26/10/2025
น้องวิน มะเร็งที่ปอด และการดูแลประคับประคอง
ศ.นพ.อิศรางค์ นุชประยูร
มูลนิธิสายธารแห่งความหวัง
และเยือนเย็น วิสาหกิจเพื่อสังคม
น้องวิน ภาสวิน นักวางแผนการเงินอายุ 14 ปี ป่วยเป็นมะเร็งตั้งแต่อายุ 3 ปี เพิ่งเสียชีวิตอย่างสงบเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ บทความนี้เขียนขึ้นเพื่ออธิบายสังคม เพื่อความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็งในเด็ก การการดูแลประคับประคอง
น้องวินไม่ได้เป็นมะเร็งปอด
น้องวินเป็นมะเร็งที่ปอด แต่ไม่ใช่มะเร็งปอด อย่างที่เรารู้จักกัน มะเร็งที่เป็นที่ปอดนั้น ไม่ใช่ “มะเร็งปอด” เสมอไป เด็ก 3 ขวบไม่มีใครเป็น มะเร็งปอด แบบที่เกิดในผู้ใหญ่เลย น้องเขาเป็น “มะเร็งกล้ามเนื้อลาย” rhabdomyosarcoma ซึ่งเป็นมะเร็งตัวอ่อนเกิดขึ้นได้ในหลายอวัยวะ รวมทั้งในกล้ามเนื้อแขนขา และอวัยวะอย่างที่มีกล้ามเนื้อแทรกอยู่ เช่น ในหัวในคอ รวมทั้งในปอดหรืออาจเกิดจากล้ามเนื้อใกล้เคียงแล้ว ลุกลามมาในปอด หรือกระจายมาที่ปอด ก็เป็นได้
ะเร็งชนิดนี้พบได้น้อยมาก เด็กไทยอายุ 3 ขวบจะเป็นมะเร็งชนิดนี้เพียงปีละ 3 ในล้านคนเท่านั้น มะเร็งกล้ามเนื้อลายมีหลายชนิดย่อย บางชนิดมีโอกาสหายขาดแม้ลุกลามแล้ว บางชนิดก็รักษายาก เมื่อเป็นแล้ว ถ้าผ่าตัดออกไปให้หมด ตามด้วยเคมีบำบัดอย่างเต็มที่ และฉายรังสี บางคนก็หายขาด อย่างในกรณีน้องวินเป็นต้น เขาจึงถูกตัดปอดออกไปกลีบหนึ่ง ให้เคมีบำบัด 40+ครั้ง ฉายรังสีหลายสิบวัน และมะเร็งก็ไม่กลับมาอีกเลย
การรักษามะเร็งมีโรคแทรกซ้อนระหว่างการรักษาหลายอย่าง มีลมรั่วในปอด ซึ่งต้อง “tap ปอด” คือการใส่ท่อระบายลมอยู่พักใหญ่ อาจเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับมะเร็ง เมื่อการรักษาเป็นเวลาสองปีครบแล้ว น้องวินก็ได้ใช้ชีวิตเต็มที่อย่างที่เขาเลือก
โรคหัวใจแทรกซ้อน
โดยทั่วไป เมื่อหยุดรักษามะเร็งแล้ว ถ้ามะเร็งไม่กลับมาอีกเลย ภายใน 5 ปี โอกาสที่มะเร็งจะกลับมาหลังจากนั้นก็น้อยมาก เรียกว่าหายขาด แต่ชีวิตก็ไม่ได้ง่ายนัก เพราะการรักษาที่ได้รับไปมากมายนั้น บางครั้งก็มีผลกระทบระยะยาว รังสีที่โดนหัวใจปอด ก็จะทำให้ปอดหัวใจที่โดนรังสีตายไปบ้าง เสื่อมก่อนวัย เกิดพังผืดในปอดหัวใจรัดเส้นเลือด พังผืดในอวัยวะทำให้นำไฟฟ้าผิดปกติ
ผลกระทบเหล่านี้ มักเริ่มปรากฏในผู้รอดชีวิตประมาณ 10+ ปีหลังการรักษา น้องวินเล่าว่า เขามี ‘atrial flutter’ คือหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ซึ่งอาจทำการรักษาด้วยการสวนหัวใจและจี้ไฟฟ้า เขามีอาการหอบเหนื่อย อาจเป็นเพราะปอดที่ถูกผ่าตัดออกไปกลีบหนึ่ง และปอดส่วนที่โดนรังสีเริ่มทำงานไม่ได้จากพังผืด หรือเส้นเลือดในปอดเริ่มไหลเวียนไม่ทั่ว เกิดมีลื่มเลือดในปอด ซึ่งบำบัดโดยการฉีดยาสลายลิ่มเลือด และยากิน
เด็กบางคนอาจเป็นมะเร็งขึ้นมาใหม่ อันเนื่องจากเคมีบำบัด และรังสี ล้วนเป็นปัจจัยก่อมะเร็ง แต่น้องวินไม่ได้เล่าว่าการป่วยช่วงหลังเกี่ยวข้องกับมะเร็งชนิดเดิมหรือชนิดใหม่ แต่อย่างใด
การรักษาประคับประคอง
เนื่องจากเด็กโรคมะเร็งชนิดนี้มีโอกาสหายขาด ไม่มากก็น้อย เราจะไม่นำเสนอการรักษาประคับประคองในเด็กที่เป็นมะเร็งในครั้งแรก ไม่ว่าจะลุกลามแล้วหรือไม่ ทุกคนจะได้รับการรักษาเต็มที่ “เท่าที่เด็กจะรับได้” เสมอ แล้วค่อยลุ้นว่าจะหายขาดหรือไม่ การรักษานั้นโหดร้ายสำหรับเด็ก และบางครั้งก็เกิดผลเสียระยะยาว แต่ในวันที่ตัดสินใจรักษานั้น ไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร ผู้ปกครองและแพทย์ก็ทำเต็มที่ไปก่อน
หากมะเร็งกลับมาใหม่ เด็กโตขึ้นแล้ว เมื่อนั้นเราทำนายได้ว่าการรักษาครั้งที่สองนั้นโอกาสหายขาดน้อยมาก เด็กอาจเลือกประคับประคอง คือเลือกไม่รักษาอีก และอยู่กับมะเร็งอย่างสันติก็ได้ แต่น้องวินมิได้มีมะเร็งกลับมาใหม่ แต่เป็น “โรคหัวใจ” น้องวินได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า เขารู้ว่า “มีระเบิดเวลาอยู่ในตัว” และน้องเขารู้ว่าคงอายุสั้นกว่าคนอื่น แต่เขาเดาเอาว่าถึงสัก 60-70 ปี จึงต้องวางแผนการเงินเพื่อตนเอง จึงไม่คาดว่าสภาวะทางหัวใจปอดจะหนักหนาตั้งแต่อายุ 14 ปี กรณีโรคหัวใจนั้นคุณหมอผู้รักษาอาจมองว่า รักษาได้ แต่ในมุมมองของเด็กวัยรุ่น การรักษาย่อมต้องเจ็บตัวอีกแบบหนึ่ง รวมทั้งเข้าไอซียู ฉีดยา สวนหัวใจ ประสบการณ์เหล่านี้ ก็มีหลายส่วนที่ใกล้เคียงกับการรักษามะเร็ง คือเจ็บตัวบ่อย ๆ และไม่แน่ว่าจะหยุดการรักษาได้ ถ้าต้องทำไปเรื่อย ๆ ไม่น่าจะหายขาด เมื่อถึงจุดหนึ่งเด็กผู้มีความกล้าหาญอย่างน้องวินจึงอาจตัดสินใจว่า การรักษาก่อให้เกิดความทรมานทางกายมากไปแล้ว และเลือกไม่รับมันอีก ยอมจบชีวิตแบบสบาย ๆ เรียกว่า เปลี่ยนใจมาเลือกประคับประคอง ก็ได้เช่นกัน
เด็กที่หายขาดจากมะเร็ง แม้เกิดผลเสียระยะยาว แต่ก็ไม่ถึงกับตายไวขนาดนี้ทุกคน ส่วนใหญ่ก็หายขาด เติบโตและใช้ชีวิตได้เต็มที่ไม่ต่างอะไรจากคนปกติ บางคนก็อยู่กับภาวะที่ไม่เหมือนคนอื่น เช่น ตัวเล็กตลอดชีวิต เป็นต้น หลายคนก็สามารถก้าวข้ามอุปสรรคทางกาย และใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์
มะเร็งในเด็กไม่ใช่เรื่องน่ากลัว
เราได้ฟังเรื่องราวของน้องวินแล้ว พึงจดจำเขาในฐานะของเด็กผู้มีประสบการณ์ และวางแผนชีวิต ทำให้ที่สิ่งที่ตนเองชอบ เรียกว่าอยู่กับปัจจุบัน ไม่ต้องสนใจอนาคต เพราะมันไม่แน่นอน
เราไม่พึงตกใจกลัวว่า มะเร็งจะเกิดขึ้นกับลูกหลาน หรือคนที่เรารัก ไม่ต้องไปพยายามสังเกตอาการ หรือเตือนภัย ในทางตรงข้าม เรื่องราวของน้องวินพึงทำให้ผู้อ่านตระหนักว่า มะเร็งในเด็กนั้นเกิดขึ้นได้แต่น้อยมาก ไม่มีสาเหตุ ไม่สามารถป้องกันได้ ถึงเป็นมากก็รักษาหายได้ หากถ้ารักษาแล้วไม่หายขาด หรือป่วยเป็นโรคที่รักษายาก และการรักษาใดทำให้เจ็บตัวมากไป ใช้ชีวิตไม่ได้ เด็กและเจ้าของชีวิตสามารถเลือกการดูแลประคับประคองได้ และคนรอบตัวช่วยเคารพเจ้าของชีวิตด้วยนะครับ
หมายเหตุ:
- ผู้เขียนเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งเด็กและเวชศาสตร์ประคับประคอง มิได้เป็นแพทย์ผู้ดูแลน้องวิน สำหรับข้อมูลเรื่องโรคและอาการป่วยมาจากบทสัมภาษณ์ในสื่อสาธารณะ
- มูลนิธิสายธารแห่งความหวัง
ดูแลผู้ป่วยมะเร็งในเด็กในเด็ก
- เยือนเย็น วิสาหกิจเพื่อสังคม
ดูแลผู้ป่วยมะเร็งในผู้ใหญ่
- ภาพจากเพจกรุงเทพฯธุรกิจ