10/06/2026
“ทำให้เป็นประจำทำให้ธรรมดา”
Indigo Wave Sustainability #ชวน
ดูแลรักษาธรรมชาติ ใจดีกับสิ่งแวดล้อม
กินอยู่ใช้อย่างใส่ใจและรับผิดชอบ
ลด ละ เริ่ม ไม่เพิ่มขยะ
#ลดละเริ่มไม่เพิ่มขยะ
#กินอยู่ใช้อย่างใส่ใจและรับผิดชอบ
#ต้นทางปรับปลายทางเปลี่ยน #วิถีนำพาวิธี #ทำให้เป็นประจำทำให้ธรรมดา #จริงจังจริงใจเปลี่ยนโลกได้ใจต้องมา
🌏 โลกกรีนๆ เป็นไปได้จริงเหรอ ?
เมื่อวานไปร่วมเป็น "ไข่ขาว" นั่งฟัง "ไข่แดง" อย่างตั้งใจ แต่อาจจะจดไม่ละเอียดตามประสาเด็กหลังห้อง 😅
ขอรวมไอเดียที่พอจับประเด็นได้จากวงสนทนา #โลกกรีนๆเป็นไปได้จริงเหรอ มาสรุปๆ และถือเป็นการส่งการบ้านให้คุณนิ้วกลมด้วยค่ะ
โลกกรีนๆ เป็นไปได้จริงเหรอ? คำตอบจากคนที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อม นักวิจัย นักออกแบบเมือง นักธุรกิจ และคนที่กำลังสู้ใน "เกมยาว" นี้ ดูเหมือนจะเป็นคำตอบเดียวกันคือ "เป็นไปได้” อาจเป็นการปลุกกำลังใจให้กันและกันก็เป็นไปได้ 555 ในวงสนทนามีคำถามว่า ทำไมเรื่องสิ่งแวดล้อมมันไม่แมส อะไรคือสิ่งที่ติดขัด และเราจะทำให้การดูแลโลก กลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันของทุกคนได้อย่างไร
สิ่งที่น่าสนใจ คือ ตลอดหลายชั่วโมงของวงสนทนาเรื่องโลกกรีนๆ แทบไม่มีใครพูดถึงต้นไม้ ป่าไม้ หรือสัตว์ป่าเป็นเรื่องหลักเลย
ทุกคนกลับพูดถึง “คน - ระบบ และ นโยบาย”
- พูดถึงระบบที่ทำให้คนที่พยายามทำเรื่องดีๆ ทำได้ยากมาก
- พูดถึงเมืองที่ถูกออกแบบให้เราใช้รถส่วนตัว มากกว่าใช้รถสาธารณะ มากกว่าการเดิน มากกว่าปั่นจักรยาน หรือการพายเรือในแม่น้ำลำคลอง
- พูดถึงธุรกิจที่อยากทำเพื่อโลก แต่ต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มที่สูงมากเพียงลำพัง
- พูดถึงขยะที่ถูกมองว่าเป็นของเสียและภาระ ทั้งที่จริงแล้วมันคือ “Raw material คือ วัตถุดิบ" เพราะขยะสามารถกลับมามีคุณค่าได้อีกครั้ง ถ้ามีการจัดการที่ดีพอ
- พูดถึงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่มีมากมาย แต่ยังสื่อสารไปไม่ถึงผู้คน
- พูดถึงหน่วยราชการที่ต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างมี KPI
- พูดถึงเรื่อง กับดัก GDP ที่เราไม่เคยยมีหน่วยวัดทางเศรษฐกิจที่เอาต้นทุนธรรมชาติสิ่งแวดล้อมมาวัดด้วย “เงิน” ช่วยคนก็จริง แต่ “ธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ” ช่วยคนทุกๆคนและสิ่งมีชีวิตทุกชีวิตบนโลกนี้ อะไรมีคุณค่ากว่ากัน
- และพูดถึงคนส่วนใหญ่ ที่อาจกำลังมอง "สิ่งแวดล้อม" แยกออกจากชีวิต ทั้งที่จริงแล้ว มันคือเรื่องเดียวกัน
เพราะเมื่อแม่น้ำสกปรก สุดท้ายคือน้ำที่เราใช้ดื่ม ใช้กิน
เมื่อแม่น้ำ ทะเลเต็มไปด้วยขยะ สุดท้ายคือ ความมั่นคงทางอาหารบนโต๊ะของเรา
เมื่อพื้นที่สีเขียว ผืนป่า พื้นที่ชุ่มน้ำหายไป สุดท้ายคืออากาศที่ร้อนขึ้นทุกปี
สิ่งแวดล้อมจึงไม่ใช่เรื่องของป่า ไม่ใช่เรื่องของทะเล ไม่ใช่เรื่องของสัตว์ป่าเพียงอย่างเดียว แต่มันคือเรื่องของชีวิตเรา คนที่เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อมเหมือนทุกๆอย่างที่กล่าวมา
มีประเด็นที่ชอบมากในวงสนทนา คือ ปัญหาที่เรื่องสิ่งแวดล้อมมันไม่แมส ไม่ใช่เพราะคนไม่รักโลก แต่เป็นเพราะคนยังมองไม่เห็น "ความเชื่อมโยง"
- เราเห็นขวดพลาสติกในมือ แต่ไม่เห็นว่ามันมาจากไหน
- เราเห็นขยะในบ้าน แต่ไม่สนใจขยะที่พ้นจากหน้าบ้านเรา ไม่สนใจว่าหลังรถขยะมารับแล้วมันเดินทางไปไหน หรือไปเป็นอะไรต่อได้
- เราเห็นอาหารบนจาน แต่ไม่เห็นต้นทุนทางธรรมชาติที่ถูกใช้เพื่อให้มันมาถึงตรงหน้า
เมื่อมองไม่เห็นความเชื่อมโยง เราจึงรู้สึกว่าปัญหาเหล่านี้ไกลตัว ทั้งที่จริงแล้ว มันอยู่รอบตัวเราแทบทุกวัน
ประสบการณ์และการได้สัมผัสกับธรรมชาติจึงสำคัญ …. เพราะมันสร้างความรู้สึก สร้างอารมณ์ และสร้างความรัก ปล่อยให้มดกัดเราบ้าง 💚
อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือเรื่อง “เมือง" มีคนบอกว่า เมืองสีเขียวไม่ได้แปลว่าปลูกต้นไม้เพิ่มอย่างเดียว แต่มันคือการออกแบบเมืองใหม่ ออกแบบให้คนอยากเดิน อยากปั่นจักรยาน อยากใช้ขนส่งสาธารณะ หรือแม้แต่อยากให้คนพายเรือ ออกแบบให้คลองกลับมามีชีวิต ออกแบบให้ยังมีที่เพื่อให้ธรรมชาติได้มีชีวิตและได้สร้างชีวิต
ในวงมีสถาปนิก นักออกแบบเมืองพูดประโยคที่เราชอบ "เราออกแบบบ้านให้คนอยู่ได้ เราก็สามารถออกแบบบ้านให้สัตว์อยู่ได้ด้วย"
ฟังดูง่ายแต่จริงๆ คือการเปลี่ยนวิธีคิดทั้งระบบ เพราะเมืองที่ดี อาจไม่ใช่เมืองที่อยากจะเอาชนะธรรมชาติ แต่คือเมืองเปิดพื้นที่ให้ธรรมชาติกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราอีกครั้ง
ปัญหาอีกอย่างคือ การสื่อสาร บางทีการสื่อสารเรื่องโลกกรีนๆ อาจไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยคำยากๆ อย่างเช่น Carbon credit , Net zero , Circular economy , Climate Change หรือคำฮิตอย่าง Sustainability และ Biodiversity ซึ่งแม้แต่คนที่ตั้งใจพยายามเข้าใจก็ยังมีงงๆ
บางทีการสื่อสารมันควรเริ่มต้นด้วยคำถามง่ายๆ อย่างเช่น
อยากให้ลูกหลานเติบโตในเมืองแบบไหน?
อยากกินอาหารที่ปลอดภัยหรือไม่?
อยากมีอากาศสะอาดให้หายใจหรือเปล่า?
และ เรายังอยากมีทะเล แม่น้ำ และธรรมชาติที่ยังดีอยู่สำหรับลูกหลานเราต่อไปไหม?
สำหรับเราในฐานะคนลงมือ ลงพื้นที่ และทำงานสื่อสารมวลชนก็ต้องฟังไว้บ้าง (เผื่อจะแมสกับเค้ามั่ง) เรายังเชื่อว่าจะใช้คำยาก-ง่าย จะแมสไม่แมส ก็ช่วยกันสื่อสารไปเถิด สื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และอยู่บนความจริงและจริงใจที่สุด
อ่านแล้วอาจจะวกไปวนมาต้องขอโทษจากใจเด็กหลังห้องอย่างเรา 😅 แต่นี่คือข้อสรุปที่ได้จากการจับประเด็นกว่า 3 ชม. และจากผู้พูดในวงไข่แดงที่มีความหลากหลายทางชีวภาพกว่า 30 -40 คน และวงไข่ขาวอีกเพียบ
สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ได้จากวงสนทนานี้ อาจจะไม่ได้คำตอบว่าโลกกรีนๆ จะเกิดขึ้นได้หรือไม่และอย่างไร แน่นอนว่ามันต้องอาศัยคนทุกคนที่มีจิตสำนึกสาธารณะร่วมกัน แต่เท่านั้นยังไม่พอ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เราต้องการระบบที่ดี นโยบายที่ดี เพื่อสร้างเมืองที่ถูกคิดเพื่อให้คนกับธรรมชาติอยู่ร่วมกันได้
ในวงสนทนาที่คนหลักๆ เป็นภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และภาคสังคมจบลงที่เรารู้ดีว่า สิ่งที่เราลงมือทำมันคือเกมยาว และเราต้องทำต่อไปเรื่อยๆ และสนับสนุนกันและกัน เพราะเรื่องนี้มันยากเกินกว่าจะทำด้วยตัวเราเพียงคนเดียว และก็ใหญ่เกินกว่าจะรอให้คนอื่นเริ่มแทนเราเช่นกัน และหวังว่าผู้มีอำนาจ ที่ไม่ค่อยได้เห็นในวงแบบนี้ แต่มีบทบาทสูงมากในการสร้างให้เกิดนโยบายและระบบที่เอื้อต่อโลกกรีนๆ จะมองเห็นความสำคัญของโลกกรีนๆ และมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างเศรษฐกิจ (ของสาธารณะ) และต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมที่มีคุณค่า
บางทีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุด อาจเริ่มต้นจากการที่เราเลิกมองว่าธรรมชาติอยู่แยกจากมนุษย์แล้วเริ่มมองเห็นว่า เราเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติมาตั้งแต่แรกแล้ว 💚🌏💙
โพสต์สรุปวงพูดคุยจากผู้จัดงานคุณนิ้วกลมค่ะ
https://www.facebook.com/share/p/16LqXCzjKx/?mibextid=wwXIfr
#โลกกรีนๆเป็นไปได้จริงเหรอ