Dhamma Satit กลุ่มเล็กๆเกื้อกูลสังคม โดยครอบครัวสถิตจินดาวงศ์และกัลยาณมิตร

12/04/2026

“สงกรานต์ปีนี้ เราคงต้องเปลี่ยนการรดน้ำ
ด้วยรูปธรรม คือน้ำธรรมดา ให้เป็นนามธรรม คือน้ำใจ ขอให้เราทุกคนเริ่มปีใหม่ของไทยด้วยการแสดงน้ำใจไมตรีต่อกัน

ขอให้รดน้ำคนรอบข้าง ด้วยการกระทำ และการพูดที่สะท้อนความรัก ความเคารพ การสำนึกในสิ่งที่ดีที่เราได้รับและได้ให้ซึ่งกันและกัน

ขอให้แสดงน้ำใจและความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ ทางโทรศัพท์หรือสื่อออนไลน์ การระลึกถึงกันด้วยใจบริสุทธิ์เป็นที่มาแห่งความอบอุ่นใจ

ปีใหม่ไทยนี้ ขอให้ทุกคนเลิกแสดงออกแบบสาดน้ำร้อนเป็นอันขาด ให้ฝึกตนในการแสดงออก ในทางที่ทั้งผู้แสดงและผู้รอบข้างรู้สึกเย็นสบาย

สิ่งแวดล้อมจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรต่อไป ไม่มีใครทราบได้ แต่สิ่งที่เรามั่นใจได้คือ ตราบใดที่เรามีน้ำใจต่อกันและกัน สังคมเรายังคงมีความหวัง”

🙏🏻 พระอาจารย์ชยสาโร ภิกขุ 🙏🏻

10/04/2026
08/04/2026

130 likes, 9 comments. “สิ่งที่เห็นว่า “ขาวสะอาด” อาจไม่ได้บริสุทธิ์อย่างที่คิด อย่าเพิ่งเชื่อทั้งสิ่งที่ตาเห็น และควา...

03/04/2026

เล่าสู่กันฟัง : ว่าด้วยชีวิตหลังเกษียณ

คนที่เกษียณอายุแล้ว เป็นผู้ที่โชคดีที่สุด… เป็นเช่นไร

คนที่โชคดีที่สุด คือ 💸 เมื่อเกษียณอายุแล้ว มีเงินเพียงพอที่จะใช้ชีวิต โดยมีครบ " ปัจจัยสี่ " ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐาน ในการดำรงชีวิต ได้แก่ ..... อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค💊 บวกกับ " ปัจจัยที่ 5 " คือ มีแรงพอที่จะได้ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจในสถานที่ต่างๆ

⏩ ในอดีต ข้าพเจ้า มีความคิดผิดมาตลอด ว่า มีเงินแล้ว ต้องซื้อทุกสิ่งที่อยากได้ : ซื้อบ้าน ซื้อคอนโด 🏠 ทั้งในกรุงเทพฯ 🏢 คอนโดริมทะเล ที่ดินในจังหวัดต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และ ต่างจังหวัด

⏩ แต่แล้ว ! ทุกอย่างที่ซื้อหามานี้ มันสร้างภาระ อันหนักหน่วงให้กับตัวเราอย่างมาก เพราะ ทั้ง ค่าดูแลรักษาสูงมาก แต่ก็ยังไม่สูงไปกว่าความกังวลต่างๆ นานา ที่เกิดขึ้นระหว่างครอบครองสมบัติต่างๆเหล่านี้

⏩ ไหนจะต้อง หาคนมาเช่า เวลาที่ว่างเว้น จากคนเช่า ก็อดกลุ้มใจมิได้ เพราะ มีแต่รายจ่าย ไม่มีรายรับ และ เมื่อมีผู้เช่า ก็ต้องเอาอกเอาใจผู้เช่า เพื่อจะให้เขาเช่าไปนานๆ ได้ผู้เช่า ดี ก็ดีไป แต่ ถ้าไม่ดี ก็จะมีเรื่องจุกจิกกวนใจมิได้ขาด เมื่อผู้เช่าเลิกเช่า ก็ต้องหาช่างมาซ่อมแซม ส่วนที่เสียหาย รอผู้เช่าคนต่อไป

⏩ ส่วนอสังหาฯ อื่นๆ : ที่มิได้ให้เช่า เช่น ที่ดิน ก็มีภาระต้องชำระภาษีทุกปี ที่ดินจะปล่อยรกร้าง ให้วัชพืชขึ้นท่วมหัวก็ไม่ได้ ต้องคอยจ้างคนมาจัดการดูแลอยู่เนืองๆ มิฉะนั้น ต้องจ่ายภาษีเพิ่ม 30 เท่า ถ้า เป็นที่รกร้าง ไม่ได้ทำประโยชน์

⏩ นอกจากอสังหาฯ ที่ซื้อหา มาอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง แล้ว : ของใช้ส่วนตัวต่างๆ ก็ยังซื้อหา ตามใจ ตามค่านิยมในยุคนั้น เช่น กระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า เครื่องประดับ นาฬิกา เครื่องสำอาง ต่างๆ ซื้อมาด้วยแล้ว ก็ใช้ได้ไม่นาน ก็เปลี่ยนใหม่ ... นี่ถ้าเอาเงิน 💸 ที่ซื้อสิ่งของเหล่านี้ มากองรวมๆ กัน คงซื้อบ้านหลังงามๆ ได้อีกหลังหนึ่ง ‼หรือ ท่องเที่ยวรอบโลกได้

⏩ ตั้งใจซื้อ 🏢 คอนโดริมทะเล 🌊 เพื่อเอาไว้มาพักผ่อนหย่อนใจ แต่ได้มาพัก ปีละไม่กี่วัน เท่านั้น และ ทุกครั้งที่มาพัก กลับไม่ได้พักผ่อนให้สบายใจดังหวัง เนื่องจาก ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการหาคนมาทำความสะอาด ต้องซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย ซึ่งมีเป็นระยะๆ ในช่วงที่ไม่ได้มาพัก ก็มีค่าใช้จ่ายในการดูแล ค่าส่วนกลาง ค่าบำรุงรักษา ที่สำคัญคือ ... ทำให้เสียโอกาสที่จะได้ไปพักที่อื่น

⏩ ข้าพเจ้า จึงตัดสินใจ เปลี่ยนชีวิตใหม่ในวัยเกษียณ : เพื่อให้มีความสุข และผ่อนคลาย มากกว่า ต้องมาเสียเวลา ในการมานั่งวิตกกังวลต่างๆ

⏩ ดังนั้น เราจึงตัดสินใจ ขายทรัพย์สินเกือบทุกอย่าง เหลือไว้เพียง ที่พักส่วนตัว ที่ใช้เป็นที่พักอาศัย ในกรุงเทพฯ 1 แห่ง ในต่างจังหวัด 1 แห่งเท่านั้น นอกจากนั้น ตัดสินใจ จะขายทิ้งไป ถ้า ลูกๆ จะไม่ดูแลต่อไป

ไม่ต้องมีทรัพย์สินอะไร ให้มาก ไม่ต้องปวดหัวกังวล กับการหาคนเช่า ไม่ต้อง กังวลกับการได้ผู้เช่าไม่ดี ไม่ต้องเสียเงินค่าบำรุงรักษา ไม่ต้องเสียค่าดูแลส่วนกลาง ไม่ต้องเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่นับวัน จะมีมากขึ้น

⏩ ไม่มีคอนโดริมทะเล 🌊 เพื่อจะไปพักซ้ำแล้วซ้ำเล่า อยากไปพักที่ไหน ก็ไปพักตามโรงแรม สะดวกสบายทุกอย่าง ได้พักผ่อนในที่หลากหลาย สบายสมใจ ไม่ต้องทำความสะอาด ไม่ต้องจ่ายค่าส่วนกลางทุกเดือน ‼

⏩ ที่ดินต่างๆ ทั่วประเทศ : ก็ขายทิ้งไปหมด ได้เงินมากอด ไว้ให้สุขใจ แล้วนำไปฝากในสถาบันการเงิน 💸 ที่ให้ดอกผลเพียงพอกับการดำรงชีวิตโดยมีครบปัจจัยทั้ง 5

⏩ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ มีของเก่าก็ใช้ต่อ เก็บไว้แค่ไม่กี่ชิ้น เลือกชิ้นที่ใช้ได้บ่อยๆ นอกนั้นบริจาคไปจนหมด ไม่ต้องเก็บไว้ให้รกบ้าน ถ้าจะหาซื้อใหม่ก็ใช้ของราคาไม่แพง ให้คุ้มกับการใช้

🛑 ปัจจุบัน มีที่พักในกรุงเทพฯ และ บ้านที่ต่างจังหวัดเท่านั้น 🇦🇺 สำหรับเป็นที่อยู่อาศัย 💸 ค่าใช้จ่ายลดลงมาก : จึงมีเงินเหลือใช้ เพื่อการท่องเที่ยวได้อย่างสบายๆ อยากไปไหนก็ไปกัน ไม่ต้องคอยห่วงสมบัติ ‼ ไม่ต้องห่วงหมาแมว

⏩ อยากทานอาหารอะไร : ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง ก็ทำทานกันเอง ถ้าเบื่อที่จะทำ ก็สั่งอาหารมาที่บ้าน 🏠 เดี๋ยวนี้ แทบทุกแห่งในโลก 🌐 สั่งอาหารได้ทางออนไลน์ 📱หาทานได้ แทบจะทุกภัตตาคาร ไม่ต้องถ่อขับรถ 🚘 ฝ่ารถติด ออกไปให้ปวดหัว ยามว่าง : ก็หาอะไรทำให้เพลิดเพลิน

⏩ พอเริ่มเบื่ออยู่บ้าน : ก็หาเรื่องขับรถไปเที่ยว ปิกนิกริมทะเล 🏖 หรือไปชมสวนดอกไม้ ในวนอุทยานต่างๆ ให้เพลิดเพลินเจริญใจ ซึ่งไม่ได้ทำให้ เงินในกระเป๋าร่อยหรอไปมากนัก

⏩ ไปตรวจสุขภาพ กับหมอบ้าง หรือ 🏥 ตรวจหัวใจ ตรวจสายตา ตรวจการได้ยิน ตรวจฟัน เป็นครั้งคราว

⏩ แดดร่มลมตก : ก็ออกไปเดินออกกำลังกาย 🧓👵 ถ้าคู่ชีวิตยังอยู่
: ก็นั่งพูดจาภาษาดอกไม้ หรือ พูดหวานๆ เอาอกเอาใจซึ่งกันและกัน แค่นี้ ก็น่าจะพอ สำหรับคนที่เกษียณอายุแล้ว และ อยากหาความสุขใส่ตัว มิใช่ ตั้งหน้าตั้งตา หางาน หาภาระ มาใส่ตัวอีก ‼

⏩ เพื่อนน่ะ ! ไม่มีเลย ก็ไม่ดี แต่ ถ้ามีมากเกินไป ก็เป็นภาระอีก มีแต่พอดี และ ควรคบกับเพื่อนดีๆ ที่มี " ศีลเสมอกัน " จะได้ไม่เป็นที่กินแหนงแคลงใจกัน ให้กลุ้มใจเปล่าๆ คบเพื่อนที่รู้จัก Take And Give ไม่ใช่เพื่อนที่ทำตัวเป็นภาระ คอยแต่จะ Take จากเราตลอด เหมือนเป็นเจ้าหนี้ของเรามาแต่ชาติปางก่อน

⏩ ส่วนลูกๆ หลานๆ น่ะ : เราเหนื่อยยาก เลี้ยงดูพวกเค้ามาเยอะแล้ว ปล่อยเค้าไปตามทางของเค้า เค้าอยู่รอดปลอดภัยได้อยู่แล้ว : ไม่ต้องห่วงมากมาย และไม่ต้องไปหวังพึ่งอะไรลูกๆ เป็นอันขาด ! อย่าเอาตัวไปเป็นภาระของลูก แค่เค้าไม่มาพึ่งเราไปตลอดชีวิต ก็นับว่า " เป็นบุญแล้ว "

⏩ 💸💰 เงินทองก็เช่นกัน : ทำงานเหนื่อยยากมาตลอดชีวิต ถึงวัยเกษียณ : ก็หัดใช้เงินเสียบ้าง มิใช่เคยตัวกับการประหยัด เพื่ออนาคต ตอนนี้แหละ คือ อนาคตของเราที่รอคอย คือ เวลาที่จะต้องใช้เงิน 💸
" อนาคต " มันไม่ยาวไกล ถึงขนาด ต้องประหยัดกันอีก ! เผลอๆ วันพรุ่งนี้ก็อาจไม่มีชีวิตอยู่ ไม่สามารถใช้เงินได้อีกต่อไป ก็ได้

🛑 สมบัติน่ะ : ไม่ต้องเก็บไว้ให้ลูกหลานมากหรอก ให้พอทำทุนก็พอ : เลี้ยงพวกเค้า ให้การศึกษาพวกเค้า มาอย่างดีที่สุดแล้ว อย่าดูถูกเค้า เค้าน่าจะหาได้มากกว่าเราด้วยซ้ำ !!

🔴 อย่าลืมแบ่งเวลาตนเองดูแลสุขภาพกายใจให้แข็งแรงด้วยนะครับ
แบ่งเวลาวันละ 15-30 นาที แค่เดิน Jogging ออกกำลังกาย ทำให้ขามีกำลัง แข็งแรง เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น

เจริญสติ ปฏิบัติธรรมด้วยตนเองที่บ้านก็ได้ แบบ อานาปานสติ ให้จิดอยู่กับลมหายใจเข้า-ออก หรือ จะบริกรรมภาวนา “ พุทโธ “ ก็ได้ ถ้าระหว่างวัน ไม่ได้เจริญสติ ก็เจริญสติ ในเวลาจะเข้านอน หรือ ตอนตื่นนอนจะลุกจากเตียง เพื่อเตรียมความพร้อม กับลมหายใจที่ยังมีอยู่ ในเช้าตรู่วันใหม่ ผู้รู้ ผู้ตื่นผู้เบิกบาน คิด พูด ทำแต่สิ่งดีงาม

🔴 เท่านี้ : ก็น่าจะสุขมากพอ .....สำหรับคนที่ "เกษียณ" แล้ว

เป็นบทความน่าคิด…น่าพิจารณาทบทวน…ว่า เราเป็นเช่นว่าเพียงใด

ที่มา: คุณชยันต์ เพชรศรีจันทร์ นำมาใส่ในเว็บ GotoKnow ๗ สิงหาคม ๒๕๖๖

FB: โต๊ะป้าศรี CH Table

01/04/2026

🛢️ รพ.อุ้มผางวิกฤตซ้อนวิกฤต “การเงิน–พลังงาน” เสี่ยงขาดสภาพคล่อง เม.ย.นี้ หนักสุดในรอบ 35 ปี

”นพ.วรวิทย์” ผอ.รพ.อุ้มผาง เผยเงินไม่พอจ่ายเงินเดือนตั้งแต่ต้นปีงบฯ 69 วิกฤตพลังงานซ้ำเติมต้นทุน รพ.ต้องขนน้ำมันใส่ถัง 200 ลิตรสำรอง ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลในพื้นที่สูงถึงกว่า 55 บาทต่อลิตร วอนรัฐบาลช่วยประคองงบระยะสั้น ก่อน รพ.ล้มแล้วลุกยาก

วันนี้ (27 มี.ค. 69) นพ.วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผาง จังหวัดตาก เปิดเผยกับ #เก็บตกจากวชิรวิทย์ ถึงสถานการณ์วิกฤตของโรงพยาบาลอุ้มผางว่า ขณะนี้กำลังเผชิญ “วิกฤตซ้อน” ทั้งด้านการเงินและต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นจากสถานการณ์ราคาน้ำมันโลก โดยเฉพาะผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้โรงพยาบาลชายแดนที่มีข้อจำกัดด้านรายได้ต้องเผชิญภาระหนักกว่าปกติ

นพ.วรวิทย์ ระบุว่า ปัญหาการเงินของโรงพยาบาลอุ้มผางมีมานาน แต่ปีงบประมาณ 2569 ถือเป็นช่วงที่หนักที่สุดตั้งแต่ทำงานมาเกือบ 35 ปี โดยงบประมาณที่ได้รับจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) รวมถึงรายได้ของโรงพยาบาล “ไม่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่าย 3 เดือนแรกของปี” ส่งผลให้ตั้งแต่เดือนมกราคม โรงพยาบาลเริ่มประสบปัญหาสภาพคล่อง และต้องขอยืมเงินจำนวน 8 ล้านบาทจากโรงพยาบาลแม่สอด และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตาก เพื่อจ่ายเงินเดือนบุคลากร

แม้ต่อมาจะได้รับงบประมาณก้อนจาก สปสช. เพิ่มเติมในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ แต่สถานการณ์ยังคงตึงตัว โดยคาดว่า ณ สิ้นเดือนมีนาคม โรงพยาบาลจะเหลือเงินเพียง 2–3 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉพาะเงินเดือนบุคลากรอยู่ที่ประมาณ 12 ล้านบาทต่อเดือน และบุคลากรราว 70% รับเงินเดือนจากงบรายได้ของโรงพยาบาล

“ปกติที่ผ่านมา โรงพยาบาลอุ้มผางจะมีปัญหาการเงินในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีงบประมาณ แต่ปีนี้สถานการณ์รุนแรงขึ้น จนคาดว่าเมษายนถึงมิถุนายนอาจไม่เหลือเงินเพียงพอสำหรับการดำเนินงาน” นพ.วรวิทย์ กล่าว

◤ ภาระดูแลประชากรชายแดนสูง เก็บค่ารักษาไม่ได้จำนวนมาก

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผางอธิบายว่า โครงสร้างผู้ป่วยเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้โรงพยาบาลมีรายได้จำกัด เนื่องจากต้องดูแลประชากรทั้งฝั่งไทยและเมียนมา

ข้อมูลสำรวจระบุว่า ในพื้นที่อำเภออุ้มผางมีประชากรฝั่งไทยประมาณ 83,000 คน ในจำนวนนี้มีผู้ถือสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (UC) ประมาณ 28,000 คน ขณะที่ฝั่งเมียนมามีประชากรราว 29,000 คน จากกว่า 5,000 ครัวเรือน ซึ่งส่วนใหญ่มีฐานะยากจนและไม่สามารถชำระค่ารักษาได้

ผู้ป่วยจำนวนมากเดินทางมารับบริการในภาวะฉุกเฉิน เช่น การคลอดบุตร หรือโรคร้ายแรง ทำให้โรงพยาบาลจำเป็นต้องให้การรักษา แม้ไม่สามารถเรียกเก็บค่าใช้จ่ายได้ โดยที่ผ่านมาโรงพยาบาลต้องพึ่งพาเงินบริจาคจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ป่วยไร้สิทธิ์

อย่างไรก็ตาม งบประมาณสนับสนุนด้านสาธารณสุขจากประเทศญี่ปุ่น หรือ JICA มีข้อกำหนดการใช้จ่ายเฉพาะด้าน ไม่สามารถนำมาใช้เป็นงบดำเนินงานประจำได้

◤ วิกฤตพลังงานซ้ำเติมต้นทุน รพ.ต้องขนน้ำมันใส่ถัง 200 ลิตรสำรอง

นอกจากปัญหาการเงิน โรงพยาบาลอุ้มผางยังได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่ใช้สำหรับเครื่องปั่นไฟและรถพยาบาล เนื่องจากพื้นที่อุ้มผางมีไฟฟ้าดับบ่อย และต้องพึ่งพาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเป็นระยะ

นพ.วรวิทย์ เปิดเผยว่า โรงพยาบาลต้องจัดซื้อน้ำมันใส่ถังขนาด 200 ลิตร เพื่อสำรองใช้กับเครื่องปั่นไฟ ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลในพื้นที่สูงถึงกว่า 55 บาทต่อลิตร และบางช่วงไม่สามารถหาซื้อได้เพียงพอ ทำให้ต้องนำรถบรรทุกเดินทางไปรับน้ำมันจากอำเภออื่น ใช้เวลาเดินทาง 5–6 ชั่วโมง

นอกจากนี้ รถพยาบาลจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในพื้นที่ห่างไกลยังต้องมารับน้ำมันจากโรงพยาบาลอุ้มผาง เนื่องจากไม่มีสถานีบริการน้ำมันในบางพื้นที่ ส่งผลให้ต้นทุนด้านพลังงานเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“หากไม่มีน้ำมันสำหรับเครื่องปั่นไฟ เมื่อไฟฟ้าดับ ระบบสำคัญอย่าง ICU ห้องผ่าตัด หรือห้องปฏิบัติการจะไม่สามารถทำงานได้ ซึ่งกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยโดยตรง” นพ.วรวิทย์ กล่าว

โรงพยาบาลยังต้องเตรียมสำรองก๊าซหุงต้มสำหรับประกอบอาหารผู้ป่วย รวมถึงปรับวิธีการซักอบผ้า โดยใช้การตากแดดแทนการอบ เพื่อลดค่าใช้จ่ายพลังงาน

◤ เริ่มใช้ยาบริจาคใกล้หมดอายุ เหตุบริษัทชะลอส่งยาเพราะค้างชำระ

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผาง ระบุว่า ปัญหาสภาพคล่องส่งผลกระทบต่อการจัดซื้อเวชภัณฑ์ โดยปัจจุบันต้องบริหารจัดการยาที่ได้รับบริจาคอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะยาที่ใกล้หมดอายุซึ่งต้องเร่งนำมาใช้ก่อน

นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังมีหนี้ค้างชำระกับบริษัทผู้จำหน่ายยาและเวชภัณฑ์บางแห่งมาตั้งแต่ปี 2567 ทำให้บางบริษัทชะลอการส่งสินค้า ส่งผลให้การจัดหายาบางรายการทำได้ยากขึ้น

อย่างไรก็ตาม นพ.วรวิทย์ ระบุว่า ยังมีผู้ประกอบการบางรายที่ยังคงสนับสนุนโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีหนี้ค้างชำระ โดยไม่ได้เร่งรัดทวงถาม ทำให้โรงพยาบาลยังสามารถประคองสถานการณ์ได้ในระดับหนึ่ง

ขณะเดียวกัน การจัดหาออกซิเจนทางการแพทย์ถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหากการส่งมอบสะดุด อาจส่งผลกระทบต่อการรักษาผู้ป่วยในทันที

◤ เตือน รพ.ชายแดนหลายแห่งเสี่ยงขาดสภาพคล่อง

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผางประเมินว่า โรงพยาบาลในจังหวัดตากหลายแห่งกำลังเผชิญปัญหาทางการเงินในลักษณะใกล้เคียงกัน เช่น โรงพยาบาลสามเงา แม่ระมาด และท่าสองยาง โดยคาดว่าอาจมีเพียงบางแห่งเท่านั้นที่สามารถประคองสถานการณ์ไปได้จนถึงสิ้นปีงบประมาณ

“สถานการณ์ปีนี้ถือว่าน่ากังวล เพราะรายได้ของโรงพยาบาลมีจำกัด แต่รายจ่ายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่าแรงบุคลากร ค่ายา และต้นทุนพลังงาน ทำให้หลายแห่งเริ่มมีสัญญาณขาดสภาพคล่อง” นพ.วรวิทย์ กล่าว

พร้อมย้ำว่า โรงพยาบาลได้พยายามประหยัดค่าใช้จ่ายทุกด้านแล้ว แต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด และจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนเชิงระบบ เพื่อให้โรงพยาบาลชายแดนสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง

“เมษายนนี้อาจเป็นช่วงที่สถานการณ์การเงินของโรงพยาบาลอุ้มผางหนักที่สุดตั้งแต่ผมทำงานมา” นพ.วรวิทย์ กล่าว

◤ น้ำมัน–ก๊าซหุงต้มในศูนย์พักพิงต้องใช้อย่างจำกัด หวั่นกระทบระบบดูแลผู้ป่วย

นพ.วรวิทย์ ยังเปิดเผยเพิ่มเติมถึงสถานการณ์การดูแลศูนย์พักพิงตามแนวชายแดนว่า ปัจจุบันโรงพยาบาลเริ่มไม่สามารถสนับสนุนทรัพยากรได้เต็มที่เหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณและต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น

โดยศูนย์พักพิงจำเป็นต้องใช้น้ำมันดีเซลวันละประมาณ 5–6 ลิตร สำหรับเครื่องปั่นไฟ เพื่อรักษาอุณหภูมิในตู้เย็นเก็บยาและวัคซีน รวมถึงต้องใช้ก๊าซหุงต้มเดือนละประมาณ 4–5 ถัง (ขนาด 15 กิโลกรัม) สำหรับประกอบอาหารให้ผู้ป่วยและผู้พักอาศัย

“แม้ปริมาณการใช้พลังงานในศูนย์จะไม่มาก แต่ก็เป็นต้นทุนที่ต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบ เพราะหากไม่สามารถสนับสนุนได้ อาจทำให้ประชาชนจำนวนมากเดินทางมารับบริการที่โรงพยาบาลอุ้มผางเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาระงานสูงขึ้นในขณะที่ทรัพยากรมีจำกัด” นพ.วรวิทย์ กล่าว

◤ ห่วงขวัญกำลังใจบุคลากร ยืนยันต้องจ่ายเงินเดือนเป็นลำดับแรก

ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณ ทำให้โรงพยาบาลจำเป็นต้องชะลอการรับบุคลากรเพิ่มเติม รวมถึงจำกัดกิจกรรมออกหน่วยเชิงรุกบางส่วน เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางและพลังงาน

ในปี 2569 โรงพยาบาลยังเผชิญปัญหาการขาดแคลนแพทย์ในบางสาขา เนื่องจากมีแพทย์บางส่วนสิ้นสุดสัญญาหรือย้ายไปปฏิบัติงานในพื้นที่อื่น ขณะที่แพทย์ใหม่ที่จะเข้ามาเพิ่มเติมยังมีจำนวนจำกัด ทำให้ภาระงานบริการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

“หากงานป้องกันโรคในพื้นที่ทำได้ไม่เต็มที่ อาจทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากต้องเข้ามารับบริการที่โรงพยาบาล ซึ่งจะยิ่งเพิ่มภาระต่อระบบบริการที่มีข้อจำกัดอยู่แล้ว” นพ.วรวิทย์ กล่าว

แต่นพ.วรวิทย์ ระบุว่า โรงพยาบาลยังคงให้ความสำคัญกับการจ่ายเงินเดือนเป็นอันดับแรก แม้ค่าใช้จ่ายด้านค่าตอบแทนอื่นอาจต้องชะลอออกไป หากไม่มีงบประมาณเพิ่มเติมเข้ามา

“ในภาวะเช่นนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาความต่อเนื่องของบริการ และดูแลบุคลากรให้สามารถปฏิบัติงานได้” นพ.วรวิทย์ กล่าว

◤ วอนรัฐบาลช่วยประคองงบระยะสั้น ก่อน รพ.ล้มแล้วลุกยาก

นพ.วรวิทย์ บอกด้วยว่าอยากขอความช่วยเหลือเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก่อน อย่างน้อยขอให้โรงพยาบาลสามารถประคองตัวไปรอดเป็นรายเดือนให้ได้ก่อนก็ยังดี เรื่องหนี้ค้างต่าง ๆ คิดว่ายังพอประคองได้ แต่สิ่งที่น่ากังวลมากคือ ค่าตอบแทนบุคลากร เพราะถ้าจ่ายไม่ได้ เจ้าหน้าที่อาจทยอยลาออก ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบบริการของโรงพยาบาล

“ถ้าบุคลากรหลักออกไป โรงพยาบาลอุ้มผางอาจ ล้มแล้วลุกยาก” เพราะพื้นที่นี้ไม่ใช่พื้นที่ที่คนอยากเข้ามาทำงานมากนัก เมื่อคนออกไปแล้ว โอกาสที่จะหาคนมาทดแทนก็ยากมาก“ นพ.วรวิทย์ กล่าว

นพ.วรวิทย์ บอกอีกว่า ตนจะเกษียณวันที่ 1 ตุลาคม 2570 ใจหนึ่งก็คิดว่าการเกิดวิกฤตตอนนี้ อย่างน้อยยังพอมีประสบการณ์ที่จะช่วยประคองสถานการณ์ได้บ้าง เพราะอยู่ที่นี่มานานและพอรู้แนวทางแก้ปัญหา แต่ยอมรับว่าครั้งนี้เป็นวิกฤตที่หนักมาก และไม่สามารถแก้ได้เหมือนในอดีต

สิ่งที่อยากขอคือ ให้กระทรวงสาธารณสุขหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยสนับสนุนงบประมาณระยะสั้น ประมาณ 1–6 เดือน หรืออย่างน้อยจนถึงสิ้นปีงบประมาณ เพื่อให้โรงพยาบาลสามารถจ่ายค่าตอบแทนบุคลากรได้ก่อน เรื่องค่ายาและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ผมจะพยายามหาทุนจากการบริจาคและรายได้ของโรงพยาบาลมาช่วยเสริม

ค่าใช้จ่ายหลายอย่างเราพยายามประหยัดเต็มที่แล้ว แม้แต่ค่าน้ำมันสำหรับรถพยาบาลก็ต้องบริหารอย่างระมัดระวัง ซึ่งต้องขอขอบคุณผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ให้ความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน เพราะการเดินทางของรถพยาบาลเกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้ป่วยโดยตรง

”ผมอยากเน้นว่า เงินเป็นปัจจัยสำคัญมากในช่วงนี้ หากไม่มีสภาพคล่องเพียงพอ โรงพยาบาลอาจไม่สามารถดำเนินงานต่อได้ตามปกติ จึงขอความช่วยเหลือจากภาครัฐในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นลำดับแรก เพื่อให้โรงพยาบาลยังสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง“ นพ.วรวิทย์ กล่าว

ทั้งนี้ โรงพยาบาลยังคงเปิดรับการสนับสนุนจากภาคสังคม ภายใต้เงื่อนไขการใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค เพื่อช่วยประคับประคองระบบบริการสาธารณสุขในพื้นที่ชายแดนให้สามารถดำเนินต่อไปได้.

#นักข่าวสาธารณสุข #เก็บตกจากวชิรวิทย์

09/03/2026

เปลี่ยนความเจ็บปวด เป็นความเมตตา
พศิน อินทรวงค์

ตั้งแต่เล็กจนโต เราต่างทำผิดพลาด
มีหลายครั้งที่เราเบียดเบียนผู้อื่นอย่างตั้งใจ
ดุด่าเขาด้วยถ้อยคำรุนแรง
เอาเปรียบเขาโดยเจตนา
เราต่างเคยเห็นแก่ตัว
เคยทำให้ผู้อื่นเสียใจ
แต่สิ่งนั้นก็ได้ผ่านไปแล้ว
แม้เรารู้สึกเสียใจ ก็ไม่อาจเรียกอะไรคืนมา
ความผิดพลาดนี้ทิ้งบาดแผลให้เรา
แต่ความผิดพลาดนี้ก็ทำให้เราได้เติบโต
ทำให้เราเกิดกระบวนการเรียนรู้
ที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสันติ
เราเป็นทั้งผู้กระทำ และถูกกระทำ
พยายามอย่าทำให้ใครเสียใจ
และเมื่อใครทำเราเจ็บปวด
จดจำความรู้สึกนั้นไว้
มิใช่จำเพื่อคิดแค้น
แต่เพื่อให้ระลึกว่า
เราจะไม่ทำให้ใคร เกิดความรู้สึกเช่นนี้
ยอมรับ ให้อภัย
ทั้งให้อภัยตนเอง และผู้อื่น
เปลี่ยนความเจ็บปวดให้กลายเป็นความเมตตา

***ติดต่อ พศิน อินทรวงค์***
วิทยากร/บรรยาย/หนังสือ/บทความ
https://www.facebook.com/talktopasin2013
***ติดตามช่องยูทูป***
พศิน อินทรวงค์ - Pasin Intarawong
https://www.youtube.com/channel/UCccGJ9suemcJiF6WQqxUuGQ

09/03/2026

ก้อนหินบนยอดเขาขรุขระแหลมคม
เพราะไม่มีใครไปแตะต้องรบกวน

ก้อนหินในลำธารกลมเกลี้ยงงดงาม
เพราะสายน้ำพัดพาให้เสียดสีกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

การอยู่ร่วมกับคนอื่นอาจไม่สงบ
เท่าการอยู่ตามลำพัง
แต่จะช่วยขัดเกลาเหลี่ยมคมในใจเรา

อย่าไปรังเกียจความรู้สึกอึดอัด
เวลาอยู่ร่วมกับคนอื่น หากเรามีปัญญา
จะสามารถอาศัยแรงเสียดทานนี้
ขัดเกลาความหลงตน ให้จิตเกลี้ยงจากกิเลส
ดั่งก้อนหินในลำธารที่กลมเกลี้ยงงดงาม
--- คำสอน พระอาจารย์ชยสาโร
สถานพำนักสงฆ์บ้านไร่ทอสี นครราชสีมา

06/03/2026

การหลงทางในชีวิตนั้น ไม่ใช่จะเหมือนกับว่า
ควรเลี้ยวซ้ายกับเลี้ยวขวา มันไม่ชัดเจนอย่างนั้น
แต่มันเป็นการเขวออกจากทางที่ถูกต้อง
ทีละเล็ก ทีละน้อย โดยเราไม่รู้สึกตัวว่าหลง
เพราะไม่มีเครื่องวัดที่ละเอียดพอ

ผิดไปวันละ ๑ องศา ๖ เดือน เป็น ๑๘๐ องศา
ทิศเหนือกลายเป็นทิศใต้เรียบร้อยแล้ว
ที่มันค่อยเป็นค่อยไป นี่แหละอันตราย
ปล่อยทีละเล็กทีละน้อย เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่
เรื่องที่แก้ไขง่าย กลายเป็นเรื่องที่แก้ไขยาก

ฉะนั้น พระพุทธองค์จึงสรรเสริญ
การตั้งอยู่ในความไม่ประมาท
ระลึกอยู่ในความหมายและจุดมุ่งหมาย
ของการกระทำอยู่บ่อย ๆ
นี่คือการปฏิบัติต่อเวลาที่ถูกต้อง ปราศจากโทษ
--- คำสอน พระอาจารย์ชยสาโร
สถานพำนักสงฆ์บ้านไร่ทอสี นครราชสีมา

06/03/2026

พบตัวคุณหมิวแล้ว ปลอดภัย

อ่านรายละเอียดได้ที่โพสต์ล่าสุด⬆️

ที่อยู่

73/115 หมู่บ้านพฤกษ์ภิรมย์ รีเจนท์
Nonthaburi
11130

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Dhamma Satitผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์