14/08/2026
แม่ตั้งครรภ์…ออกกำลังกายได้ไหม? 🤰🏻💪🏻
คำตอบคือ ได้ และหากทำอย่างเหมาะสมและปลอดภัย ยังส่งผลดีต่อสุขภาพทั้งแม่และลูก 💛
ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับภาคีเครือข่าย เดินหน้าขับเคลื่อน “แนวทางเวชปฏิบัติการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอด” โดยอ้างอิงหลักฐานทางวิชาการ เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์มีแนวทางเดียวกัน และช่วยให้คุณแม่ได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง เหมาะสมกับแต่ละช่วงของการตั้งครรภ์
พร้อมผลักดันองค์ความรู้สู่ “โรงเรียนพ่อแม่” และ “คลินิกฝากครรภ์คุณภาพ” เพื่อให้คุณแม่สามารถมีกิจกรรมทางกายได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย 🌿
📌 ชวนอ่านข่าวฉบับเต็ม เพื่อทำความเข้าใจว่า หญิงตั้งครรภ์ควรมีกิจกรรมทางกายอย่างไร จึงจะเหมาะสมและปลอดภัย
อ่านข่าวในคอมเมนต์ 👇🏻
#มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย #หญิงตั้งครรภ์ #กิจกรรมทางกาย #สุขภาพแม่และเด็ก #นมแม่ #โรงเรียนพ่อแม่ #คลินิกฝากครรภ์คุณภาพ
ขับเคลื่อน “แนวทางเวชปฏิบัติ” หนุนหญิงตั้งครรภ์-หลังคลอด มีกิจกรรมทางกายอย่างปลอดภัย
--------
สสส. สานพลังกรมอนามัย-ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ฯ-มูลนิธิศูนย์นมแม่ฯ ขับเคลื่อน “แนวทางเวชปฏิบัติ” หนุนหญิงตั้งครรภ์-หลังคลอดมีกิจกรรมทางกายอย่างปลอดภัย ชูหลักฐานช่วยส่งเสริมสุขภาพแม่-พัฒนาการลูก ขยายชุดความรู้สู่ “โรงเรียนพ่อแม่-คลินิกฝากครรภ์คุณภาพ” ทั่วประเทศ
เมื่อวันที่ 12 ส.ค. 2569 น.ส.นิรมล ราศรี ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในงานรณรงค์ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาติปี 2569 เมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา ว่า การส่งเสริมกิจกรรมทางกายในหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอดเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมกิจกรรมทางกายและยุทธศาสตร์สุขภาวะปฐมวัยของ สสส. ที่มุ่งสร้างรากฐานสุขภาวะตั้งแต่ช่วง “มหัศจรรย์ 2,500 วันแรกของชีวิต” เพราะสุขภาพและพฤติกรรมของแม่ตั้งแต่ตั้งครรภ์มีความสำคัญต่อสุขภาวะของทั้งแม่และลูก
สสส. จึงร่วมกับภาคีผลักดันแนวทางเวชปฏิบัติจากองค์ความรู้ทางวิชาการไปสู่การใช้งานจริง เพื่อให้การมีกิจกรรมทางกายอย่างเหมาะสมเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอด และสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และสนับสนุนให้หญิงตั้งครรภ์และคุณแม่หลังคลอดมีกิจกรรมทางกายอย่างเหมาะสมและปลอดภัย โดยแนวทางเวชปฏิบัติการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอด สสส. มุ่งขยายผลผ่าน 3 กลไกสำคัญ
1. การสื่อสารสร้าง Active Society ด้วยชุดความรู้และสื่อที่เข้าใจง่าย เพื่อสร้างความมั่นใจให้แม่และครอบครัวว่าหญิงตั้งครรภ์สามารถมีกิจกรรมทางกายได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย
2. การนำองค์ความรู้และเครื่องมือต้นแบบลงสู่ชุมชน การนำองค์ความรู้และเครื่องมือต้นแบบลงสู่ชุมชน ผ่านโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และเครือข่ายท้องถิ่น พร้อมสอดแทรกใน ‘โรงเรียนพ่อแม่’ และ ‘คลินิกฝากครรภ์คุณภาพ’
3. การสนับสนุนองค์ความรู้ร่วมกับภาคีวิชาการ เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์และคุณแม่หลังคลอดทุกพื้นที่เข้าถึงข้อมูลและคำแนะนำที่ถูกต้อง นำไปปฏิบัติได้จริง และมีสุขภาวะที่ดีทั้งแม่และลูก
ด้าน พญ.ศิริพร กัญชนะ ประธานมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กล่าวว่า หลักฐานทางการแพทย์พบว่า การมีกิจกรรมทางกายอย่างเหมาะสมระหว่างตั้งครรภ์ส่งผลดีต่อสุขภาพของแม่และลูก โดยคุณแม่ที่ออกกำลังกายมีแนวโน้มที่รกจะมีขนาดใหญ่ขึ้น ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดและสารอาหารไปสู่ทารก และมีข้อมูลวิจัยที่พบว่าทารกของมารดาที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอมีแนวโน้มพัฒนาการทางสมองที่ดีขึ้น ขณะที่ในระยะหลังคลอด การออกกำลังกายระดับปานกลาง สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 20 นาที ไม่ส่งผลกระทบต่อปริมาณหรือคุณภาพของน้ำนมแม่ และยังมีส่วนช่วยลดภาวะซึมเศร้าหลังคลอด รวมถึงส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพจิตของแม่
พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยมุ่งบูรณาการการส่งเสริมกิจกรรมทางกายเข้าสู่ระบบฝากครรภ์คุณภาพ เพื่อให้การออกกำลังกายอย่างเหมาะสมกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตหญิงตั้งครรภ์ โดยขับเคลื่อนตั้งแต่ “ต้นน้ำ” ผ่านการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ลดความเชื่อที่ว่าหญิงตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหว “กลางน้ำ” ด้วยการบูรณาการกิจกรรมทางกายในคลินิกฝากครรภ์ (ANC) เพื่อสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ให้แม่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และ “ปลายน้ำ” ด้วยการสร้างระบบนิเวศ สื่อ และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์สามารถออกกำลังกายได้อย่างมั่นใจ ถูกต้อง และเหมาะสมกับแต่ละช่วงอายุครรภ์
ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.พัญญู พันธ์บูรณะ ประธานอนุกรรมการอนามัยแม่และเด็ก ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยได้จัดทำแนวทางเวชปฏิบัติ (Clinical Practice Guideline: CPG) โดยอ้างอิงหลักฐานเชิงประจักษ์และคำแนะนำของ ACOG และองค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งแนะนำให้หญิงตั้งครรภ์และหลังคลอดที่ไม่มีข้อห้ามทางการแพทย์ มีกิจกรรมทางกายแบบแอโรบิกระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เช่น การเดินเร็วหรือปั่นจักรยานอยู่กับที่ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงภาวะครรภ์เป็นพิษ ความดันโลหิตสูง เบาหวานขณะตั้งครรภ์ และภาวะซึมเศร้าหลังคลอด โดยไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์
“แนวทางเวชปฏิบัติยังครอบคลุมการประเมินความปลอดภัยตามหลักการประเมินความเหมาะสมและความปลอดภัยของกิจกรรมทางกายตามหลัก Frequency, Intensity, Time และ Type (F**T) ข้อห้ามทางการแพทย์ สัญญาณเตือนที่ต้องหยุดออกกำลังกาย รวมถึงคำแนะนำเรื่องการยกของหนักตามช่วงอายุครรภ์ เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์มีแนวทางเดียวกันในการให้คำแนะนำหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอดอย่างถูกต้องและปลอดภัย โดยจะมีการแถลงรายละเอียดทางวิชาการเพิ่มเติมในเดือนตุลาคม เพื่อผลักดันแนวทางดังกล่าวไปสู่การใช้ในระบบบริการสุขภาพต่อไป” ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.พัญญู กล่าว
อ่านข่าวในคอมเมนต์
#ตั้งครรภ์ #กิจกรรมทางกาย #พัฒนาการเด็ก #วันแม่ #ข่าวสุขภาพ #ข่าวสาธารณสุข