กลุ่มฮักบ้านเกิด

กลุ่มฮักบ้านเกิด คัดค้านโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล #ปกป้องบ้านเกิด #ปกป้องชุมชน #ปกป้องฐานทรัพยากรสิ่งแวดล้อม

กลุ่มฮักบ้านเกิดเมืองเพียร่วมกันทำบุญถวายผ้าป่า เนื่องในงานประเพณีบุญเดือนห้า บูชาหลวงพ่อพระเจ้าใหญ่ประจำปี 2569 วัดมงคล...
01/04/2026

กลุ่มฮักบ้านเกิดเมืองเพียร่วมกันทำบุญถวายผ้าป่า เนื่องในงานประเพณีบุญเดือนห้า บูชาหลวงพ่อพระเจ้าใหญ่ประจำปี 2569 วัดมงคลหลวง ตำบลเมืองเพีย อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น
#คัดค้านโรงงานน้ำตาลโรงไฟฟ้าชีวมวล
#ปกป้องทรัพยากรชุมชน
#อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
#การพัฒนาต้องมาจากความต้องการของชุมชน
#กระจายอำนาจ

06/09/2025

BREAKING NEWS : สภาลงมติเอกฉันท์รับร่างกฎหมาย PRTR (สักที!)

หลังจาก มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม มูลนิธิบูรณะนิเวศ และกรีนพีซ ประเทศไทย ยื่นรายชื่อประชาชน 12,165 รายชื่อ เพื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติการรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ พ.ศ…. (ร่าง พ.ร.บ. PRTR - Pollutant Release and Transfer Register) เพื่อเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่14 กุมภาพันธ์ 2567

วันนี้ (5 กันยายน 2568) - ในที่สุด รัฐสภาได้รับหลักการกฎหมาย PRTR ร่างวาระแรกด้วยคะแนน 434 งดออกเสียง 4 ไม่ลงคะแนน 4

กฎหมายนี้จะกำหนดให้ผู้ก่อมลพิษต้องรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยหรือเคลื่อนย้ายมลพิษให้กับสาธารณชนได้รับทราบ และจะทำให้ประเทศไทยมีฐานข้อมูลเกี่ยวกับชนิดหรือปริมาณของสารเคมีและมลพิษที่มีการปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งจะทำให้ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน สามารถใช้ฐานข้อมูลดังกล่าวในติดตามและประเมินสถานการณ์ของมลพิษในพื้นที่นั้น ๆ เพื่อควบคุมและแก้ปัญหามลพิษได้อย่างมีมาตรฐานและประสิทธิภาพ

นี่ถือเป็นชัยชนะก้าวแรกของประชาชน และก้าวสำคัญของการมีสิทธิที่จะได้อาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย กรีนพีซ ประเทศไทย มูลนิธิบูรณะนิเวศ และมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม ขอขอบคุณประชาชนทุกคนที่ร่วมเรียกร้องร่าง พ.ร.บ. PRTR เพื่อให้ไทยได้มีฐานข้อมูลพิษที่พวกเราเข้าถึงได้ และสามารถแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ตรงจุด
เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ ตัวแทนภาคประชาสังคมผู้เสนอกฎหมาย PRTR ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของกฎหมายนี้ว่า
“กฎหมายฉบับนี้ นับว่าเป็น win-win law ที่ทุกฝ่ายจะได้รับประโยชน์เพื่อรับมือและวางแผนการจัดการด้านมลพิษ ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูล เป็นเครื่องมือส่งเสริมให้ประเทศจัดการมลพิษได้ เป็นประโยชน์ให้นักลงทุน ในการลงทุนในภาคอื่นๆ และยังเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับงานวิจัยในทุกภาคส่วน”

ในขั้นตอนถัดไปของกฎหมายจะมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญจำนวน 39 คน กำหนดระยะเวลาแปรญัตติ 15 วัน โดยใช้ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยพรรคประชาชนเป็นหลักในการพิจารณาวาระที่สองต่อไป
#หยุดปกปิดมลพิษ

06/09/2025

หลังศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นจำคุกนักกิจกรรมการเมืองอีสานทั้งสองคนในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จากกรณีการปราศรัยในการชุมนุมราษฎรออนทัวร์ของกลุ่มราษฎรบริเวณหน้าโรงเรียนภูเขียวและหน้าสถานีตำรวจภูธรภูเขียว เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา

วันนี้ (5 กันยายน 2568) ศาลจังหวัดภูเขียว มีคำสั่ง ไม่อนุญาตให้ประกันตัวจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน และ อรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ ระหว่างการต่อสู้คดีในศาลฎีกา เนื่องจากจำเลยทั้งสองยังมีคดีในลักษณะเดียวกันอยู่อีกหลายคดี จึงกังวลว่าหากได้รับการปล่อยชั่วคราวอาจกระทำการหลบหนีหรือเดินทางออกนอกประเทศ ศาลจึงมีคำสั่งยืนไม่อนุญาตให้ประกันตัว

ภายหลังคำสั่งศาลดังกล่าว พัฒนะ ศรีใหญ่ ทนายความเครือข่าย ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งทำหน้าที่เป็นทนายความให้กับนักกิจกรรมทางการเมืองทั้งสองคน กล่าวว่า “ท่าทีของศาลต่อการพิจารณาการให้ประกันตัวอาจเป็นไปได้ยากมากขึ้น หลังจากที่เมื่อเช้าที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำคุกนักกิจกรรมทางการเมือง และประชาชนทั้งหมดห้าคนกรณีคดีขัดขวางขบวนเสด็จระหว่างการชุมนุม จึงทำให้แนวโน้มของการให้ประกันตัวจำเลยในคดีทางการเมืองทั่วประเทศอาจไม่สู้ดีนัก”

อ่าน: พัฒนะ ศรีใหญ่ ทนายสิทธิฯ มองคดีไผ่ ครูใหญ่ และเอกชัย หงส์กังวาน แนวโน้มคดีการเมืองเริ่มไม่สู้ดี https://theisaanrecord.co/2025/09/05/civil-rights-lawyer-views-the-cases-of-political-case-that-is-starting-to-look-bleak/

เรื่อง: กองบรรณาธิการ

14/08/2025

ตัวแทนชาวบ้าน 5 หมู่บ้าน 3 ตำบล อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ กว่า 100 คน บุกศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ คัดค้านจัดเวทีรับฟ...

14/08/2025

ชาวบ้านร้องผู้ว่าฯบุรีรัมย์ ขอให้ยกเลิกเวทีรับฟังความคิดเห็น โครงการโรงงานน้ำตาล โรงไฟฟ้าชีวมวล
#ชาวบ้านคัดค้าน #บุรีรัมย์ #อำเภอนาโพธิ์ #โรงงานน้ำตาล #โรงไฟฟ้าชีวมวล

อ่านข่าวในคอมเมนต์

กลุ่มฮักบ้านเกิดเมืองเพีย ร่วมกันพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แชร์ประสบการณ์กรณีการคัดค้านโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลร่...
13/08/2025

กลุ่มฮักบ้านเกิดเมืองเพีย ร่วมกันพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แชร์ประสบการณ์กรณีการคัดค้านโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลร่วมกับกลุ่มรักษ์บ้านเกิดนาโพธิ์ เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ในอำเภอนาโพธิ์ไม่เห็นด้วยกับการมีโครงการดังกล่าว ร่วมถึงการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 เพราะ ยังไม่ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่รอบด้านก่อนมีการจัดเวทีฯ ท่ามกลางกระแสการคัดค้านของชาวบ้านในพื้นที่อำเภอนาโพธิ์ ณ บ้านเมืองน้อย บ้านหินตั้ง และบ้านโนนตะคร้อ อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์

18/06/2025

เสียงหนึ่งในกิจกรรมรณรงค์เพื่อชี้ให้เห็นผลกระทบของโรงงานน้ำตาลต่อชุมชน คือการบอกว่าหากมีโรงงานเกิดขึ้น บรรดารถบรรทุกขนาดใหญ่จะวิ่งเข้า-ออกในชุมชนเป็นว่าเล่น ไม่นับเรื่องการแย่งชิงทรัพยากรน้ำ และมลพิษทางอากาศจากโรงงาน ขณะที่อีกเสียงย้ำว่า ชุมชนแห่งนี้คือพื้นที่ทำนา ลูกหลานของพวกเขากินข้าว ไม่ได้กินน้ำตาลก่อนไปเรียน

อ่าน: “ลูกเราไม่ได้กินน้ำตาลก่อนไปเรียน” กลุ่มรักษ์บ้านเกิดนาโพธิ์, บุรีรัมย์ รณรงค์ผลกระทบโรงงานน้ำตาลต่อชุมชน https://theisaanrecord.co/2025/06/17/napho-say-no-to-sucar-cane-factory/

---

เรื่อง: ศูนย์กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม

12/06/2025

เมื่อ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา ศาลแพ่งกรุงเทพใต้สั่งจำหน่ายคดีชาวบ้านกัมพูชา 23 ครอบครัวฟ้องคดีแบบกลุ่มเรียกค่าเสียหายบริษัทมิตรผล กรณีชาวบ้านถูกรัฐบาลกัมพูชาเวนคืนที่ดิน เพื่อสัมปทานปลูกอ้อยให้กับบริษัทลูกของมิตรผลในจังหวัดอุดรมีชัย โดยขั้นตอนก่อนสืบพยาน ศาลได้ทำการไกล่เกลี่ยและคู่ความสามารถตกลงกันได้ ทั้งสองฝ่ายได้รับโอกาสในการแสดงมุมมองของตนเอง ส่งผลให้มีความเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้น โดยบริษัทมิตรผลซึ่งเคยยุติการลงทุนและคืนที่ดินสัมปทานให้รัฐบาลกัมพูชาไปแล้ว ตกลงที่จะให้เงินบริจาคและสนับสนุนชุมชนอีกด้วย โดยคดีซึ่งยื่นฟ้องในปี 2561 นี้ถือเป็นคดีแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการฟ้องคดีแบบกลุ่มต่อบริษัทข้ามชาติไทยที่ลงทุนและเกิดผลกระทบในต่างประเทศ

กรณีชาวบ้านกัมพูชา นางฮอย ไม (Hoy Mai) และนายสมิน เต็ต (Smin Tet) ร่วมกับชาวบ้าน 23 ครอบครัว เป็นโจทก์ฟ้องคดีแบบกลุ่มเมื่อปี 2561 เรียกค่าเสียหาย บริษัท มิตรผล จำกัด โดยกล่าวหาว่าถูกละเมิดสิทธิจากการประกอบกิจการของบริษัท อังกอร์ ชูการ์ บริษัทลูกของบริษัทมิตรผล โดยเรียกร้องให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ทั้งสองและสมาชิกกลุ่มรวม 23 ครอบครัว เป็นเงินกว่า 300 ล้านบาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป

ฝ่ายโจทก์ฟ้องละเมิดเรียกค่าเสียหายต่อชีวิตร่างกายเป็นค่าพยาบาลและสถานพยาบาล ค่าเสียหายต่อทรัพย์สินที่เป็นบ้านและพืชผลจากถูกเผาทำลาย และยังถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน เหตุจากการบริษัทลูกของมิตรผลได้รับสัมปทานทำไร่อ้อยจากรัฐบาลกัมพูชาที่มีนโยบายให้เอกชนเข้าไปใช้ที่ดินที่ซ้อนทับกับที่อยู่และที่ทำกินของชาวบ้าน โดยเมื่อ 31 ก.ค. 2563 ศาลอุทธรณ์รับพิจารณาเป็นคดีแบบกลุ่ม และเริ่มนัดตรวจพยานหลักฐานในเดือนพฤศจิกายน 2566 นับเป็นคดีแรกในกระบวนการยุติธรรมไทยที่มีการฟ้องคดีแบบกลุ่มต่อบริษัทข้ามชาติไทยที่ลงทุนและเกิดผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนในต่างประเทศนั้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง)

ล่าสุด ทิตศาสตร์ สุดแสน ทนายความมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน เปิดเผยความคืบหน้าของคดีผ่านใบแถลงข่าวของมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน ระบุว่า “หลังมีการไกล่เกลี่ยกันหลายครั้ง 28 กุมภาพันธ์ 2568 หลังคู่ความทั้งสองฝ่ายได้รับโอกาสในการแสดงมุมมอง ส่งผลให้มีความเข้าใจกันมากขึ้น หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงและพอใจกับผลการไกล่เกลี่ย ซึ่งจำเลยได้ตกลงที่จะให้เงินบริจาคและสนับสนุนชุมชน”

ก่อนหน้านี้ วันที่ 5 มีนาคม 2568 ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ได้ออกประกาศศาล เพื่อแจ้งให้สมาชิก (ฟ้องคดีแบบกลุ่ม) ใช้สิทธิคัดค้านการขอถอนฟ้องคดีแบบกลุ่ม กรณีสัมปทานปลูกอ้อยในจังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา คดีหมายเลขดำที่ คดีหมายเลขดำที่ พ 718/2561 หมายเลขแดงที่ พ 180/2566 ระหว่าง นางฮอย ไม (Hoy Mai) ที่ 1 นายสมิน เทด (Smin Tet) ที่ 2 โจทก์ บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด จำเลย

ประกาศของศาลระบุรายละเอียดโดยย่อ ดังนี้ “คดีนี้ นางฮอย ไม (Hoy Mai) และ นายสมิน เต็ต (Smin Tet) เป็นตัวแทนของชาวกัมพูชากว่า 700 ครัวเรือนที่ ยื่นฟ้องบริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด เป็นคดีแบบกลุ่ม ต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2561 ซึ่งศาลมีคำสั่งรับดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีแบบกลุ่ม เนื่องจากเห็นว่าเหตุตามฟ้องที่เกิดความเสียหายกับบ้านเรือนและทรัพย์สินของสมาชิกกลุ่มบางส่วนรวม 23 ครอบครัว จาก 700 ครอบครัว ถือเป็นการละเมิดต่อกลุ่มบุคคลอย่างเดียวกัน และเป็นการเฉพาะกลุ่มโดยมีข้อเรียกร้องอย่างเดียวกัน แม้ความเสียหายจะแตกต่างกันแต่การฟ้องคดีแบบกลุ่มเป็นไปเพื่อประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย ตลอดทั้งป้องกันความซ้ำซ้อนในการดำเนินคดีและความขัดแย้งต่อคำพิพากษา”

“ต่อมา ก่อนการสืบพยานในชั้นพิจารณาศาลได้ทำการไกล่เกลี่ยและคู่ความสามารถตกลงกันได้ โดยเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 โจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องขอถอนฟ้องอ้างเหตุว่า จากการดำเนินกระบวนการไกล่เกลี่ยของศาล ทั้งสองฝ่ายได้รับโอกาสในการแสดงมุมมองของตนเอง ส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายมีความเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้น และยอมรับมุมมองของกันและกันอย่างครอบคลุมมากขึ้นหลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงและพอใจกับผลของการไกล่เกลี่ยที่จะยุติคดีนี้”

“14 พฤษภาคม 2568 ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ มีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ โดยมีคำสั่งให้คืนเงินค่าธรรมเนียมเป็นกรณีพิเศษด้วย” ใบแถลงข่าวของมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชนระบุ

อ่านทั้งหมดที่ลิงก์ในคอมเมนต์

06/06/2025

ผลกระทบเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อเกษตรกรรมของโลกถูกพูดถึงมาระยะหนึ่งแล้ว เอาเฉพาะชาวนาอีสาน ความสุดขั้วของร้อนฝนนอกจากทำให้ชาวนาไม่สามารถเตรียมพื้นที่สอดคล้องกับฤดูกาลแล้ว ยังทำให้สายพันธุ์ข้าวพื้นบ้านนับร้อยหายไปด้วย

อ่าน: บ่แล้ง กะท่วม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกระทบสายพันธุ์ข้าว ชาวนาอีสานต้องรับมือ https://theisaanrecord.co/2025/06/06/climate-change-impacts-rice-varieties/

---

เรื่อง: พลรวัฒน์ ดวงเข็ม และ สกุลรัตน์ ส่องจันทร์

06/06/2025

สำรวจ 17 ‘รอยแผล’ สิ่งแวดล้อมไทย ในวันสิ่งแวดล้อมโลก 2025 🩹🌎
วันที่ 5 มิถุนายน ของทุกๆ ปี คือวันสิ่งแวดล้อมโลก เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี 1972 จากการประชุม United Nations Conference ที่เมืองสตอกโฮล์ม วันนี้ถูกตั้งขึ้นเพื่อให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมของโลกที่กำลังแย่ขึ้นเพิ่มเรื่อยๆ ในหลายปัญหา เช่น สถานการณ์โลกรวน การลดลงของระบบนิเวศ ปัญหามลพิษต่างๆ ตลอดจนการรุกรานสู่ทรัพยากรป่าไม้และทะเล
สำหรับประเทศไทย แม้ว่าบางครั้งเราได้รับข่าวดีว่าบางพื้นที่ธรรมชาติบางพื้นที่เริ่มฟื้นตัว หรือสัตว์ป่าหายากกลับมาให้เห็นอีกครั้ง แต่ภาพรวมแล้ว เรายังห่างไกลจากคำว่า "ปลอดภัย" เพราะปัญหาใหญ่หลายจุดยังรอการเยียวยา เรายังคงต้องเร่งเดินหน้าแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนในหลายๆ ประเด็น ทั้งการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ การสร้างสิ่งก่อสร้างและโครงสร้างขนาดใหญ่ที่มองข้ามธรรมชาติ ตลอดจนปัญหามลพิษต่างๆ
ในวันสิ่งแวดล้อมโลก 2025 DataHatch รวม 17 ‘รอยแผล’ ของสิ่งแวดล้อมไทยที่สะสมมาในแต่ละภาคของไทย สะท้อนรอยแผล และความเจ็บปวดของธรรมชาติที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข โดยทั้ง 17 แผลนี้ไม่ใช่ทั้งหมดที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ เราหยิบยกมาแค่ปัญหาที่เห็นภาพชัดเจนของแต่ละภาคเท่านั้น ยังมีอีกหลายบาดแผลที่เรารวบมาพูดไว้ได้ไม่หมด เรายังมีอีกหลายบาดแผลที่ยังไม่ได้รับการรักษาอย่างจริงจัง บางแผลเพิ่งเกิด บางแผลเรื้อรัง บางแผลเหมือนจะดีขึ้น แต่กลับถูกซ้ำเติมอีกครั้ง และที่น่ากังวลคือยังมีแผลใหม่ๆ เกิดขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อเจาะแต่ละภาค พบว่ามีประเด็นสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกันออกไปตามภูมิศาสตร์ ภาคเหนือเต็มไปด้วยป่าไม้ ปัญหาสิ่งแวดล้อมหลักๆ หนีไม่พ้นเรื่องของทรัพยากรป่าที่ร่อยหรอลง ปัญหาเมืองอมฝุ่นที่ยังคงอมกันอยู่ ภาคกลางมีปัญหาเรื่องโรงงาน และขยะล้นเมือง ในขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รอยแผลที่ยังคงชัดเจนคือแผลจากเหมือง และแม่น้ำโขงที่ถูกฉีกออกเป็นต่อนจากการสร้างเขื่อน ภาคตะวันตกกับประเด็นสารพิษตกค้าง ทำร้ายชุมชน ภาคตะวันออกเต็มไปด้วยแผลจากเมกะโปรเจ็กต์ ปลาคางดำ ตลอดจนขยะจำนวนมาก และท้ายสุดกับภาคใต้ติดทะเลก็หนีไม่พ้นบาดแผลของชายฝั่งที่กำลังกร่อนหาย และโครงการ Landbridge เชื่อมเศรษฐกิจ แต่มองข้ามชุมชน
อ่าน 17 บาดแผลสิ่งแวดล้อมไทยที่ยังไม่หายดี ได้ที่นี่ https://datahatch.co/2025/06/world-environment-day-2025/

วันนี้ 12 เมษายน 2568 กลุ่มฮักบ้านเกิดเมืองเพีย จัดกิจกรรม รดน้ำดำหัวขอพร เพื่อสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีสงกรานต์ ปีใหม่ไท...
12/04/2025

วันนี้ 12 เมษายน 2568 กลุ่มฮักบ้านเกิดเมืองเพีย จัดกิจกรรม รดน้ำดำหัวขอพร เพื่อสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีสงกรานต์ ปีใหม่ไทย พบปะพูดคุยฮักกันมั่นแก่น

#ปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ
#ปกป้องวิถีของชุมชน
#ไม่เอามลพิษ
#กลุ่มฮักบ้านเกิดเมืองเพีย

12/04/2025

ที่อยู่

Khon Kaen
40110

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กลุ่มฮักบ้านเกิดผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์