ธนาคารต้นไม้ อาจยังไม่คุ้นหูใครๆ เพราะแม้โครงการจะเริ่มมากว่าสิบปี แต่ก็ยังรู้ในวงแคบๆ มีการส่งเสริมเกษตรกรโดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์เพื่อการเกษตร(ธกส.) เงียบๆ
แนวคิดของธนาคารต้นไม้ เมื่อมองจากมุมมองนักลงทุน ธนาคารต้นไม้ก็คงเหมือนการลงทุน เป็นการเปลี่ยนสินทรัพย์ให้เป็นทุน เพราะต้นไม้มีมูลค่าสูง สามารถนำมาชำระหนี้ และคำประกันเงินกู้ ธกส.ได้สบาย
ต้นไม้หนึ่งต้น เมือปลูกไว้ 20 ปี จะมีมูลค่า 5,000
บาท
ถ้าเราปลูกต้นไม้ 200 ต้นต่อหนึ่งไร่ โดยไม่ต้องลงทุนอะไรเลย
มันจะมีมูลค่าสูงถืง 1,000,000 บาทต่อหนึ่งไร่
ยังไม่รวมมูลค่าที่ดินที่เพิ่มราคาสูงขึ้น
แค่มีที่สักยี่สิบไร่ อีกยี่สิบปี ต้นไม้เหล่านี้จะให้ผลตอบแทนสูงถึง 20 ล้านเท่า หรือ 2,000 ล้านเปอร์เซ็น
แต่เมื่อมองจากมุมของนักอนุรักษ์ ธนาคารต้นไม้ น่าจะเป็นโรงเรียนมากกว่า เพราะที่นี่สอนให้คนปลูกต้นไม้ รักต้นไม้ และฝากมันไว้กับธนาคาร
ธนาคารจะนำเอาต้นไม้ไปเพื่อขายเครดิตคาร์บอนไดออกไซด์ ( Cabon Footprint)
ธนาคารจะระดมเงินฝากจากผู้ที่ต้องการปลูกต้นไม้ แต่ไม่มีพื้นที่ปลูก ต้องการช่วยสังคมและประเทศ แต่ไม่มีเวลา เพื่อนำไปปล่อยกู้แก่เกษตรกรผู้ปลูกต้นไม้ด้วยดอกเบี้ยพิเศษ (Green Loan)
รายได้จากการขายและดอกเบี้ยเงินฝากส่วนหนึ่งจะถูกนำกลับไปสนับสนุนเกษตรกรที่มีพื้นที่ปลูก มีแรง มีเวลา และมีจิตสำนึก
กิจกรรมภายในธนาคารต้นไม้ก็คงเหมือนวิชาเลือกในโรงเรียน ที่สนับสนุนได้เกษตรกรได้เรียนรู้และดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน เช่นการทำเกษตรอินทรีย์ การเลี้ยงสัตว์ การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การปลูกพืชผสมผสานในป่าปลูก การเผาถ่านเพื่อเป็นเชื้อเพลิงด้วยตัวเอง การผลิตแก๊ซจากขยะมูลฝอยในบ้านเรือน การทำสมุนไพร การแปรรูปผลิตภัณฑ์ และอื่นๆ ตามความถนัดของชุมชน คนที่จบไปจากโรงเรียนนี้คงเป็นคนที่น่าอิจฉาที่สุดในโลก เพราะไม่ว่าโลกจะเคลือนไหวอย่างไร เศษฐกิจทุนนิยมจะบีบคั้นขนาดใหน เขาเหล่านั้นจะเป็นกลุ่มเดียวที่อยู่รอดและรอดอย่างมีความสุข
และถ้ามองจากฐานะประชาชนคนไทย ธนาคารต้นไม้คงเป็นของขวัญสำหรับในหลวง เป็นที่ที่เราจะร่วมกันปลูกต้นไม้เพื่อพ่อ และเพื่อแผ่นดิน