ชมรมพุทธศาสน์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ชมรมพุทธศาสน์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม หน้าเพจแสดงข่าวสารพระพุทธศาสนา

17/09/2026
24/08/2026
30/07/2026

เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระดำรัสถวายพระพร ความว่า

“อภิลักขิตสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา ของสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่ง อาตมภาพในนามคณะสงฆ์ ขอสำแดงน้ำจิตโสมนัสมุทิตา ตั้งสัตยาธิษฐานร่วมกับปวงชนชาวไทย ถวายพระพรชัยมงคลให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

เมื่อพิจารณาจากประวัติศาสตร์ของชาติไทยย่อมเห็นประจักษ์ได้ว่า สถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชน ดำรงอยู่ ในฐานะ "มิตรแท้" ของกันและกันตลอดมา ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธศาสนา ซึ่งผูกผสานน้ำพระราชหฤทัยและน้ำใจให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันด้วยความปรารถนาดีอย่างจริงใจต่อกัน สมด้วยพระราโชวาทของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงปลูกฝังอบรมบ่มพระราชหฤทัยพระราชโอรสธิดา ให้ทรงตระหนักในสัจจะประการนี้ว่า "เราต้องตอบแทนความรักของประชาชนด้วยการกระทำมากกว่าคำพูด ทำทุกสิ่งทุกอย่างที่จะบำบัดความทุกข์ของเขา เพราะเขาเป็นหลักพึ่งพาของพระมหากษัตริย์ตลอดเวลา"

สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงตั้งพระบรมราชปณิธานสืบสาน รักษา และต่อยอดแนวพระราชดำริ พระราชจริยวัตร ตลอดจนพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมราชบุพการี เพื่อให้บ้านเมืองไทยประสบความผาสุกสวัสดี จึงทรงสถิตในฐานะ "มิตร" ที่ยิ่งใหญ่ของประชาชน ย่อมทรงได้รับความจงรักภักดีต่างเครื่องบูชาสนองพระมหากรุณาธิคุณอยู่เสมอ โดยเหตุแห่งพระเมตตาธรรม พระราชไมตรีนั้นยังเผื่อแผ่ไปสู่นานาประเทศในฐานะราชสัมพันธมิตร ประสิทธิ์ประสาทเกียรติภูมิของชาติ ให้ประกาศเกริกไกรไปในสากล เป็นที่สรรเสริญยกย่องอย่างไพศาล สมด้วยโพธิสัตวภาษิต ที่ว่า

"สกฺกตฺวา สกฺกโต โหติ, ครุ โหติ สคารโว
วณฺณกิตฺติภโต โหติ, โย มิตฺตานํ น ทุพฺภติ"

แปลความว่า "บุคคลผู้ใดมิได้ประทุษร้ายเหล่ามิตร บุคคลผู้นั้นสักการะคนอื่น ก็จะเป็นผู้อันคนอื่นสักการะตน เคารพคนอื่น ก็จะเป็นผู้อันคนอื่นเคารพตน ย่อมเป็นผู้ได้รับความยกย่องและเกียรติคุณ." ด้วยประการฉะนี้

ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และเดชะแห่งสัจจวาจา ตลอดจนพระราชกุศลธรรมจริยาที่ทรงสั่งสมมาด้วยดี โปรดอภิบาลรักษาสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ให้ทรงพระเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย เสด็จสถิตเป็นมิ่งขวัญหลักชัยแห่งราชอาณาจักรไทย ตราบจิรัฐิติกาล เทอญ.”

30/07/2026

เนื่องในวันอาสาฬหบูชา วันพุธ ที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม ความว่า

“ดิถีอาสาฬหบูชาได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่ง เป็นโอกาสให้สาธุชนทั้งหลาย รำลึกถึงวันที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงปฐมเทศนาโปรดปัญจวัคคีย์ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน อันเป็นการเริ่มประกาศพระศาสนา กระทั่งบังเกิดมีพระอริยสงฆ์ ครบถ้วนพร้อมเป็น “พระรัตนตรัย” นับเป็นนักขัตฤกษ์สำคัญ และยังเป็นเกียรติภูมิของชาติไทย ด้วยเป็นประเทศแรกในโลก ที่ริเริ่มให้จัดวันบูชาพิเศษในดิถีเพ็ญอาสาฬหะ เมื่อรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ประกาศความเป็นเมืองพระพุทธศาสนา ซึ่งช่วยจรรโลงจิตใจของชนในชาติให้ร่มเย็นเป็นสุขตลอดมา

ปฐมเทศนาที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้นั้น คือ “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” ทรงชี้วิถีทางแห่งการดับเพลิงกิเลสให้สูญไปโดยสิ้นเชิง ด้วยมรรคมีองค์ ๘ เรียกอีกอย่างว่า ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา หรือการลงมือปฏิบัติเพื่อให้พ้นจากทุกข์ ทั้งนี้ ท่ามกลางภาวการณ์ในโลกอันเร่าร้อนไปด้วยความเบียดเบียน จนถึงขั้นประหัตประหารก่อสงครามรบพุ่งกัน ส่งผลร้ายแพร่ขยายไปทั่วโลก แม้แต่กับผู้มิได้อยู่ในฐานะชาติศัตรู พุทธบริษัทพึงหันมาพิจารณาทบทวนอริยมรรคประการหนึ่งในองค์ ๘ ซึ่งหากอบรมให้เจริญขึ้นแล้ว ย่อมยังสันติสุขให้บังเกิดขึ้นได้ ได้แก่ “สัมมากัมมันตะ” แปลว่า “การงานชอบ” ในทางพระพุทธศาสนาหมายถึงการงดเว้นกายทุจริต ๓ อย่าง กล่าวคือ ๑. งดเว้นจากการฆ่า ๒. งดเว้นจากการลักฉ้อ และ ๓. งดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม หากสังเกตพฤติการณ์แห่งความวิวาทบาดหมางอันเป็นไปในโลก จักเห็นประจักษ์ได้ว่าล้วนมีมูลมาแต่การกระทำกายทุจริตทั้ง ๓ ประการนี้ ครอบครัวใด ชุมชนใด ประเทศใดที่กำลังเดือดร้อนนอนทุกข์ หาความผาสุกร่มเย็นมิได้ ล้วนเป็นเพราะครอบครัวนั้น ชุมชนนั้น และประเทศนั้น ยังมีสมาชิกผู้มุ่งประหัตประหารฆ่าฟัน มุ่งลักวิ่งชิงปล้นฉ้อโกงเบียดบังทรัพย์ของผู้อื่น และมุ่งแย่งยื้อเอาของรักคนรักของผู้อื่นไป โดยยอมตนลงให้พ่ายแพ้แก่อำนาจกิเลสตัณหาของตน ๆ ทั้งสิ้น

วันอาสาฬหบูชา นอกจากจะเตือนใจให้รำลึกถึงคุณพระรัตนตรัย อันเป็นสรณะสูงสุดของพุทธบริษัทแล้ว ยังชักจูงใจให้เราทั้งหลายมั่นคงแน่วแน่ด้วยปณิธานแห่ง “สัมมากัมมันตะ” เพราะฉะนั้น หากท่านประสงค์ให้โลกสงบสุข ขอจงเร่งเจริญรอยตามพระยุคลบาทของพระพุทธองค์ ผู้ทรงพระมหากรุณาประทานอริยอัฏฐังคิกมรรคไว้เป็นหนทาง พร้อมเพรียงกันบำเพ็ญคุณประโยชน์ โดยเริ่มที่ตนเอง จากการมี “สัมมากัมมันตะ” อยู่ทุกขณะ ซึ่งจะช่วยเกื้อกูลให้เพื่อนร่วมชาติ ร่วมสังคม สามารถก้าวข้ามพ้นจากความทุกขโทมนัส แปรเปลี่ยนเป็นความเกษมสวัสดิ์ของสรรพชีวิตบนโลกนี้ได้สืบไป ตลอดกาลนาน.”

ที่อยู่

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
Maha Sarakam
44000

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ ชมรมพุทธศาสน์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง ชมรมพุทธศาสน์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม:

ทางลัด

แชร์