กลุ่มเสรีมวลชนเพื่อสังคม

กลุ่มเสรีมวลชนเพื่อสังคม กลุ่มเสรีมวลชนเพื่อสังคม 🕊
เสรีชน วิพากษ์ เพื่อสังคม

🐬🐙 มาแล้ว มาแล้ว🐠🐳กับการเปิดรับสมัครเข้าร่วมโครงการสำหรับนิสิตวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มมส.ศูนย์ศึกษาสิทธิมนุษยชนและสัน...
24/04/2026

🐬🐙 มาแล้ว มาแล้ว🐠🐳
กับการเปิดรับสมัครเข้าร่วมโครงการสำหรับนิสิตวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มมส.

ศูนย์ศึกษาสิทธิมนุษยชนและสันติวิธี วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับ กลุ่มเสรีมวลชนเพื่อสังคม ขอเชิญชวนนิสิตวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มมส. สมัครเข้าร่วมโครงการค่ายเยาวชนเพื่อการเรียนรู้สิทธิมนุษยชนและชุมชน (Social Lab) ว่าด้วย “ความขัดแย้งและพลังของภาคประชาสังคมแดนใต้” ในวันที่ 17 และวันที่ 19 - 28 พฤษภาคม 2569

เปิดรับสมัครถึง 1 พฤษภาคม 2569 นี้เท่านั้น !!!
คุณสมบัติการรับสมัคร 🌊📑
- เป็นนิสิตวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มมส. ที่ไม่ได้เรียนภาคฤดูร้อน 3/2568
- มีความทุ่มเทในการเข้าร่วมกิจกรรมทุกกระบวนการของโครงการ
- เป็นผู้ที่กินง่ายอยู่ง่าย พร้อมที่เผชิญความลำบาก
- สามารถปรับตัวเข้ากับผู้อื่น เคารพและปฎิบัติตามวิถีของชุมชน
- เป็นผู้ที่พร้อมเปิดกว้างในการรับฟังปัญหาของชุมชนและชาวบ้านอย่างไม่ตัดสิน

ระยะเวลาดำเนินโครงการ🌊⏳
วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2569
: ปฐมนิเทศและอบรมเตรียมความพร้อม
วันอังคารที่ 19 - พฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2569
ลงพื้นที่เรียนรู้ ม.อ.ปัตตานี / ศูนย์สันติวิธีชายแดนใต้ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล จ.ปัตตานี / เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น จ.สงขลา
และที่อื่น ๆ 🗺️

สมัครได้ที่ลิ้งค์นี้👇🏼👇🏼 หรือแสกน QR code ได้เลยจ้าาา🎉🕊️
https://forms.gle/RbaA71z1hSktqdYb9
**สำหรับผู้ที่ผ่านการคัดเลือกทางผู้จัดโครงการจะโทรศัพท์แจ้งเป็นรายบุคคลตามเบอร์โทรศัพท์ที่ได้ให้ไว้**

*หมายเหตุ: ใช้อีเมลของมหาวิทยาลัยเท่านั้นในการสมัคร

16/04/2026

🌳เช้าวันที่ 16 เมษายน 2559 เด่น คำแหล้ ชาวบ้านในชุมชนโคกยาว-บ่อแก้ว อ. คอนสาร จ. ชัยภูมิ เข้าไปหาของป่าในสวนป่าโคกยาว บริเวณรอยต่อระหว่างป่าสงวนแห่งชาติภูซำผักหนามและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว และหลังจากนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นหรือทราบชะตากรรมของเขาอีกเลย จนกระทั่งในวันที่ 1 สิงหาคม 2559 มีการพบชิ้นส่วนกระดูก เศษผ้าขาวม้า และปลอกกระสุนปืน ซึ่งภายหลังพบว่าชิ้นส่วนกระดูกดังกล่าวมีดีเอ็นเอตรงกับพี่สาวของเด่น โดยผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า เด่นอาจเสียชีวิตจากการถูกกระทำด้วยวัตถุแข็ง และปริศนาการตายยังไม่ถูกคลี่คลายจนถึงปัจจุบัน
👤หลังการหายตัว สุภาพ คำแหล้ ภรรยาคู่ชีวิตของเด่น ต้องต่อสู้ตามลำพัง ทั้งคดีสิทธิที่ดินและคดีความ จนนำไปสู่การถูกจำคุก 6 เดือน ก่อนพ้นโทษในต้นปี 2561 แม้เผชิญความสูญเสียและแรงกดดัน เธอยังคงยืนหยัดเคียงข้างชุมชนโคกยาว กระทั่งเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2564
14 ธันวาคม 2568 เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน พร้อมองค์กรสิทธิมนุษยชนอื่นๆ ร่วมกันเปิดอนุสาวรีย์ “เด่น–สุภาพ คำแหล้” และขนานนามอนุสรณ์แห่งนี้ว่า อนุสาวรีย์สามัญชนผู้ไม่ยอมจำนน เพื่อระลึกถึงสามัญชนทั้งสองที่ยืนหยัดต่อสู้เพื่อสิทธิที่ดิน เสรีภาพ และความเป็นธรรม แม้ต้องแลกด้วยคดีความ การคุมขัง และความตาย และเพื่อยืนยันว่าเรื่องราวการต่อสู้ของสามัญชนจะไม่ถูกลบเลือนจากประวัติศาสตร์
ไม่บ่อยนักที่ชาวบ้านธรรมดาจะได้รับการระลึกถึงในรูปแบบของการสร้างอนุสาวรีย์ เด่นและสุภาพ คำแหล้ เป็นใคร ต่อสู้เรื่องอะไร และเหตุใดจึงได้รับเกียรติเช่นนี้?
ปี 2525 เด่นและสุภาพแต่งงานและลงหลักปักฐานเป็นเกษตรกรในพื้นที่โคกยาว ที่บ้านทุ่งลุยลาย อ. คอนสาร จ. ชัยภูมิ ซึ่งเป็นที่ดินของพ่อตาและบรรพบุรุษที่ถือครองใช้ประโยชน์มาเป็นเวลานาน ทว่าต่อมา มีการประกาศให้พื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ป่าสงวน ส่งผลให้ที่ดินทำกินหลายชั่วอายุคนกลายเป็นพื้นที่ทับซ้อน ชาวบ้านต้องกลายเป็นผู้บุกรุกป่า และเผชิญกับผลกระทบต่างๆ โดยเฉพาะคดีความ เด่นต่อสู้ร่วมกับชุมชนมาอย่างต่อเนื่องเพื่อเรียกร้องให้ชาวบ้านสามารถกลับไปทำกินในพื้นที่โคกยาวได้และให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการที่ดินร่วมกับรัฐ
ช่วงปี 2539 – 2542 เด่นร่วมเคลื่อนไหวกับชาวบ้านทุ่งลุยลาย และนำไปสู่การรวมตัวกันของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบในที่ดินทำกินใน 5 ตำบล ของ อ. คอนสาร รวมถึงชุมชนโคกยาว ต. ทุ่งลุยลาย และจัดตั้งเครือข่ายองค์กรชาวบ้านอนุรักษ์ลุ่มน้ำเซิน (คอซ.) ในปี 2547 ก่อนจะเข้าร่วมเครือข่ายปฎิรูปที่ดินภาคอีสาน (คปอ.)
จากการผลักดันอย่างต่อเนื่องทำให้ในวันที่ 7 มิถุนายน 2553 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ชาวบ้านโคกยาวใช้ประโยชน์จากสวนป่า และจัดให้มีพื้นที่นำร่องโฉนดชุมชมให้กับประชาชนจำนวนทั้งหมด 830 ไร่ แต่ในทางปฏิบัติ การส่งมอบพื้นที่ยังคงติดขัดและหน่วยงานรัฐอ้างข้อจำกัดในหลายเรื่องอันเป็นอุปสรรคที่ทำให้การส่งมอบพื้นที่ยังไม่เกิดขึ้น ซ้ำในวันที่ 1 กรกฎาคม 2554 มีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตำรวจ และฝ่ายปกครองสนธิกำลังหลายนายเข้าไปยังบ้านโคกยาวและแจ้งข้อหาบุกรุกป่าสงวนกับชาวบ้าน 10 คน แบ่งออกเป็น 4 คดี โดยเด่นและสุภาพตกเป็นจำเลยในคดีหนึ่งด้วย ทว่าภายหลังได้รับการประกันตัว
ต่อมาในปี 2557 ชาวบ้านในพื้นที่ต้องได้รับผลกระทบครั้งใหญ่จากนโยบายรัฐอีกครั้ง เมื่อภายหลังการรัฐประหาร คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกคำสั่งที่ 64 และ 66/2557 เรื่องการปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ตามนโยบาย “ทวงคืนผืนป่า” เพื่อจัดการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ นโยบายดังกล่าวเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่เริ่มสนธิกำลังกลับเข้ามาในพื้นที่ทับซ้อนที่รวมถึงชุมชนบ่อแก้วเพื่อขับไล่ชาวบ้านออกไป สร้างความเดือดร้อนและทวีคูณความซับซ้อนให้กับปัญหาที่มีอยู่เดิม
ในระหว่างที่เด่นและสุภาพต้องรอฟังคำพิพากษาศาลฎีกาคดีบุกรุกป่า เด่นหายตัวไปขณะเข้าไปหาของป่า ส่วนสุภาพก็เดินหน้าร้องเรียนหน่วยงานต่างๆ เพื่อตามหาสามี สำหรับคดีบุกรุกป่านั้น เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2560 ศาลฎีกามีคำสั่งว่าแม้เด่นจะสูญหายและยังไม่ทราบชะตากรรม อย่างไรก็ตาม ยังรับฟังไม่ได้ว่าเด่นถึงแก่ความตาย การไม่มาฟังคำพิพากษาศาลจึงถือว่าเด่นหลบหนี จึงไม่ระงับคดีอาญาและให้ศาลจังหวัดภูเขียวดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป จากคำสั่งดังกล่าวทำให้ศาลจังหวัดภูเขียวจึงได้มีคำสั่งให้ออกหมายจับเด่น และปรับนายประกัน
ต่อมาในวันที่ 27 กรกฎาคม 2560 ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้จำคุกสุภาพเป็นเวลา 6 เดือนไม่รอลงอาญา ในคดีบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติภูซำผักหนาม ตามความผิด พ.ร.บ. ป่าไม้ และ พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ และหลังพ้นโทษ สุภาพเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในวัย 67 ปี โดยยังคงไม่ได้รู้ความจริงและทราบชะตากรรมของสามี ส่วนชุมชนบ่อแก้ว-โคกยาวต้องสูญเสียสองแกนนำหลักของชุมชนไปอย่างไม่มีวันกลับ
ในพิธีเปิดอนุสาวรียเด่น-สุภาพ คำแหล้ ผู้ร่วมงานได้ประกาศเจตนารมณ์ว่า อนุสาวรีย์แห่งนี้ไม่ใช่เพียงสัญลักษณ์แห่งการไว้อาลัย หากคือ “หมุดหมายการต่อสู้” ของขบวนการประชาชนร่วมสมัย เป็นความทรงจำและประวัติศาสตร์ของผู้ถูกกดขี่ ที่ลุกขึ้นท้าทายอำนาจอธรรม แม้รางวัลที่ได้รับคือคดีความและความตาย
👤อนุสาวรีย์แห่งนี้จึงเป็นทั้งบทเรียน เป็นตำรา และเป็นพลังใจให้ผู้ร่วมทางที่ยังมีชีวิต ได้สืบทอดภารกิจทางประวัติศาสตร์อย่างไม่สิ้นสุด
📌อ่านบทความเกี่ยวกับเด่น คำแหล้ บนเว็บไซต์: https://crcfthailand.org/2025/04/16/59026/
เรื่อง: ณัฐธยาน์ ลิขิตเดชาโรจน์
บทความ: จิดาภา เอกอัคร
ภาพ: สำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน / อัญมณี แก้วอะโข

11/03/2026
มาแล้วววว🎉✨ กับกิจกรรมที่อยากเชิญชวนทุกคนมาร่วมแชร์ร่วมจอย ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองใหม่ ๆ เกี่ยวกับ “Romanticize : ผู้...
04/03/2026

มาแล้วววว🎉✨ กับกิจกรรมที่อยากเชิญชวนทุกคนมาร่วมแชร์ร่วมจอย ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองใหม่ ๆ เกี่ยวกับ “Romanticize : ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน" ในเสรีฯกาแฟหวาน แก้วที่ 3 ☕️
✨เข้าร่วมได้ทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย และพิเศษสุดๆ💝 ขอบอกว่ามีคูปองส่วนลดแจกฟรีให้สำหรับผู้เข้าร่วมด้วยน้าา ชวนเพื่อนมากันได้เยอะ ๆ เลยยย🥳

📍ในวันที่ 12 มีนาคม 2569 เวลา 16.00-18.00 น.
🏠พบกันที่ร้าน Meeting Cafe
: https://maps.app.goo.gl/Q4Tu3NMupZxstoyK6

“ราชธานีอโศก”ความสวยงามของพื้นที่มีบ้านยกสูง บ้านทรงเรือ การที่ทรงบ้านเป็นเช่นนั้นก็เพราะหมู่บ้านเกิดน้ำท่วมทุกปี เนื่อง...
27/02/2026

“ราชธานีอโศก”

ความสวยงามของพื้นที่มีบ้านยกสูง บ้านทรงเรือ การที่ทรงบ้านเป็นเช่นนั้นก็เพราะหมู่บ้านเกิดน้ำท่วมทุกปี เนื่องจากติดแม่น้ำมูล มีน้ำตกสูงสวยงามและมีตลาดอาริยะขนาดใหญ่เพื่อที่พ่อค้าแม่ค้าจะได้มาขายของให้แก่นักท่องเที่ยวแบบ “ขาดทุน” อาจดูน่าทึ่งแต่เป็นความจริง ซึ่งเป็นการสวนกระแสทุนนิยมอย่างเห็นได้ชัด กล่าวได้ว่าเป็นระบบบุญนิยม และในชุมชนที่เห็นได้ชัดคือ การไม่มีเงินตราเป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนแต่ทุกคนยังใช้ชีวิตได้อย่างพอเพียงและมีความสุข

เขียนโดย : ทฤษฎีของแสงแรก
เรียบเรียงโดย : กองบรรณาธิการกลุ่มเสรีมวลชนเพื่อสังคม
สามารถอ่านฉบับเต็มได้ที่ 👇
https://drive.google.com/file/d/1aXpPrLCUYQEFT748wPQPRW0MfJS73-2l/view?usp=sharing

*หมายเหตุ : บทความฉบับนี้เป็นผลงานจากผู้เข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการและทักษะทางวิชาชีพด้านการเมืองการปกครอง ระยะที่ 3 “เรียนรู้ปัญหาชุมชนและการเคลื่อนไหวต่อสู้ของขบวนการชาวบ้านในอีสาน” ระหว่างวันที่ 24 และ 26-28 กรกฎาคม 2567 จัดโดย กลุ่มเสรีมวลชนเพื่อสังคมร่วมกับสาขาวิชาการเมืองการปกครอง วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

 #พลังคนรุ่นใหม่เพื่อรากฐานของสังคมที่เป็นธรรม_ว่าด้วย_ค่าย_Human_Rights_ข่อย_เจ่า_เฮามีสุขระหว่างวันที่ 13 - 15 กุมภาพั...
19/02/2026

#พลังคนรุ่นใหม่เพื่อรากฐานของสังคมที่เป็นธรรม_ว่าด้วย_ค่าย_Human_Rights_ข่อย_เจ่า_เฮามีสุข

ระหว่างวันที่ 13 - 15 กุมภาพันธ์ 2569 สาขาวิชาการเมืองการปกครอง วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับ กลุ่มเสรีมวลชนเพื่อสังคม ได้จัดโครงการพลังคนรุ่นใหม่เพื่อรากฐานของสังคมที่เป็นธรรม ว่าด้วย “ค่าย Human Rights : ข่อย เจ่า เฮามีสุข” สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายโรงเรียนคำเจริญวิทยาคม ตำบลคำใหญ่ อำเภอห้วยเม็ก จังหวัดกาฬสินธุ์ นำโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ธวัชชัย ป้องศรี อาจารย์ประจำสาขาวิชาการเมืองการปกครอง พร้อมด้วยนิสิต 15 คน และศิษย์เก่าวิทยาลัยการเมืองการปกครอง 3 คน เป็นกระบวนกรในการจัดกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการผ่านฐานกิจกรรมเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน โดยแบ่งฐานกิจกรรมออกเป็น 4 ฐาน ดังนี้ (1) ฐาน ชอบมะ ๆ” (ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์) (2) ฐาน ชอบมะ ๆ” (ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์) (3) ฐาน “กอดแม่ทำอาย” (ความเสมอภาค) และ (4) ฐาน “เชื้อไฟ” (สู่ความอยู่ดีมีสุข) ทั้งนี้มีนักเรียนเข้าร่วมค่ายทั้งสิ้น 68 คน

การจัดโครงการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนให้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายผู้เข้าร่วมค่ายอบรม (2) เพื่อให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่เข้าร่วมค่ายอบรมเกิดจิตสำนึกของการเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตลอดจนนำความรู้เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนที่ได้รับไปเผยแพร่ให้กับผู้อื่นต่อไป (3) เพื่อพัฒนาศักยภาพและเตรียมความพร้อมนิสิตเพื่อเป็นกระบวนกร ในการถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาในชั้นเรียนเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนให้กับผู้อื่น (4) เพื่อให้นิสิตวิทยาลัยการเมืองการปกครองได้ทำงานเพื่อรับใช้สังคมในการบริการวิชาการแก่สังคมและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

ที่มา : กลุ่มเสรีมวลชนเพื่อสังคม

การเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยคือกลไกสำคัญที่เปิดโอกาสให้ประชาชนใช้อำนาจกำหนดทิศทางประเทศ ซึ่งระบบเลือกตั้งที่โปร่งใสและ...
18/02/2026

การเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยคือกลไกสำคัญที่เปิดโอกาสให้ประชาชนใช้อำนาจกำหนดทิศทางประเทศ ซึ่งระบบเลือกตั้งที่โปร่งใสและเป็นธรรมช่วยสะท้อนเจตจำนงของประชาชน และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาธิปไตย
ด้วยเหตุนี้ พวกทางกลุ่มเสรีมวลชนเพื่อสังคมขอเชิญชวนประชาชนทุกคนร่วมศึกษาระบบเลือกตั้งของไทยเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ ที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยเช่นเดียวกัน ไม่ได้มีเจตนาให้เกิดความแตกแยก หากแต่เป็นการเพิ่มพูนความรู้และมุมมองใหม่ ๆ ดังอินโฟกราฟฟิคที่ได้จัดทำขึ้น

กลุ่มเสรีมวลชนเพื่อสังคมเชื่อมั่นว่าการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้น ไม่ได้เป็นเพียงรูปแบบการปกครองที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแต่เพียงลายลักษณ์อักษร หากแต่มีหัวใจสำคัญคือการที่อำนาจอธิปไตยต้องเป็นของปวงชนอย่างแท้จริง ผสานกับ
หลักความเสมอภาค สิทธิและเสรีภาพ ภายใต้หลักนิติธรรมที่กำกับไม่ให้ผู้ถืออำนาจรัฐใช้อำนาจ
ตามอำเภอใจ แต่ต้องดำเนินไปภายใต้กรอบของกฎหมายที่ชัดเจนและยุติธรรมเพื่อยืนยันว่าแหล่งที่มาของอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินนั้น
เกิดขึ้นจากความยินยอมพร้อมใจของประชาชน โดยปราศจากการบังคับขู่เข็ญ ด้วยเหตุนี้ กลุ่มเสรีมวลชนเพื่อสังคม จึงขอเน้นย้ำว่าการเลือกตั้งไม่ใช่เพียงพิธีกรรมทางการเมืองแต่คือกระบวนการพื้นฐานที่ชี้ขาดชะตากรรมของประเทศ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินไปอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม และโปร่งใส ในทุกขั้นตอน เพื่อเป็นการยืนยันว่าเจตจำนง
ของประชาชนจะไม่มีวันถูกบิดเบือน และเป็นการธำรงไว้ซึ่งระบอบการปกครองที่ไม่เอนเอียงไปตามอิทธิพลของผู้มีอำนาจ เพราะอำนาจที่ปราศจากความยินยอมของประชาชนย่อมไร้ซึ่งความชอบธรรม ประชาธิปไตยต้องเริ่มต้นที่ความโปร่งใส และสิ้นสุดที่ผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง

 #ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อภาครัฐในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืนของคนจนเมือง ศูนย์ศึกษาสิทธิมนุษยชนและสันติวิธี วิ...
14/01/2026

#ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อภาครัฐในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืนของคนจนเมือง
ศูนย์ศึกษาสิทธิมนุษยชนและสันติวิธี วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับ กลุ่มเสรีมวลชนเพื่อสังคม นำโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ธวัชชัย ป้องศรี (ประธานศูนย์ฯ) และอาจารย์หนึ่งนยา ไหลงาม (กรรมการและเลขานุการศูนย์ฯ) ได้จัดกิจกรรมลงพื้นที่เรียนรู้ปัญหาด้านที่อยู่อาศัยของชุมชนริมรางเมืองย่าโม จ.นครราชสีมา ระหว่างวันที่ 9 - 10 กันยายน 2568 ภายใต้โครงการเวทีรับฟังปัญหาเพื่อสร้างข้อเสนอแนะด้านที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน ว่าด้วย “การไล่รื้อชุมชนจากการพัฒนาที่ดินรถไฟ” ทั้งนี้จากการที่ผู้เข้าร่วมโครงการได้ผ่านกระบวนการเรียนรู้ของโครงการในครั้งนี้ ศูนย์ศึกษาสิทธิมนุษยชนและสันติวิธีและกลุ่มเสรีมวลชนเพื่อสังคมจึงมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อภาครัฐในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืนของคนจนเมือง ดังนี้

#1ปัญหาของการพัฒนาที่ไม่สมดุล อันเป็นปัญหาในเชิงโครงสร้างหรือระบบที่นำมาสู่การเกิดชุมชนคนจนเมือง ปัญหานี้ควรถูกแก้ไขอย่างจริงจังเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาที่อยู่อาศัยชุมชนคนจนเมืองด้วยแนวทาง ดังต่อไปนี้
- รัฐควรรับรองสิทธิในที่อยู่อาศัยในฐานะสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญและบัญญัติให้มีการตรากฎหมายลูกเพื่อให้สิทธิในที่อยู่อาศัยเกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรม
- ในการพัฒนาประเทศรัฐพึงกระจายการพัฒนาไปยังภูมิภาคอย่างทั่วถึงเพื่อลดการกระจุกตัวของการพัฒนาในกรุงเทพฯและเมืองใหญ่บางเมือง
- รัฐต้องจริงใจในการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นอย่างกว้างข้าง

#2ปัญหาการขาดการมีส่วนร่วมของคนจนเมือง ในการดำเนินโครงการของรัฐที่ส่งผลกระทบต่อที่อยู่อาศัยของคนเปราะบางเหล่านี้ อันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากที่เกิดชุมชนคนจนเมือง ซึ่งปัญหานี้ควรถูกแก้ไขอย่างเข้าใจ ดังนี้
รัฐควรยอมรับการใช้อำนาจร่วม (Sharing Power) และสร้างการมีส่วนร่วมกับชาวชุมชนคนจนเมืองอย่างแท้จริงตลอดเส้นทางการจัดทำโครงการของรัฐ อันประกอบด้วย
(1) การมีส่วนร่วมในขั้นตอนการริเริ่มโครงการหรือการการดำเนินการย้ายชุมชน
(2) การมีส่วนร่วมในขั้นตอนการให้ข้อมูลอย่างครบถ้วน ถูกต้อง รอบด้านและการรับฟังความคิดเห็นของชาวชุมชนคนจนเมืองอย่างเปิดกว้าง
(3) การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

#3ปัญหาความไม่มั่นคงในชีวิตของชาวชุมชนคนจนเมือง ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่เปราะบางและความอ่อนแอในการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ ปัญหานี้จึงควรถูกดำเนินการแก้ไขอย่างมีจิตสำนึกตระหนักถึงความเป็นมนุษย์ ดังนี้
- รัฐควรสร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัยสำหรับชาวชุมชนคนจนเมืองด้วยการให้เช่าที่ดินของรัฐในระยะยาว 99 ปีเช่นเดียวกับชาวต่างชาติในลักษณะของ “ทรัพย์อิงสิทธิ”
- รัฐควรจัดการอบรมให้ความรู้ในการประกอบอาชีพต่าง ๆ ที่หลากหลายเพื่อเป็นทางเลือกในการประกอบอาชีพในการเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวของชาวชุมชนคนจนเมือง
- รัฐควรส่งเสริมและให้การสนับสนุนตลาดชุมชนให้เกิดการซื้อขายแลกเปลี่ยนอย่างหลากหลายและมีชีวิตชีวาเพื่อเป็นพื้นที่ในการสร้างรายได้ของชาวชุมชนคนจนเมือง

13/01/2026
13/01/2026

การเลือกตั้งในปี 2569 เกิดขึ้นท่ามกลางความไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองอันเป็นผลมาจากรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งกติกาการเลือกตั้งในรอบนี้เหมือนกันกับการเลือกตั้งในปี 2566 คือ ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เลือกสส. แบบแบ่งเขต และสส. แบบบัญชีรายชื่อ แต่ความพิเศษรอบนี้ คือ จะมีการทำ #ประชามติ #รัฐธรรมนูญ ในวันเดียวกับการเลือกตั้งด้วย

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 การเลือกตั้งสส. และการทำประชามติ ถูกกำหนดให้เป็นวันเดียวกัน ทำให้ประชาชนเมื่อเดินไปเข้าคูหาจะได้รับบัตรออกเสียง 3 ใบ และต้องหย่อนให้ถูกกล่อง 3 กล่อง ดังนี้

1. บัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต เพื่อเลือกตัวแทนในพื้นที่นั้น
2. บัตรเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ เพื่อเลือกพรรคการเมืองซึ่งมีนโยบายที่ชื่นชอบ โดยหมายเลขของพรรคการเมืองที่ต้องกาในบัตรใบนี้ กับหมายเลขของผู้สมัครสส. ​แบบแบ่งเขต ที่ต้องกาในข้อ 1. แม้จะมาจากพรรคเดียวกันก็อาจจะไม่ตรงกัน
3. บัตรออกเสียงประชามติ ซึ่งถามว่า ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่

iLaw ได้จัดทำเอกสารคู่มือเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกตั้งและการทำประชามติที่จะเกิดขึ้น โดยเน้นให้ประชาชนมีความรู้เพียงพอในการตัดสินใจเดินเข้าคูหาเพื่อออกเสียงของตัวเอง พร้อมกับให้ข้อมูลให้ประชาชนเข้าใจปัญหาของรัฐธรรมนูญ 2560 และรณรงค์เชิญชวนให้ประชาชนออกเสียง “เห็นชอบ” กับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย

คู่มือเลือกตั้งและประชามติเล่มนี้สามารถเข้าถึงได้แล้วทางออนไลน์ https://drive.google.com/drive/folders/12sd2sw6-2P8B1IFmhFkbMKkAj3VZWfpk

สำหรับคนที่มีช่องทางในการแจกจ่ายคู่มือแบบออฟไลน์ เช่น มีการจัดกิจกรรม การประชุม มีงานเลี้ยงสังสรรค์ มีกิจกรรมตามประเพณี ที่เป็นโอกาสได้พบปะผู้คนจำนวนมาก หรือมีพื้นที่ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ เช่น ร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม สถานศึกษา ฯลฯ สามารถรับเอกสารคู่มือเลือกตั้งและประชามติ ไปแจกจ่ายต่อในพื้นที่ของตัวเองได้

วิธีการขอรับเอกสาร สามารถมารับด้วยตัวเองที่ออฟฟิศ iLaw บ้านเลขที่ 1111/3 บ้านกลางเมือง รัชดา-ลาดพร้าว หรือ ให้เราจัดส่งไปให้ผ่านไปรษณีย์ โดยกรอกข้อมูลขอรับเอกสารทางลิงก์นี้ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLScf6mx5hgjmGOM3z1URzCZdF33V9NzGavP6o1G_1JDOkmRBaQ/viewform

นอกจากนี้ iLaw ยังมีอุปกรณ์สำหรับการรณรงค์อีกหลายชิ้น เช่น โปสเตอร์ ป้ายไวนิล การ์ตูนชุดความรู้ สติ๊กเกอร์รณรงค์ ฯลฯ ใครสามารถรับไปแจกจ่ายเพื่อเผยแพร่ความรู้ให้ประชาชนได้อย่างกว้างขวางขึ้น ก็สามารถขอรับได้โดยแจ้งข้อมูลทางลิงก์นี้เช่นเดียวกัน

"พื้นที่แห่งรัฐในนามธรรมที่ไม่เป็นจริง"การกระทำของอำนาจแห่งรัฐเป็นสิ่งที่ถูกต้องและไม่สามารถโต้แย้งหรือเห็นต่างได้ เนื่อ...
12/01/2026

"พื้นที่แห่งรัฐในนามธรรมที่ไม่เป็นจริง"

การกระทำของอำนาจแห่งรัฐเป็นสิ่งที่ถูกต้องและไม่สามารถโต้แย้งหรือเห็นต่างได้ เนื่องจากเป็นการไม่เคารพต่ออำนาจการตัดสินใจแห่งรัฐ โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน และเป็นสิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่ได้มองข้ามไป การปล้นที่ดินทำมาหากินของชาวบ้านในพื้นที่ “ดอนฮังเกลือ”

เขียนโดย : Anonymous
เรียบเรียงโดย : กองบรรณาธิการกลุ่มเสรีมวลชนเพื่อสังคม
สามารถอ่านฉบับเต็มได้ที่ 👇
https://drive.google.com/file/d/1vel6oU-PxhQrsmb83fj6hl6ntxYM_nyk/view?usp=sharing

*หมายเหตุ : บทความฉบับนี้เป็นผลงานจากผู้เข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการและทักษะทางวิชาชีพด้านการเมืองการปกครอง ระยะที่ 3
“เรียนรู้ปัญหาชุมชนและการเคลื่อนไหวต่อสู้ของขบวนการชาวบ้านในอีสาน” ระหว่างวันที่ 24 และ 26-28 กรกฎาคม 2567
จัดโดย กลุ่มเสรีมวลชนเพื่อสังคมร่วมกับสาขาวิชาการเมืองการปกครอง วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ที่อยู่

Kantharawichai
44150

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กลุ่มเสรีมวลชนเพื่อสังคมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์