยนผ่านระบบเศรษฐกิจไทยไปสู่ระบบตลาดเสรี และส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น การสร้างเขื่อนและระบบชลประทาน

การเปลี่ยนผ่านสู่วิถีเกษตรเชิงพาณิชย์
นโยบายในช่วงเวลาดังกล่าวได้กำหนดทิศทางให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากเกษตรกรรมเพื่อยังชีพ ไปสู่การทำเกษตรเชิงพาณิชย์และการปลูกพืชเศรษฐกิจเชิงเดี่ยว มีการส่งเสริมให้ชาวนาในภาคกลางทำนาปรังปีละสองครั้ง และสนับสนุนให้เกษตรกรภาคอีสานหันมาปลูกพืชไร่ เช่น ข้าวโพดและมันสำปะหลัง แม้ว่านโยบายเหล่านี้จะช่วยเพิ่มปริมาณผลผลิตรวมของประเทศเพื่อการส่งออก แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ส่งผลให้เกษตรกรต้องพึ่งพาสายพันธุ์พืช ปุ๋ยเคมี และสารเคมีกำจัดศัตรูพืชจากภายนอกมากขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ

โครงสร้างสินเชื่อและปัญหาหนี้สินสะสม
เพื่อรองรับการลงทุนในระบบเกษตรเชิงพาณิชย์ที่ต้องใช้ต้นทุนสูง รัฐได้ขยายระบบสินเชื่อผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ต่อมาในช่วงทศวรรษ 2520 ภายใต้เงื่อนไขโครงการเงินกู้ปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ (SAL) ของธนาคารโลก ได้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้สะท้อนกลไกตลาดเสรี และจำกัดการปล่อยกู้เพิ่มเติมแก่กลุ่มสหกรณ์ที่มีหนี้เสีย การปรับตัวดังกล่าว ประกอบกับความผันผวนของราคาสินค้าเกษตรและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทำให้เกษตรกรรายย่อยจำนวนมากต้องเผชิญกับภาวะหนี้สินล้นพ้นตัว หลายรายต้องหันไปพึ่งพาหนี้นอกระบบ นำไปสู่การสูญเสียเอกสารสิทธิ์และที่ดินทำกิน หนี้สินเหล่านี้จึงมีลักษณะเป็น "ภาระหนี้เชิงโครงสร้าง" ที่ถูกส่งต่อข้ามรุ่น มากกว่าจะเกิดจากปัจจัยส่วนบุคคลเพียงอย่างเดียว

ผลกระทบจากมาตรการทางการเงินของ IMF
นอกจากธนาคารโลกแล้ว IMF ยังมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ที่เข้ามาพร้อมกับมาตรการให้กู้ยืมควบคู่กับเงื่อนไขการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจและการเงิน มาตรการเหล่านี้รวมถึงการผลักดันให้เกิดการแปรรูปรัฐวิสาหกิจและการปรับลดงบประมาณด้านสวัสดิการสังคม ซึ่งแม้จะถูกระบุว่าเป็นไปเพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจระดับมหภาค แต่ในระดับปฏิบัติการ ภาคประชาชนและคนจนเมืองกลับต้องแบกรับผลกระทบจากค่าครองชีพและค่าสาธารณูปโภคที่ปรับตัวสูงขึ้น

สู่การประชุมปี 2569: ความท้าทายและข้อห่วงใย
สำหรับการประชุมที่จะมีขึ้นในเดือนตุลาคม 2569 มีข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า ธนาคารโลกเตรียมผลักดัน "กรอบความร่วมมือระดับประเทศ" ที่มุ่งเน้น 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ขณะที่ IMF มีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้านการปฏิรูปภาษี (เช่น การเสนอให้พิจารณาปรับขึ้น VAT) และการจำกัดสวัสดิการแบบถ้วนหน้าให้เปลี่ยนเป็นสวัสดิการเฉพาะกลุ่ม

ทิศทางนโยบายดังกล่าว ทำให้เครือข่ายภาคประชาชนและเกษตรกร เตรียมจัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อนำเสนอข้อมูลผลกระทบเชิงประจักษ์ที่เกิดขึ้นจากนโยบายในอดีต โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักรู้ในสังคม และเรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบายทบทวนแนวทางการพัฒนา ทวงคืนความเป็นธรรมในการจัดสรรทรัพยากรที่ดินและแหล่งน้ำ พร้อมทั้งสนับสนุนการเกษตรเชิงนิเวศที่ยั่งยืน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและประชาชนทุกกลุ่มอย่างเป็นธรรมและครอบคลุม

🥣 จักรวาลในชามข้าว และการเดินทางกลับมาเชื่อมโยงกับ "จิตวิญญาณอาหาร"บ่อยแค่ไหนที่อาหารมื้ออร่อยตรงหน้า... ทิ้งคำถามบางอย่...
19/08/2026

🥣 จักรวาลในชามข้าว และการเดินทางกลับมาเชื่อมโยงกับ "จิตวิญญาณอาหาร"บ่อยแค่ไหนที่อาหารมื้ออร่อยตรงหน้า... ทิ้งคำถามบางอย่างไว้ในใจเรา?

ในวันที่ความเร่งรีบทำให้เรากินเพียงเพื่อให้อิ่ม ทว่าเบื้องหลังเมล็ดข้าวและพืชผักกลับซ่อนเรื่องราว ความทุกข์ และความหวังของผู้คนในระบบนิเวศอาหารเอาไว้มากมาย

มูลนิธิชีวิตไท ขอชวนทุกท่านมาร่วมล้อมวงสนทนาและเดินทางสำรวจความหมายที่ซ่อนอยู่ในอาหาร ในซีรี่ส์กิจกรรม "Food Spirit Dialogue & Mindful Markets Building" วงจิตวิญญาณอาหาร: รังสรรค์ตลาดเขียวที่มีจิตสำนึก จัดโดย Food Spirit Project ณ ตลาดเขียวบ้านสวนนกน้อย จ.นนทบุรี

นี่ไม่ใช่แค่การนั่งฟังบรรยาย แต่คือพื้นที่จำลองเสมือน "จักรวาลในชามข้าว" (Universe in the Bowl of Rice) ที่จะพาเราทุกคน—ไม่ว่าจะเป็นคนปลูก คนปรุง หรือคนกิน—กลับมาฟังเสียงของอาหารและหัวใจของกันและกันอีกครั้ง

🌾 วง dialogue ที่เชื่อมโยง "คนต้นทาง" ถึง "ปลายทาง" ในวงสนทนาครั้งนี้ ความพิเศษคือการได้มีพื้นที่แลกเปลี่ยนร่วมกันระหว่างภาคประชาสังคมและเกษตรกรตัวจริงเสียงจริง โดยมี คุณอารีวรรณ คูสันเทียะ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีวิตไท พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายพี่น้องเกษตรกรจาก "กลุ่มนาข้าวไร้สารเคมีบ้านคลองขวาง จ.นนทบุรี" เข้าร่วมล้อมวงแบ่งปันบทเรียนและสร้างกระบวนการเรียนรู้ไปพร้อมกับทุกคน

มาร่วมรับฟังเรื่องราวชีวิต ทบทวนเส้นทางอันยาวนานกว่าที่ "นาข้าวอินทรีย์จะเดินทางกลับสู่นนทบุรี" เพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดตรงถึงมือผู้บริโภค พร้อมด้วยเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจจากผู้คนในตลาดเขียวที่มีจิตสำนึก

📅 ปักหมุด 5 ชุดกระบวนการ "จิตวิญญาณอาหาร" (Food Spirit Modules) ล้อมวงทุกวันเสาร์ เวลา 13.30 – 15.30 น.

Module 1 | ทุกข์ของอาหาร (Food Suffering) ร่วมสำรวจมิติอาหารที่อาจให้โทษ พิษภัยความเสี่ยง และมองหาความเชื่อมโยงระหว่างตัวเรากับระบบอาหาร

Module 2 | เส้นทางชีวิตอาหาร (Food Life Journey)
ทบทวนเรื่องราวอาหารการกินในครอบครัว (Family Meal) ผ่านกลิ่นอายและรสชาติความทรงจำ

Module 3 | อาหารแม่และแม่ธรรมชาติ (Food of Mother and Mother Nature) ฟังเรื่องราวการเดินทางของนาข้าวอินทรีย์นนทบุรี และร่วม dialogue กับ ผอ.มูลนิธิชีวิตไท และพี่น้องเกษตรกรบ้านคลองบางขวาง

Module 4 | กินอย่างตระหนักรู้ (Mindful Eating) ใส่ใจทุกสัมผัสและที่มาของอาหาร เพื่อมองเห็นระบบนิเวศอันยิ่งใหญ่ในชามข้าวใบเล็ก

Module 5 | โครงการชีวิตด้านอาหาร (Food Life Project) มองหาจุดเปลี่ยนเล็กๆ เพื่อเริ่มต้นชีวิตกับการกินที่ให้ความหมาย พร้อมแลกเปลี่ยนกับพื้นที่ทดลองจริง (Food Spirit Labs)

👋 วิทยากรและกระบวนกรหลักผู้ชวนล้อมวง:
ฮันส์ แวนวิลเลียนส์วาร์ด, วัลลภา แวนวิลเลียนส์วาร์ด และทีม Food Spirit

📍 สถานที่: ณ ตลาดเขียวบ้านสวนนกน้อย
💵 ค่าใช้จ่าย: ร่วมสนับสนุนค่าอาหารและวัสดุอุปกรณ์ 200 บาท / ครั้ง
📞 สอบถามและสำรองที่นั่ง: โครงการจิตวิญญาณอาหาร (Food Spirit Project) โทร. 096-1913656 หรือทาง Inbox เพจ Food Spirit

มาร่วมเด็ดผัก ดมกลิ่นดิน ชิมรสชาติแห่งความใส่ใจ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและดูแล "ระบบอาหารร่วมกัน" (Food as a Commons) เพราะอาหาร...คือเรื่องของจิตวิญญาณและการลงมือทำเพื่อการเปลี่ยนแปลง

#มูลนิธิชีวิตไท #จิตวิญญาณอาหาร #ตลาดเขียวที่มีจิตสำนึก #เกษตรกรอินทรีย์ #จักรวาลในชามข้าว

15/08/2026

รู้ไหมคะ? น้ำส้มควันไม้ คือตัวช่วยจากธรรมชาติที่มีประโยชน์หลากหลาย! นอกจากจะช่วยลดการใช้สารเคมีทางการเกษตรแล้ว ยังเป็นมิตรต่อระบบนิเวศและย่อยสลายได้ง่าย ตอบโจทย์ทั้งงานเกษตร การดูแลสัตว์เลี้ยง และสิ่งแวดล้อมเลยค่ะ
ประโยชน์จากน้ำส้มควันไม้:
• 🐛 ไล่แมลงและศัตรูพืช: ปกป้องต้นไม้โดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีอันตราย
• 🐶 กำจัดเห็บหมัด: ช่วยดูแลสัตว์เลี้ยงได้อย่างปลอดภัย
• 🍃 กำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์: ดับกลิ่นอับและกลิ่นเหม็นในบริเวณบ้าน หรือ คอกสัตว์
• 🌱 ปรับปรุงดิน: กระตุ้นการทำงานของจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์
• 🍄 ป้องกันเชื้อรา: ลดโอกาสเกิดโรคพืชจากเชื้อราในแปลงปลูก

💡 ข้อแนะนำ: น้ำส้มควันไม้เป็นสูตรเข้มข้นจากธรรมชาติ ควรผสมในอัตราส่วนที่เหมาะสมกับการใช้งานแต่ละประเภทเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดนะคะ
สนใจสั่งซื้อ ทักแชตได้เลยค่ะ 😊

🍃วงจิตวิญญาณอาหาร รังสรรค์ตลาดเขียวที่มีจิตสำนึก🥣ร่วมออกเดินทางผ่าน Food Spirit 5 Modules พื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่จะชวน...
10/08/2026

🍃วงจิตวิญญาณอาหาร รังสรรค์ตลาดเขียวที่มีจิตสำนึก🥣
ร่วมออกเดินทางผ่าน Food Spirit 5 Modules พื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่จะชวนเราให้หยุดฟัง แลกเปลี่ยน เพื่อเปิดมุมมองอาหารในมิติที่ลึกซึ้งกว่าเดิม มาล้อมวงสนทนา ใคร่ครวญ และเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อสร้างการอ่านออกเขียนได้ทางจิตวิญญาณ
และจิตสำนึกด้านอาหาร ในบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง ผ่าน 5 หัวข้อสำคัญได้แก่

โมดูลที่ 1
🍚Food Suffering – ทุกข์ของอาหาร
📅 วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 🕐 13.30 - 15.30 น.

โมดูลที่ 2
🛤️Food Life Journey - เส้นทางชีวิตกับอาหาร
📅 วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 🕐 13.30 - 15.30 น.

โมดูลที่ 3
👩‍🍼Food of Mothers - อาหารแม่
📅 วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 🕐 13.30 - 15.30 น.

โมดูลที่ 4
🤍Food from Mother Nature - อาหารจากแม่ธรรมชาติ
📅 วันเสาร์ที่ 12 กันยายน 🕐 13.30 - 15.30 น.

โมดูลที่ 5
🍂Food Life Project - โครงการชีวิตด้านอาหาร
📅 วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 🕐 13.30 - 15.30 น.

🎙️ พบกับวิทยากรหลักและวิทยากรรับเชิญจากหลากหลายแวดวง ทั้งเกษตรกรอินทรีย์ ผู้ขับเคลื่อนตลาดเขียว นักสร้างการเปลี่ยนแปลง และคนรุ่นใหม่ ที่จะมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์
และมุมมองชีวิตผ่านเรื่องราวของอาหาร
ดำเนินการโดยโครงการจิตวิญญาณอาหาร

📍พบกันที่ตลาดเขียวบ้านสวนนกน้อย ตำบลท่าอิฐ จังหวัดนนทบุรี
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/3uw1iidNkeZLtM687

💚 ค่าเข้าร่วมกิจกรรม 200 บาท
🍵(ราคารวมเครื่องดื่มชาและอาหารว่างในวงสนทนา)
📝 ลงทะเบียนได้ที่ลิงค์: https://forms.gle/yukQqLU3YkunQeiN6

หรือสแกน QR-Code ในภาพด้านล่างได้เลย

หากเราถามว่าความยากจนของคนชนบทไทยเกิดจากอะไร คำตอบคงมีได้มากมาย ตั้งแต่รายได้ต่ำ หนี้สิน ราคาผลผลิต ความไม่แน่นอนของตลาด...
09/08/2026

หากเราถามว่าความยากจนของคนชนบทไทยเกิดจากอะไร คำตอบคงมีได้มากมาย ตั้งแต่รายได้ต่ำ หนี้สิน ราคาผลผลิต ความไม่แน่นอนของตลาด ไปจนถึงภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่หากมองลึกลงไปใต้ปัญหาเหล่านี้ เราจะพบปัจจัยพื้นฐานอย่างหนึ่งอยู่เสมอ คือความไม่มั่นคงในที่ดิน

สำหรับเกษตรกร ที่ดินไม่ใช่เพียงทรัพย์สิน และไม่ใช่เพียงจำนวนไร่ งาน ตารางวาในเอกสารราชการ แต่เป็นทั้งฐานการผลิต อาหาร บ้าน ความสัมพันธ์ของครอบครัว ความทรงจำของชุมชน และระบบนิเวศที่หล่อเลี้ยงชีวิต การสูญเสียที่ดินจึงไม่ได้หมายถึงการสูญเสียทรัพย์สินชิ้นหนึ่ง แต่หมายถึงการสูญเสียอำนาจในการกำหนดชีวิตของตนเองไปด้วย

ต้นทุนที่ประเทศต้องจ่าย เมื่อรัฐยกเลิกโฉนดชุมชนและเตรียมยุบธนาคารที่ดิน

06/08/2026

#ข้าว2สายพันธุ์ที่ควรมีติดบ้าน

วันนี้นาเคียงเมือง ขอพามาทำความรู้จักกับข้าว 2 ตัวเด็ดในตระกูลข้าวขาวและข้าวสี ที่ทั้งอร่อยและได้ประโยชน์เต็มๆ คำ เหมาะสำหรับการมีติดบ้านนะคะ

🤍 #ข้าวกข43: ดัชนีน้ำตาลต่ำ ปลดปล่อยน้ำตาลอย่างช้าๆ เหมาะมากสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

💜 #ข้าวไรซ์เบอร์รี่: ไฟเบอร์สูง อุดมด้วยธาตุเหล็ก สังกะสี วิตามินอี และสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้อิ่มนาน บำรุงสายตา และช่วยเรื่องระบบขับถ่าย

📦 หากใครสนใจ สามารถสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ข้าวสารปลอดภัยจากกลุ่มเกษตรกรในเครือข่ายผ่านทาง #นาเคียงเมือง ได้เลยค่ะ เพื่อส่งต่อสุขภาพดีและร่วมสนับสนุนชุมชนไปพร้อมกัน ทักสอบถามรายละเอียดได้เลยค่ะ 🥰

🌾 เรียนรู้ภูมิปัญญาเกี่ยวข้าวด้วยมือ: รักษ์วิถีชาวนาไทย ณ บ้านคลองขวาง🌾มูลนิธิชีวิตไท มุ่งมั่นส่งเสริมการเรียนรู้ภูมิปัญ...
05/08/2026

🌾 เรียนรู้ภูมิปัญญาเกี่ยวข้าวด้วยมือ: รักษ์วิถีชาวนาไทย ณ บ้านคลองขวาง🌾
มูลนิธิชีวิตไท มุ่งมั่นส่งเสริมการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและการเกษตรยั่งยืนให้กับคนรุ่นใหม่ ล่าสุด เราได้จัดกิจกรรม "เกี่ยวข้าวด้วยมือ" นำนักเรียนและครูจากโรงเรียนวัดคลองขวาง อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ลงพื้นที่เรียนรู้จริง ณ แปลงข้าวอินทรีย์พันธุ์ขาวเกยไชย ของคุณป้าช่วย นางกรรณกนก กลิ่นกลัด สมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านคลองขวาง
✨ กิจกรรมนี้เด็กๆ ได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวนาอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่:
✅ การเรียนรู้วิธีการเกี่ยวข้าวแบบดั้งเดิม: การใช้เคียวเกี่ยวต้นข้าวทีละกอ มัดรวมเป็นฟ่อน
✅ ความสำคัญของภูมิปัญญา: การเกี่ยวข้าวด้วยมือช่วยรักษาคุณภาพเมล็ดข้าว ไม่ให้ร่วงหล่นหรือแตกหัก
✅ ความยั่งยืนของการเกษตรอินทรีย์: เรียนรู้ข้อดีของการปลูกข้าวโดยไม่ใช้สารเคมี
📸 ภาพบรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความตื่นเต้น และความตั้งใจของเด็กๆ ที่ได้ลองลงมือเกี่ยวข้าวด้วยตัวเอง นับเป็นประสบการณ์อันมีค่าที่จะปลูกฝังความรักในวิถีเกษตรกรรมและความสำคัญของอาหารให้กับเยาวชน

🙏 มูลนิธิชีวิตไท ขอขอบคุณคุณป้าช่วย นางกรรณกนก กลิ่นกลัด และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านคลองขวาง ที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้เรียนรู้
ขอบคุณโรงเรียนวัดคลองขวาง ที่นำนักเรียนมาร่วมกิจกรรม
ทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ 🙂

"วิกฤตเชิงโครงสร้างที่เละเทะที่สุดเรื่องหนึ่งของประเทศไทย นั่นคือปัญหาการกระจุกตัวของการถือครองที่ดิน ความเหลื่อมล้ำระดั...
05/08/2026

"วิกฤตเชิงโครงสร้างที่เละเทะที่สุดเรื่องหนึ่งของประเทศไทย นั่นคือปัญหาการกระจุกตัวของการถือครองที่ดิน ความเหลื่อมล้ำระดับที่คนเพียง 10% ของประเทศถือครองที่ดินไปแล้วกว่า 60% ในขณะที่เกษตรกรรายย่อยและคนจนเมืองจำนวนมหาศาลกลับไม่มีแม้แต่ที่ดินซุกหัวนอน หรือต้องตรอมใจมองดูที่ดินทำกินของตนหลุดมือไปอยู่ในมือนายทุนจากการขายฝากและหนี้นอกระบบ"

ภาพการเคลื่อนไหวของเครือข่ายขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือพีมูฟ ที่ออกมาเรียกร้องสิทธิบนท้องถนนในช่วงไม่กี่วันมานี้ ไม่ใช่แค่การเรียกร้องความเห็นอกเห็นใจชั่วครั้งชั่วคราว

หากแต่เป็นการสะท้อนวิกฤตเชิงโครงสร้างที่เละเทะที่สุดเรื่องหนึ่งของประเทศไทย นั่นคือปัญหาการกระจุกตัวของการถือครองที่ดิน ความเหลื่อมล้ำระดับที่คนเพียง 10% ของประเทศถือครองที่ดินไปแล้วกว่า 60% ในขณะที่เกษตรกรรายย่อยและคนจนเมืองจำนวนมหาศาลกลับไม่มีแม้แต่ที่ดินซุกหัวนอน หรือต้องตรอมใจมองดูที่ดินทำกินของตนหลุดมือไปอยู่ในมือนายทุนจากการขายฝากและหนี้นอกระบบ

ท่ามกลางวิกฤตที่ดินหลุดมือ สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน หรือ บจธ. ซึ่งเป็นกลไกเดียวที่ทำหน้าที่เข้าไปจัดซื้อที่ดินเอกชนมาจัดสรรให้ชุมชนถือครองร่วมกัน และช่วยไถ่ถอนที่ดินให้เกษตรกร กลับกำลังจะถูกรัฐบาลสั่งยุบเลิกภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ โดยอ้างเหตุผลเรื่องประสิทธิภาพ งบประมาณ และความซ้ำซ้อนของภารกิจ ทั้งที่ในความเป็นจริง กรมทางหลวง ส.ป.ก. หรือ คทช. ต่างดูแลเพียงที่ดินของรัฐ แต่ไม่มีหน่วยงานใดเลยที่มีกฎหมายรองรับให้เข้าไปจัดการกับ "ที่ดินเอกชน" เพื่อคนจนได้เหมือน บจธ.

การสั่งยุบองค์กรโดยที่ยังไม่มีกลไกใหม่มาทดแทนอย่างชัดเจน จึงไม่ต่างอะไรกับการลอยแพประชาชนนับแสนรายที่กำลังรอคอยความช่วยเหลือ และการทอดทิ้งชุมชนที่ผ่อนชำระที่ดินไปแล้วให้ตกอยู่ในความสูญสิ้นความแน่นอนในชีวิต

ประเด็นที่สังคมและรัฐบาลต้องตอบให้ชัดเจนในเวลานี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่อง "จะยุบหรือไม่ยุบองค์กร" แต่คือการตั้งคำถามถึงเจตจำนงทางการเมืองว่า รัฐมองปัญหาความเหลื่อมล้ำในเรื่องที่ดินเป็นเรื่องความคุ้มค่าทางการเงิน หรือเป็นเรื่องของความเป็นธรรมทางสังคม?

หากรัฐบาลตระหนักจริงว่าที่ดินคือชีวิตและปัจจัยผลิตขั้นพื้นฐาน รัฐต้องเร่งชะลอการยุบเลิก คุ้มครองสัญญาเดิมของประชาชนอย่างเต็มที่ และเร่งผลักดันให้เกิด "ธนาคารที่ดิน" ถาวรที่มีภารกิจครบวงจร มีงบประมาณหมุนเวียนที่มั่นคง เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ที่ดินของคนจนหลุดมือไปอยู่ในมือนายทุนหรือทุนต่างชาติผ่านระบบนอมินีมากกว่านี้ เพราะหากปล่อยให้กลไกการกระจายที่ดินถูกทำลายลงโดยไร้ระบบตรวจสอบและถ่วงดุลที่เอื้อต่อคนรากหญ้า

คำถามที่แหลมคมและน่าคิดที่สุดในเวลานี้ก็คือ ในวันที่รัฐรวบรัดตัดความยุบกลไกช่วยเหลือคนจนลงไป แล้วประชาชนผู้ไร้ที่ดินทำกินในประเทศนี้ จะเหลือที่ยืนอยู่ที่ไหนในโครงสร้างอำนาจอันบิดเบี้ยวนี้?

สถานการณ์ที่ดินและหนี้สินเกษตรกรกำลังร้อนแรง ขอเชิญชวนติดตามได้จากบทความพิเศษ "วิกฤตหนี้เกษตรกรไทย : “ที่ดินผืนสุดท้าย ก...
04/08/2026

สถานการณ์ที่ดินและหนี้สินเกษตรกรกำลังร้อนแรง ขอเชิญชวนติดตามได้จากบทความพิเศษ "วิกฤตหนี้เกษตรกรไทย : “ที่ดินผืนสุดท้าย กลายเป็นเดิมพันในโครงสร้างความเหลื่อมล้ำ"

นสพ.ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 4 สิงหาคม 2569 https://www.thaipost.net/e-pub-news/1043469/ #&gid=a14a4385&pid=4

ที่อยู่

129/250 ซอย 12/1 หมู่บ้านเพอร์เฟคเพลส รัตนาธิเบศร์ ถนนไทรม้า ต. บางรักน้อย อ. เมือง จ. นนทบุรี
Nonthaburi
11000

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ มูลนิธิชีวิตไท - Local Actผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์