เจดี๊ดีย์

เจดี๊ดีย์ ข้อมูลติดต่อ แผนที่และเส้นทาง แบบฟอร์มติดต่อ เวลาทำการ บริการ คะแนนรีวิว รูปภาพ วิดีโอ และข่าวสารจาก เจดี๊ดีย์, องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร, เทศบาลนครนครปฐม, Nakhon Pathom

โพรามมมม
05/09/2026

โพรามมมม

ดิโอเดียนเอาใจวัยดึก ฉายหนังพี่เร!เข้าร่วมฟรีครับ
30/08/2026

ดิโอเดียนเอาใจวัยดึก ฉายหนังพี่เร!
เข้าร่วมฟรีครับ

ขอแสดงความชื่นชมจากใจข้าวสารค่ะ มูลนิธิ ศ.อัน นิมมานเหมินท์ ❤️
30/08/2026

ขอแสดงความชื่นชมจากใจข้าวสารค่ะ
มูลนิธิ ศ.อัน นิมมานเหมินท์ ❤️

มูลนิธิตระกูลผู้บริจาคที่ดินตั้ง มช. จี้ทบทวนรื้อ ‘หอพักอ่างแก้ว-แฟลตฝายหิน’ เสนอหยุดแผนชั่วคราว ชี้ "หากยังปราศจากการศึกษาข้อมูลที่เหมาะสมรอบด้าน อาจนำไปสู่ผลกระทบที่ไม่อาจย้อนกลับได้" แนะศึกษาทางเลือก ก่อนตัดสินใจ
วันที่ 29 สิงหาคม 2569 รองศาสตราจารย์ ดร.สันต์ สุวัจฉราภินันท์ อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เผยแพร่หนังสือจากประธานกรรมการมูลนิธิศาสตราจารย์อัน นิมมานเหมินท์ องค์กรที่สืบสานปณิธานของตระกูลนิมมานเหมินท์ ซึ่งเป็นหนึ่งในครอบครัวที่มีบทบาทสำคัญในการมอบและขายที่ดินเพื่อก่อตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หนังสือดังกล่าวแสดงจุดยืนคัดค้านและเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยทบทวนแผนรื้อถอนอาคาร “หอพักอ่างแก้ว” และ “แฟลตฝายหิน” โดยเสนอให้ระงับการรื้อถอนเป็นการชั่วคราว และจัดทำการศึกษาความเหมาะสมอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจ
หนังสือลงวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่า มูลนิธิรับทราบข่าวว่ามหาวิทยาลัยมีแผนดำเนินโครงการรื้อถอนอาคารทั้งสองแห่ง และต่อมามหาวิทยาลัยได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงถึงความจำเป็นในการรื้อถอน โดยอ้างถึงข้อจำกัดด้านความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร
มูลนิธิระบุว่า แม้จะเข้าใจถึงความห่วงใยด้านความปลอดภัยของผู้ใช้อาคาร แต่ยังคงยืนยัน “ไม่เห็นด้วยกับการรื้อถอน” เนื่องจากเห็นว่าการตัดสินใจดังกล่าว หากยังปราศจากการศึกษาความเหมาะสมอย่างรอบด้าน (Comprehensive Feasibility Study) อาจนำไปสู่ผลกระทบที่ไม่อาจย้อนกลับได้
มูลนิธิยกข้อกังวล 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและภูมินิเวศ ความเป็นไปได้ในการเสริมความแข็งแรงของอาคารด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน การบริหารจัดการทรัพยากรอาคารในระยะยาว และคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของตัวอาคาร
ในประเด็นสิ่งแวดล้อม มูลนิธิระบุว่าอาคารตั้งอยู่ประชิดกับ “อ่างแก้ว” ซึ่งเป็นทั้งแหล่งน้ำและพื้นที่ภูมินิเวศสำคัญของมหาวิทยาลัย การรื้อถอนโครงสร้างขนาดใหญ่โดยขาดการประเมินผลกระทบอย่างรอบด้าน อาจทำให้เกิดมลภาวะและผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่อาจคาดคิด รวมถึงอาจทำให้มหาวิทยาลัยสูญเสียการควบคุมมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมในกระบวนการรื้อถอน
ด้านความปลอดภัยของโครงสร้าง มูลนิธิเสนอว่า ข้อจำกัดของอาคารเก่าสามารถพิจารณาแก้ไขด้วยเทคโนโลยีวิศวกรรมในปัจจุบัน เช่น การเสริมกำลังโครงสร้างเดิม (Structural Retrofitting) ซึ่งอาจช่วยยกระดับความมั่นคงแข็งแรงให้กลับมาตามมาตรฐานได้ โดยไม่จำเป็นต้องทำลายอาคารทั้งหลัง
ขณะเดียวกัน มูลนิธิมองว่าอาคารทั้งสองแห่งเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าในหลายมิติ การตัดสินใจรื้อถอนเพื่อสร้างใหม่โดยไม่มีการวิเคราะห์วงจรชีวิตอาคารและทางเลือกในการใช้ประโยชน์อาคารเดิม (Adaptive Reuse) อาจทำให้มหาวิทยาลัยสูญเสียโอกาสในการบริหารทรัพย์สินอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงฐานข้อมูลที่จะช่วยวางแผนค่าบำรุงรักษาและต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาว
มูลนิธิยังชี้ถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม โดยระบุว่าอาคารทั้งสองเป็นผลงานชิ้นเอกของอาจารย์อมร ศรีวงค์ และรองศาสตราจารย์ ดร.อรุณ ชัยเสรี และเห็นว่าแบบจำลองสามมิติหรือภาพถ่ายไม่สามารถทดแทนคุณค่าของ “สถานที่จริงทางประวัติศาสตร์ที่จับต้องได้”
จากข้อกังวลดังกล่าว มูลนิธิจึงเสนอให้มหาวิทยาลัยดำเนินการ 3 ประการ คือ ระงับแผนรื้อถอนหอพักอ่างแก้วและแฟลตฝายหินไว้เป็นการชั่วคราว จัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อศึกษาความเหมาะสมอย่างรอบด้านโดยมีผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก และทบทวนแนวทางการบริหารจัดการทรัพย์สิน โดยให้น้ำหนักกับการปรับปรุงอาคารเพื่อใช้ประโยชน์ต่อ ก่อนการตัดสินใจขั้นเด็ดขาด
หนังสือลงนามโดย วีระ ถนอมศักดิ์ ประธานมูลนิธิศาสตราจารย์อัน นิมมานเหมินท์ พร้อมระบุว่า มูลนิธิพร้อมให้ความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัย เพื่อ “ธำรงรักษามรดกทางสถาปัตยกรรมชิ้นสำคัญนี้ให้คู่กับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่สืบไป”
การออกหนังสือครั้งนี้มีนัยสำคัญเพิ่มเติมจากความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ระหว่างตระกูลนิมมานเหมินท์กับการก่อตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยในช่วงเริ่มจัดตั้งมหาวิทยาลัย พื้นที่ส่วนหนึ่งบริเวณเชิงดอยสุเทพเป็นที่ดินของนายกีและนางกิมฮ้อ นิมมานเหมินท์ ซึ่งยอมขายที่ดินให้มหาวิทยาลัยในราคาเท่าทุน และต่อมายังบริจาคที่ดินเพิ่มเติมอีกหลายครั้ง
ข้อมูลประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยระบุว่า ในปี 2504 ที่ดินส่วนแรกสำหรับจัดตั้ง มช. มาจากที่ดินของครอบครัวนิมมานเหมินท์ โดยมีพื้นที่ส่วนหนึ่งราว 112 ไร่ ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมบริเวณสนามฟุตบอลหน้าสำนักงานอธิการบดีและพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนที่นายกีและนางกิมฮ้อจะบริจาคที่ดินเพิ่มเติมอีก 2 ครั้งในปี 2505

อาจารย์เซ้งของข้าวสารค่ะ สอนข้าวสารเขียนพื้นตั้งแต่ตัวยังน้อยhttps://www.facebook.com/share/p/1EqZDoHit6/
29/08/2026

อาจารย์เซ้งของข้าวสารค่ะ
สอนข้าวสารเขียนพื้นตั้งแต่ตัวยังน้อย

https://www.facebook.com/share/p/1EqZDoHit6/

"ความเหลื่อมล้ำของคนจนเมืองที่เลวร้ายที่สุดคือ การไม่มีตัวตนอยู่ในระบบ แม้กระทั่งนิยามความเป็นชุมชนก็ยังเป็นปัญหาอยู่ อย่างกรณีการไม่มีสิทธิในที่ดิน ก็ทำให้คนเหล่านี้ไม่ถูกนิยามในความหมายของพลเมือง ขั้นเลวร้ายสุดคือไม่ถูกนิยามเป็นประชากรของเมืองนั้น"
ผศ.สักรินทร์ แซ่ภู่ อาจารย์ประจำภาควิชาสถาปัตยกรรมและการวางแผน สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ให้ความเห็นต่อทิศทางการพัฒนาเมืองที่กำลังเบียดขับคนชั้นล่างของสังคมให้ห่างไกลจากสิทธิในที่อยู่อาศัยมากขึ้นเรื่อยๆ
การพัฒนาเมืองในอุดมคติจึงต้องฟังเสียงของผู้คนทุกกลุ่มที่อาศัยอยู๋ร่วมกันในเมือง เพื่อแบกรับทุกข์สุขไปด้วยกัน
📌 ติดตามได้ในรายการ ขยายเสียงเปลี่ยนเมือง ตอน ขีดเส้นตายย้ายชุมชนหลังวัดปทุมฯ แลกพื้นที่สีเขียว
⏰ วันที่ 28 สิงหาคม 2569 เวลา 18.00 เป็นต้นไป
📺 ไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3
#ขยายเสียงเปลี่ยนเมือง #ชุมชนหลังวัดปทุมวนาราม #ที่อยู่อาศัย #คนจนเมือง #สิทธิในที่อยู่อาศัย #การพัฒนาเมือง #ความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย #กรุงเทพ #นักข่าวพลเมือง #ไทยพีบีเอส #สื่อของทุกคน

ฉันจะลืมคนดีของดิฉันได้อย่างไร
28/08/2026

ฉันจะลืมคนดีของดิฉันได้อย่างไร

🤓ไหนดูสิ
23/08/2026

🤓ไหนดูสิ

22/08/2026

แถวไหนบอกหน่อย จะได้เตรียมอพยพถูกโซน

พี่จูนค่ะ ไม่มีหมูสักตัวค่ะ มีแต่งานศิลปะกับหัวจัย ❤️
18/08/2026

พี่จูนค่ะ ไม่มีหมูสักตัวค่ะ
มีแต่งานศิลปะกับหัวจัย ❤️

ใครจะไปคิดว่า ‘เล้าหมูเก่า’ อายุกว่า 40 ปีจะกลายมาเป็นอาร์ตสเปซได้อย่างลงตัว! บทความนี้จะพาทุกคนไปทลายความขัดแย้งสุดขั้วในจังหวัดนครปฐม เปลี่ยนภาพจำคอกหมูเดิมๆ ให้กลายเป็น ฟาร์มจดจำ กิจกรรมเด็กและครอบครัว สมดุลศิลปะและธรรมชาติ สเปซสุดสร้างสรรค์และระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ที่ปลุกชีวิตผืนดินเดิมให้กลับมามีหัวใจอีกครั้ง ผ่านการใช้ศิลปะและ ‘ดิน’ เป็นสื่อกลางเชื่อมโยงผู้คน ธรรมชาติ และชุมชนเข้าด้วยกัน
ร่วมออกเดินทางไปสัมผัสจุดเริ่มต้นของจูน - อรวรรณ แสงแก้ว และกลุ่มศิลปินผู้อยู่เบื้องหลัง พร้อมปักหมุดกิจกรรมไฮไลต์จาก Cafe Joon Studio ที่ชวนเราวางมือถือลง ห่างจากหน้าจอ แล้วมาลองปั้นดิน เติมพลังใจ พร้อมรีวิวโปรเจกต์พิเศษร่วมกับหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ที่ทีม ONCE ได้เข้าร่วมกิจกรรมเปลี่ยนดินท้องถิ่นให้กลายเป็นผลงานศิลปะมีชีวิต อยากรู้ว่ากลิ่นอายฟาร์มหมูในวันวานกลายมาเป็นพื้นที่ฮีลใจของคนรักธรรมชาติได้อย่างไร และปั้นดินน่าสนุกแค่ไหน ตามไปอ่านต่อในบทความฉบับเต็มได้ที่นี่ https://onceinlife.co/farmjodjum/
เรื่อง : ณัฐฐาภรณ์ ศิริสลุง
ภาพ : ศิริน ม่วงมัน
#ฟาร์มจดจำ
—-----------------------
Your BALANCE in everyday life.
You only live ONCE, make it happen!

เริ่ดดด
17/08/2026

เริ่ดดด

ที่อยู่

เทศบาลนครนครปฐม
Nakhon Pathom
73000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ เจดี๊ดีย์ โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์