03/03/2026
วันนี้ มีสาระดีๆๆๆมาฝากค่ะ
เครดิต : เพจ แมวโหด ไปติดตามกันได้ content ดีมีสาระค่ะ
🐱🔥 ใครที่คิดว่าเรื่องถ่ายเลือดเป็นเรื่องไกลตัว บอกเลยว่าคุณกำลังคิดผิด!
วันหนึ่งถ้าเจ้านายประสบอุบัติเหตุ โลหิตจางรุนแรง หรือเสียเลือดกะทันหัน คุณจะดีใจมากที่เคยอ่านเรื่องนี้มาก่อน
🩸 1. หมู่เลือดแมว เรื่องนี้ไม่มีคำว่า "หยวนๆ"
แมวมีหมู่เลือดระบบหลักคือ ระบบ AB ซึ่งแบ่งได้ 3 แบบ
🅰 หมู่ A พบได้บ่อยที่สุดในโลก แมวบ้านทั่วไปส่วนใหญ่จะอยู่หมู่ชุดนี้
ส่วนแมววิเชียนมาศมักจะเป็นหมู่นี้
🅱 หมู่ B พบได้น้อยกว่า แต่! ระวังไว้ให้ดี พวกแมวพันธุ์แท้ เช่น British Shorthair, Devon Rex, Birman พวกนี้มีโอกาสเป็นหมู่ B สูงมาก
🆎 หมู่ AB อันนี้แรร์ไอเทม หายากสุดๆ
จำไว้! แมวมี "แอนติบอดี" ตามธรรมชาติที่รุนแรงมาก โดยเฉพาะแมวหมู่ B ถ้าได้รับเลือดหมู่ A เข้าไปแม้แต่นิดเดียว ร่างกายมันจะทำลายเม็ดเลือดแดงทันที และอาจตายได้ในเวลาอันรวดเร็ว!
🧪 2. ต้อง "ตรวจ" ก่อน "เติม"
อย่าเชื่อสัญชาตญาณ หรือแค่ดูพันธุ์แมวแล้วเดาสุ่มเด็ดขาด!
✔ต้องตรวจหมู่เลือด (Blood Typing) ก่อนถ่ายเลือดทุกครั้ง ทั้งตัวให้และตัวรับต้องตรวจหมู่เลือดให้ชัดเจน
✔ ต้องทำ Cross-matching (ตรวจความเข้ากัน) แม้หมู่เลือดจะตรงกัน ก็ต้องเอาเลือดมาผสมกันนอกร่างกายเพื่อดูว่ามัน "ตีกัน" ไหม เพราะแมวอาจมีหมู่เลือดพิเศษอื่นๆ (เช่น Mik) ที่เรายังไม่รู้จักดีพอ
✅ 3. ใครคือ "ผู้เสียสละ" (Donor) ที่แท้จริง?
ไม่ใช่แมวทุกตัวจะเป็นฮีโร่ได้! แมวที่จะให้เลือดต้องสมบูรณ์แบบเท่านั้น
✔สุขภาพต้องเป๊ะ ต้องไม่มีโรคติดต่อทางกระแสเลือด (เช่น เอดส์แมว ลิวเคเมีย)
✔อายุต้องได้ แนะนำ 1-8 ปี หรือแล้วแต่สถานพยาบาลจะกำหนด
✔น้ำหนักต้องถึงเกณฑ์ 4.5 กิโลกรัมขึ้นไป หรือแล้วแต่สถานพยาบาลจะกำหนด
✔นิสัยต้องได้ ต้องไม่เครียดง่าย เพราะบางครั้งอาจต้องใช้การวางยาสลบเพื่อช่วยในการเก็บเลือด
ฝากไว้สำหรับทาสที่เลี้ยงแมวพันธุ์เสี่ยง (หมู่ 😎 ควรหาแหล่งเลือดหรือฟาร์มเพื่อนฝูงสำรองไว้บ้าง
เลือดแมวคือทรัพยากรที่ล้ำค่า อย่าใช้ทิ้งๆ ขว้างๆ และต้องดูแลน้องที่มาบริจาคให้ดีที่สุด
เข้าใจตรงกันนะ! รักแมวต้องมีความรู้👊💥📈
#พี่แมวโหด #ถ่ายเลือดแมว
Taylor S, Spada E, Callan MB, Korman R, Leister E, Steagall P, et al. 2021 ISFM Consensus Guidelines on the Collection and Administration of Blood and Blood Products in Cats. J Feline Med Surg. 2021 May;23(5):410-48. doi: 10.1177/1098612X21100707