เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ จังหวัดลำปาง

เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ จังหวัดลำปาง เครือข่ายฯ ที่รวมตัวเพื่อผลักดันงานเชิงนโยบายเรื่องสิทธิ

เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ จังหวัดลำปาง เกิดจากการรวมตัวกันของผู้ติดเชื้อฯ และผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ตำบล อำเภอ รวมมาเป็นจังหวัด เนื่องจากมีสถานการณ์ในพื้นที่ชุมชนผู้ติดเชื้อฯ ที่เกิดการ รังเกียจ การตีตรา และการเลือกปฏิบัติจากประชาชน/คนชุมชน ทำให้ผู้ติดเชื้อฯ ไม่มีที่ยืนในชุมชน และไม่สามารถอยู่ร่วมกับคนในชุมชนของตนเองได้ และในชุมชนไม่มีพื้นที่ที่จะเอื้อให้ผู้ติดเชื้อได้แสดงศักยภาพ อีกทั้

งการรักษาก็ยังมีเพื่อนผู้ติดเชื้อที่เสียชีวิตด้วยโรคแทรกซ้อน/โรคฉวยโอกาส

การดูแลสุขภาพรวมไปถึงการผลักดันในเชิงนโยบายที่คนทุกคนในประเทศไทยมีสิทธิที่จะเข้าถึง เช่น การรักษาสุขภาพเมื่อยามเจ็บป่วย การรณรงค์ให้ความรู้สร้างความเข้าใจในการอยู่ร่วมกันในชุมชน รวมถึงการรณรงค์การป้องกันการแพร่ระบาดไม่ให้เกิดผู้ติดเชื้อรายใหม่

01/12/2025

แม้เอชไอวีจะอยู่กับเรามานาน แต่ ‘อคติ’ หรือ ‘ความเข้าใจผิด’ ต่อเรื่องเอชไอวีนั้นยังไม่เคยจางหายไปไหน ซึ่งจะเป็นเงื่อนไขเชิงลบที่ทำให้คนไม่กล้ารับรู้สถานะของตัวเอง เพราะจะนำมาซึ่งความกังวลต่างๆ นานาหลังจากรับรู้ผล โอกาสที่อยาก #ยุติปัญหาเอดส์ ใน 3 เป้าหมาย คือ ลดผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ ลดการเสียชีวิตจากเอดส์ และลดการตีตราและการเลือกปฏิบัติอันเกี่ยวเนื่องจากเอชไอวีจึงทำได้ไม่ง่าย ถ้าไม่ #ยุติการตีตรา
สมัยนี้ เรายังคงได้ยินข่าวว่าเด็กที่มีเชื้อเอชไอวี หรือมีพ่อแม่ที่มีเชื้อเอชไอวี ไม่มีโอกาสได้เข้าโรงเรียน หรือศูนย์เด็กเล็ก เพราะกังวลว่าเด็กจะมีปัญหาในการอยู่ร่วมกัน
สมัยนี้ เรายังเห็นว่าสถานสงเคราะห์จากรัฐยังมีเงื่อนไขไม่รับคนที่มีเอชไอวีเข้ามาพักพิงชั่วคราว ด้วยเหตุผลของการไม่องค์ความรู้ หรือทักษะในการดูแลผู้ติดเชื้อฯ
สมัยนี้ เรายังเห็นหน่วยงานของรัฐในด้านการศึกษายังคงส่งต่อทัศนคติที่สร้างความรังเกียจ หรือความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องต่อเรื่องเอชไอวี/เอดส์อยู่ เหมือนแช่แข็งองค์ความรู้ไว้เมื่อ 40 ปีที่แล้ว
ตลอดเดือนธันวาคมนี้ #เครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ จะหยิบเรื่องราวส่วนหนึ่งของผู้ติดเชื้อฯ ที่ยังคงเจอปัญหาการตีตราจากเอชไอวี โดยเฉพาะที่เกิดจากหน่วยงานรัฐ เพื่อพัฒนาเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายส่งไปยังหน่วยงานต่างๆ เพียงเพราะต้องการสะกิดให้หน่วยงานของรัฐไม่หลงลืมที่จะทำงานบนข้อเท็จจริงมากกว่าการใช้อคตินำทางที่จะทำให้ประชาชนขาดที่พึ่งเมื่อเกิดปัญหาจากการถูกละเมิดสิทธิ
#วันเอดส์โลก

30/11/2025

🔵 +: EP.5
รู้ว่าตัวเองว่าติดเชื้อตอนจะเข้าไปสมัครเป็นผู้ช่วยพยาบาล ตอนนั้นเขาตรวจเลือดก่อนรับเข้าทำงาน ทางโรงพยาบาลจึงแจ้งมาว่าผลเลือดเรามี #เอชไอวี
ความรู้สึกตอนนั้นต้องบอกเลยว่า ‘อึ้ง’ นึกอะไรไม่ออก รู้แค่ว่าตอนเด็กๆ ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงเลย ป่วยตลอด แต่ก็ไม่มีใครว่าอะไร
ความตั้งใจที่อยากเป็นผู้ช่วยพยาบาลหลังเรียนจบต้อง ‘พังลง’ หมดโอกาสจะได้ทำงานอย่างที่อยากทำ พอจะไปสมัครงานที่นิคมฯ ลำพูน ก็ต้องตรวจเลือดก่อนเข้าทำงานอีก รู้สึกว่าพอติดเชื้อแล้วหางานทำยากมาก
แต่โชคดีอย่างหนึ่งตรงที่เราเคยเป็นเด็กกิจกรรมไปร่วมเป็นอาสาสมัครกลุ่มเยาวชนเขลางค์เพื่อการพัฒนาของ จ.ลำปาง ช่วยรณรงค์เรื่องเอชไอวีในโรงเรียน ทำให้เรามีข้อมูลพื้นฐานเรื่องเอชไอวี และเห็นว่าพี่ๆ แกนนำหลายคนที่มาทำกิจกรรมในโรงเรียนมีสุขภาพกาย สุขภาพใจที่ดี ทำให้เราพอมีกำลังใจในการใช้ชีวิต ถ้าเราไม่มีกำลังใจดีจากพี่ๆ แกนนำในตอนนั้นก็คงไม่ได้สติเหมือนกัน
ที่ผ่านมาเวลาที่มีใครสงสัยเรื่องปัญหาสุขภาพของเรา เช่น ตอนสมัยเรียนมีอาจารย์ที่สนิทกันชวนไปทานข้าว และถามว่าทำไมเราลาไปโรงพยาบาลบ่อย ทำไมต้องไปเจาะเลือด พกยาอะไรมาทานทุกวันเลย ทำไมไม่ไปสมัครงานที่นั่นที่นี่ เราเข้าใจดีว่าเป็นการถามเพราะความเป็นห่วง อยากให้เราได้ทำงานดีๆ เราก็จะบอกตรงๆ ไปว่าเรามีเอชไอวี
เราจะบอกเรื่องการติดเชื้อของตัวเองให้คนรอบข้างรู้ ไม่มีปิดบัง โดยเฉพาะคนที่สนิทใจไม่ว่าจะเป็นเพื่อน เป็นพี่ หรือเป็นคนที่ทำงานร่วมกัน
ถ้าเป็นในกลุ่มเพื่อนๆ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีคนเชื่อว่าเรามีเอชไอวี ว่าเราโกหก แต่เรายืนยันตลอดว่าเราเป็นจริงๆ เพราะบางทีเขาชวนเราไปดื่ม เราก็ต้องปฏิเสธ เพราะอีกวันต้องไปตรวจเลือด เขาก็รับกันได้
ส่วนคนที่รับไม่ได้ก็มีเช่นกัน เคยมีอยู่ครั้งหนึ่งเราไปทำงานที่กรุงเทพฯ ป่วยเข้าโรงพยาบาล แล้วลืมยาไว้ที่บ้านเจ้านาย พอเขาเอายามาส่งคงรู้ว่าเป็นยาต้านไวรัสฯ หลังจากนั้นก็ไม่ให้เราซักผ้าในเครื่องเดียวกัน แต่เราไม่ได้สนใจ ไม่คิดที่จะอธิบาย หรือทำความเข้าใจอะไรเพิ่มเติมด้วย เพราะถ้าคนตั้งแง่รังเกียจไปแล้วก็ไม่อยากจะรับฟังอะไรอีก มันห้ามความคิดกันไม่ได้ แต่โดยรวมๆ ก็ยังไม่เคยเจอการรังเกียจแบบแรงๆ เข้ามาในชีวิต
ถ้าตอนนี้เรามีแค่เชื้อเอชไอวีเพียงอย่างเดียว เราก็สามารถใช้ชีวิตได้ปกติ ธรรมดาทั่วไป เพราะตั้งแต่รู้ว่าตัวเองมีเชื้อเอชไอวีตอนอายุ 18 ปี ใช้ชีวิตมาจนถึงตอนนี้อายุ 34 ปีแล้ว ก็ไม่มีอะไรต้องน่าห่วงกังวลจากเอชไอวีอีก แต่พอเราป่วยเป็นโรค SLE (โรคแพ้ภูมิตนเอง) ที่ต้องกินยาควบคู่กันไปด้วย ต่อให้เรากินยาต้านไวรัสฯ ดีแค่ไหน ก็มีโอกาสป่วยง่ายกว่าคนอื่นอยู่ดี
เอาเข้าจริงตอนนี้ตัวเองกังวลเรื่องโรค SLE มากกว่าเอชไอวีเสียอีก
🔵‘นุช’ กลุ่มแสงตะวัน อ.เสริมงาม จ.ลำปาง
#เอดส์รักษาได้ #เอชไอวีควบคุมได้ #เอชไอวีป้องกันได้ #เราอยู่ร่วมกันได้

ที่อยู่

124/50 ถนนท่าคราวน้อย ตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง
Lampang
52100

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 16:00
อังคาร 09:00 - 16:00
พุธ 09:00 - 16:00
พฤหัสบดี 09:00 - 16:00
ศุกร์ 09:00 - 16:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ จังหวัดลำปางผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์