มูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

มูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ องค์กรสถานสาธารณกุศล ลำดับที่ 174

08/06/2026

จ้างคนตาบอดทำงาน เท่ากับ ทำบุญ จริงหรือ ทำไมองค์กรระดับโลกถึงแย่งตัวคนพิการเข้าทำงาน

หลายคนอาจจะเคยมีมุมมองว่า การรับคนพิการเข้าทำงานคือการทำบุญ คือการทำ CSR ขององค์กรเพื่อตอบแทนสังคมและทำให้ภาพลักษณ์ดูดี แต่ในโลกธุรกิจยุคใหม่ แนวคิดนี้กำลังถูกแทนที่ด้วยความจริงที่ว่า นี่ไม่ใช่เรื่องของความสงสาร แต่เป็นเรื่องของธุรกิจและศักยภาพล้วนๆ ครับ

ถ้าการรับคนตาบอดเข้าทำงานเป็นแค่การสงเคราะห์ ทำไมบริษัทระดับโลกถึงต้องมีนโยบายเชิงรุกเพื่อดึงตัวคนกลุ่มนี้เข้าไปร่วมงาน

คำตอบคือ พวกเขาจ้างเพราะคนตาบอดมีมุมมองที่คนตาดีมองข้าม และมีศักยภาพที่ซ่อนอยู่มากมายครับ

1. นวัตกรรมที่เข้าถึงทุกคน หรือ Accessibility คือโอกาสทางธุรกิจ
รู้หรือไม่ครับว่า เทคโนโลยีที่เราใช้กันจนชินในปัจจุบัน อย่างระบบสั่งการด้วยเสียง หรือฟีเจอร์ช่วยอ่านข้อความ ล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจากการพัฒนาเพื่อช่วยเหลือผู้พิการ การมีคนตาบอดร่วมอยู่ในทีมออกแบบและพัฒนา จะช่วยให้องค์กรมองเห็นจุดบอดของสินค้า และสร้างโปรดักต์ที่ใช้งานได้สำหรับทุกคน ซึ่งในทางธุรกิจ นี่คือการขยายฐานลูกค้าไปสู่ตลาดที่ใหญ่ขึ้นมหาศาล
2. เทคโนโลยีทลายกำแพงการทำงาน
ในอดีตข้อจำกัดทางร่างกายอาจเป็นอุปสรรค แต่ทุกวันนี้เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกก้าวหน้าไปมาก ด้วยระบบโปรแกรมอ่านหน้าจอ แป้นพิมพ์อักษรเบรลล์ หรือการประยุกต์ใช้ AI ทำให้คนตาบอดสามารถเขียนโปรแกรม เป็นผู้จัดการโครงการ ทำงานเอกสาร หรือประสานงานระดับนานาชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับคนตาดี ประสิทธิภาพการทำงานวัดกันที่ผลลัพธ์ ไม่ใช่วิธีการมองเห็น
3. ทักษะการแก้ปัญหาที่เหนือกว่า
ลองนึกภาพดูนะครับ การใช้ชีวิตในโลกที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเรา ต้องอาศัยทักษะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ความคิดสร้างสรรค์ และความอดทนที่สูงมากในทุกๆ วัน ทักษะเหล่านี้นี่แหละครับคือสิ่งที่องค์กรระดับโลกต้องการ คนตาบอดมักจะมีความจำที่ดีเยี่ยม มีสมาธิสูง และสามารถคิดวิเคราะห์ระบบต่างๆ ได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน
4. ความหลากหลายสร้างความแข็งแกร่ง
ทีมงานที่มีความหลากหลายจะช่วยยกระดับวัฒนธรรมองค์กร การมีพนักงานตาบอดจะทำให้ทีมงานเกิดความเข้าอกเข้าใจกันมากขึ้น เรียนรู้ที่จะสื่อสารกันอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง ซึ่งเป็นรากฐานขององค์กรที่แข็งแกร่ง

การจ้างงานคนตาบอดจึงไม่ใช่แค่การให้โอกาส แต่คือการสร้างระบบนิเวศแห่งงานสำหรับทุกคน หรือแอปพลิเคชัน Jobs For All อย่างแท้จริง โดยให้ความสำคัญกับความสามารถที่ตรงกับสายงานเป็นหลัก

องค์กรไหนที่ยังมองว่าการรับคนพิการเข้าทำงานคือภาระ หรือทำไปแค่เพื่อให้ได้โควตาตามกฎหมาย อาจจะต้องกลับมาทบทวนใหม่นะครับ เพราะคุณอาจจะกำลังพลาดบุคลากรที่มีคุณภาพและโอกาสที่จะพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ไปอย่างน่าเสียดาย

หากเราเปลี่ยนกรอบความคิดจากการช่วยเหลือเป็นการลงทุนในศักยภาพ สังคมการทำงานของเราจะก้าวไปข้างหน้าได้อีกไกลเลยครับ

ลองแชร์บทความนี้หรือแท็กเพื่อนร่วมงานมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะครับ ว่าองค์กรของคุณพร้อมหรือยังที่จะเปิดรับความหลากหลายเหล่านี้

#ความหลากหลายทางอาชีพ #คนตาบอด #คนพิการทำงานได้ #แรงบันดาลใจในการทำงาน #มุมมองธุรกิจ

08/06/2026

ถ้าพรุ่งนี้คุณตื่นมาแล้วมองไม่เห็น คุณจะทำอย่างไร

ลองจินตนาการดูนะครับ เช้าวันพรุ่งนี้ เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นเหมือนทุกวัน คุณเอื้อมมือไปกดปิด ลืมตาขึ้นมาเพื่อจะเริ่มต้นวันใหม่ แต่ทุกอย่างกลับมืดสนิท

ไม่มีแสงแดดที่ลอดผ่านผ้าม่าน ไม่มีภาพเพดานห้องที่คุ้นเคย มีเพียงความมืดมิดที่กว้างใหญ่ สิ่งแรกที่คุณจะรู้สึกคืออะไร ตกใจ หวาดกลัว หรือสับสนว่าตัวเองกำลังฝันร้ายอยู่

เพียงแค่คิดก็คงทำให้หลายคนใจหาย กิจวัตรประจำวันที่เคยแสนง่ายดาย แค่เดินไปเปิดตู้เย็น ชงกาแฟสักแก้ว หรือไถหน้าจอสมาร์ทโฟนเพื่อเช็กข่าวสาร จู่ๆ ก็กลายเป็นภารกิจที่ยากลำบากและเต็มไปด้วยความท้าทาย การสูญเสียการมองเห็น ไม่ใช่แค่การสูญเสียภาพเบื้องหน้า แต่มันพรากเอาความมั่นใจและอิสระในการใช้ชีวิตไปในชั่วพริบตา

แต่ในโลกความเป็นจริง มีผู้คนมากมายที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์นี้ ไม่ว่าจะจากอุบัติเหตุ หรือโรคภัยไข้เจ็บที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

คำถามคือ เมื่อผ่านช่วงเวลาแห่งความเสียใจและสับสนไปแล้ว ชีวิตจะไปต่ออย่างไร

ความจริงที่หลายคนอาจยังไม่รู้คือ ความบอด ไม่ใช่จุดจบของชีวิต ครับ

เมื่อดวงตามองไม่เห็น มนุษย์เรามีสัญชาตญาณในการปรับตัวที่ยอดเยี่ยมกว่าที่คิด และโชคดีที่เราอยู่ในยุคที่เทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกก้าวหน้าไปมาก

สมาร์ทโฟนที่เราใช้อยู่ มีระบบเสียงอ่านหน้าจอที่ทำให้คนตาบอดสามารถพิมพ์ข้อความ เล่นโซเชียล หรือแม้แต่ทำงานและเขียนโปรแกรมได้ไม่ต่างจากคนตาดี

เทคโนโลยี AI เข้ามาเป็นเหมือนดวงตาที่สอง ช่วยอ่านเอกสารและบรรยายภาพสิ่งแวดล้อมรอบตัว

รวมถึงไม้เท้าขาวที่เปรียบเสมือนอวัยวะชิ้นใหม่ ที่เข้ามาช่วยคืนอิสระในการเดินทางให้พวกเขาอีกครั้ง

การมองไม่เห็น อาจปิดกั้นภาพความสวยงามของโลกภายนอก แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เปิดสวิตช์สัมผัสอื่นๆ ให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพขึ้น เราอาจจะฟังเสียงผู้คนได้ลึกซึ้งขึ้น สัมผัสความรู้สึกได้ละเอียดอ่อนขึ้น และมองเห็นหัวใจของผู้คนรอบข้างได้ชัดเจนกว่าเดิม

บทความนี้ไม่ได้เขียนขึ้นมาเพื่อสร้างความหวาดกลัวครับ แต่แค่อยากชวนให้พวกเราหยุดพักและฉุกคิดถึงสองเรื่องง่ายๆ

เรื่องแรกคือ หันกลับมาดูแลดวงตาของคุณให้ดี พักสายตาจากหน้าจอบ้าง ทานอาหารที่มีประโยชน์ เพราะดวงตาคือหน้าต่างของโลก และเป็นของขวัญล้ำค่าที่สุดชิ้นหนึ่งที่คุณมี

เรื่องที่สองคือ เปลี่ยนมุมมองที่มีต่อผู้พิการทางสายตา หากวันหนึ่งคุณบังเอิญเดินสวนกับคนตาบอดบนฟุตบาท หรือเห็นพวกเขาเข้ามาเป็นเพื่อนร่วมงาน ลองเปลี่ยนจากสายตาแห่งความสงสาร เป็นความเข้าใจและเชื่อมั่น มองข้ามความบอด และมองให้เห็นถึงความพยายามและศักยภาพในตัวพวกเขา เพราะพวกเขาก็คือคนธรรมดาคนหนึ่ง ที่แค่ใช้ชีวิตในรูปแบบที่ต่างออกไปเท่านั้นเอง

แล้วคุณล่ะครับ ถ้าวันพรุ่งนี้ตื่นมาแล้วมองไม่เห็น สิ่งแรกที่คุณจะทำคืออะไร

#การมองเห็น #ความเท่าเทียม #เข้าใจเพื่อนมนุษย์ #แรงบันดาลใจ #เทคโนโลยีเพื่อทุกคน

07/06/2026

ถึงผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และครอบครัวผู้ดูแลทุกท่าน
ในปัจจุบันมีหน่วยงาน องค์กร และกลุ่มอาสาสมัครจำนวนมากที่เข้ามาดำเนินโครงการช่วยเหลือผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อสังคม หากดำเนินการด้วยความโปร่งใสและมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้เดือดร้อนอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม ประชาชนควรใช้ความระมัดระวังในการมอบข้อมูลส่วนบุคคล โดยเฉพาะบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาเอกสารราชการ และข้อมูลสำคัญอื่นๆ เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้ในการดำเนินการต่างๆ ได้หลายรูปแบบ
จากเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นจริงในหลายพื้นที่ พบว่าช่วงแรกของการดำเนินโครงการ ผู้ที่มีรายชื่อเข้าร่วมอาจได้รับการดูแลและอำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี แต่สิ่งที่ควรพิจารณาคือ เมื่อมีการขอสำเนาบัตรประชาชนหรือข้อมูลส่วนตัวไปแล้ว เจ้าของข้อมูลจะสามารถตรวจสอบได้อย่างไรว่าข้อมูลดังกล่าวถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้เท่านั้น
อีกประเด็นหนึ่งที่สังคมควรตั้งคำถาม คือ การจัดอบรมหรือกิจกรรมต่างๆ ที่อ้างว่าเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มเปราะบาง หลายครั้งจะพบผู้เข้าร่วมกลุ่มเดิมปรากฏตัวอยู่เป็นประจำ แม้จะเคยผ่านการอบรมในลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายครั้งก็ตาม จนบางโครงการต้องออกหลักเกณฑ์ไม่ให้ผู้ที่เคยผ่านการอบรมเข้าร่วมซ้ำ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีสิทธิรายอื่นได้เข้าถึงโครงการ
คำถามสำคัญคือ กลุ่มเป้าหมายที่ควรได้รับโอกาสอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นผู้พิการ ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยติดเตียง ได้เข้าร่วมโครงการเหล่านั้นมากน้อยเพียงใด และมีระบบตรวจสอบหรือไม่ว่าผู้ที่ใช้สิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมหรือรับการช่วยเหลือเป็นบุคคลตามรายชื่อจริง
สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้น คือกรณีที่มีการนำข้อมูลของกลุ่มเปราะบางเข้าสู่ระบบต่างๆ โดยเจ้าตัวหรือครอบครัวไม่ทราบเรื่อง บางรายอาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล บางรายเป็นผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถรับรู้หรือสื่อสารได้ตามปกติ ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบการใช้สิทธิของตนเองได้
นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับความถูกต้องของฐานข้อมูล หากไม่มีการปรับปรุงข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ อาจเกิดกรณีที่รายชื่อผู้เสียชีวิตยังคงปรากฏอยู่ในระบบ และถูกนำไปใช้ประกอบการดำเนินการบางอย่าง ทั้งที่บุคคลดังกล่าวไม่มีชีวิตอยู่แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจัง
ประชาชนและครอบครัวผู้ดูแลจึงควรตระหนักถึงสิทธิของตนเองดังนี้
ประการแรก ควรสอบถามวัตถุประสงค์ทุกครั้งก่อนมอบสำเนาบัตรประชาชนหรือข้อมูลส่วนตัว
ประการที่สอง ขอทราบชื่อหน่วยงาน ผู้รับผิดชอบ และช่องทางติดต่อที่สามารถตรวจสอบได้
ประการที่สาม เก็บหลักฐานการยินยอมและเอกสารที่มอบให้ทุกครั้ง
ประการที่สี่ สอบถามว่าข้อมูลจะถูกนำไปใช้เพื่ออะไร และเก็บรักษาไว้นานเท่าใด
ประการที่ห้า หากพบความผิดปกติ ควรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบทันที
และประการสุดท้าย ญาติหรือผู้ดูแลควรช่วยตรวจสอบสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และผู้พิการอย่างสม่ำเสมอ
การช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสเป็นสิ่งที่สังคมควรสนับสนุน แต่การช่วยเหลือที่ดีต้องมาพร้อมกับความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเคารพสิทธิของเจ้าของข้อมูลทุกคน เพราะข้อมูลส่วนบุคคลและสิทธิประโยชน์ต่างๆ เป็นทรัพย์สินที่มีคุณค่า ไม่ควรถูกนำไปใช้โดยเจ้าของข้อมูลไม่รับรู้หรือไม่ได้ให้ความยินยอมอย่างถูกต้อง
ขอให้ทุกท่านใช้สิทธิของตนเองอย่างรอบคอบ ตรวจสอบข้อมูลทุกครั้งก่อนลงนามหรือมอบเอกสารสำคัญ และช่วยกันเฝ้าระวังเพื่อให้การช่วยเหลือไปถึงผู้ที่ควรได้รับอย่างแท้จริง

05/06/2026

กราบขอบพระคุณทุกท่านเป็นอย่างสูงที่ให้เกียรติเข้ามาติดตามเพจของเรา ความเมตตาและมิตรภาพที่ทุกท่านได้มอบให้เปรียบเสมือนแสงสว่างที่ช่วยเติมเต็มพลังใจให้กับทีมงานที่สร้างเนื้อหาดีๆออกมาให้ได้อ่านกันและพี่น้องคนตาบอดทุกคน ให้เรามีความมุ่งมั่นและกล้าที่จะก้าวเดินต่อไปด้วยความภาคภูมิใจ
ช่องทางนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ในการแบ่งปันเรื่องราวของเราเท่านั้น แต่ยังเป็นเสมือนสะพานที่เปิดโอกาสให้เราได้ทำความรู้จักกับทุกท่านมากขึ้น ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะได้เห็นโลกในมุมมองที่คนตาบอดสัมผัส ได้เข้าใจถึงศักยภาพ และมองเห็นความพยายามที่พวกเราตั้งใจทำเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของสังคม
หากท่านเห็นว่าเนื้อหาหรือเรื่องราวของเราพอจะมีประโยชน์หรือสร้างความเข้าใจให้แก่ท่านได้บ้าง ผมใคร่ขอความอนุเคราะห์จากท่านช่วยกดไลก์และกดแชร์ เพื่อบอกต่อเรื่องราวเหล่านี้ออกไปสู่สังคมในวงกว้าง เพื่อให้โลกของคนตาบอดเป็นที่รู้จัก ได้รับการยอมรับ และเป็นพื้นที่ที่ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างเท่าเทียมและอบอุ่นใจ
ขอขอบคุณจากหัวใจสำหรับทุกการสนับสนุนที่มอบให้กัน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ามิตรภาพนี้จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เพื่อสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันเช่นนี้ตลอดไปครับ

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ด้วยเกล้าด้วยกระหม...
02/06/2026

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า คณะกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และ ผู้พิการทางการเห็น
มูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

ประกาศมูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์เรื่อง ประกาศรายชื่อนิสิตนักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษา ประ...
02/06/2026

ประกาศมูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
เรื่อง ประกาศรายชื่อนิสิตนักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2569
ตามที่ มูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ดำเนินการรับสมัครและคัดเลือกนิสิตนักศึกษาพิการทางการเห็น ภายใต้การดูแลของมูลนิธิฯ เพื่อรับทุนการศึกษาประจำปีการศึกษา 2569 นั้น
บัดนี้ การดำเนินการคัดเลือกได้เสร็จสิ้นลงแล้ว จึงขอประกาศรายชื่อนิสิตนักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2569 จำนวน 28 ราย ดังมีรายนามต่อไปนี้
รายชื่อผู้ได้รับทุนการศึกษา
ที่ ชื่อ- สกุล มหาวิทยาลัย คณะ สาขา

1 นายพีรพัฒน์ สิงห์สา มรภ.อุบลราชธานี มนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ ศป.บ.ดนตรี(ดนตรี)
2 นางสาวซีตีฮามีเนาะ ยูโซ๊ะ ม.การกีฬาแห่งชาติวิทยาเขต ยะลา ศึกษาศาสตร์ พละศึกษาสำหรับบุคลพิเศษ
3 นายพีระวัฒน์ กองสวัสดิ์ มรภ.สงขลา มนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ สวัสดิการสังคม
4 นางสาวอิศรา กุลตา มรภ.มหาสารคาม ครุศาสตร์ การศึกษาพิเศษและภาษาไทย
5 นางสาวกัญญารัตน์ ใต้ชัยภูมิ มรภ.นครราชสีมา ครุศาสตร์ การศึกษาพิเศษ
6 นางสาวภัควดี นาราวงค์ ม.แม่ฟ้าหลวง สำนักจีนวิทยา การสอนภาษาจีน
7 นายภานรินทร์ แดงน้อย มรภ.มหาสารคาม มนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร
8 นางสาวศิลามณี เติบโต มรภ.มหาสารคาม ครุศาสตร์ การศึกษาพิเศษ
9 นางสาวรัตนาภรณ์ บุญเพ็ญ มรภ.นครราชสีมา ครุศาสตร์ การศึกษาพิเศษ
10 นางสาวอาริสา พิมมงคล มรภ.นครราชสีมา ครุศาสตร์ พุทธศาสนศึกษา
11 นางสาวอภิญา มรภ.นครราชสีมา ครุศาสตร์ การศึกษาพิเศษ
12 นายภควัต ลุนศรี ราชภัฏอุบลราชธานี มนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ ดนตรี
13 นางสาวคอดียะฮ์ จงรักษ์ มรภ.ยะลา รัฐประศาสนศาสตร์ การเมืองการปกครอง
14 นายณัฐวุฒิ เนื่องเดช ม.อุบลราชธานี นิติศาสตร์ นิติศาสตร์
15 นายศิริพงษ์ ศรีด้วง ม.การกีฬา สุโขทัย ศิลปศาสตร์ การบริหารจัดการกีฬา
16 นายธนภัทร แสนมี มรภ.นครราชสีมา ครุศาสตร์ การศึกษาพิเศษ
17 นางสาวอภิสรา ขันทองดี ราชภัฏมหาสารคาม มนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ ภาษาอังกฤษ
18 นางสาวพิชญา มีจุ้ย มรภ.นครราชสีมา ครุศาสตร์ การศึกษาพิเศษ
19 นายกนกพล นาทัน วิทยาลัยนาฎศิลป์ร้อยเอ็ด ศึกษาศาสตร์ ดนตรีศึกษาเอกดนตรีสากล
20 นางสาวพรธิดา พริ้งเพราะ มรภ.มหาสารคาม ครุศาสตร์ ภาษาอังกฤษ
21 นางสาวจีระนันท์ แก่มแก้ว มรภ.อุบลราชธานี มนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ การพัฒนาชุมชน
22 นางสาวทิวา ก้านทองหลาง มรภ นครราชสีมา ครุศาสตร์ การศึกษาพิเศษ
23 นายพัชรพล สุพินศรี ม.เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน คณะวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร วิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพ
24 นางสาวพิยะดา เฟื้องสุคนธ์ มรภ สวนสุนันทา มนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ ภาษาอังกฤษธุรกิจ
25 นางสาววรรณิสา เซรัมย์ มรภ.มหาสารคาม วิทยาการจัดการ การจัดการ
26 นางสาวมณีรัตน์ การสร้าง ม.การกีฬา สุโขทัย ศิลปศาสตร์ การบริหารจัดการกีฬา
27 นายเรืองศักดิ์ ทองคำ มรภ ธนบุรี มนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ ภาษาอังกฤษธุรกิจ
28 นางสาวสุดารัตน์ เพียรโคตร ม.แม่ฟ้าหลวง สำนักจีนวิทยา การสอนภาษาจีน
ในการนี้ ขอให้ผู้มีรายชื่อข้างต้นดำเนินการดังต่อไปนี้
1. การแจ้งความประสงค์ ขอให้ผู้ได้รับทุนแจ้งความประสงค์ขอรับทุนการศึกษาผ่านทาง แบบฟอร์ม
ออนไลน์ Line ID 2806252088 ภายในวันที่ 10 มิถุนายน 2569
2. การทำสัญญา ขอให้ผู้ได้รับทุนเดินทางมาทำสัญญาขอรับทุนการศึกษา พร้อมกับผู้ปกครอง ในวันที่ 28
มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุมเอนกประสงค์ โรงเรียนบ้านเด็กรามอินทรา หากไม่มาดำเนินการภายในกำหนดวันและเวลาดังกล่าว ถือว่าท่านสละสิทธิ์ในการรับทุนการศึกษา
จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน
ประกาศ ณ วันที่ 2 เดือน มิถุนายน พ.ศ. 2569

(ลงชื่อ)
(นายพีระ พิลาฤทธิ์)
ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการมูลนิธิ ฝ่ายบริหารงานวิชาการ

01/06/2026

ท่ามกลางกลิ่นไอของดินโคลนและรวงข้าวสีทองในทุ่งกว้างของวัยเยาว์ ข้าพเจ้าเติบโตมาในโลกที่ไร้แสงสว่าง ดวงตาที่มืดสนิททำให้ภาพของโลกภายนอกเป็นเพียงความว่างเปล่าที่สัมผัสได้เพียงเสียงลมพัดและไออุ่นจากแดดจัด พ่อกับแม่ก้มหน้าก้มตาตรากตรำทำงานหนักในผืนนาเพื่อให้พวกเรามีข้าวประทังชีวิต ในห้วงเวลานั้นข้าพเจ้าเปรียบเสมือนลูกนกปีกหักที่อยู่ท่ามกลางพายุฝน ความคิดอ่านในวัยเยาว์นั้นไม่ได้รู้จักความหมายอันงดงามของการแบ่งปัน รู้เพียงว่าต้องดิ้นรนอย่างไรให้มีลมหายใจ มีอาหารตกถึงท้อง มีโอกาสได้เข้าถึงการศึกษาเพื่อหวังเพียงว่าสักวันหนึ่งจะคว้างานดีดีมาประคองชีวิตให้รอดพ้นจากความมืดมิดที่เป็นดั่งโซ่ตรวนแห่งโชคชะตา
แสงสว่างแห่งชีวิตได้เริ่มทอประกายเมื่อข้าพเจ้าก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียนการศึกษาคนตาบอดขอนแก่น ภายใต้อ้อมกอดของมูลนิธิธรรมิกชน ที่แห่งนั้นเปรียบเสมือนเรือลำใหญ่ที่พยุงชีวิตของเด็กตาบอดตาดำๆ อย่างข้าพเจ้าให้ลอยลำอยู่ได้ คุณครูผู้เปรียบเสมือนแสงเทียนที่คอยนำทาง ครูหอพักที่สวมบทบาทเป็นพ่อแม่คนที่สองผู้โอบอุ้มดูแลด้วยความรักความเข้าใจ และคณะผู้บริหารผู้ปิดทองหลังพระเหล่านั้น ท่านทำงานอย่างหนักหน่วงด้วยความเสียสละโดยที่พวกข้าพเจ้าในวันนั้นยังเยาว์วัยเกินกว่าจะเข้าใจถึงความยิ่งใหญ่ของหัวใจที่ท่านมีให้ นอกจากนั้นยังมีธารน้ำใจจากผู้มีจิตศรัทธาที่แวะเวียนมามอบทุนทรัพย์และสิ่งของเครื่องใช้ ราวกับหยาดฝนที่รินหลั่งลงบนผืนดินที่แห้งผาก ทุกคำสอนที่พร่ำบอกให้พวกเราตั้งใจเรียน เพื่อตอบแทนโอกาสอันประเมินค่าไม่ได้ เพื่อเติบโตไปเป็นต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาแก่ประเทศชาติ คำสอนเหล่านั้นฝังรากลึกลงในใจข้าพเจ้าดั่งเมล็ดพันธุ์ที่รอวันเติบโต
จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อข้าพเจ้าก้าวผ่านวันคืนแห่งความยากลำบากมาได้ ชีวิตได้มอบโอกาสให้ข้าพเจ้ามีความพร้อมพอที่จะเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้บ้าง ในวันที่ลมหายใจของชีวิตเริ่มมั่นคง ข้าพเจ้าได้หวนกลับไปมองรอยเท้าที่ผ่านพ้นมาและระลึกถึงคำสอนเหล่านั้นอย่างลึกซึ้ง ถึงตอนนั้นเองข้าพเจ้าจึงได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า การเป็นผู้ให้มันงดงามเพียงใด ความสุขที่ได้รับจากการแบ่งปันนั้นไม่ใช่การลดทอนสิ่งที่มี แต่มันคือการขยายหัวใจให้กว้างใหญ่ขึ้นราวกับมหาสมุทร การหยิบยื่นกำลังกายกำลังใจและทุนทรัพย์ให้แก่ผู้ที่ขาดแคลนในวันที่เรามีพร้อม คือความอิ่มเอมที่หาจากที่ใดไม่ได้ เป็นความสุขที่ละเอียดอ่อนและลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำใดมาบรรยายได้ครบถ้วนในวัยเด็ก
ในวาระนี้ ข้าพเจ้าจึงอยากขอส่งเสียงแทนหัวใจไปยังศิษย์เก่าและกัลยาณมิตรผู้เปี่ยมด้วยเมตตา ว่าวันนี้สถานศึกษาภายใต้การกำกับของมูลนิธิธรรมิกชน ยังคงเป็นบ้านหลังใหญ่ที่รอคอยการเติมเต็มจากมือของท่าน การหยิบยื่นโอกาสเล็กน้อยจากท่าน อาจเป็นปาฏิหาริย์ที่เปลี่ยนชีวิตเด็กคนหนึ่งให้กลายเป็นผู้ที่มีอนาคตสดใสได้ตลอดกาล และสำหรับท่านผู้มีพระคุณที่เคยหยิบยื่นโอกาสให้ข้าพเจ้าในวันวาน ข้าพเจ้าขอกราบเรียนให้ท่านทราบด้วยความปลาบปลื้มใจว่า วันนี้ต้นกล้าที่ท่านเคยเพาะบ่มได้เติบโตเป็นผู้ที่ส่งต่อเจตนารมณ์แห่งการให้ให้แก่น้องๆ รุ่นหลังเรียบร้อยแล้ว ข้าพเจ้าจะยังคงทำหน้าที่เป็นผู้ส่งต่อแสงสว่างแห่งความเมตตานี้ต่อไปตราบเท่าที่ชีวิตและกำลังความสามารถของข้าพเจ้าจะเอื้ออำนวย เพื่อให้โรงเรียนแห่งนี้เป็นดั่งเรือลำน้อยที่ไม่มีวันอับปางท่ามกลางกระแสธารแห่งความโชคชะตา เพื่อให้เด็กๆ ทุกคนได้พบกับความหวังและก้าวเดินไปบนโลกใบนี้ด้วยหัวใจที่เบ่งบานไปตลอดกาล
#มูลนิธิธรรมิกชน #โรงเรียนการศึกษาคนตาบอดขอนแก่น #ผู้ให้ #แบ่งปันด้วยหัวใจ #ส่งต่อโอกาส #ความสุขของการให้

30/05/2026

สุขใดเล่าจะเท่าการให้ในวันวิสาขบูชา ร่วมสมทบทุนกับมูลนิธิธรรมิกชน ๑๑ สาขาทั่วประเทศ เพื่อเป็นแสงสว่างให้น้องๆ ผู้พิการทางการเห็น #เงินบริจาคสามารถนำไป #ลดหย่อนภาษีได้สองเท่า #ยิ่งให้ยิ่งได้คืน
รายละเอียดเพิ่มเติม https://cfbt.fun/

30/05/2026

เนื่องในวันวิสาขบูชา ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม ความว่า

“ดิถีวิสาขบูชา คล้ายดิถีประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่ง จึงควรที่พุทธบริษัททั้งหลาย จักได้พร้อมเพรียงกันประกอบกุศลกิจ กระทำสักการบูชาพระรัตนตรัย ทั้งด้วยอามิสบูชา ทั้งด้วยปฏิบัติบูชา เป็นกรณีพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้วยการศึกษาพระธรรม ให้สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นสาวก ซึ่งแปลว่าผู้สดับตรับฟังคำสั่งสอนของพระศาสดา วันวิสาขบูชา เตือนใจให้ระลึกถึงพระประสูติกาลของพระโพธิสัตว์เจ้าชายสิทธัตถะ ซึ่งต่อมาได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงพระมหากรุณาโปรดประทานมรรควิธีเพื่อความดับทุกข์แห่งสังสารวัฏ พระอาสภิวาจาของพระโพธิสัตว์ที่ทรงประกาศในวันประสูตินั้นมีความว่า “เราคือผู้เลิศของโลก เราคือผู้เจริญที่สุดของโลก เราคือผู้ประเสริฐที่สุดของโลก ชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีกต่อไป” ทั้งนี้ หากพุทธบริษัททั้งหลายได้พินิจตรึกตรองพระอาสภิวาจาอันองอาจโดยถ่องแท้ อาจสามารถน้อมนำมาเตือนใจตนเอง ให้ตระหนักถึงคุณค่าของโอกาสในชีวิตที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ สามารถพัฒนาตนด้วยความขยันหมั่นเพียร ในอันที่จะสั่งสมคุณสมบัติเพื่อความสำเร็จตามเหตุปัจจัย แล้วจักสามารถนำความสำเร็จที่มั่นใจได้แล้วนั้น ไปยังประโยชน์เกื้อกูลผู้อื่นได้อย่างกว้างขวาง ตามรอยพระบาทของสมเด็จพระบรมศาสดา ผู้ทรงสั่งสมพระบารมีด้วยพระหฤทัยตั้งมั่นมาทุกชาติภพ เท่าทบยาวนานถึงสี่อสงไขยแสนกัป ประเมินนับเป็นตัวเลขคำนวณเหนือคณนา กระทั่งทรงบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ เพื่อบันดาลประโยชน์เกื้อกูลสรรพสัตว์ ได้สมพระพุทธประสงค์ พระพุทธจริยาการดั่งนี้ ย่อมสั่งสอนเราทั้งหลายให้ไม่ย่อท้อต่อความเพียรหมั่นสั่งสมกรรมดี แม้มีโลกธรรมนานัปการมากระทบกระทั่ง หากยังดำรงศรัทธามั่นต่ออุดมการณ์อันสุจริตของตนเสมอไป สมด้วยธรรมภาษิตที่ว่า “กยิรา เจ กยิราเถนํ” แปลความว่า “ถ้าบุคคลจะพึงทำความเพียร พึงทำความเพียรนั้นจริง ๆ” จึงขอให้สาธุชนทั่วหน้า จงเพ่งมองความเป็นเลิศในโลกของพระมหาบุรุษตามที่ทรงประกาศไว้ในดิถีเพ็ญเดือนวิสาขะ เพื่อเพิ่มพูนกุศลฉันทะ ก่อแรงบันดาลใจสำหรับสร้างสรรค์ตนเอง เพื่อความเป็นเลิศด้วยบุญกุศล ทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ ให้ทวียิ่งขึ้นสืบไป ขอสาธุชนจงมุ่งมั่นหมั่นเพียรศึกษาอบรมตนให้เจริญงอกงามในพระพุทธธรรม ตั้งปณิธานอุทิศชีวิตบูชาพระรัตนตรัยด้วยการบริจาคทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา อย่าได้ย่อหย่อนหรือท้อแท้ต่ออุปสรรคและปัญหา อันนับเป็น “ปฏิบัติบูชา” ที่พึงกระทำในฐานะพุทธบริษัท เพื่อความสถาพรแห่งพระบวรพุทธศาสนา ตราบจิรัฏฐิติกาล เทอญ.”
#บริจาคทำบุญกับมูลนิธิธรรมิกชนฯ
#นำไปลดหย่อนภาษีได้สองเท่า

ที่อยู่

เลขที่ 214 หมู่ 10 ตำบลบ้านเป็ด ถนนมะลิวัลย์
Khon Kaen District

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 16:30
อังคาร 08:00 - 16:30
พุธ 08:00 - 16:30
พฤหัสบดี 08:00 - 16:30
ศุกร์ 08:00 - 16:30
เสาร์ 08:00 - 16:30
อาทิตย์ 08:00 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+66800577157

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ มูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์