We Watch E-San ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก We Watch E-San, องค์กรไม่แสวงผลกำไร (NGO), Maha Sarakham.

03/10/2023

สาธารณรัฐแกมเบีย ประเทศที่มีวิธีการเลือกตั้งที่แหวกแนวที่สุดโดยการใช้ลูกแก้ว
“ชาวแกมเบียส่วนใหญ่ที่ฉันรู้จักภูมิใจกับระบบเลือกตั้งในประเทศของเขาที่ไม่เหมือนใคร”
ข้อความในจดหมายของ Ade Daramy นักข่าวชาวแอฟริกันที่เขียนบรรยายการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสาธารณรัฐแกมเบียในปี ค.ศ. 2021
สาธารณรัฐแกมเบีย เป็นประเทศเล็ก ๆ ทางฝั่งตะวันตกของทวีปแอฟริกา โดยมีตำแหน่งที่ตั้งอยู่ติดทางตอนใต้ของเซเนกัล และหากพูดถึงแกมเบียเอกลักษณ์ที่ทั่วโลกจดจำคงไม่พ้น “ถั่วลิสง” ที่เป็นสินค้าส่งออกหลักของประเทศ แต่เอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้แกมเบียเป็นที่จดจำของชาวโลกนั่นคือ “วิธีการเลือกตั้งโดยการใช้ลูกแก้ว”
สาเหตุเบื้องหลังสำหรับการใช้ลูกแก้วในการโหวต จำเป็นจะต้องย้อนไปในช่วง ค.ศ. 1966 1 ปีหลังจากแกมเบียได้รับอิสรภาพจากบริทิช (British) ที่เป็นเจ้าอาณานิคมในขณะนั้น การเลือกตั้งทั่วไปถูกจัดขึ้นในวันที่ 26 พฤษภาคม ในขณะนั้นอัตราการรู้หนังสือของประชาชนแกมเบียยังอยู่ในอัตราที่ต่ำ วิธีการใช้ลูกแก้วในการเลือกตั้งจึงถูกเสนอขึ้นมา และเกมเบียก็ยึดถือการใช้ลูกแก้วในการเลือกตั้งเป็นประเพณีนับตั้งแต่นั้นมา
โดยสำหรับวิธีในการโหวตคือ เมื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปถึงยังหน่วยเลือกตั้งและทำการตรวจสอบสิทธิแล้ว เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งจะให้ลูกแก้วมา 1 ลูก เพื่อนำไปหย่อนในท่อด้านบนของถังเหล็ก โดยถังเหล็กแต่ละถังจะมีสีที่แตกต่างกันและมีรูปของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งพร้อมกับสัญลักษณ์ของพรรคแปะอยู่ด้านหน้า
และเมื่อถึงเวลาปิดหน่วยเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งจะเทลูกแก้วออกมาจากถังเหล็กลงบนถาดหลุมเพื่อเริ่มการนับคะแนน (โดยในแต่ละถาดจะมีหลุมประมาณ 200 - 500 หลุม) ซึ่งการนับคะแนนด้วยวิธีนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถนับคะแนนเสร็จได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น
สิ่งที่น่าสนใจของการเลือกตั้งโดยการใช้ลูกแก้วก็คือ ในขณะที่ผู้ใช้สิทธิหย่อนลูกแก้วเพื่อลงคะแนนเสียง เสียงของลูกแก้วที่หล่นลงไปในถังเหล็กจะทำให้เกิดเสียงกระทบ หากเสียงกระทบของลูกแก้วและถังเหล็กมีมากกว่า 1 ครั้ง เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งจะสามารถรับรู้ได้ว่าอาจมีผู้ที่กำลังโกงผลคะแนนเลือกตั้งอยู่
ที่มา:
[1] The Conversation, The Gambia’s 55-year-old marbles voting system is simple but difficult to cheat
[2] BBC, Why Gambians won't stop voting with marbles
[3] Ace Project, Voting with marbles in the Gambia
[4] United Nations The Gambia, The advantages of Gambia’s unique marble voting system

03/10/2023

ครั้งหนึ่ง “มาร์เซโล่” ตำนานแบ็คซ้าย จาก เรอัล มาดริด เคยถูกสุ่มให้เป็น “เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง”
หากกล่าวถึงตำนานแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดในโลกวงการฟุตบอล หนึ่งในรายชื่อที่จะต้องถูกหยิบยกขึ้นมาคงหนีไม่พ้น “มาร์เซโล่ (Marcelo da Silva)” ตำนานแบ็คซ้ายจากสโมสรฟุตบอล เรอัล มาดริด ที่มีลีลาในการเล่นฟุตบอลอันโดดเด่นตามฉบับบราซิลเลี่ยน
มาร์เซโล่ เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1988 ที่กรุงรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล เริ่มต้นการค้าแข้งให้กับสโมสรฟุตบอล ฟลูมิเนนเซ่ และเล่นให้กับทีมชาติบราซิลตั้งแต่ปี ค.ศ. 2006 ก่อนที่จะอำลาทีมชาติหลังศึกฟุตบอลโลก 2018 เรียกได้ว่า มาร์เซโล่ มีสายเลือดแซมบ้าตั้งแต่กำเนิด
แต่ มาร์เซโล่ มาเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งในสเปนได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่ตนเองก็เป็นคนบราซิล?
เรื่องราวเริ่มขึ้นหลังจากที่ เรอัล มาดริด สโมสรฟุตบอลจากประเทศสเปน คว้าตัวแบ็คซ้ายชาวบราซิลรายนี้มาเข้าร่วมทีมในปี ค.ศ. 2007 ตั้งแต่นั้นมา มาร์เซโล่ ก็เริ่มต้นชีวิตฟุตบอลในแดนกระทิงดุ จนกระทั่งปี ค.ศ. 2011 หลังจากที่ค้าแข้งให้กับ เรอัล มาดริด มานานกว่า 5 ปี เจ้าตัวก็ได้รับสัญชาติเป็นพลเมืองสเปนตามกฎหมาย ส่งผลให้ มาร์เซโล่ มีสิทธิตามกฎหมายเทียบเท่ากับพลเมืองสเปน นั่นรวมถึงสิทธิในการเลือกตั้งด้วย
จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2021 ในขณะนั้นสเปนกำลังจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น ทางรัฐบาลสเปนจำเป็นที่จะต้องหาเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งมาอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ซึ่งตามกฎหมายของสเปนกำหนดไว้ว่า ในแต่ละหน่วยเลือกตั้งจำเป็นที่จะต้องมีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างน้อย 3 คน และกระบวนการสรรหาเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง ทางรัฐบาลสเปนจะทำการสุ่มรายชื่อผ่านบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง นั่นหมายความว่าใครก็ตามที่มีสิทธิในการเลือกตั้ง ก็มีโอกาสถูกรัฐบาลสเปนสุ่มไปปฏิบัติหน้าที่
ซึ่งประชาชนที่ถูกสุ่มมาให้เป็นเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งจะได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินราว 65 ยูโร (ประมาณ 2,500 บาทไทย) แต่รัฐบาลสเปนก็เปิดโอกาสให้สามารถผ่อนผันจากการปฏิบัติหน้าที่ได้ หากมีเหตุจำเป็นมากพอ
โชค (ไม่) ดีที่แข้งชาวบราซิล สัญชาติสเปน ถูกรัฐบาลสุ่มรายชื่อให้ไปเป็นเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งสำรองคนที่ 1 ในวันอังคารที่ 4 พฤษภาคม หน่วยเลือกตั้งโรงเรียน Liceo Europeo de La Moraleja กรุงมาดริด 1 วันก่อนเกมส์เยือนสโมสรเชลซี ณ กรุงลอนดอน ในรายการแข่งขัน ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ซึ่งส่งผลให้เจ้าตัวไม่สามารถทำเรื่องผ่อนผันได้ เนื่องจากเกมส์การแข่งขันฟุตบอลไม่ได้จัดในวันเดียวกันกับวันเลือกตั้ง แม้ในวันนั้นเจ้าตัวมีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางไปกับทีมเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการแข่งขัน
ทั้งนี้สโมสรฟุตบอล เรอัล มาดริด ไม่ได้นิ่งนอนใจ จัดเตรียมเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวให้กับ มาร์เซโล่ บินไปสมทบกับทีมที่ กรุงลอนดอน ทันทีหลังจากที่เจ้าตัวเสร็จสิ้นภารกิจความเป็นพลเมืองสเปน
นอกจากมาร์เซโล่ ยังมีนักเตะสเปนอีกหลายคนที่ถูกแจ็คพอตให้เป็นเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง อย่างเช่น ไอตอร์ เฟร์นันเดซ ผู้รักษาประตูจาก โอซาซูนา ในการเลือกตั้งทั่วไปสเปนปี ค.ศ. 2019 และ อินากิ วิลเลียมส์ ศูนย์หน้าจาก แอธเลติก บิลเบา ในปี ค.ศ. 2015 โดยทั้งคู่สามารถยื่นผ่อนผันได้เนื่องจากวันเลือกตั้งตรงกับวันแข่งขันฟุตบอล
ดูวิดีโอได้ด้านล่าง: https://twitter.com/marca/status/1389482482760880129?ref_src=twsrc%5Etfw%7Ctwcamp%5Etweetembed%7Ctwterm%5E1389482482760880129%7Ctwgr%5E3de63aa81c51337ba0103cfdbfa49015ac368bfd%7Ctwcon%5Es1_&ref_url=https%3A%2F%2Fwww.dailymail.co.uk%2Fsport%2Ffootball%2Farticle-9540963%2FMarcelo-RELEASED-polling-station-duty-elderly-lady-volunteers-Brazilians-place.html

ที่มา:
[1] Mail Online, Marcelo RELEASED from polling station duty after elderly lady volunteers to take Brazilian's place as Real Madrid star makes last-minute dash to join Zinedine Zidane's squad for flight to London for Chelsea clash

[2] The Athletic, Marcelo joins Real Madrid for Chelsea trip after release from election duty

[3] Politico, Vacation 1, Election 0: Spain struggles to staff its polling stations

ชวนอ่านงั๊บ
19/09/2023

ชวนอ่านงั๊บ

การขยายวาระและบทบาทกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มรดกรัฐประหาร 2 ครั้งหลังสุดของไทย
เหตุการณ์สังหารเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสารวัตร ในงานเลี้ยงแห่งหนึ่งของจังหวัดนครปฐม โดยมือปืนคนสนิทกำนัน ตำบลตาก้อง อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เมื่อกลางดึกวันที่ 6 ก.ย. ที่ผ่านมา ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 26 นาย ที่อยู่ภายในงาน สร้างความสั่นสะเทือน และความอื้อฉาวนี้ทำให้สังคมเกิดขึ้นถามตามมา หนึ่งในนั้นคือ คำถามที่ว่า อิทธิพลของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน
มีมากน้อยเพียงใด เหตุใดเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงจึงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้มีอิทธิพล ทั้งมีข้อสงสัยต่อเนื่องถึงการรับสัมปทานจากรัฐจำนวนนับพันล้านบาทในรอบ 6-7 ปีที่ผ่านมา
เพื่อจะตอบคำถามนี้ เราควรเข้าใจการเปลี่ยนแปลงเชิงอำนาจของสถาบันกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่เกิดขึ้นตลอด 17 ปีที่ผ่านมา หรือตั้งแต่เกิดรัฐประหาร 2 ครั้งหลังสุด (ปี 2549 และ 2557) ว่าส่งผลอย่างสำคัญอย่างไรต่อการเปลี่ยนแปลงหน่วยการปกครองในระดับที่เล็กที่สุดของไทยอันมีอายุมากกว่า 100 ปี แห่งนี้
การกลับมามีอิทธิพลหลังรัฐประหาร 2549
ตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นับเป็นตำแหน่งทางการเมืองที่เติบโต คู่ขนานมากับสังคมไทย และยังสัมพันธ์กับระบบประชาธิปไตยแบบตัวแทนที่การกระจายอำนาจยังไม่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ในอดีต เป็นที่รับรู้ว่าพื้นที่จังหวัดที่มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจสูงมักมีชื่อของกำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ที่สร้างฐานอำนาจทางการเมืองและเครือข่ายขึ้นมาจำนวนมาก อาทิ กำนันเป๊าะ ชลบุรี กำนันช้อง เพชรบุรี กำนันเซี๊ยะ กาญจนบุรี ฯลฯ ในบางยุคบางสมัย อำนาจและอิทธิพลของกำนันมีมากจนถึงสามารถกำหนดตำแหน่งรัฐมนตรีได้
ล่วงผ่านหนึ่งทศวรรษ หลังจากที่สังคมไทยเดินหน้ามาจนถึงการกระจายอำนาจจนเกิดการปกครองท้องถิ่นใหม่ ๆ ในหลายระดับในทศวรรษ 2540 นับตั้งแต่รูปแบบพิเศษอย่างกรุงเทพมหานคร พัทยา หรือในระดับจังหวัด เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล ลงไปจนถึงหน่วยการบริหารที่เล็กที่สุดอย่างองค์การบริหารส่วนตำบล กล่าวได้ว่าบทบาทของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่เคยเป็นส่วนต่อขยายอำนาจของส่วนกลางไปสู่ท้องถิ่นก็ถือว่าลดลงอย่างมาก บทบาทหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เปลี่ยนแปลงไป พร้อม ๆ กับการเปลี่ยฐานอำนาจไปสู่นักการเมืองท้องถิ่นหน้าใหม่
อีกส่วนหนึ่งนับเป็นผลมาจากนโยบายการปราบปรามผู้มีอิทธิพลในยุครัฐบาลพรรคไทยรักไทย จากการศึกษาของ
Prajak Kongkirati พบว่า จังหวัดกาญจนบุรีเป็นจังหวัดนำร่องในการปราบปรามผู้มีอิทธิพล ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นจังหวัดที่มีผู้มีอิทธิพล มาเฟีย การค้าผิดกฎหมาย ฯลฯ และผู้มีอิทธิพลชุดแรก ๆ คือนักการเมืองจากพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลที่ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการสังหารอดีตผู้สมัครพรรคไทยรักไทย
ในช่วงเวลาเดียวกันกับการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์การเมืองไทยที่นโยบายของพรรคการเมืองก้าวขึ้นมาเป็นปัจจัยสำคัญในการขึ้นสู่อำนาจรัฐ ภาพของนักการเมืองเจ้าพ่อ ผู้มีอิทธิพล ลดลงอย่างเห็นได้ชัด มีงานวิชาการจำนวนหนึ่งยืนยันถึงปราฏการณ์นี้
อย่างไรก็ตามหลังการรัฐประหาร ในวันที่ 19 กันยายน 2549 ซึ่งพุ่งเป้าไปยังการตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ซึ่งเคยได้รับการเลือกตั้งสูงเป็นอันดับ 1 ทั้งในปี 2544 และ 2548 และการยุบพรรคไทยรักไทยในปี 2550 และการยุบพรรคการเมืองอีกระลอกในปี 2551 ได้แก่ พรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย พรรคมัชฌิมาธิปไตย กลับทำให้ความสัมพันธ์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีความสัมพันธ์กับตระกูลการเมืองในระดับท้องถิ่นกลับมามีความสำคัญมากขึ้น
เราจะเห็นข้อมูลนี้ได้จากการศึกษาของ สติธร ธนานิธิโชติ (2556) ซึ่งพบว่า การเลือกตั้งในปี 2550 และ 2554 ตระกูลการเมืองท้องถิ่นกลับมามีเพิ่มสูงขึ้นเป็นร้อยละ 17.9 และ 18.0 ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นว่าการตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรคการเมืองสำคัญ ๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นนักการเมืองที่มีชื่อเสียงและมีบทบาทสูงรวม 220 คนเป็นเวลา 5 ปีมิได้มีผลทำให้ตระกูลการเมืองใหญ่ในการเมืองไทย “สูญพันธุ์” แต่กลับกลายเป็นตัวเร่งให้การส่งผ่านตำแหน่งทางการเมืองจากคนรุ่นหนึ่งซึ่งถูกตัดสิทธิทางการเมืองไปสู่เครือญาติไม่ว่าจะเป็นคู่สมรส ลูก-หลาน หรือญาติพี่น้องเร็วกว่าเวลาอันควรเสียมากกว่า
โดยตำแหน่งที่สำคัญของตระกูลการเมืองเหล่านี้ ทำงานในระดับเครือข่ายท้องถิ่น ดังที่ สิริพรรณ นกสวน เสนอไว้ว่า พรรคการเมืองต้องพึ่งพากลไกระบบอุปถัมภ์ของผู้นำในพื้นที่ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นักธุรกิจและผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น ในการระดมเสียงสนับสนุนจากประชาชน และรวบรวมเงินทุน
แต่เหตุการณ์ที่ทำให้ตำแหน่งกำนัน และผู้ใหญ่บ้านกลับมามีอำนาจเพิ่มมากขึ้น เริ่มต้นจากการขยายวาระการดำรงตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ราว ๆ 1 ปี หลังการรัฐประหาร 2549 พร้อม ๆ กับการที่มีตัวแทนกำนันผู้ใหญ่บ้านเข้าไปนั่งเป็นส่วนหนึ่งของสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ในปี 2550
โดยการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ครั้งที่ 61/50 เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2550 มีมติเห็นชอบแก้ไขพระราชบัญญัติลักษณะปกครองส่วนท้องที่ พ.ศ 2551 (ฉบับที่ 11) กำหนดให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านมีวาระการดำรงตำแหน่งจนถึงอายุ 60 ปี และเพิ่มบทบาทหน้าที่ให้แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยอ้างว่าเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการสร้างความปรองดองและสมานฉันท์ (ซึ่งแต่เดิมกำหนดให้ดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี และอิทธิพลของการกระจายอำนาจในปี 2540 ยังห้ามกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น ทำให้แผนการพัฒนาหมู่บ้านไปอยู่ในมือขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่นแทน)
ถัดจากนั้น ยังได้มีการตรากฎหมายหลายฉบับ ที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาทิ พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ 11) ปี 2551 ให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานผู้ใหญ่บ้านทุก 5 ปี และในปี 2552 ได้มีการแก้ไขฉบับที่ 12 ให้มีการยกเลิกตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน แพทย์ประจำตำบล ท่ามกลามความขัดแย้งสีเสื้ออย่างรุนแรงในช่วงเวลาเดียวกัน
อำนาจหน้าที่หลังรัฐประหาร คสช. 22 พ.ค. 2557
หลังการรัฐประหารในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 อำนาจหน้าที่ของกำนันและผู้ใหญ่บ้านกลับเพิ่มขึ้น สวนทางกับการออกประกาศ คำสั่ง และระงับการเลือกตั้งท้องถิ่นยาวนานหลายปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มอำนาจให้แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการรักษาความสงบ ภายใต้การนำของคณะรัฐประหารที่ยาวนานกว่า 8 ปี เริ่มต้นขึ้นเมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้นำ ได้มีการออกคำสั่งหัวหน้าคณะรัฐประหารจำนวนมาก โดยพุ่งเป้าไปที่การเปลี่ยนแปลงระบบการบริหารราชการ แผ่นดิน หนึ่งในนั้นคือการออกประกาศฉบับที่ 102/2557 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2557 ให้การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะปกครองส่วนท้องที่ กำหนดให้ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมีอำนาจตรวจตรารักษาความสงบเรียบร้อยภายในหมู่บ้านร่วมกับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ ในช่วงเวลาเดียวกับกระแสการต่อต้านรัฐประหารที่เกิดขึ้นตลอด 100 วันแรกของการยึดอำนาจในปี 2557
กล่าวได้ว่า นับตั้งแต่มีการตราพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 ที่กำหนดอำนาจหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการปกครองราษฎร ด้วยการดูแลการบริหารจัดการทุกด้าน ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมืองและวัฒนธรรม วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ไปจนถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์ประชาชน หน้าที่ของกำนันผู้ใหญ่บ้านแม้ว่าจะมีพลวัตที่เปลี่ยนแปลงไป แต่การรัฐประหาร 2 ครั้งหลัง มีผล อย่างสำคัญในการขยายบทบาทและวาระการดำรงตำแหน่ง
โดยหากกำนันคนใดที่มีอายุน้อย จนกว่าจะเกษียณอายุที่ 60 ปี ยิ่งทำให้สามารถสะสมเครือข่ายอำนาจบารมี ซึ่งสิ่งนี้สวนทางกับแน้วโน้มของการกระจายอำนาจอันเป็นรากฐานของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรทราบคือ ตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ถือว่าเป็นตำแหน่งที่มีค่าตอบแทนที่ไม่สูงเลย โดยข้อมูลล่าสุดมีการเพิ่มค่าตอบแทนให้แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ลงนามโดยพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุให้กำนัน ได้รับเงินตอบแทน 12,000 บาท/เดือน และ ผู้ใหญ่บ้าน ได้รับเงินตอบแทน 10,000 บาท/เดือน ขณะที่ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านได้รับเงินค่าตอบแทน 6,000 บาท/เดือน
ทว่าตำแหน่งนี้ แม้ว่าจะได้รับค่าตอบแทนที่น้อย จนทำให้เรามองข้ามอิทธิพลทางอำนาจ แต่ในด้านหนึ่งแล้ว กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นับเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองตามกฎหมายที่รับผิดโดยตรงต่อนายอำเภอ ซึ่งเป็นส่วนต่อขยายของอำนาจรัฐส่วนกลาง
เราจึงพบว่าในหลายพื้นที่ที่เป็นพื้นที่การขนส่งสินค้าสำคัญ การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรม ตำแหน่งกำนันและผู้ใหญ่บ้าน สามารถเชื่อมผลประโยชน์ธุรกิจท้องถิ่นกับอำนาจทางการเมืองในเวลาเดียวกันได้ โดยในฐานะเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองตามกฎหมาย ยังมีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พุทธศักราช 2457 รวมทั้งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายอื่น ๆ อีกหลายฉบับ ที่ให้อำนาจหลายประการ อาทิ การรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคง การป้องกันและระงับเหตุร้าย การรายงานเหตุผิดปกติที่เกิดขึ้นในพื้นที่ การเฝ้าระวังปัญหายาเสพติด การช่วยเหลือภัยพิบัติ รวมถึงมีอำนาจจัดให้มีการคุ้มครองป้องกัน ส่งเสริมและช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม
ถึงตรงนี้ตำแหน่งกำนันและผู้ใหญ่บ้านจึงยังคงมีความสำคัญในระดับท้องถิ่น ซึ่งจำเป็นต้องมีการทบทวนวาระการดำรงตำแหน่ง การตรวจสอบการใช้อำนาจไปในทางที่มิชอบ การสร้างเครือข่ายอุปถัมภ์กับข้าราชการในพื้นที่ และคืนความเชื่อมโยงกับประชาชนให้มากที่สุดเพื่อช่วยให้เกิดการตรวจสอบการใช้อำนาจจากประชาชนในพื้นที่เอง
---------
[1] Prajak Kongkirati, (2013). ‘Bosses, Bullets, and Ballots: Electoral Violence and Democracy in
Thailand 1975–2011.’ PhD diss., Australian National University, p.12

[2] Stithorn thananithichot. (2020). ตระกูลการเมือง ในระบอบประชาธิปไตยของไทย. King Prajadhipok’s Institute Journal, 11(2), 5–23. Retrieved from https://so06.tci-thaijo.org/index.php/kpi_journal/article/view/244361

[3] Siripan Noksuan Sawasdee. (2006). Thai Political Parties in the Age of Reform. Bangkok: Institute of Public Policy Studies, Thailand.

13/09/2023
13/09/2023

"แถลงการณ์ We Watch: สรุปการสังเกตการณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขตเลือกตั้งที่ 3 แทนตำแหน่งที่ว่าง วันที่ 10 กันยายน 2566"
We Watch ในฐานะองค์กรภาคประชาสังคมที่ทำหน้าที่สังเกตการณ์การเลือกตั้งเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน และส่งเสริมให้การเลือกตั้งมีความโปร่งใส เสรี และเป็นธรรม ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขตเลือกตั้งที่ 3 แทนตำแหน่งที่ว่าง นับตั้งแต่ก่อนและหลังวันเลือกตั้ง และในวันเลือกตั้งวันที่ 10 กันยายน 2566 โดยมีผู้สังเกตการณ์ของ We Watch ทำหน้าที่สังเกตการณ์ใน 52 หน่วย จากทั้งหมด 207 หน่วยเลือกตั้ง กระจายตัวอยู่ครบทั้ง 19 ตำบล ในเขตพื้นที่อำเภอแกลงและอำเภอเขาชะเมา ตั้งแต่เวลา 08.00 น. กระทั่งสิ้นสุดกระบวนการรวบรวมผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการในเวลาประมาณ 20.00 น.
สามารถอ่านแถลงการณ์ฉบับเต็มได้ที่: https://drive.google.com/drive/folders/1nodzTLzdELAPKfCbC0kBv0mjO-GtVnPk?usp=sharing

#เลือกตั้งซ่อมระยอง #ก้าวไกล #ประชาธิปัตย์ #แรงงานสร้างชาติ

10/09/2023

ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการเลือกตั้งซ่อมระยอง เขต 3 รวม อ.เขาชะเมา และ อ.แกลง
พรรคก้าวไกล: 39,296 คะแนน
พรรคประชาธิปัตย์: 26,376 คะแนน
พรรคแรงงานสร้างชาติ: 881 คะแนน
อัพเดต 19.33 น. ***ผลคะแนนนี้ยังไม่ใช่ผลคะแนนสุดท้าย ยังคงมีบางหน่วยเลือกตั้งที่กำลังเดินทางนำผลคะแนนมายังจุดรวมคะแนน***

#เลือกตั้งซ่อมระยอง #ก้าวไกล #ประชาธิปัตย์ #แรงงานสร้างชาติ

ที่อยู่

Maha Sarakham
44150

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ We Watch E-Sanผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์