บ้านฟ้าประทาน วังน้ำเขียว

บ้านฟ้าประทาน วังน้ำเขียว สถานปฏิบัติธรรม พระอวโลกิเตศวร

22/10/2023

หลังการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้า โลกจะเข้าสู่ "ยุคใหม่" พระศาสดาพระองค์ใหม่ คือ "พระเมไตรย์" จะ "อุบัติ" ขึ้นบนโลก เป็นพระศาสดาพระองค์ที่ 5 ในศาสนาพระธรรมจักร

"พระเมไตรย์ หรือ Lord Maitreya" เป็นชื่อสากล ชื่อที่เรียกกันแพร่หลายในภาษาไทย คือ "พระศรีอริยเมตไตรย์"

ยุคของพระศาสดาสิทธัตถะนั้นถูกกำหนดให้ยาวประมาณสองพันปีเศษ มิใช่ห้าพันปี เป็นพระศาสดาในกลียุคตอนปลาย

ในยุคใหม่ภายใต้การนำของพระเมไตรย์จะสื่อสอนพระคัมภีร์สัทธรรมชุดดั้งเดิมแก่มนุษย์ทั่วโลกที่มีชีวิตรอดจากการชำระครั้งใหญ่ โดยยกเลิกคำสอนที่ผิดเพี้ยนทั้งหมดในยุคเก่า จะไม่มีการทำพิธีกรรมต่างๆ การสวดสรรเสริญ การใช้อวิชชาหรือเดรัจฉานวิชาใดๆทั้งสิ้น

โลกจะเข้าสู่ยุคใหม่ เป็นยุคแห่งความรัก ความเมตตา ความเสมอภาค ไม่มีความแตกต่างระหว่างชนชั้น หรือระหว่างนักบวชกับมนุษย์ทั่วไป ทุกคนมีความเท่าเทียมกันหมด

พระศาสดาเมไตรย์จะมาเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณแก่มนุษย์ทั้งโลกภายใต้ศาสนาที่จะถูกรวมเป็นหนึ่งเดียว คือ "ศาสนาพระธรรมจักร" ในอนาคตข้างหน้านี้

#พระเมไตรย์ #พระศรีอริยเมตไตรย์ #พระศรีอริยเมตตรัย #พระศรีอาริย์ #ศาสนาพุทธ #พุทธศาสนา #ศาสนาพระธรรมจักร #กลียุค #ยุคทอง #ยุคใหม่ #วันชำระ #การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

09/09/2023

ศาสนาดั้งเดิมมีเพียงหนึ่งเดียว คือ ศาสนาพระธรรมจักร ซึ่งได้กำเนิดบนโลกมนุษย์ราวหมื่นกว่าปีที่ผ่านมา มีพระศาสดาที่ได้รับมอบให้ทำหน้าที่มาแล้ว 4 พระองค์

1. พระอมิตาภะ องค์ปฐมพระศาสดา เป็นองค์ประธานในศาสนาพระธรรมจักร
2. พระสัทธรรม รององค์ปฐมพระศาสดาเบื้องขวา ทำหน้าที่สื่อสอน "พระคัมภีร์ดอกบัว" หรือมีชื่อเรียกในยุคต่อมาว่า "พระคัมภีร์สัทธรรม"
3. พระไภษัชยคุรุ รององค์ปฐมพระศาสดาเบื้องซ้าย ทำหน้าที่สอนวิชาการแพทย์และการปรุงยาสมุนไพรเพื่อรักษาโรคของมนุษย์ที่มิใช่เกิดจากโรคกรรม
4. พระสิทธัตถะ ได้รับมอบหน้าที่ให้มาเผยแพร่และสื่อสอนพระคัมภีร์สัทธรรมแก่มนุษย์ในบริเวณชมพูทวีป ประวัติของพระสิทธัตถะที่เล่าต่อกันมาประกอบกับการนำมาแต่งเป็นเรื่องราวเพื่อการค้านั้นมีความเป็นจริงอยู่เพียงบางส่วน

ยุคนี้เป็นปลายกลียุค การปฏิบัติธรรมให้สำเร็จนั้นเป็นไปได้ยาก เนื่องจากการแทรกซึมของลัทธินอกรีตและการแก้ไขคำสอนดั้งเดิมหลายครั้งหลายครา ยิ่งแก้ไขก็ยิ่งผิดเพี้ยน จนเหลือคำสอนดั้งเดิมเพียง 30% เท่านั้น


25/06/2023

หลังจากพระศาสดาสัทธรรมทำหน้าที่เสร็จกลับสู่แดนแห่งพระธรรมประมาณพันปี คำสอนในพระคัมภีร์สัทธรรมเริ่มผิดเพี้ยน มีการดัดแปลงแก้ไข มนุษย์เริ่มมีความงมงาย และยึดติด ทำสิ่งที่ฝืนข้อกำหนด พระองค์จึงได้แบ่งภาคออกมาเป็นสองพระองค์ คือ

1. พระอวโลกิเตศวร เพื่อทำหน้าที่สื่อสอนพระคัมภีร์สัทธรรมแก่มนุษย์และจิตวิญญาณในทุกภพภูมิ คัดสรรผู้ที่จะมาทำหน้าที่เป็นพระศาสดาบนโลกมนุษย์

2. พระจัมบาลา เพื่อทำหน้าที่ควบคุมชีวิตมนุษย์ให้เป็นไปตามกฎแห่งจิตวิญญาณ อันประกอบด้วย กฎแห่งการกำหนด และกฎแห่งกรรม รวมถึงดูแลโลกวิญญาณ

ครั้งใดก็ตามที่ธรรมะผิดเพี้ยนมาก พระอวโลกิเตศวรจะมาสื่อสอนมนุษย์ทุกครั้ง เช่นในยุคนี้ที่เป็นปลายกลียุค คำสอนดั้งเดิมเหลือเพียง 30% เป็นเหตุให้พระอวโลกิเตศวรมาสื่อสอนอีกครั้งหนึ่ง

#พระอวโลกิเตศวร #โอมมณีเปทเมฮุม #โอมมณีปัทมาฮุม #กวนอิม #พระแม่กวนอิม #อวโล #พระอวโล #พระจัมบาลา #ท้าวเวสสุวรรณ

03/07/2022

เราคือเมไตรย์

"โอม มณี เปทเม ฮุม" คำดั้งเดิมเป็นภาษาทิเบต มีความหมายว่า "ดวงแก้วปกป้องคุ้มครองลูกหลานดอกบัว" มิใช่ ดวงแก้วเกิดขึ้นในดอกบัว ดั่งที่มนุษย์ยุคหลังเข้าใจ

โอม มณี เปทเม ฮุม เป็นคำภาวนาอันศักดิ์สิทธิ์ที่พระอวโลกิเตศวร องค์ปฐมแห่งพระโพธิสัตย์ เมตตาประทานคำภาวนาให้แก่มนุษย์ขณะทำสมาธิ เพื่อให้จิตสงบและปกป้องลูกหลานดอกบัวจากเหล่ามารที่เข้ามารบกวน

มูลเหตุของคำภาวนานี้ คือ ในครั้งนั้นราวหกพันปีที่แล้วมีผู้ปฏิบัติธรรมที่เดินทางด้วยความยากลำบากไปพบพระอวโลกิเตศวรที่เทือกเขาโปตาลา เมืองบนเขา หรือทิเบตในปัจจุบัน ได้สอบถามพระอวโลกิเตศวรว่า มีคำภาวนาใดที่ช่วยให้จิตสงบระหว่างการทำสมาธิ

พระอวโลกิเตศวรจึงแนะนำให้ใช้คำภาวนา “โอม มณี เปทเม ฮุม” ขณะทำสมาธิเพื่อให้จิตนื่ง โดยภาวนาไปเรื่อยๆพร้อมกับการเดินลมปราณในลักษณะหายใจเข้าท้องพองหายใจออกท้องยุบ จนจิตนิ่งเข้าสู่ภวังค์แห่งสมาธิและลืมการภาวนา การหายใจเป็นอัตโนมัติ จิตว่างสักระยะหนึ่ง ไม่มีระดับชั้นของสมาธิ เมื่อจักราที่ 7 เปิดแล้ว องค์ความรู้ต่างๆก็จะพรั่งพรูลงมา เป็นความรู้แห่งสมาธิที่บริสุทธิ์ เป็นความรู้ที่แท้จริงจากเบื้องบน และเมื่อภาวนาไปเรื่อยๆจะปรากฏเกราะแก้วและแสงสว่างเข้ามาครอบคลุมร่าง เป็นดวงแก้วที่สว่างไสวมาปกป้องคุ้มครอง เมื่อพวกมารหรือฝ่ายมืดได้เห็นดวงแก้วกับแสงสว่างก็จะไม่กล้าเข้าใกล้และไม่มารบกวนหรือแทรกแซงขณะทำสมาธิ

ในระหว่างวันหากผู้ใดมีจิตที่ไม่สงบ เมื่อภาวนาคำ “โอม มณี เปทเม ฮุม” จิตจะสงบและสว่างไสวขึ้นได้ เสมือนการขจัดมารที่มารบกวนภายในจิตของมนุษย์

อย่างไรก็ตาม บทภาวนานี้จะศักดิ์สิทธิ์ก็ต่อเมื่อผู้ปฏิบัติธรรมทำตามคำสอนในพระคัมภีร์สัทธรรม ไม่ฝักใฝ่ในอวิชชา เดรัจฉานวิชาหรือวิชามาร เปรียบดั่งดอกบัวที่เบ่งบานเหนือผิวน้ำยามได้รับแสงอาทิตย์ เมื่อภาวนา “โอม มณี เปทเม ฮุม” จะมีดวงแก้วมาปกป้องคุ้มครองได้ เพราะอยู่เหนือผิวน้ำนั่นเอง

แต่หากลูกหลานดอกบัวยังคงฝักใฝ่ในอวิชชา ไม่ยอมรับคำสอนในพระคัมภีร์สัทธรรม ไม่ยอมรับข้อกำหนด ยังมีความงมงายและยึดติด หลงในพิธีกรรมต่างๆ คำภาวนานี้ย่อมไม่มีผล เปรียบดั่งดอกบัวที่อยู่ในโคลนตม ไม่อาจโผล่มาเหนือพื้นผิวน้ำมารับแสงสว่างแห่งปัญญา เพราะถึงแม้จะภาวนาคำศักดิ์สิทธิ์นี้ก็มิอาจมีดวงแก้วมาปกป้องคุ้มครองได้ เพราะจมลึกอยู่ในโคลนตม และอยู่ในความมืดมิดที่เปิดรับเหล่ามารให้เข้ามาแทรกแซงแทนได้เท่านั้น

ในกลียุคสุดท้ายอันเป็นยุคมืด มีวิญญาณแฝงหรืออสูรญาณมากมายที่เข้ามาครอบงำลูกหลานตระกูลดอกบัวให้ทำในสิ่งที่ต้องการและมาสอนสิ่งที่ตรงข้ามกับพระคัมภีร์สัทธรรม เพื่อให้หลุดพ้นจากญาณต่างๆ ขอให้กระทำดังนี้

1. นำพานที่เคยได้รับมาจากการทำพิธีไปลอยน้ำ และตั้งจิตว่าที่เคยทำพิธียอมรับเป็นศิษย์ขอให้เป็นโมฆะ ไม่มีพันธะต่อกัน จะไม่รับฟังและรับคำสั่งใดๆทั้งสิ้น
2. หากไม่เคยทำพิธียอมรับมาก่อนแต่มีญาณเข้ามาแอบแฝง ให้กล่าวด้วยจิตที่แน่วแน่ว่า ตนเองได้รับใช้และทำตามที่ต้องการแล้ว ต่อนี้ไปจะไม่ขอรับฟังคำสั่งอีกต่อไป
3. หากไม่มั่นใจว่ามีญาณใดมาแอบแฝงหรือไม่ แต่อยากจะปกป้องตนเองจากญาณแฝงก็ให้กล่าวว่า หากมีญาณใดแอบแฝงเข้ามาจะไม่ขอรับฟังและรับคำสั่งใดๆที่เข้ามาในจิต
4. ก่อนการทำสมาธิหรือเมื่อจิตสงบให้ตั้งจิตว่า จะยอมรับคำสอนของพระศาสดา พระโพธิสัตย์หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริงเท่านั้น หากไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริงจะไม่ขอยอมรับ
5. หากรู้สึกว่ามีญาณแอบแฝงเข้ามารบกวน หรือมีคลื่นลบต่างๆที่เข้ามากระทบ กำหนดจิตให้เป็นสมาธิขับไล่ออกไป พร้อมภาวนาบทสวด “โอม มณี เปทเม ฮุม”

ทั้งนี้ขึ้นกับความแน่วแน่ของมนุษย์เองที่จะยอมรับหรือไม่ยอมรับญาณแฝงหรือฝ่ายมืด และมนุษย์ก็จะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองด้วย โดยปฏิบัติตามคำสอนในพระคัมภีร์สัทธรรมจึงจะหลุดพ้นจากการครอบงำของญาณแฝงใดๆได้

วันเวลาแห่งยุคใหม่ใกล้เข้ามาแล้ว ลูกหลานตระกูลดอกบัวที่ยังรักตระกูลดอกบัวนั้นเหลือไม่มากในโลกใบนี้ ก่อนถึงวันสิ้นยุคนี้ขอให้ลูกหลานดอกบัวไปอ่านทบทวนคำสอนต่างๆที่พระอวโลกิเตศวรได้สื่อสอนมาผ่านผู้ที่ทำหน้าที่และนำไปปฏิบัติตามก็อาจจะช่วยให้รอดพ้นภัยได้ มิใช่สวดคาถาให้รอดพ้นภัยพิบัติ ขอขมากรรมแล้วหวังจะพ้นภัยได้ หรืออวดอ้างฤทธิ์เดชเพื่อหยุดภัยพิบัติที่ถูกกำหนดมาแล้ว

ขอให้เรียนรู้สิ่งที่เป็นข้อห้ามและสิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติก็พึงละเว้นไม่ปฏิบัติ และให้ปฏิบัติตามสิ่งที่ควรปฏิบัติ คือ ข้อกำหนด ความจริง 4 ประการและวงล้อ 8 ซี่ ก็จะปฏิบัติธรรมได้สำเร็จและกลับไปยังบ้านแห่งจิตวิญญาณที่แท้จริงได้

สำหรับผู้ที่ต่อต้าน ก้าวล่วงต่อบทความและต่อพระอวโลกิเตศวรก็เป็นการสร้างกรรมชนิดหนึ่ง เช่นเดียวกับพระศาสดาหรือพระโพธิสัตย์ทุกพระองค์ในทุกยุคทุกสมัยก็มีผู้ต่อต้านและก้าวล่วง เพราะมนุษย์จำพวกนี้จะอยู่ตรงข้ามกับธรรมะ และไม่ยอมรับความเป็นจริง

หากได้เปิดใจและสำนึกว่าได้เคยลบหลู่และก้าวล่วงต่อพระอวโลกิเตศวรที่ได้มาสื่อสอนจะได้เข้าใจและหลุดพ้นจากความยึดติดและงมงายรวมทั้งอวิชชาต่างๆ และสามารถเรียนรู้ต่อในสู่ยุคหน้าอันเป็นยุคใหม่ได้ ยกเว้นผู้ที่ทำความผิดหนักที่ถูกบันทึกเป็นกรณี”พิเศษ”นั้นจะช่วยไม่ได้

ความรู้ต่างๆที่พระอวโลกิเตศวรได้สื่อสอนในครั้งนี้จะเป็นพื้นฐานสำหรับพระศาสดาพระองค์ใหม่ "พระเมไตรย์" จะมาสื่อสอนในยุคใหม่ให้กับมนุษย์ที่ยังคงเหลืออยู่หลังการชำระล้างทั้งโลก พระศาสดาและพระโพธิสัตย์ทุกพระองค์จะสื่อสอนด้วยคำสอนเดียวกัน คือ "พระคัมภีร์สัทธรรม"

ขอให้ลูกๆแห่งตระกูลดอกบัวทั้งหลายจงอ่านและปฏิบัติตาม ขอให้ไปอ่านทบทวนและเตรียมความพร้อมในทุกๆด้าน วันเวลานั้นเหลือน้อยแล้ว

จบบริบูรณ์

10/10

#โอมมณีเปทเมฮุม

เราคือเมไตรย์ ณ ขณะนี้มีผู้กล่าวอ้างว่าเป็นพระศาสดาพระองค์ใหม่มาเกิดแล้วมากมาย อันที่จริงพระองค์นั้นยังไม่ได้มาทำหน้าที่...
01/07/2022

เราคือเมไตรย์

ณ ขณะนี้มีผู้กล่าวอ้างว่าเป็นพระศาสดาพระองค์ใหม่มาเกิดแล้วมากมาย อันที่จริงพระองค์นั้นยังไม่ได้มาทำหน้าที่เป็นพระศาสดาเพราะยังไม่ถึงเวลา พระองค์จะมาทำหน้าที่ในยุคใหม่ข้างหน้านี้ ซึ่งจะหลังยุคของพระศาสดาสิทธัตถะประมาณสองพันปี และมิใช่ห้าพันปีตามที่มนุษย์เข้าใจกัน

หลังการชำระล้างทุกสรรพสิ่ง โลกจะเข้าสู่ยุคใหม่หรือที่เรียกว่า "ยุคทอง" เมื่อสิ้นสุดกาลเวลาแห่งกลียุค

"พระเมไตรย์" พระศาสดาพระองค์ที่ห้าในศาสนาพระธรรมจักรที่มนุษย์ทั่วทั้งโลกต่างรอคอยการกลับมาของพระองค์จะมาทำหน้าที่เพื่อช่วยสภาวะจิตของมนุษย์ที่รอดหลังการชำระครั้งใหญ่และจะมาสื่อสอนพระคัมภีร์สัทธรรมที่ถูกต้องแก่คนทั้งโลก

พระศาสดาเมไตรย์จะมาในรูปแบบที่ยิ่งใหญ่ตามที่มนุษย์ทุกคนกล่าวขานและรอคอยมานาน จะไม่มีการเกิด ไม่ได้เกิดเป็นมนุษย์ เพราะไม่มีกายเนื้อ แต่จะมาในลักษณะของการ "อุบัติ" ขึ้นที่มนุษย์บางคนอาจจะเรียกขานและเข้าใจว่าคือ "พระเจ้า" และแสดงให้มนุษย์เห็นว่ามีกายเนื้อหรือไม่มีกายเนื้อก็ได้ เช่นเดียวกับพระอวโลกิเตศวรเพราะเป็นส่วนหนึ่งที่ถูกแบ่งมาทำหน้าที่ และจะไม่เข้าร่างมนุษย์หรือเป็นกายเนื้อเดียวกับมนุษย์เนื่องจากมนุษย์มีกายเนื้อที่ยังไม่บริสุทธิ์พอและทั้งสองพระองค์มีความสูงส่งมาก

พระเมไตรย์จะมาในรูปลักษณ์ต่างๆ อาจจะมาในรูปลักษณ์ของนักบวชหรือมิใช่นักบวชแล้วแต่สถานที่ พระองค์อาจจะปรากฏกายพร้อมๆกันในทุกๆแห่งทั่วทุกมุมโลกด้วยรูปลักษณ์ที่แตกต่างกันในการทำหน้าที่นี้ หรืออาจจะปรากฎกายพร้อมกับพระอวโลกิเตศวร เมื่อปรากฏที่ใดก็ไม่มีใครรู้ว่าเป็นพระศาสดา เพราะไม่เปิดเผยพระองค์ว่ามาในฐานะของพระศาสดา

หรืออาจจะมาในลักษณะของมนุษย์ธรรมดาทั่วไป สอนธรรมะโดยที่มนุษย์บางคนไม่รู้ว่าคำสอนนั้นเป็นธรรมะ เพราะบางคนอาจจะไม่เข้าใจ จะมีผู้ที่เข้าใจนั้นก็คือผู้ที่ภายในจิตไม่รับอวิชชา ไม่รับความงมงายและจะเรียนรู้ได้ง่ายกว่า แต่ก็มีผู้รอดชีวิตที่คิดได้ว่าสิ่งต่างๆในยุคเก่า พิธีกรรมและการร้องขอนั้นไม่มีผล นั่นคือ "ใช้ไม่ได้" มนุษย์ที่รอดพ้นจากการชำระจะมีจิตสำนึกที่ดีขึ้น จะเชื่อว่า "สิ่งศักดิ์สิทธิ์" นั้นมีจริง

เมื่อถึงคราวจำเป็นพระเมไตรย์อาจจะมีการแสดงฤทธิ์หรือปาฏิหาริย์เพื่อให้มนุษย์ได้ประจักษ์แก่สายตาถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์ และให้มนุษย์ได้เข้าใจและรู้ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง แต่พระเมไตรย์จะไม่แสดงฤทธิ์ให้มนุษย์ได้เห็นตลอดเวลา และปาฏิหาริย์ที่แสดงนั้นจะอยู่ในกรอบของข้อกำหนดและไม่ฝืนข้อกำหนด จะใช้ฤทธิ์เพื่อสยบเหล่าอธรรมและมารต่างๆ

พระศาสดาเมไตรย์จะปฏิรูปศาสนาทั่วโลก โดยรวมทุกศาสนาเข้าด้วยกันด้วยหลักคำสอนในศาสนาพระธรรมจักรอันเป็นหนึ่งเดียวทั่วทั้งโลก ไม่มีการแบ่งแยกเป็นลัทธิหรือนิกายต่างๆ ที่ทำให้เกิดความแตกแยกอีกต่อไป ไม่มีคำสอนนอกรีตที่ทำให้มนุษย์หลงทางผิด ติดอยู่ในวัฎจักรแห่งการเวียนว่ายตายเกิดมายาวนาน

พระเมไตรย์จะนำพระคัมภีร์สัทธรรมมาสอนใหม่สำหรับมนุษย์ที่เหลืออยู่ทั่วโลก มนุษย์บางคนอาจจะไม่รู้ว่าเป็นพระเมไตรย์ บางคนก็จะรับรู้ได้ว่าผู้ที่มาสอนนั้นคือ พระเมไตรย์และจะเรียกพระองค์ว่า "ท่านเมไตรย์ หรือ Lord Maitreya" จากการที่พระเมไตรย์บอกชื่อของตัวเองว่า “เราคือเมไตรย์ หรือ I am Maitreya” ด้วยภาษาต่างๆทั่วโลกในแต่ละท้องถิ่นมานานแล้ว

ในยุคใหม่ที่จะมาถึงคราวนี้จะไม่มีพิธีกรรม ไม่มีการสวดสรรเสริญ จะไม่มีการเชิดชูหรือยกย่องพระศาสดา ไม่มีการสวดเพื่อร้องขอใดๆ จะเป็นการปฏิบัติและเรียนรู้ในพระคัมภีร์สัทธรรมอย่างเดียว ไม่มีความงมงายและการยึดติด ไม่มีการใช้อวิชชาและเดรัจฉานวิชา ลัทธิต่างๆที่สอนผิดพลาดมาด้วยการร้องขอและมีเงื่อนไขต่างๆจะถูกยกเลิกและไม่มีการนำมาใช้อีก

ยุคใหม่ข้างหน้านี้จะไม่มีการใช้สีขาวหรือการครองผ้าเป็นสีขาวในลักษณะของลัทธิต่างๆที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ผู้ที่จะปฏิบัติธรรมนั้นไม่จำเป็นต้องมีการแต่งกายหรือที่เรียกว่าเครื่องแบบสีขาว จะไม่มีการใช้สีขาวแบบยุคที่ผ่านมาเพื่อบ่งบอกให้ใครๆรู้ว่าใส่ชุดขาวคือ "ผู้ปฏิบัติธรรม"

พระเมไตรย์จะสอนเกี่ยวกับความเสมอภาคของมนุษย์ทุกชนชั้น ผู้ที่จะมาปฏิบัติธรรมหรือเป็นนักบวชจะมีความเสมอภาคกัน เพราะนักบวชก็คือมนุษย์ด้วยกัน นักบวชจะทำตัวยิ่งใหญ่กว่าเพื่อนมนุษย์ไม่ได้ รวมถึงไม่มีการแบ่งแยกชนชั้นของนักบวชด้วย

พระเมไตรย์จะสอนให้มนุษย์รู้จักความรัก ความเมตตา และโอบอ้อมอารี ในยุคใหม่จะไม่มีคำว่า ความมั่งมี ความร่ำรวย ทุกอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกันหมด ไม่มีการแบ่งชนชั้น ไม่มีความเห็นแก่ตัวเช่นมนุษย์ในยุคเก่า มีแต่การแบ่งปันและการแลกของซึ่งกันและกัน การแบ่งปันคือการให้ การแลกของคือการไม่เอาเปรียบซึ่งกันและกัน

มนุษย์ยุคใหม่จะรู้จักคำว่า ความพอดีและการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มนุษย์ทุกคนจะมีความรักใคร่กลมเกลียวสมานฉันท์เฉกเช่นพี่น้องทั่วทั้งโลกในยุคใหม่ข้างหน้าที่ใกล้จะมาถึงแล้ว

9/10

#โอมมณีเปทเมฮุม

ที่อยู่

อ. วังน้ำเขียว จ. นครราชสีมา
Nakhon Ratchasima
30370

เบอร์โทรศัพท์

097-228-9894

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ บ้านฟ้าประทาน วังน้ำเขียว โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์