มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ปกป้องผืนป่า สัตว์ป่า เพื่อความยั่งยืนของทุกชีวิต

25/05/2026

“สมัยก่อนเจ้าหน้าที่ต้องใช้ว่าโหดกว่านี้นะครับ ค่อนข้างจะจริงจังกับเรื่องของการกระทำผิด เมื่อเกิดแล้วเนี่ยการบังคับกฎหมายค่อนข้างจะรุนแรง การดำเนินการค่อนข้างจะเป็นศัตรูกันค่อนข้างชัด”
“การล่าสัตว์ หรือการใช้ของป่า ถ้าถามว่าการใช้ของป่าเป็นเรื่องน่ากลัวไหม ถ้าใช้ในกฎกติกามารยาท ไม่น่ากลัว”
“การบุกรุกก็เหมือนกัน ถ้าผมใช้คำว่าการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ที่ตั้งชุมชนค่อนข้างปักหลักแล้ว แต่ที่เราทำอะไรไม่ได้เป็นเรื่องการขยายตัวของชุมชน ไปห้ามไม่ให้เขาไม่มีลูกไม่มีหลานไม่ได้ ไม่ใช่แค่เรื่องลูกหลานอย่างเดียว ยังมีการมาแต่งงานกับคนข้างนอกก็มี ลูกหลานเกิดขึ้นก็มี เมื่อชุมชนต้องขยายพื้นที่ชุมชน อาจไม่ได้บุกรุกมาก แต่อาจขยับทีละวาทีละศอก”
“พื้นที่ตะวันตกไม่ได้เจอแค่แรงขับเคลื่อนของชุมชนในป่า วันนี้เรามีชุมชนอยู่ขอบป่ามรดกโลกอีกหลายแสนชุมชน เท่ากับว่าแรงกดดันจากข้างนอกก็สูงเหมือนกัน พราะว่าวันนี้ประเทศไทยและชุมชนมีแรงขับเคลื่อนให้เปลี่ยนเป็นเมืองสูงมาก อัตราเร่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่มันจะบีบเรื่องของการใช้ทรัพยากรให้หมดรวดเร็วขึ้น
สมโภชน์ มณีรัตน์ อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก/ห้วยขาแข้ง
รับชม สารคดีชุด ผืนป่ามรดกโลก “ทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง” ตอนที่ 8 - คนกับป่าและความยั่งยืน ฉบับเต็มได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=orM9Q33aiXs

บนแผนที่ผืนป่าของประเทศไทย ป่าชุมชนอาจปรากฏเป็นเพียงหย่อมสีเขียวเล็กๆ กระจัดกระจายอยู่รอบพื้นที่อนุรักษ์ผืนใหญ่ เป็นพื้น...
24/05/2026

บนแผนที่ผืนป่าของประเทศไทย ป่าชุมชนอาจปรากฏเป็นเพียงหย่อมสีเขียวเล็กๆ กระจัดกระจายอยู่รอบพื้นที่อนุรักษ์ผืนใหญ่ เป็นพื้นที่ที่ชุมชนใช้ประโยชน์เพื่อยังชีพ เก็บเห็ด หาหน่อไม้ตามฤดูกาล หล่อเลี้ยงชีวิตและครอบครัวอย่างเรียบง่าย
บางแห่งค่อยๆ พัฒนาเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ กลายเป็นพื้นที่พักผ่อนของคนในชุมชน และเปิดรับคนนอกให้เข้ามาสัมผัสผืนป่าได้โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการขออนุญาตที่ซับซ้อนเช่นพื้นที่อนุรักษ์
ความสัมพันธ์จึงดำเนินไปอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย เมื่อคนดูแลป่า ป่าก็ดูแลคน เกื้อกูลกันเช่นกันเรื่อยมา
โดยพื้นฐาน การดูแลป่าชุมชนเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการป่าชุมชนที่จัดตั้งขึ้นพร้อมกับการประกาศพื้นที่ในแต่ละแห่ง เป็นการรวมตัวของคนที่เห็นคุณค่าและมีใจรักป่า เข้ามาเป็นแนวหน้าในการดูแลทรัพยากร ภายใต้กติกาและแผนการจัดการที่แต่ละชุมชนร่วมกันกำหนด
แต่ในบริบทปัจจุบัน เรื่องราวของป่าชุมชนกำลังค่อยๆ เปลี่ยนไป
เมื่อผู้ใช้ประโยชน์ไม่ได้มีเพียงมนุษย์อีกต่อไป หากยังรวมถึงสัตว์ป่านานาชนิดที่เริ่มเข้ามาหากิน และใช้พื้นที่เหล่านี้เป็นเสมือน ‘บ้านหลังที่สอง’
ภาพนี้ปรากฏชัดในป่าชุมชนรอบเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ที่มีรายงานทั้งจากสื่อ คนในพื้นที่ และหน่วยงานอนุรักษ์ ว่ามีสัตว์ป่าเข้ามาใช้พื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ผู้ล่าอันดับสูงสุดอย่างเสือโคร่ง ไปจนถึงช้างป่า วัวแดง กวางป่า หมูป่า ฝูงลิง รวมถึงสัตว์ขนาดเล็กอีกจำนวนมาก
เมื่อสัตว์ป่าเข้ามาเกี่ยวข้อง ภารกิจการดูแลป่าชุมชนจึงไม่อาจยึดโยงอยู่กับกรอบเดิมได้อีกต่อไป
ชวนอ่าน การลาดตระเวนป่าชุมชน กลไกที่ขาดไม่ได้ของการอนุรักษ์ยุคใหม่ https://www.seub.or.th/bloging/work/2026-80/

𝟯𝟱𝘁𝗵 𝗖𝗼𝗹𝗹𝗲𝗰𝘁𝗶𝗼𝗻𝘀ของที่ระลึกจากมูลนิธิสืบนาคะเสถียรในวาระ 35 ปี สืบ นาคะเสถียร “สืบสานงานอนุรักษ์” ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการ...
22/05/2026

𝟯𝟱𝘁𝗵 𝗖𝗼𝗹𝗹𝗲𝗰𝘁𝗶𝗼𝗻𝘀
ของที่ระลึกจากมูลนิธิสืบนาคะเสถียรในวาระ 35 ปี สืบ นาคะเสถียร “สืบสานงานอนุรักษ์” ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานงานอนุรักษ์ ผ่านการสนับสนุนของที่ระลึกรุ่นพิเศษ
𝟯𝟱𝘁𝗵 𝗙𝗶𝗲𝗹𝗱 𝗝𝗮𝗰𝗸𝗲𝘁 𝗦𝗘𝗨𝗕 𝗡𝗔𝗞𝗛𝗔𝗦𝗔𝗧𝗛𝗜𝗘𝗡 (ราคา 1,650 บาท)
𝟯𝟱𝘁𝗵 𝗦𝗲𝘂𝗯 𝗡𝗮𝗸𝗵𝗮𝘀𝗮𝘁𝗵𝗶𝗲𝗻 𝗧-𝗦𝗵𝗶𝗿𝘁 (ราคา 350 บาท)
ค่าจัดส่ง : 40 บาท/ครั้ง
(จัดส่งทุก จันทร์, พุธ, ศุกร์ และหยุดจัดส่งทุกวันหยุดนักขัตฤกษ์/แนบสำเนาการโอนตามช่องทางที่ทำการสั่งซื้อ)
*เงื่อนไขการเปลี่ยนคืน : กรณีขอเปลี่ยน-เคลมของที่ระลึก แจ้งเลขที่คำสั่งซื้อหรือใบเสร็จรับเงิน ภายใน 7 วันเท่านั้น
ช่องทางการสนับสนุนในคอมเมนต์

ร่วมรักษาป่าใหญ่ ผ่านบัตรเครดิตรายเดือน รับของขวัญ ‘Seub Cardholder’ (พิเศษ) เพียงเป็นผู้บริจาครายเดือนรายใหม่ ด้วยการสน...
22/05/2026

ร่วมรักษาป่าใหญ่ ผ่านบัตรเครดิตรายเดือน รับของขวัญ ‘Seub Cardholder’
(พิเศษ) เพียงเป็นผู้บริจาครายเดือนรายใหม่ ด้วยการสนับสนุนมูลนิธิเพียงเดือนละ 400 บาท เป็นระยะเวลาต่อเนื่อง 6 เดือน หรือวันละ 13 บาท รับของขวัญสมมนาคุณ Seub Cardholder
ผลิตภัณณ์หัตถศิลป์ท้องถิ่นจากวัสดุธรรมชาติ ต้นเตยปาหนัน จากแบรนด์ SARNSARD STUDIO นอกจากดีไซน์แสนเท่ กระบวนการผลิตก็เป็นมิตร

1) Circular Harvesting
การเก็บเกี่ยวแบบหมุนเวียน ไม่ตัดทั้งกอเพื่อที่จะให้พืชมีเวลาฟื้นฟูไม่ทำลายวงจรการเติบโต

2) Local Community
สนับสนุนงานฝีมือท้องถิ่นและใช้วัสดุเป็นมิตร สานเตยปาหนันบนวัสดุหนังวีแกน ทุกชิ้นถักสานด้วยมือใช้เวลาแตกต่างกัน

3) Meaningful Heritage
อนุรักษ์ความเป็นท้องถิ่น ด้วยการพัฒนาให้ทันสมัยกับสังคมโลก

4) Sustainable Packaging
กำจัดเศษเตยปาหนันให้เป็นผลิตภัณฑ์อื่น กลายเป็นกระดาษกล่องแพคเกจจิ้งเพื่อลดขยะ
(ขั้นตอนการสนับสนุนใต้คอมเมนต์)

ร่วมปกป้องผืนป่า สัตว์ป่า เพื่อความยั่งยืนของทุกชีวิต🌳 https://www.seub.or.th/donate/

‘ความหลากหลายทางชีวภาพ’ เป็นคำที่เริ่มใช้กันมาตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เพียงแต่ในกาลก่อนยังเป็นคำเฉพาะในวงวิชาการ และแ...
22/05/2026

‘ความหลากหลายทางชีวภาพ’ เป็นคำที่เริ่มใช้กันมาตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เพียงแต่ในกาลก่อนยังเป็นคำเฉพาะในวงวิชาการ และแทบไม่มีใครนอกแวดวงวิทยาศาสตร์พูดถึงสักเท่าไหร่
ในความเป็นสาธารณะ คำนี้มาแพร่หลายจริงๆ เอาช่วงปลายทศวรรษ 1980 ในยามที่โลกเริ่มตื่นตัวกับปัญหาสิ่งแวดล้อม นักวิทยาศาสตร์เริ่มพูดตรงกันว่า สิ่งมีชีวิตบนโลกลดลงเร็วอย่างผิดปกติ
ป่าฝนถูกทำลาย สัตว์หลายชนิดใกล้สูญพันธุ์ แมลงเริ่มหายไปจากที่ปัดหน้าฝนรถ แม้แต่ทะเลก็เริ่มเสื่อมโทรมจากมลพิษและการประมงเกินขนาด
หนึ่งในจดหมายเหตุสำคัญ มีขึ้นเมื่อ เอ็ดเวิร์ด ออสบอร์น วิลสัน (Edward O. Wilson) นักชีววิทยาชื่อดังออกหนังสือชื่อ ‘Biodiversity’ ทำให้คำนี้ดังไปทั่วโลก นักข่าว นักการเมือง องค์กรสิ่งแวดล้อม รวมถึงสหประชาชาติ เริ่มหยิบคำนี้มาใช้กันหมด
แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับผลสะเทือนที่ตามมา คำว่าความหลากหลายทางชีวภาพทำให้คนเริ่มมองธรรมชาติแบบใหม่ จากที่เคยมองแยกกันเป็นเรื่องสัตว์ป่า เรื่องป่าไม้ หรือเรื่องทะเล กลายเป็นการมองทุกสิ่งเชื่อมโยงกันหมด
อ่านบทความฉบับเต็มที่ https://www.seub.or.th/bloging/knowledge/2026-137/

21/05/2026

"เหตุผลที่สัตว์ป่ากล้าออกมาหากิน เพราะว่าเราไม่ทำอันตรายกับเขา เราช่วยกันดูแล "
"ผมเป็นกลุ่มเรือพานักท่องเที่ยวชมธรรมชาติ มีจุดขายเป็นเรื่องวิว ทิวทัศน์ ธรรมชาติ และสัตว์ป่า มีช้าง นกยูง วัวแดง เมื่อนักท่องเที่ยวมาเห็นธรรมชาติ เห็นสัตว์ป่าก็เกิดความประทับใจ และไปบอกต่อ"
"ถ้านักท่องเที่ยวมาเที่ยวแล้วไม่เจออะไร คุณคิดว่าเขาจะกลับมาอีกครั้งไหม จะไปบอกต่อคนอื่นไหม ก็คงไม่บอกใช่ไหม"
"เราจึงต้องช่วยกันดูแล โดยเฉพาะดูแลเรื่องความปลอดภัย" - ตัวแทนกลุ่มเรือนำเที่ยวธรรมชาติและสัตว์ป่า บ้านวังทอง ตำบลระบำ จังหวัดอุทัยธานี
สารคดีชุด ผืนป่ามรดกโลก ทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง ตอน คนกับป่า เพื่อความยั่งยืน

ร่วมสนับสนุนติดตั้งโซลาร์เซลล์และกล้อง เพื่อติดตามพฤติกรรมพญาแร้ง 24 ชั่วโมงให้กับพญาแร้งในโครงการพญาแร้งคืนถิ่นฯโครงการ...
21/05/2026

ร่วมสนับสนุนติดตั้งโซลาร์เซลล์และกล้อง เพื่อติดตามพฤติกรรมพญาแร้ง 24 ชั่วโมงให้กับพญาแร้งในโครงการพญาแร้งคืนถิ่นฯ
โครงการนี้มุ่งพัฒนาระบบติดตามพฤติกรรมพญาแร้งในกรงฟื้นฟู ณ หน่วยพิทักษ์ป่าซับฟ้าผ่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี โดยการติดตั้ง ระบบพลังงานแสงอาทิตย์พร้อมระบบกักเก็บพลังงาน (แบตเตอรี่) เพื่อให้สามารถจ่ายไฟฟ้าแก่กล้องวงจรปิดและอุปกรณ์สื่อสารได้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ควบคู่กับการติดตั้ง กล้องวงจรปิดเพิ่มเติมในตำแหน่งสำคัญภายในกรงฟื้นฟู เพื่อให้สามารถติดตามพฤติกรรมของพญาแร้ง เช่น การเลือกพื้นที่ทำรัง การเข้าคู่ และการดูแลไข่ ได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น ข้อมูลจากกล้องจะถูกส่งผ่านระบบอินเทอร์เน็ตเพื่อให้เจ้าหน้าที่และนักวิจัยสามารถเฝ้าติดตามพฤติกรรมของพญาแร้งแบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องเข้าไปรบกวนสัตว์ป่าโดยตรง ซึ่งช่วยลดความเครียดของสัตว์และเพิ่มความแม่นยำของข้อมูลทางวิชาการ
ที่ผ่านมา โครงการพญาแร้งคืนถิ่นได้มีการใช้กล้องวงจรปิดและระบบพลังงานแสงอาทิตย์ในการติดตามพฤติกรรมพญาแร้งบางส่วนแล้ว และพบว่าวิธีดังกล่าวช่วยให้สามารถเก็บข้อมูลพฤติกรรมที่สำคัญ เช่น การจับคู่ การสร้างรัง และการวางไข่ ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่รบกวนสัตว์ป่า อย่างไรก็ตาม ระบบที่มีอยู่ยังมีข้อจำกัดด้านจำนวนกล้องและกำลังพลังงาน ทำให้ไม่สามารถครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดภายในกรงฟื้นฟูได้ โครงการนี้จึงมุ่ง ขยายศักยภาพของระบบที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพและเสถียรมากขึ้น
ช่วยติดตั้งโซลาร์เซลล์ เพื่อเฝ้าดูพญาแร้งของไทย https://taejai.com/th/project/anm_solarcell_vulture

5 เจตนารมณ์ในการคัดค้านโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด1. จากการตรวจสอบข้อมูลทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า พบว่า รายงาน EHIA (ฉ...
21/05/2026

5 เจตนารมณ์ในการคัดค้านโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด
1. จากการตรวจสอบข้อมูลทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า พบว่า รายงาน EHIA (ฉบับผ่านคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ) ของกรมชลประทาน และผลการศึกษาจากคณะทำงานตรวจสอบและศึกษา ข้อมูลทางวิชาการฯ กรมอุทยานฯ ปี 2566 มีข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกัน ได้แก่ ชนิดป่า ปริมาณต้นไม้ ปริมาณไม้หนุ่ม/ลูกไม้ ปริมาณกล้าไม้ ปริมาณไม้ซุง รวมถึงมูลค่าความเสียหาย
2. บริเวณพื้นที่ก่อสร้างโครงการฯ โดยส่วนใหญ่มีสภาพเป็นป่าดิบแล้งที่ราบต่ำและมีร่องรอยการใช้ประโยชน์พื้นที่ของสัตว์ป่าในบริเวณที่มีโป่งธรรมชาติ ซึ่งไม่สอดคล้องกับข้อมูลในรายงาน EHIA โครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จังหวัดจันทบุรี ที่มีการระบุว่า “สภาพพื้นที่ป่าเป็นป่าเบญจพรรณและพื้นที่ป่ารอการฟื้นฟู”
3. จากการสำรวจพบสังคมพืชป่าดิบแล้งที่มีกะพ้อเป็นไม้เด่น ในเรือนยอดชั้นล่าง พรรณไม้ที่พบบริเวณพื้นที่น้ำท่วมถึงและภายใต้เรือนยอดของป่าดิบแล้งแห่งนี้ เป็นสังคมกะพ้อผืนใหญ่แหล่งเดียวและเป็น “ผืนสุดท้ายของประเทศไทย” อีกทั้ง ในแปลงสำรวจทรัพยากรป่าไม้ยังพบผักปลาบัลสเลป ซึ่งเป็นพืชชนิดใหม่ของโลกที่มีอยู่จำนวนน้อยในประเทศไทยและพบขึ้นในระบบนิเวศเฉพาะถิ่น
4. พื้นที่ที่จะกลายเป็นอ่างเก็บน้ำเป็นพื้นที่ราบสำคัญที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย หากิน และเป็นเส้นทางเดินของช้างป่า และสัตว์ป่าอื่น ๆ หากมีการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จะเป็นแนวกีดขวางเส้นทางการเคลื่อนที่ของช้างป่า ทำให้ช้างป่าเปลี่ยนเส้นทางมาตามแนวด้านล่างของอ่างเก็บน้ำ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัย และ พื้นที่เกษตรกรรมของประชาชน ส่งผลให้ปัญหาระหว่างคนกับช้างป่าทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
5. การดำเนินการที่ทำให้ผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิดเกิดความเสียหายโดยสิ้นเชิงจากการเกิดน้ำท่วม อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรง มีผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยและความสามารถในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ (Long-Term Low Greenhouse Gas Emission Development Strategies; LT-LEDS) ของประเทศไทย รวมถึงกรอบงานคุณหมิง – มอนทรีออล ว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (Kunming – Montreal Global Biodiversity Framework) ในการดำเนินงานตามข้อตกลงระหว่างประเทศตามพันธกรณีที่ประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิก นอกจากนี้ รัฐบาลได้กล่าวถ้อยแถลงในการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้บรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปีค.ศ.2050 ในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญครั้งที่ 78
อ่าน หนังสือขอคัดค้านโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด https://www.seub.or.th/bloging/bulletin/2026-131/

นักวิชาการยืนยัน “แลนด์บริดจ์” ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ และทรัพยากรศาสตร์แลนด์บริดจ์ เมกะโปรเจกต์ในพื้นที่ภาคใต้ ที่อาจก...
20/05/2026

นักวิชาการยืนยัน “แลนด์บริดจ์” ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ และทรัพยากรศาสตร์
แลนด์บริดจ์ เมกะโปรเจกต์ในพื้นที่ภาคใต้ ที่อาจกระทบวิถีชีวิตและอาชีพของชุมชน การท่องเที่ยว และทรัพยากรทางทะเลทั้งฝั่งอันดามัน และอ่าวไทย เพื่อการพัฒนาระบบโลจิสติกส์และเศรษฐกิจของประเทศไทย คุ้มค่าจริงหรือ? ร่วมหาคำตอบใน “แลนด์บริดจ์: โปรเจ็คคุ้ม & ลดพลังงาน ?!”
ภายใต้โครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง ประกอบด้วยท่าเรือน้ำลึก 2 ท่า ในพื้นที่แหลมอ่าวอ่าง จังหวัดระนอง (ฝั่งอันดามัน) และแหลมริ่ว จังหวัดชุมพร (ฝั่งอ่าวไทย) และทางรถไฟขนส่งสินค้าเชื่อมสองท่าเรือน้ำลึก รวมถึงทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง เพื่อรองรับและขนส่งตู้สินค้ากว่า 20 ล้าน TEU ต่อปี
บัณฑิต ศรีภา อดีตที่ปรึกษา กมธ.คลองไทย และระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ กล่าวว่า เทียบกับเส้นทางเดินเรือช่องแคบมะละกา โครงการแลนด์บริดจ์จะช่วยร่นระยะทางประมาณ 580 กิโลเมตร แต่กลับพบปัญหาเชิงระบบ โดยใช้เวลาขนส่งมากกว่า 2 - 4 เท่า และต้นทุนแพงกว่าถึง 10 เท่า
การขนส่งตู้สินค้าภายใต้แลนด์บริดจ์ มี 5 ขั้นตอน ดังนี้
ขั้นที่ 1 ยกตู้ลงจากเรือที่ท่าเรือน้ำลึกแหลมอ่าวอ่าง ระนอง ใช้ระยะเวลา 3.5 - 4 วัน
ขั้นที่ 2 คัดแยกสินค้าและโหลดขึ้นรถไฟ ใช้เวลา 1.5 วัน
ขั้นที่ 3 วิ่งข้ามฝั่งแผ่นดิน ในระยะทาง 90 กิโลเมตร ใช้เวลา 2 - 4 วัน
ขั้นที่ 4 ยกตู้ลงจากรถไฟและจัดเรียงเตรียมส่งขึ้นเรืออีกลำ ใช้เวลา 1.5 - 2 วัน
ขั้นที่ 5 ยกขึ้นเรือลำที่สอง ใช้เวลา 3.5 - 4 วัน
โดยสรุปรวมจะใช้เวลาทั้งหมด 12 - 15.5 วัน ในขณะที่การขนส่งผ่านช่องแคบมะละกาใช้เวลาเพียง 2 วัน
ทั้งนี้ การกำหนดตัวเลขรองรับตู้สินค้า 20 ล้าน TEU ต่อปี เพื่อแข่งขันกับตลาดสิงคโปร์ นำไปสู่การออกแบบโครงการที่มีขนาดใหญ่เกินความจำเป็น ส่งผลต่อต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์และทรัพยากรศาสตร์
กรณี “แลนด์บริดจ์” vs “คลองไทย” บัณฑิต ศรีภา กล่าวว่า โครงการคลองไทยจะเป็นการขุดคลองน้ำทะเลในพื้นที่กระบี่-ตรัง-นครศรีธรรมราช-สงขลา เพื่อเป็นเส้นทางเดินเรือทางตรงไปยังทะเลอีกฝั่ง โดยไม่ต้องอ้อมไปเส้นทางเดินเรือช่องแคบมะละกา ช่วยร่นระยะทางกว่า 700 กิโลเมตร เมื่อเทียบกับแลนด์บริดจ์ที่มีการเคลื่อนย้ายหลายขั้นตอนแล้ว ทั้งใช้ระยะเวลาขนส่งมาก และเพิ่มต้นทุน คลองไทยถือว่า มีโอกาสเป็นไปได้มากกว่าในการแข่งขันด้านโลจิสติกส์ ซึ่งจำเป็นต้องมีการศึกษาผลกระทบเพิ่มเติมในอนาคต
ในแง่ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ 2 ฝั่งทะเล หาญณรงค์ เยาวเลิศ รองประธาน มูลนิธิแม่น้ำและสิทธิ กล่าวว่า เพื่อรองรับเรือขนาดใหญ่ ทำให้มีสร้างท่าเรือน้ำลึกที่ต้องขุดร่องน้ำลึกถึง 25 เมตร และมีสะพานจากตลิ่งทอดยาวไปในทะเลราว 10 กิโลเมตร ของทั้งสองฝั่งทะเล
การสร้างท่าเรือน้ำลึกส่งผลกระทบต่อความหลายหลายชีวภาพทางทะเล และวิถีชุมชนอย่างมาก เนื่องจากบริเวณการก่อสร้างโครงการฯ พบสัตว์น้ำ พืชน้ำ และปะการังโขดที่สำคัญ รวมถึงกระทบต่อการทำประมงพื้นบ้าน และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ
ในฝั่งระนอง อาจกระทบเกาะพยามที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงป่าชายเลนสำคัญอย่างพื้นที่สงวนชีวมณฑลระนอง และพื้นที่มรดกโลก แหล่งอนุรักษ์ทะเลอันดามัน ในขณะที่ฝั่งชุมพร อาจกระทบพื้นที่ชุ่มน้ำอ่าวทุ่งคา-อ่าวสวีที่ห่างจากพื้นที่โครงการในระยะเพียง 2 กิโลเมตร
ทั้งนี้ หาญณรงค์ เยาวเลิศ กล่าวถึงความกังวลว่า ปัญหาหลัก คือ แม่น้ำในภาคใต้เป็นแม่น้ำสายสั้น โครงการพัฒนาใด ๆ ก็ตาม อ่างเก็บน้ำหรือเขื่อน จะมีความสามารถในการกักเก็บน้ำสูงสุดเพียง 100 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น (ไม่นับรวมเขื่อนเชี่ยวหลาน) ซึ่งหากมีท่าเรือ ต้องใช้น้ำอย่างน้อยราว 1,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี และหากมีนิคมอุตสาหกรรม ต้องใช้น้ำอย่างน้อยราว 2,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี โดยเน้นย้ำว่า การขุดร่องน้ำลึกอาจกระทบแหล่งท่องเที่ยว และวิถีชีวิตชุมชน และปัญหาที่ภาคใต้ไม่มีพื้นที่สำหรับทิ้งดินจำนวนมาก การจะดำเนินการขุดแต่ละครั้ง ควรต้องมีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้วย
สุดท้ายแล้ว โครงการแลนด์บริดจ์นี้ ควรไปต่อหรือไม่ ?
หาญณรงค์ เยาวเลิศ กล่าวว่า ชุมชนกังวล จึงไม่ควรเดินหน้าต่อ เนื่องจากโครงการแลนด์บริดจ์มีการลงทุนสูง ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมาก และเมื่อการขนส่งตู้สินค้าผ่านแลนด์บริดจ์ใช้เวลามาก และต้นทุนเพิ่ม หลายผู้ประกอบการจึงไม่สนใจที่จะใช้บริการ อีกทั้ง โครงการใหญ่ในลักษณะนี้ หากไม่มีเงินทุนเอง ก็ไม่ควรพึ่งพาทุนต่างชาติ มีตัวอย่างจากประเทศเพื่อนบ้าน หากต้องไปกู้ยืมมา ถ้าไม่มีกำไรจากโครงการชดเชย ก็ต้องมีการหาประโยชน์จากเรื่องอื่นแทน รวมถึงตัวอย่างโมเดลในภาคตะวันออกที่ไม่มีการลงทุนเพิ่ม และการจ้างงานแรงงานต่างชาติแทนแรงงานไทย
ทั้งนี้ หาญณรงค์ เยาวเลิศ แนะแนวทางการจัดการ ดังนี้
1. การใช้ท่าเรือที่มีอยู่แล้ว รับรองเรือขนตู้สินค้า แทนการสร้างใหม่ โดยมี 2 ท่าเรือแนะนำ คือ ท่าเรือที่บางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีระยะห่างจากชุมพรราว 50 กิโลเมตร สามารถเชื่อมกับท่าเรือระนองที่มีอยู่ได้ และท่าเรือดอนสัก จังหวัดสุราษฎ์ธานี มีระยะห่างจากหลังสวน ชุมพรราว 150 กิโลเมตร
2. หากต้องการขนส่งทางรถไฟ สามารถพัฒนารถไฟรางคู่จากระนองไปหลังสวน ชุมพรได้ โดยใช้ท่าเรือเดิมที่มีอยู่
พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า “แทนที่จะคิดการใหญ่ เราควรคิดจากสิ่งที่มีอยู่ พัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานรองรับ และพัฒนาสิ่งที่มีอยู่แล้วดีกว่า รวมถึงควรคำนึงถึงลักษณะภูมิประเทศของภาคใต้ว่า เหมาะสมที่จะทำแลนด์บริดจ์จริงหรือ”
และ บัณฑิต ศรีภา เสนอทางเลือกการจัดการ ดังนี้
1. หากต้องการแข่งขันกับการขนส่งช่องแคบมะละกา ควรเป็นท่าเรือขนาดเล็ก งบประมาณราว 3 - 4 แสนล้านบาท เพื่อรองรับเรือขนตู้สินค้าขนาดประมาณ 5,600 TEU โดยใช้ท่าเรือที่ระนองที่มีอยู่ และสร้างเพิ่มที่ชุมพร เป็นท่าเรือขนาดเล็ก ไม่กระทบสิ่งแวดล้อม พร้อมแนะนำว่า ควรเป็นการขนส่งตู้สินค้าภายในประเทศ จากอันดามันไปแหลมฉบังถึงจะคุ้มค่า
2. การใช้และพัฒนาแลนด์บริดจ์เก่าที่กระบี่ - ขนอม ที่มีการขุดแล้ว แต่ยังไม่มีท่าเรือน้ำลึกทั้งสองฝั่ง แทนการสร้างใหม่ โดยหากกระทบพื้นที่ท่องเที่ยว ให้ศึกษาและใช้พื้นที่ที่ไม่ใช่พื้นที่ท่องเที่ยว
เมกะโปรเจ็กต์ “แลนด์บริดจ์” นั้น สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อการคิดโปรเจ็กต์ไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบทุกมิติอย่างถี่ถ้วนมากพอ จะนำไปสู่ผลกระทบมากมายที่จะตามมา ซึ่งแม้ว่าโครงการจะเกิดขึ้นเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจด้านโลจิสติกส์ แต่ผลสุดท้าย โครงการก็อาจไม่สามารถตอบสนองการพัฒนาด้านดังกล่าวนั้นได้คุ้มค่ามากพอ และยังกระทบเศรษฐกิจในด้านอื่นอีก ทั้งการท่องเที่ยว การประมง รวมถึงกระทบสิ่งแวดล้อมที่กระทบไปถึงวิถีชีวิตของชุมชนในพื้นที่ด้วย
การพัฒนาประเทศไม่สามารถดำเนินไปได้ด้วยฟันเฟืองใดเพียงฟันเฟืองหนึ่ง แต่ต้องการฟันเฟืองที่หลากหลายเพื่อขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าร่วมกัน
ร่วมปกป้องผืนป่า สัตว์ป่า เพื่อความยั่งยืนของทุกชีวิต https://www.seub.or.th/donate/

𝗦𝗘𝗨𝗕 𝗕𝗨𝗖𝗞𝗘𝗧หมวกบักเก็ตที่ออกแบบมาให้ดูเรียบง่าย เพื่อความสะดวกต่อการใช้งานด้วยเนื้อผ้า Ottoman Washer ซึ่งเป็นผ้าแบบเดีย...
20/05/2026

𝗦𝗘𝗨𝗕 𝗕𝗨𝗖𝗞𝗘𝗧
หมวกบักเก็ตที่ออกแบบมาให้ดูเรียบง่าย เพื่อความสะดวกต่อการใช้งานด้วยเนื้อผ้า Ottoman Washer ซึ่งเป็นผ้าแบบเดียวกันกับหมวกเดินป่า จึงมีน้ำหนักเบา สวมใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี แห้งเร็วเมื่อโดนน้ำ พร้อมแผ่นซึมซับเหงื่อ ช่วยลดแบคทีเรียและกลิ่นอับ และยังสามารถป้องกันรังสี UV มีสายปรับระดับให้พอดีกับรอบหัว ตอบโจทย์คนรักกิจกรรมกลางแจ้ง สวมใส่ได้ทุกเพศทุกวัย!
เนื้อผ้า : Ottoman Washer
สี : ดำ, เขียว
ขนาดรอบหัว : 59 ซม.
ราคา : 390 บาท/ใบ
ค่าจัดส่ง : 40 บาท/ครั้ง
(จัดส่งทุก จันทร์, พุธ, ศุกร์ และหยุดจัดส่งทุกวันหยุดนักขัตฤกษ์/แนบสำเนาการโอนตามช่องทางที่ทำการสั่งซื้อ)
*เงื่อนไขการเปลี่ยนคืน : กรณีขอเปลี่ยน-เคลมของที่ระลึก แจ้งเลขที่คำสั่งซื้อหรือใบเสร็จรับเงิน ภายใน 7 วันเท่านั้น
ช่องทางการสนับสนุนในคอมเมนต์

เพราะพื้นที่สีเขียวที่ดูเหมือนเชื่อมต่อกันบนแผนที่ อาจไร้ความหมายโดยสิ้นเชิงหากสัตว์ไม่กล้าใช้ ไม่สามารถผ่าน หรือไม่พบทร...
20/05/2026

เพราะพื้นที่สีเขียวที่ดูเหมือนเชื่อมต่อกันบนแผนที่ อาจไร้ความหมายโดยสิ้นเชิงหากสัตว์ไม่กล้าใช้ ไม่สามารถผ่าน หรือไม่พบทรัพยากรที่จำเป็นต่อการเคลื่อนที่
ในแง่นี้ ความหมายของแนวเชื่อมป่าคงไม่ใช่เพียงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง แต่ต้องคำนึงถึงความต้องการในการเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งหรือหลายชนิดด้วย
ดังนั้น เพื่อให้การออกแบบทางเชื่อมต่อเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นักวิจัยและนักจัดการพื้นที่จำเป็นต้องพิจารณาถึงความสามารถในการเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิตเป้าหมายที่ต้องการอนุรักษ์
เพราะสิ่งสำคัญคือการการส่งเสริมให้เกิดความสมารถในการเชื่อมต่อกันทางด้านหน้าที่ มากกว่ามุ่งเน้นการเชื่อมต่อเฉพาะทางด้านกายภาพ เพื่อให้เกิดทางเชื่อมที่มีคุณภาพ
ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่าการเข้าใจถึงองค์ประกอบทางด้านพฤติกรรมทางนิเวศวิทยาของสิ่งมีชีวิตเป้าหมายในการอนุรักษ์ ถือเป็นสิ่งสำคัญอันแรกสุด ในการรับประกันความสำเร็จการใช้แนวเชื่อมต่อระหว่างผืนป่าเพื่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ
อ่านบทความฉบับเต็ม เส้นทางที่ธรรมชาติต้องการ ความหมายและเป้าหมายของแนวเชื่อมป่าในการอนุรักษ์สัตว์ป่า https://www.seub.or.th/bloging/knowledge/2026-123/

ที่อยู่

140 ถ. ติวานนท์ ต. บางกระสอ อ. เมือง
Nonthaburi
11000

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ มูลนิธิสืบนาคะเสถียรผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์