ฝ่ายวิสาหกิจและสังคมยั่งยืน มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ฝ่ายวิสาหกิจและสังคมยั่งยืน มหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายวิสาหกิจและสังคมยั่งยืน มหาวิทยาลัยขอนแก่น

22/09/2026

⚡ แบตเตอรี่รถกอล์ฟไฟฟ้า KKUVolts - พลังงานมั่นใจ ทุกสนาม!

🔋อัปเกรดรถกอล์ฟของคุณด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมประสิทธิภาพสูง หมดปัญหาเรื่องการเติมน้ำกลั่น พร้อมระบบติดตามอัจฉริยะ ปลอดภัย มั่นใจได้ทุกการใช้งาน
✨ รับประกันยาวๆ 5 ปี ใช้งานยาวนาน รองรับการชาร์จมากกว่า 3,500 รอบ
✨ ได้รับมาตรฐานสากล ผ่านการทดสอบ มอก., UN38.3, IEC 62660 และ IEC 62133
📞 สนใจสอบถามเพิ่มเติม / สั่งซื้อ:
Inbox FB : https://www.messenger.com/t/112899390351574
Line OA :
โทรศัพท์ : 043-009700 ต่อ 50659 (ฝ่ายขาย)

#แบตเตอรี่รถกอล์ฟ #แบตเตอรี่ลิเธียม #รถกอล์ฟไฟฟ้า #พลังงานสะอาด

21/09/2026

มข. จับมือ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ลงนาม MOU วิจัยและพัฒนาแบตเตอรี่สมัยใหม่ มุ่งยกระดับเทคโนโลยีสู่การใช้งานจริง สร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยีและพลังงานของประเทศ

อ่านต่อในคอมเมนต์

#แบตเตอรี่สมัยใหม่ #มขจับมือกลาโหม #วิจัยสู่อนาคต #ความมั่นคงทางพลังงาน

19/09/2026

🎉 โรงงานแบตเตอรี่และพลังงานยุคใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ขอแสดงความยินดีแด่
รศ. ดร.นงลักษณ์ มีทอง
อาจารย์ประจำสาขาวิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ และผู้อำนวยการโรงงานแบตเตอรี่และพลังงานยุคใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ในโอกาสได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง “ศาสตราจารย์” ในสาขาวิชาวัสดุศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2565
ตามราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนพิเศษ 228 ง ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งศาสตราจารย์ ลงวันที่ 18 กันยายน 2569
KKUVOLT ขอร่วมแสดงความยินดีในโอกาสแห่งความภาคภูมิใจนี้ และขออวยพรให้ท่านประสบความสำเร็จยิ่ง ๆ ขึ้นไปในการสร้างองค์ความรู้ พัฒนาคน และนำงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง พร้อมขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมแบตเตอรี่และพลังงานของไทย เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของประเทศและสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนแก่สังคม ✨

#คณะวิทยาศาสตร์มข #มหาวิทยาลัยขอนแก่น #ศาสตราจารย์ #วัสดุศาสตร์ #ฟิสิกส์kku

🔋 มข. จับมือ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ลงนาม MOU วิจัยและพัฒนาแบตเตอรี่สมัยใหม่ มุ่งยกระดับเทคโนโลยีสู่การใช้งานจริง สร้...
18/09/2026

🔋 มข. จับมือ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ลงนาม MOU วิจัยและพัฒนาแบตเตอรี่สมัยใหม่ มุ่งยกระดับเทคโนโลยีสู่การใช้งานจริง สร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยีและพลังงานของประเทศ🤝⚡

มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำโดย รองศาสตราจารย์ นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมด้วยผู้บริหารและนักวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม นำโดย พลโท สุภาพ ถิระสุข เจ้ากรมการอุตสาหกรรมทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการวิจัย พัฒนา ออกแบบ และทดสอบเทคโนโลยีแบตเตอรี่สมัยใหม่ โดยบูรณาการศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยเข้ากับโจทย์และความต้องการจากการใช้งานจริง มุ่งต่อยอดผลงานวิจัยสู่การประยุกต์ใช้ เพิ่มขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีภายในประเทศ และสนับสนุนความมั่นคงทางเทคโนโลยีและพลังงานของไทยอย่างยั่งยืน

พิธีลงนามจัดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 15 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุม ชั้น 4 อาคารกองบัญชาการ กรมการอุตสาหกรรมทหาร กรุงเทพมหานคร โดยมีกรมการอุตสาหกรรมทหารและโรงงานแบตเตอรี่ทหารร่วมเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือให้เกิดผลในทางปฏิบัติ

รองศาสตราจารย์ นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยในการนำองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมไปเชื่อมโยงกับความต้องการของประเทศ โดยเฉพาะเทคโนโลยีแบตเตอรี่ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การคมนาคม อุตสาหกรรม ระบบกักเก็บพลังงาน ตลอดจนระบบสนับสนุนภารกิจที่ต้องการความมั่นคงและความน่าเชื่อถือด้านพลังงาน
“มหาวิทยาลัยขอนแก่นพร้อมนำศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาร่วมพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ของประเทศไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการวิจัย พัฒนา ผลิต และทดสอบเทคโนโลยีภายในประเทศ พร้อมผลักดันองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยไปสู่การใช้ประโยชน์จริง”

มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้พัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่อย่างต่อเนื่อง โดยมี โรงงานแบตเตอรี่และพลังงานยุคใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (KKUVOLT) เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการเชื่อมโยงงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้งานจริง ครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาวัสดุและเซลล์แบตเตอรี่ การออกแบบ Battery Pack การผลิตต้นแบบ ไปจนถึงการทดสอบและประเมินสมรรถนะของแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน

ความร่วมมือกับสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมจึงเป็นการนำจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายมาเชื่อมโยงกัน โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่นสนับสนุนองค์ความรู้ นักวิจัย บุคลากร และโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม ขณะที่หน่วยงานด้านความมั่นคงสามารถนำโจทย์ ความต้องการ และเงื่อนไขจากการใช้งานจริงมาเป็นฐานในการร่วมวิจัยและพัฒนา เพื่อให้เทคโนโลยีที่เกิดขึ้นตอบสนองต่อภารกิจและสภาพแวดล้อมการใช้งานได้อย่างเหมาะสม

ขอบเขตความร่วมมือครอบคลุมเทคโนโลยีแบตเตอรี่สมัยใหม่ที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว อาทิ แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน แบตเตอรี่โซเดียมไอออน ระบบกักเก็บพลังงาน ระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่และพลังงาน ตลอดจนเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยและการทดสอบ โดยมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย เชื่อถือได้ และเหมาะสมกับบริบทการใช้งานจริง

อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญคือการลดช่องว่างระหว่าง “งานวิจัย–ต้นแบบ–การใช้งานจริง” ด้วยการนำโจทย์จากผู้ใช้งานมาทำงานร่วมกับกระบวนการวิจัย พัฒนา ผลิต และทดสอบของมหาวิทยาลัย ซึ่งจะช่วยให้ผลงานวิจัยสามารถพัฒนาไปสู่ระดับความพร้อมที่สูงขึ้น พร้อมทั้งสร้างองค์ความรู้ ประสบการณ์ และบุคลากรที่มีทักษะด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม และเทคโนโลยีขั้นสูงให้แก่ประเทศ

มหาวิทยาลัยขอนแก่นคาดหวังว่าความร่วมมือครั้งนี้จะพัฒนาไปสู่ Strategic Partnership ระยะยาว ครอบคลุมตั้งแต่การร่วมกำหนดโจทย์วิจัย การวิจัยและพัฒนา การออกแบบและผลิตต้นแบบ การทดสอบและประเมินสมรรถนะ ไปจนถึงการนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรและระบบนิเวศด้านการวิจัยและนวัตกรรมที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในการเป็น มหาวิทยาลัยวิจัยและนวัตกรรมที่นำองค์ความรู้ไปสร้างประโยชน์แก่ประเทศ โดยไม่หยุดอยู่เพียงการสร้างผลงานวิจัยในห้องปฏิบัติการ แต่ผลักดันให้เกิดการทดสอบ พัฒนา และประยุกต์ใช้กับโจทย์จริง พร้อมเสริมสร้างขีดความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศ ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และสร้างรากฐานด้านเทคโนโลยีและพลังงานที่เข้มแข็งสำหรับอนาคต

ความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาแบตเตอรี่สมัยใหม่ครั้งนี้สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะ SDG 9: อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน (Industry, Innovation and Infrastructure) ผ่านการวิจัย พัฒนา ออกแบบ ผลิตต้นแบบ และทดสอบเทคโนโลยีแบตเตอรี่เพื่อผลักดันสู่การใช้ประโยชน์จริง รวมถึง SDG 7: พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้ (Affordable and Clean Energy) จากการพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงานซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบพลังงานสมัยใหม่ และ SDG 17: ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Partnerships for the Goals) จากการบูรณาการศักยภาพระหว่างมหาวิทยาลัยและหน่วยงานภาครัฐเพื่อร่วมพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และบุคลากรของประเทศ

นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงกับ SDG 8: งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Decent Work and Economic Growth) ผ่านการพัฒนากำลังคนทักษะสูง การต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรม และการเสริมสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจบนฐานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมของประเทศ

🌐 เว็บไซต์ : https://kku.world/7kcmc4

ข่าว : ฝ่ายวิสาหกิจและสังคมยั่งยืน มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ภาพ : สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

#มหาวิทยาลัยขอนแก่น #เทคโนโลยีแบตเตอรี่ #วิจัยและนวัตกรรม #นวัตกรรมเพื่อประเทศ #สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม #กรมการอุตสาหกรรมทหาร

15/09/2026

Energy News: รัฐบาลดัน “KKUVOLT” แบตเตอรี่ มข. สู่ตลาดจริง วางรากฐานอุตสาหกรรมพลังงานใหม่

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมไทยสู่การใช้ประโยชน์จริง โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มุ่งเชื่อมองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยกับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม เพื่อสร้างเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาด พร้อมเตรียมกำลังคนสำหรับอุตสาหกรรมใหม่

หนึ่งในตัวอย่างชัดเจนคือ KKUVOLT มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่สั่งสมองค์ความรู้ด้านวัสดุแบตเตอรี่มานานกว่า 10 ปี ก่อนต่อยอดจากห้องปฏิบัติการสู่การผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จริง ตั้งแต่เซลล์แบตเตอรี่ INR 18650, Mini Power Bank, Conversion Kit, แบตเตอรี่สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและรถกอล์ฟ ไปจนถึงแบตเตอรี่สั่งทำสำหรับระบบโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์เฉพาะทาง

ปัจจุบัน KKUVOLT ยังขยายสู่ระบบกักเก็บพลังงาน หรือ BESS ทั้งแบบติดผนัง แบบเคลื่อนที่ และแบบต่อขยายได้ รองรับการใช้งานตั้งแต่ครัวเรือน ธุรกิจขนาดเล็ก ไปจนถึงระบบพลังงานที่มีความต้องการสูง โดยมีการพัฒนา Solar & BESS Solution สำหรับบ้าน เพื่อช่วยลดค่าไฟ เพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน และรองรับการใช้พลังงานสะอาดในระยะยาว

อีกก้าวสำคัญคือการพัฒนา แบตเตอรี่โซเดียมไอออน หรือ “แบตเตอรี่เกลือ” ซึ่งมีศักยภาพสำหรับระบบกักเก็บพลังงานและยานยนต์ไฟฟ้า ช่วยเพิ่มทางเลือกด้านเทคโนโลยีพลังงานและลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การสนับสนุน KKUVOLT สะท้อนทิศทางของรัฐบาลและ อว. ที่ต้องการให้ งานวิจัย “ออกจากห้องแล็บ ไปถึงตลาด” และสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ทั้งทางเลือกด้านพลังงานสะอาด เทคโนโลยีสำหรับภาคธุรกิจ ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค ตลอดจนงานและทักษะใหม่สำหรับคนไทย พร้อมวางรากฐานให้อุตสาหกรรมพลังงานใหม่ของประเทศเติบโตจากองค์ความรู้และนวัตกรรมของคนไทย

#ข่าวTheEnergy #ล่าสุด #ข่าววันนี้ #พลังงาน #แบตเตอรี่

15/09/2026

มข. ต้อนรับ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อว. เยี่ยมชมนวัตกรรมเด่น ตอกย้ำศักยภาพวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ ขับเคลื่อนอนาคตประเทศ

อ่านต่อในคอมเมนต์

#อวขับเคลื่อนประเทศ #นวัตกรรมมข #วิจัยสู่การใช้ประโยชน์ #มข

มข.–ม.อ.–มช. แลกเปลี่ยนเรียนรู้บริการวิชาการ ขับเคลื่อน SDGs–THE Impact Rankings สู่ผลกระทบทางสังคมอย่างยั่งยืน 🌏🤝มหาวิท...
14/09/2026

มข.–ม.อ.–มช. แลกเปลี่ยนเรียนรู้บริการวิชาการ ขับเคลื่อน SDGs–THE Impact Rankings สู่ผลกระทบทางสังคมอย่างยั่งยืน 🌏🤝

มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เดินหน้าสานต่อความร่วมมือ “3 พลังเพื่อแผ่นดิน” ผ่านโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ครั้งที่ 9 ระหว่างวันที่ 10–11 กันยายน 2569 ณ โรงแรมเดอะ เฮอริเทจ แกรนด์ ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านบริการวิชาการเพื่อสังคม ขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และยกระดับการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยสู่การสร้างผลกระทบเชิงบวกที่สามารถสะท้อนผ่าน THE Impact Rankings ได้อย่างเป็นรูปธรรม

ในการนี้ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.ธิดารัตน์ บุญมาศ รองอธิการบดีฝ่ายวิสาหกิจและสังคมยั่งยืน พร้อมด้วยผู้แทนและผู้เข้าร่วมกลุ่มที่ 3 ด้านบริการวิชาการ ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานกับผู้แทนจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยมุ่งพัฒนากลไกความร่วมมือด้านบริการวิชาการให้สามารถตอบโจทย์ชุมชนและสังคม พร้อมสร้างผลลัพธ์ที่วัดและประเมินได้

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครอบคลุมทั้งการสรุปผลการดำเนินงานด้าน Social Return on Investment (SROI) การแลกเปลี่ยนแนวทางขับเคลื่อน SDGs และการเรียนรู้แนวปฏิบัติของแต่ละมหาวิทยาลัยในประเด็นสำคัญ ได้แก่ SDG 2 ขจัดความหิวโหย SDG 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ SDG 5 ความเท่าเทียมทางเพศ และ SDG 9 อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อร่วมกันถอดบทเรียนและพัฒนาแนวทางที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับบริบทของแต่ละสถาบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังได้ร่วมกิจกรรม Workshop เพื่อพิจารณาแนวทางพัฒนาโครงการขับเคลื่อนสังคมยั่งยืน และประยุกต์ใช้ SROI เป็นเครื่องมือในการประเมินผลลัพธ์และผลกระทบทางสังคมอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การระบุผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ไปจนถึงการสะท้อนคุณค่าที่โครงการสร้างให้แก่ชุมชนและสังคม

จากกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ดังกล่าว ได้มีการ นำเสนอผลการดำเนินงานของกลุ่มที่ 3 ด้านบริการวิชาการ โดย รองศาสตราจารย์ นพ.อดิศักดิ์ ตันติวรวิทย์ รองอธิการบดีฝ่ายยุทธศาสตร์ แผนงาน และงบประมาณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งได้สรุปสาระสำคัญจากการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แนวทางการขับเคลื่อน SDGs และข้อเสนอสำหรับการพัฒนาความร่วมมือระหว่างทั้ง 3 มหาวิทยาลัย เพื่อยกระดับงานบริการวิชาการให้สามารถสร้างคุณค่าและผลกระทบต่อสังคมได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

หนึ่งในข้อเสนอสำคัญ คือ แนวทาง “รวมพลัง 3 มหาวิทยาลัยด้านบริการวิชาการเพื่อสังคมยั่งยืน” ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนาโครงการความร่วมมือ และการใช้ SROI เป็นเครื่องมือสะท้อนผลลัพธ์ของการดำเนินงาน เพื่อยกระดับบทบาทของงานบริการวิชาการจากการถ่ายทอดความรู้ ไปสู่การสร้าง “ผลลัพธ์–คุณค่า–ผลกระทบ” ที่เกิดขึ้นจริงต่อชุมชนและสังคม

ความร่วมมือครั้งนี้จึงสะท้อนศักยภาพของสถาบันอุดมศึกษาในการผสานองค์ความรู้ ประสบการณ์ และทรัพยากรจากแต่ละมหาวิทยาลัย เพื่อร่วมกันพัฒนาแนวทางการบริการวิชาการที่ตอบสนองต่อความต้องการของพื้นที่ พร้อมเชื่อมโยงการดำเนินงานกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและตัวชี้วัดระดับนานาชาติอย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ การทำงานร่วมกันภายใต้เครือข่าย “3 พลังเพื่อแผ่นดิน” ยังช่วยเสริมความเข้มแข็งของความร่วมมือเชิงสถาบัน เปิดโอกาสให้เกิดการพัฒนาโครงการร่วม การแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี และการต่อยอดองค์ความรู้สู่การสร้างผลกระทบเชิงบวกในระดับพื้นที่ ภูมิภาค และประเทศ อันเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนบทบาทของมหาวิทยาลัยเพื่อสังคมอย่างยั่งยืน

การดำเนินงานครั้งนี้สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ได้แก่ SDG 2 ขจัดความหิวโหย (Zero Hunger) SDG 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ (Quality Education) SDG 5 ความเท่าเทียมทางเพศ (Gender Equality) และ SDG 9 อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน (Industry, Innovation and Infrastructure) ผ่านการแลกเปลี่ยนแนวทางดำเนินงานและพัฒนาโครงการบริการวิชาการในประเด็นที่เกี่ยวข้อง

โดยเฉพาะ SDG 17 หุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Partnerships for the Goals) ซึ่งสะท้อนเด่นชัดจากการสร้างความร่วมมือเชิงสถาบันระหว่างมหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ พัฒนาโครงการร่วม และยกระดับการบริการวิชาการให้สามารถสร้างคุณค่าและผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

🌐 เว็บไซต์ : https://kku.world/shzx89
ภาพ/ข่าว : ฝ่ายวิสาหกิจและสังคมยั่งยืน มหาวิทยาลัยขอนแก่น

#มหาวิทยาลัยขอนแก่น #มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ #มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #3พลังเพื่อแผ่นดิน #บริการวิชาการเพื่อสังคม #สังคมยั่งยืน

มข. ต้อนรับ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อว. เยี่ยมชมนวัตกรรมเด่น ตอกย้ำศักยภาพวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ ขับเคลื่อนอนาคตประเทศ⚡🧬ม...
14/09/2026

มข. ต้อนรับ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อว. เยี่ยมชมนวัตกรรมเด่น ตอกย้ำศักยภาพวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ ขับเคลื่อนอนาคตประเทศ⚡🧬

มหาวิทยาลัยขอนแก่น ต้อนรับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในโอกาสเยี่ยมชมผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมสำคัญของมหาวิทยาลัย ครอบคลุมทั้งเทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน นวัตกรรมเภสัชกรรม และเทคโนโลยีเซลล์บำบัด สะท้อนศักยภาพของมหาวิทยาลัยในการผลักดันองค์ความรู้จากงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง เชื่อมโยงภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิต และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำโดย รองศาสตราจารย์ นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมด้วยคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย ให้การต้อนรับ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในโอกาสเดินทางเยี่ยมชมผลงานวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์ วิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ให้สามารถตอบโจทย์การพัฒนาประเทศและนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม

หนึ่งในจุดสำคัญของการเยี่ยมชม คือ โรงงานแบตเตอรี่และพลังงานยุคใหม่ (KKUVOLT) ซึ่งสะท้อนศักยภาพของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในการวิจัย พัฒนา และต่อยอดเทคโนโลยีด้านแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและความต้องการของภาคอุตสาหกรรม โดยคณะได้แลกเปลี่ยนแนวทางการผลักดันผลงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการไปสู่การผลิตและการใช้ประโยชน์ ตลอดจนการสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อเสริมสร้างความสามารถด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศ

จากนั้น คณะได้เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการของ บริษัท ลิลลี่ ฟาร์มา จำกัด เพื่อรับฟังแนวทางการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านเภสัชกรรม ตลอดจนการประยุกต์ใช้องค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ซึ่งสะท้อนความสำคัญของการเชื่อมโยงระบบวิจัยของมหาวิทยาลัยกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มโอกาสในการพัฒนานวัตกรรมสุขภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มจากองค์ความรู้ภายในประเทศ

อีกหนึ่งจุดสำคัญคือการเยี่ยมชม ศูนย์เซลล์บำบัดรักษา (Cellular Therapy Center) มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง โดยเฉพาะองค์ความรู้ด้านเซลล์บำบัดและภูมิคุ้มกันบำบัด เพื่อผลักดันงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการไปสู่การประยุกต์ใช้ทางการแพทย์ในอนาคต อันจะช่วยเพิ่มโอกาสในการพัฒนานวัตกรรมการรักษา ยกระดับระบบสุขภาพ และสร้างศักยภาพด้านอุตสาหกรรมการแพทย์ขั้นสูงของประเทศไทย

การเยี่ยมชมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงระบบนิเวศการวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่เชื่อมโยงตั้งแต่ “องค์ความรู้–งานวิจัย–เทคโนโลยี–การพัฒนา–การใช้ประโยชน์” โดยมหาวิทยาลัยไม่ได้มุ่งเพียงสร้างผลงานทางวิชาการ แต่ให้ความสำคัญกับการผลักดันองค์ความรู้ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ ทั้งด้านพลังงาน สุขภาพ เศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ขณะเดียวกัน การขับเคลื่อนผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ยังต้องอาศัยความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัย ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรม ในการเชื่อมต่อองค์ความรู้ เทคโนโลยี เงินทุน โครงสร้างพื้นฐาน และความต้องการของตลาดเข้าด้วยกัน เพื่อให้ผลงานวิจัยสามารถก้าวข้ามจากห้องปฏิบัติการไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ บริการ และนวัตกรรมที่สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างแท้จริง

การลงพื้นที่เยี่ยมชมผลงานวิจัยและนวัตกรรมในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของบทบาทมหาวิทยาลัยขอนแก่นในการเป็น มหาวิทยาลัยวิจัยและนวัตกรรมที่สร้างผลกระทบต่อสังคมและประเทศ ผ่านการบูรณาการความเชี่ยวชาญจากหลากหลายศาสตร์ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อเปลี่ยนองค์ความรู้ให้เป็นนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งในมิติของการยกระดับอุตสาหกรรม การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ การพัฒนานวัตกรรมสุขภาพ และการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในการเป็น “มหาวิทยาลัยวิจัยและพัฒนาชั้นนำระดับโลก ที่อุทิศเพื่อสังคม (A World-Leading Research and Development University Dedicated to Society)” โดยมุ่งสร้างองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมที่สามารถตอบสนองต่อความท้าทายของสังคม พร้อมนำศักยภาพทางวิชาการไปสร้างคุณค่าและผลกระทบเชิงบวกต่อประชาชน เศรษฐกิจ และประเทศอย่างยั่งยืน

การขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมครั้งนี้สอดคล้องกับ SDG 9: อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน (Industry, Innovation and Infrastructure) จากการพัฒนาและต่อยอดงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์ SDG 3: สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Good Health and Well-being) จากการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านเภสัชกรรมและเทคโนโลยีเซลล์บำบัด SDG 7: พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้ (Affordable and Clean Energy) จากการพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน และ SDG 8: งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Decent Work and Economic Growth) จากการต่อยอดองค์ความรู้และนวัตกรรมสู่กิจกรรมทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมมูลค่าสูง

นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงกับ SDG 17: หุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Partnerships for the Goals) ผ่านการสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมจากองค์ความรู้สู่การใช้ประโยชน์ และสร้างผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

🌐 เว็บไซต์ : https://kku.world/aeamjm

ภาพ/ข้อมูล : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม /ฝ่ายวิสาหกิจและสังคมยั่งยืน มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ข่าว : ฝ่ายวิสาหกิจและสังคมยั่งยืน มหาวิทยาลัยขอนแก่น

#มหาวิทยาลัยขอนแก่น #มข #วิจัยและนวัตกรรม #วิจัยสู่การใช้ประโยชน์ #นวัตกรรมเพื่อสังคม #นวัตกรรมการแพทย์

12/09/2026
12/09/2026

ที่อยู่

ฝ่ายวิสาหกิจและสังคมยั่งยืน สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น
Khon Kaen
40000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+66843931146

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ ฝ่ายวิสาหกิจและสังคมยั่งยืน มหาวิทยาลัยขอนแก่น โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง ฝ่ายวิสาหกิจและสังคมยั่งยืน มหาวิทยาลัยขอนแก่น:

ทางลัด

แชร์