06/08/2025
บทเรียนก้าวสำคัญของคดี สิ่งแวดล้อม
ชาวบ้านน้ำพุชนะคดีสิ่งแวดล้อมประวัติศาสตร์ ศาลไม่รับฎีกา ให้จำเลยชดใช้กว่า 500 ล้านบาท
ในห้องพิจารณาคดี บัลลังก์ 602 ศาลฎีกา เวลา 09.30 น. วันที่ 5 สิงหาคม 2568 บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื้นตัน ชาวบ้านตำบลน้ำพุ จังหวัดราชบุรี น้ำตาคลอ ยกมือท่วมหัว หลายคนโผเข้ากอดกัน เมื่อได้ฟังคำสั่งศาลไม่รับฎีกาของบริษัทแว็กซ์กาเบจ รีไซเคิล เซ็นเตอร์ จำเลยที่ 1 และกรรมการบริษัท จำเลยที่ 2 ในคดีสิ่งแวดล้อมครั้งสำคัญของประเทศไทย
คดีนี้เป็นคดีแพ่งที่ชาวบ้านรวมกลุ่มกันยื่นฟ้องในรูปแบบการฟ้องกลุ่ม (Class Action) กรณีบริษัทจำเลยปล่อยสารพิษปนเปื้อนลงในห้วยน้ำพุ แหล่งน้ำสาธารณะ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินรวมกว่า 500 ล้านบาท แต่จำเลยได้ยื่นฎีกา พร้อมร้องขอให้ศาลทุเลาการบังคับคดี
จนกระทั่งวันนี้ ศาลฎีกามีคำสั่งไม่รับฎีกา และไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดี ส่งผลให้คดีนี้สิ้นสุด และคำพิพากษาของศาลชั้นต้นมีผลบังคับใช้ในทันที ถือเป็นชัยชนะของประชาชนในคดีฟ้องกลุ่มด้านสิ่งแวดล้อมครั้งแรกของประเทศ
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายหลังคำพิพากษาคือการบังคับคดีและการสืบทรัพย์สินของจำเลย เพื่อให้สามารถเยียวยาความเสียหายแก่ประชาชนได้อย่างครอบคลุมตามคำตัดสินของศาล
มีรายงานว่าปัจจุบันมีทรัพย์ในบังคับคดีที่สามารถจ่ายได้ทันทีประมาณ 22 ล้านบาท ซึ่งเตรียมเฉลี่ยจ่ายให้กับผู้เสียหายราว 650 คน โดยก่อนหน้านี้แม้เงินจำนวนดังกล่าวพร้อมจ่าย แต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะจำเลยยื่นขอทุเลาการบังคับคดี
นอกจากนี้ยังมีทรัพย์สินประเภทโฉนดที่ดินหลายแปลงที่อยู่ระหว่างการขายทอดตลาด เพื่อนำรายได้มาชดใช้ตามคำพิพากษา อย่างไรก็ตาม ทรัพย์ที่ตรวจพบยังไม่ครอบคลุมมูลค่าความเสียหายทั้งหมดตามที่ศาลพิพากษา
ที่มา: Facebook มนตรี อุดมพงษ์
#กากอุตสาหกรรม #น้ำพุ #ราชบุรี