สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์

ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ ประชุมคณะทำงานศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัย จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งฟื้นฟูเ...
08/10/2026

ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ ประชุมคณะทำงานศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัย จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยหลังน้ำลด ในทุกๆ ด้าน

วันนี้ (8 ต.ค.69) เวลา 13.30 น.นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ประชุมคณะกรรมการ และคณะทำงานศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัยจังหวัดบุรีรัมย์ ปี 2569 ที่ห้องประชุมนารายณ์บรรทมสินธุ์ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ โดยมี รองผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ เข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามและรับฟังการดำเนินงานการช่วยเหลือประชาชน ที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีพื้นที่ได้เกิดอุทกภัยขึ้น ได้แก่พื้นที่อำเภอบ้านกรวด อำเภอนางรอง อำเภอละหานทราย อำเภอโนนดินแดง อำเภอพลับพลาชัย อำเภอประโคนชัย อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอปะคำ อำเภอกระสัง อำเภอลำปลายมาศ ชำนิ และอำเภอหนองกี่ ซึ่งอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายทั้งบ้านเรือน พื้นที่เกษตร ปศุสัตว์ และประมง เพื่อขอรับการช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบของทางราชการต่อไป

นอกจากนั้นแล้วจังหวัดบุรีรัมย์ยังได้มีแผนการฟื้นฟูและเยียวยาผู้ประสบภัย เช่น ด้านการดำรงชีพและสังคมสงเคราะห์ ส่งเสริมอาชีพระยะสั้น ดูแลสงเคราะห์กลุ่มเปราะบาง การความคุมราคาจำหน่ายสินค้า และการบรรเทาทุกข์ ด้านสุขอนามัย ป้องกันโรคระบาด การเตรียมเวชภัณฑ์ สถานพยาบาลรองรับผู้ป่วย ด้านการเกษตร ส่งเสริมการเพาะปลูกพืช การเลี้ยงสัตว์ และการประมง ด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ซ่อมแซมถนนเส้นทางที่ชำรุดเสียหาย ซ่อมแซมระบบไฟฟ้าส่องสว่าง ระบบจ่ายน้ำ ตลอดทั้งช่วยเหลือซ่อมแซมระบบไฟฟ้าภายในบ้าน เครื่องยนต์เครื่องมือทางการเกษตร เครื่องมือที่ใช้ประกอบอาชีพ ด้านสิ่งแวดล้อม บริหาจัดการขยะ น้ำเน่าเสีย กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ

ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอลำปลายมาศ พร้อมเร่งรัดให้ชลประทานผันน้ำไปกักเก็บที่อ่างเก็บน้ำห้วย...
08/10/2026

ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอลำปลายมาศ พร้อมเร่งรัดให้ชลประทานผันน้ำไปกักเก็บที่อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก สำรองน้ำดับเพื่ออุปโภค บริโภค ให้เพียงพอตลอดฤดูแล้งที่ใกล้ถึงนี้

วันนี้(8 ต.ค.69) นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย นายราเมศ พวงพรหม ผู้อำนวยการโครงการชลประทานบุรีรัมย์ พันจ่าโท ทวี พิมพ์อุบล นายอำเภอลำปลายมาศ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์น้ำหลากหลากท่วมพื้นที่ อ.ลำปลายมาศ ซึ่งพบว่าในภาพรวมสถานการณ์เริ่มคลี่คลายลงบ้างแล้ว

นอกจากนี้ยังได้สำรวจฝายบ้านยาง ซึ่งเป็นจุดรับน้ำจากลำน้ำสายหลัก 3 สาย คือ ลำมาศ ลำปะเทีย และลำปลายมาศ และยังเป็นที่ตั้งของสถานีสูบน้ำลำปลายมาศ ที่ขณะนี้พบว่ามีปริมาณน้ำเป็นจำนวนมากและในบางจุดก็ท่วมล้นตลิ่ง โดยได้มีการวางแผนระบายน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่เกษตร พร้อมเตรียมผันน้ำส่วนเกิน ที่ท่วมหลากอยู่ในขณะนี้ ไปกักเก็บในอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก ต.บ้านบัว อ.เมืองบุรีรัมย์ และอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด ต.เสม็ด อ.เมืองบุรีรัมย์ รวมระยะทางกว่า 16 กิโลเมตร เพื่อสำรองน้ำดิบไว้สำหรับการอุปโภค-บริโภค และผลิตน้ำประปาบริการในเขตพื้นที่เมืองบุรีรัมย์ รวมถึงเตรียมพร้อมรับมือและกักเก็บน้ำไว้ใช้สำรองในช่วงฤดูแล้งด้วย

เนื่องจากก่อนหน้านี้ พบว่าอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก และอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบสำคัญของ จ.บุรีรัมย์ ได้ประสบปัญหาภัยแล้ง ซึ่งในการบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม จึงต้องคำนึงถึงปริมาณน้ำ ที่ต้องการใช้ในช่วงฤดูแล้งควบคู่กันด้วยโดยที่ผ่านมาในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ มีปริมาณน้ำฝนที่ตกในพื้นที่น้อยมาก ทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก และอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด มีระดับกักเก็บเพียง 60 % ของความจุ ซึ่งโครงการชลประทานจังหวัดบุรีรัมย์ จะได้เร่งดำเนินการสูบน้ำไปเติมทั้ง 2 อ่าง ไว้สำรองใช้ในฤดูแล้งให้เพียงพอจนถึงในฤดูฝนหน้าต่อไป

นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำตอนนี้ ทางลำปลายมาศถือว่าเป็นจุดรวมน้ำ ก็คงต้องใช้เรื่องของการบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพ โดยใช้สถานีสูบน้ำในการที่จะช่วยให้มีการลดระดับของน้ำที่ผ่านเข้ามาในพื้นที่ อ.ลำปลายมาศ แล้วก็จะได้มีการผันน้ำ บริหารจัดการน้ำ ทั้งในส่วนของช่วงที่มีปริมาณน้ำมาก เตรียมความพร้อม รับสถานการณ์ภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นด้วย

ซึ่งขณะนี้ก็ได้เร่งสูบผันน้ำที่ท่วมหลากอยู่ เข้าไปสู่อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก กักเก็บให้มีปริมาณน้ำที่เพียงพอสำหรับใช้เพื่อการอุปโภค-บริโภค และการเกษตรได้ตลอดทั้งปี ส่วนพื้นที่ทางการเกษตรที่ได้รับผลกระทบ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจ เพื่อให้การช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยา ตามระเบียบของทางราชการต่อไป

ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ เยี่ยมให้กำลังใจเกษตรกรได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ในพื้นที่อำเภอลำปลายมาศ   วันนี้(8 ต.ค.69) นายเอกวิทย์  ...
08/10/2026

ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ เยี่ยมให้กำลังใจเกษตรกรได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ในพื้นที่อำเภอลำปลายมาศ

วันนี้(8 ต.ค.69) นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ลงพื้นที่เยี่ยมเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมบ้านเรือน และพื้นที่เกษตร ปศุสัตว์ และประมง ที่ได้รับความเสียหาย พร้อมทั้งมอบเครื่องอุปโภค บริโภคเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ที่ ศาลาอเนกประสงค์องค์การบริหารส่วนตำบลโคกกลาง ต.โคกกลาง จ.บุรีรัมย์ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ขั้นตอน หลักเกณฑ์ และวิธีการขอรับความช่วยเหลือแก่เกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ตามระเบียบกระทรวงการคลังที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ซึ่งอำเภอลำปลายมาศเป็นพื้นที่รับน้ำหลากมาจากอำเภอนางรอง และอำเภอชำนิ ก่อนจะไหลไปบรรจบกับ แม่น้ำมูล ที่อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา ทำให้เกิดน้ำท่วมพื้นที่ทางการเกษตรและประมงในพื้นที่ติดลำน้ำมาศ จำนวน 8 ตำบล 51 หมู่บ้าน เกษตรกรประสบภัยจำนวน 1,819 ราย พื้นที่ปลูกข้าว 20,227 ไร่ มันสำปะหลัง 2,743 ไร่ ไม้ผลไม้ยืนต้น 30 ไร่ รวม 23,000 ไร่

นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น ประชาชนในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ได้รับผลกระจำนวน 12 อำเภอ 75 ตำบล 660 หมู่บ้าน ประชนได้รับผลกระทบ จำนวน 39,912 คน 14,901 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 138,885 ไร่ ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งติดตามสถานการณ์สำรวจความเสียหาย และประสายการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง การมอบถุงยังชีพ เครื่องอุปโภค บริโภคในครั้งนี้เป็นการบรรเทาความเดือดร้อน ด้านภาระค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพ ด้วยความปรารถนาดีจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างประชาชน

ปภ. ประสาน 53 จังหวัด และ กทม. รับมือฝนหนัก ช่วงวันที่ 9 - 13 ต.ค. 69 เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำ...
08/10/2026

ปภ. ประสาน 53 จังหวัด และ กทม. รับมือฝนหนัก ช่วงวันที่ 9 - 13 ต.ค. 69 เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขัง และลมกระโชกแรง

วันนี้ (8 ต.ค. 69) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสาน 53 จังหวัด ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ รวมถึงกรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขัง และลมกระโชกแรง ช่วงวันที่ 9 - 13 ตุลาคม 2569 พร้อมประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยที่อาจจะเกิดขึ้น รวมถึงจัดเตรียมเครื่องจักรกลและเจ้าหน้าที่ให้พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนปฏิบัติตามประกาศแจ้งเตือนภัยจากทางราชการอย่างเคร่งครัด

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศฉบับที่ 1 (247/2569) ประกาศ ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 05.00 น. เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 9 - 13 ตุลาคม 2569) ประเทศไทยจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ เนื่องจากในช่วงปลายฤดูฝน บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากสาธารณรัฐประชาชนจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับร่องมรสุมจะพาดผ่านภาคใต้ตอนบน ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย สําหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยในบริเวณฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูง มากกว่า 2 เมตร โดยมีพื้นที่คาดว่าจะเกิดฝนตกหนัก อาจเกิดนํ้าท่วมฉับพลัน นํ้าป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม นํ้าท่วมขัง และลมกระโชกแรง ในข่วงวันที่ 9 - 13 ตุลาคม 2569 แยกเป็น

🚨 ภาคเหนือ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดตาก กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และจังหวัดอุทัยธานี

🚨 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชัยภูมิ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี

🚨 ภาคกลาง 25 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และจังหวัดสมุทรปราการ

🚨 ภาคใต้ 14 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และจังหวัดสตูล

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงได้ประสานแจ้ง 53 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้เตรียมพร้อมรับมือกับปริมาณฝนที่ตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดสถานการณ์อุทกภัยได้ โดยติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน สถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงหรือขยายวงกว้างให้จัดทีมปฏิบัติการ พร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัย รถปฏิบัติการ เข้าปฏิบัติหน้าที่ เพื่อเข้าให้การช่วยเหลือประชาชนทันที ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมบ่อยครั้งและพื้นที่ที่ยังมีสถานการณ์อุทกภัย ให้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อลดผลกระทบจากเหตุอุทกภัยให้ได้มากที่สุด สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ โดยเฉพาะถ้ำน้ำตก ถ้ำลอด หากมีความเสี่ยงเกิดสถานการณ์ภัยให้ประกาศแจ้งเตือนและปิดกั้นพื้นที่ไม่ให้บุคคลใดเข้าพื้นที่ พร้อมกันนี้ให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว อาหาร น้ำดื่ม และสิ่งจำเป็นให้พร้อมรับรองผู้อพยพเมื่อเกิดเหตุอุทกภัย

ทั้งนี้ หากประชาชนได้รับผลกระทบหรือประสบภัย สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” Line ID และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง//////

#ปภ #แจ้งเตือน #เตือนภัย #ภาคเหนือ #ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ #ภาคกลาง #ภาคใต้ #น้ำท่วม #สาธารณภัย

จังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเ...
08/10/2026

จังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักระลอกใหม่

วันนี้ ( 8 ต.ค.69 ) เวลา 08.30 น. ณ ห้องประชุม สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดบุรีรัมย์ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ นายเกรียงศักดิ์ สมจิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บก.ปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom Meeting) จาก ห้องประชุม 1บก. อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งปฏิบัติภารกิจอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ เป็นประธานการประชุมพร้อมด้วยรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

โดยในวันนี้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีข้อสั่งการให้ทุกหน่วยงานและทุกจังหวัด ดำเนินการ 8 ประเด็นสำคัญ ดังนี้

1) ด้านสาธารณสุข กำชับกระทรวงสาธารณสุขให้เตรียมการดูแลสุขภาพของประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อรับมือกับปัญหาสุขภาพและการติดเชื้อที่มักเกิดขึ้นในช่วงน้ำลด

2) การจัดการซากสัตว์ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการกำจัดซากสัตว์ให้ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาลและหลักวิชาการ

3) การควบคุมโรคระบาดและสิ่งแวดล้อม กำหนดแนวทางเพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและไม่ให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนเพิ่มเติม

4) การรับมือฝนตกหนักเฉียบพลัน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดติดตามประเมินสถานการณ์ฝนตกหนักใน 3-6 ชั่วโมงข้างหน้าอย่างใกล้ชิด และกำชับชุดปฏิบัติการให้พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนทันที

5) การจัดการสิ่งกีดขวางทางน้ำ เร่งรัดสำรวจและแก้ไขปัญหาหรือสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อให้ระบบสามารถระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

6) การเตรียมรับมือในพื้นที่ภาคใต้ ให้แต่ละจังหวัดประเมินพื้นที่เสี่ยง ปรับปรุงระบบระบายน้ำ เตรียมทรัพยากร และบูรณาการความร่วมมือระหว่างพื้นที่เพื่อไม่ให้การทำงานซ้ำซ้อน

7) การอพยพและจัดตั้งศูนย์เตรียมความพร้อม เตรียมแผนอพยพ แจ้งเตือนประชาชน ประชาสัมพันธ์ช่องทางแจ้งเหตุฉุกเฉิน รายงานผลต่อส่วนกลาง และจัดตั้งศูนย์เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ภัยพิบัติเพื่อให้การทำงานมีเอกภาพ และ

8.) การเร่งรัดจ่ายเงินเยียวยา : ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดและ กทม. ต้องจัดตั้งทีมเฉพาะกิจเร่งสำรวจครัวเรือน และทยอยส่งรายชื่อผู้ประสบภัยให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อโอนเงินเยียวยาทันทีโดยไม่ต้องรอให้น้ำลดทั้งหมด

สรุปลักษณะอากาศประจำวันที่ 8 ตุลาคม 2569บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่มีลมฝ่ายตะวันออ...
08/10/2026

สรุปลักษณะอากาศประจำวันที่ 8 ตุลาคม 2569
บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่มีลมฝ่ายตะวันออกพัดปกคลุม อ่าวไทย และภาคใต้
ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง
มีฝนหรือฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัด นครราชสีมา และอุบลราชธานี

📣 เปิดรับสมัครแล้ว! เจ้าของร้าน–พ่อครัว–แม่ครัว 5 จังหวัดอีสานใต้ยกระดับเมนูอีสานของคุณให้ “แซ่บเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือด...
07/10/2026

📣 เปิดรับสมัครแล้ว! เจ้าของร้าน–พ่อครัว–แม่ครัว 5 จังหวัดอีสานใต้

ยกระดับเมนูอีสานของคุณให้ “แซ่บเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือดีต่อสุขภาพ” 🌶️🥗

เข้าร่วมโครงการพัฒนาทักษะสร้างสรรค์อาหารถิ่นอีสานเพื่อสุขภาวะด้วยวิทยาศาสตร์ประสาทสัมผัสและกลิ่นรส (Science of Zab → Izan Zab Wellness & Gastronomy Tourism Bootcamp)

เรียนรู้วิทยาศาสตร์รสชาติและกลิ่นรส พร้อมเทคนิค ลดหวาน มัน เค็ม โดยไม่ลดความแซ่บ พัฒนาเมนูเด่นของร้านให้มีเรื่องราว สร้างจุดขาย และต่อยอดสู่ Wellness Gastronomy Tourism

🎯 รับจำนวนจำกัด จังหวัดละ 50 คนเท่านั้น
📍 บุรีรัมย์ | สุรินทร์ | นครราชสีมา | ศรีสะเกษ | อุบลราชธานี
✨ ไม่มีพื้นฐานวิทยาศาสตร์ก็สมัครได้

สมัครเลย! มาร่วมปั้นร้านอาหารอีสานของคุณให้เป็น “จุดหมายของนักชิมสายสุขภาพ”

📌สนใจสมัครรุ่นที่ 1-3 (บุรีรัมย์ | สุรินทร์ | นครราชสีมา)
https://forms.gle/SQ7yZSF8mVRQgcgT7

📌สนใจสมัครรุ่นที่ 4-5 (ศรีสะเกษ | อุบลราชธานี)
https://forms.gle/mN1dKKmE4QHQiobP8

แขวงทางหลวงชนบทบุรีรัมย์ เฝ้าระวังน้ำท่วมสายทาง หลังฝนตกหนักจากหย่อมความกดอากาศต่ำ วันพุธที่ 7 ตุลาคม 2569 แขวงทางหลวงชน...
07/10/2026

แขวงทางหลวงชนบทบุรีรัมย์ เฝ้าระวังน้ำท่วมสายทาง หลังฝนตกหนักจากหย่อมความกดอากาศต่ำ

วันพุธที่ 7 ตุลาคม 2569 แขวงทางหลวงชนบทบุรีรัมย์ รายงานสถานการณ์อุทกภัยในสายทางที่อยู่ในความรับผิดชอบ หลังได้รับอิทธิพลจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านพื้นที่ ส่งผลให้มีน้ำท่วมในสายทาง จำนวน 1 แห่ง

โดยพบว่า ถนนสาย บร.3069 แยก ทล.348 – บ้านหนองแช่ไม้ ในพื้นที่อำเภอโนนดินแดงและอำเภอปะคำ ช่วงกิโลเมตรที่ 28+000 ถึงกิโลเมตรที่ 28+500 มีน้ำไหลท่วมบริเวณไหล่ทาง สูงประมาณ 7 เซนติเมตร ขณะที่บริเวณผิวจราจรไม่มีน้ำท่วมแล้ว ทำให้รถขนาดเล็กสามารถสัญจรผ่านได้ตามปกติ

ทั้งนี้ แขวงทางหลวงชนบทบุรีรัมย์ได้ติดตั้ง ป้ายเตือนและป้ายประชาสัมพันธ์ เพื่อแจ้งเตือนผู้ใช้เส้นทาง พร้อมขอให้ประชาชนที่เดินทางผ่านบริเวณดังกล่าวใช้ความระมัดระวังในการสัญจร และปฏิบัติตามป้ายเตือนอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง

✨ เปิดให้บริการแล้ว!ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งเสริมความงาม โรงพยาบาลบุรีรัมย์ (BWAC)Buriram Wellness and Aesthetic Center👩‍⚕️👨‍...
07/10/2026

✨ เปิดให้บริการแล้ว!
ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งเสริมความงาม โรงพยาบาลบุรีรัมย์ (BWAC)
Buriram Wellness and Aesthetic Center
👩‍⚕️👨‍⚕️ “ความสวยงาม......ต้องมาพร้อมความปลอดภัย"
เพราะเราใส่ใจทั้งผลลัพธ์และความปลอดภัย
สวยอย่างมั่นใจ ภายใต้การดูแล
โดย “ทีมแพทย์เชี่ยวชาญเฉพาะทาง".....
🏥 สถานที่ : ชั้น 1 อาคารศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์
🗓 วันและเวลาในการให้บริการ
✨️ Premium Clinic
เวลา 13.00 - 16.00 น.
- คลินิกศัลยกรรมตกแต่ง : ทุกวันจันทร์
- คลินิกผิวหนัง: วันอังคาร และวันพฤหัสบดี
✨️ Special Medical Clinic
เวลา 16.00 - 20.00 น.
🩺 คลินิกศัลยกรรมตกแต่ง
- วันอังคาร : นพ.สืบสิน จิรวรพัฒน์
- วันพุธ : นพ.ธนัท ลิ่วศิริรัตน์
🩺 คลินิกผิวหนัง
- วันอังคาร : พญ.กัญญลักษณ์ มั่นพรหม
- วันพฤหัสบดี : พญ.รัญรดี เงยวิจิตร....
📞 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม / นัดหมายคิวแพทย์
📱 โทรศัพท์ 081-2495428
หรือสแกน QR Code บนภาพเพื่อติดต่อผ่านช่องทางออนไลน์ได้เลย
⬇️⬇️⬇️
👍 ติดตาม Facebook : Buriram Wellness and Aesthetic Center
👍 ติดตาม Tiktok : https://www.tiktok.com/.clinic?_r=1&_t=ZS-9AJjxg3hPBl
#โรงพยาบาลบุรีรัมย์ #ศัลยกรรมตกแต่ง #คลินิกผิวหนัง #เสริมความงามบุรีรัมย์

ครม. เห็นชอบเพิ่มพื้นที่ประสบภัย จ.สมุทรสงคราม  นายกฯ กำชับทุกจังหวัดเร่งส่งรายชื่อให้ ปภ. เพื่อให้ ธ.ออมสิน โอนเงินเยีย...
07/10/2026

ครม. เห็นชอบเพิ่มพื้นที่ประสบภัย จ.สมุทรสงคราม นายกฯ กำชับทุกจังหวัดเร่งส่งรายชื่อให้ ปภ. เพื่อให้ ธ.ออมสิน โอนเงินเยียวยาให้ประชาชนเร็วที่สุด
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 กรณีบ้านถูกน้ำท่วมตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป ได้รับ 9,000 บาทต่อครัวเรือน และกรณีน้ำล้อมตามหลักเกณฑ์ 5,000 บาท จำนวน 41 จังหวัด โดยอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณ 558,739,000 บาทจากงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วันที่ 22 กันยายน 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติให้จ่ายเงินช่วยเหลือ สำหรับภัยที่เกิดตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 - 30 กันยายน 2569 เท่านั้น จากนั้นในวันที่ 29 กันยายน 2569 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบเพิ่มพื้นที่อีก 24 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร รวมเป็น 65 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร โดยอนุมัติงบประมาณฯ วงเงิน 4,731,666,600 บาท และในวันที่ 30 กันยายน 2569 จังหวัดสมุทรสงคราม ได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เนื่องจากเกิดอุทกภัย จากฝนตกหนัก มีครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจำนวน 22,357 ครัวเรือน วันที่ 6 ตุลาคม 2569 คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบเพิ่มจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นจังหวัด ประสบภัยให้ได้รับเงินเยียวยา 9,000 บาทต่อครัวเรือน ตามหลักเกณฑ์ จากวงเงินที่เคยได้รับการอนุมัติไว้แล้ว ซึ่งกรณีดังกล่าวยังไม่เข้าเกณฑ์ ความคุ้มครองภายใต้โครงการ “ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” เนื่องจากเกิดอุทกภัยก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 นอกจากนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้สั่งการให้เร่งจ่ายเงินเยียวยา ให้ถึงมือประชาชนโดยเร็ว ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนแล้วจาก 60 จังหวัด กว่า 1.2 ล้านคน และให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสานธนาคารออมสินเร่งโอนเงินให้ประชาชนตามลำดับรายชื่อ กำชับให้จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งสำรวจและส่งรายชื่อผู้ประสบภัยมายัง ปภ. ซึ่งมี 2 จังหวัดที่ยื่นเข้ามาที่ ปภ. แล้ว ได้แก่ สระแก้ว และกระบี่ ปภ. จะส่งข้อมูลไปยังธนาคารออมสิน เพื่อให้ธนาคารออมสินโอนเงินเข้าบัญชีผู้ประสบภัยได้ภายในวันที่ 8 ตุลาคม 2569

ที่อยู่

ศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์
Muang Buriram
31000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:00
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6644666531

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์ โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์