Indigo Wave Sustainability

Indigo Wave Sustainability ข้อมูลติดต่อ แผนที่และเส้นทาง แบบฟอร์มติดต่อ เวลาทำการ บริการ คะแนนรีวิว รูปภาพ วิดีโอ และข่าวสารจาก Indigo Wave Sustainability, องค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม, Chon Buri

Indigo Wave Sustainable Week Bangsaen Aquarium 2024
วันที่ 1-9 มิถุนายน 2567 เวลา 9-16.30 น.
ณ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา

"ลด ละ เริ่ม ไม่เพิ่มขยะ"
ทำให้เป็นประจำ ทำให้ธรรมดา
ต้นทางปรับ ปลายทางเปลี่ยน
เมื่อเลือก วิถี มันจะนำพาวิธีมาให้เสมอ

Indigo is the color of wisdom and intuition
Wave is the movement from one to another

จากการรวมตัวของกลุ่มศิลปะ อาหาร งานฝีมือ Art Eat Craft โดยการสนับสนุนจาก สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล เนื่องในโอกาสครบรอบ 40 ปี การสถาปนาสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา

จัดเทศกาล Indigo Wave Sustainable Week Bangsaen Aquarium 2024 กิจกรรมเพื่อสร้างความเคลื่อนไหว ให้เริ่มและลงมือ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ใส่ใจสุขภาพ ลดขยะให้เป็นศูนย์ Eco Friendly Healthy Zero-Waste ผ่านการชีวิตประจำวัน

มีวัตถุประสงค์ "ลด ละ เริ่ม ไม่เพิ่มขยะ"
ชวนใช้ชีวิตประจำวันแบบ "ตั้งต้นไม่สร้างขยะ"
เป็นตัวอย่างการส่งต่อรูปแบบการรักษ์โลกให้เป็น"วิถี" ประจำธรรมดา
สามารถค้นหา "วิธี" สร้างสะดวกซื้อ สะดวกขาย แบบไม่เบียดเบียนสิ่งแวดล้อม อันจะทำให้เกิด "ปลายทางไม่มีขยะ"
สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

ภายในงาน ผู้มาเยียมชม จะได้พบกับ ศิลปะ อาหาร งานฝีมือ ผ่าน 6 สถานีกิจกรรมต่างๆ ดังนี้


โลมา Rama
จัดฉายภาพยนตร์สารคดี ภาพยนตร์สั้น เกี่ยวกับทะเล สิ่งแวดล้อมทางทะเล ภาพสวยงามจากท้องทะเล


วาฬ Talk
สนทนาเรื่องเบื้องหลังการทำงาน ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมที่ทำได้ในทุกสาขาอาชีพ

ปลาดาว Show
การแสดงดนตรี การแสดงประกอบดนตรี การใช้เสียง เพื่อความผ่อนคลาย

Play & Learn เพลินกะพรุน
Workshop การใช้วัสดุเหลือใช้ สร้างประโยชน์ สร้างงานใหม่


อัศวินเต่า
เรียนรู้ และลองดู การแยกขยะ กำจัดขยะ การใช้ซ้ำ ซื้อเติม


ม้าน้ำ Market
บรรยากาศ สะดวกซื้อ สะดวกขาย ผู้ขายใช้บรรจุภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผู้ซื้อนำภาชนะแบบพกพา ถุงผ้า ตะกร้ามาเอง

ชวนเรียนศิลปะจากธรรมชาตินอกจากจะได้ความรู้ ได้งาน แล้วยังสร้างการสังเกต ทำให้เราได้ใจดีกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นด้วย
14/09/2026

ชวนเรียนศิลปะจากธรรมชาติ
นอกจากจะได้ความรู้ ได้งาน แล้วยังสร้างการสังเกต ทำให้เราได้ใจดีกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นด้วย


style is identity, preserving beautiful memories Annanimate’s Studio Annanimate’s Studio with Beehive Art-icle Rare presented -Botanical Art-
Learn Art Through Nature ผนึกความทรงจำงดงาม สะท้อนตัวตน สร้างงานศิลปะจากพฤกษศาสตร์

ชั้นเรียนพฤกษศิลป์ ภาพร่าง ภาพวาด ระบายสี สลับเวิร์คชอปการรักษาดอกไม้ ใบไม้ ในน้ำมัน และทับแห้ง สอนละเอียดทุกขั้นตอน นำไปผลิตชิ้นงานต่อได้
1 คอร์ส 6 วัน เรียนวันละ 2-4-6 ชั่วโมง แล้วแต่เวลาสะดวก, เลือกนัดวันเรียนได้
หรือจะเลือกเรียนวันเดียวก็ได้

-เรียน 1 วัน 1981 บาท รวมอุปกรณ์ และ soft drink
-เรียน 1 คอร์ส 6 วัน 11100 บาท รวมอุปกรณ์ และ soft drinks , แถมกระเป๋า botanical art print 1 ใบ ,รับสิทธิ์พิเศษในการร่วมจัดแสดงนิทรรศการและออกร้าน กับ Art Eat Craft Art Eat Craft
จำกัดชั้นเรียนวันละ 4 คน สนใจสอบถามรายละเอียดวิชาได้ทาง DM

Beehive Art-icle Rare at 1981 Soul & Sold
บีไฮฟ อาร์ตทิเคิล แรร์ ที่ หนึ่งเก้าแปดหนึ่ง โซลแอนด์โซล
ชั้น 1 ข้างห้องสมุด
M047-048 1st floor
Beside 1981 Gallery & Library 1981 Studio 1981 Studio.official

“ทำให้เป็นประจำทำให้ธรรมดา”Indigo Wave Sustainability  #ชวนดูแลรักษาธรรมชาติ ใจดีกับสิ่งแวดล้อมกินอยู่ใช้อย่างใส่ใจและรั...
10/06/2026

“ทำให้เป็นประจำทำให้ธรรมดา”
Indigo Wave Sustainability #ชวน
ดูแลรักษาธรรมชาติ ใจดีกับสิ่งแวดล้อม
กินอยู่ใช้อย่างใส่ใจและรับผิดชอบ
ลด ละ เริ่ม ไม่เพิ่มขยะ
#ลดละเริ่มไม่เพิ่มขยะ
#กินอยู่ใช้อย่างใส่ใจและรับผิดชอบ
#ต้นทางปรับปลายทางเปลี่ยน #วิถีนำพาวิธี #ทำให้เป็นประจำทำให้ธรรมดา #จริงจังจริงใจเปลี่ยนโลกได้ใจต้องมา

🌏 โลกกรีนๆ เป็นไปได้จริงเหรอ ?

เมื่อวานไปร่วมเป็น "ไข่ขาว" นั่งฟัง "ไข่แดง" อย่างตั้งใจ แต่อาจจะจดไม่ละเอียดตามประสาเด็กหลังห้อง 😅

ขอรวมไอเดียที่พอจับประเด็นได้จากวงสนทนา #โลกกรีนๆเป็นไปได้จริงเหรอ มาสรุปๆ และถือเป็นการส่งการบ้านให้คุณนิ้วกลมด้วยค่ะ

โลกกรีนๆ เป็นไปได้จริงเหรอ? คำตอบจากคนที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อม นักวิจัย นักออกแบบเมือง นักธุรกิจ และคนที่กำลังสู้ใน "เกมยาว" นี้ ดูเหมือนจะเป็นคำตอบเดียวกันคือ "เป็นไปได้” อาจเป็นการปลุกกำลังใจให้กันและกันก็เป็นไปได้ 555 ในวงสนทนามีคำถามว่า ทำไมเรื่องสิ่งแวดล้อมมันไม่แมส อะไรคือสิ่งที่ติดขัด และเราจะทำให้การดูแลโลก กลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันของทุกคนได้อย่างไร

สิ่งที่น่าสนใจ คือ ตลอดหลายชั่วโมงของวงสนทนาเรื่องโลกกรีนๆ แทบไม่มีใครพูดถึงต้นไม้ ป่าไม้ หรือสัตว์ป่าเป็นเรื่องหลักเลย

ทุกคนกลับพูดถึง “คน - ระบบ และ นโยบาย”

- พูดถึงระบบที่ทำให้คนที่พยายามทำเรื่องดีๆ ทำได้ยากมาก
- พูดถึงเมืองที่ถูกออกแบบให้เราใช้รถส่วนตัว มากกว่าใช้รถสาธารณะ มากกว่าการเดิน มากกว่าปั่นจักรยาน หรือการพายเรือในแม่น้ำลำคลอง
- พูดถึงธุรกิจที่อยากทำเพื่อโลก แต่ต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มที่สูงมากเพียงลำพัง
- พูดถึงขยะที่ถูกมองว่าเป็นของเสียและภาระ ทั้งที่จริงแล้วมันคือ “Raw material คือ วัตถุดิบ" เพราะขยะสามารถกลับมามีคุณค่าได้อีกครั้ง ถ้ามีการจัดการที่ดีพอ
- พูดถึงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่มีมากมาย แต่ยังสื่อสารไปไม่ถึงผู้คน
- พูดถึงหน่วยราชการที่ต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างมี KPI
- พูดถึงเรื่อง กับดัก GDP ที่เราไม่เคยยมีหน่วยวัดทางเศรษฐกิจที่เอาต้นทุนธรรมชาติสิ่งแวดล้อมมาวัดด้วย “เงิน” ช่วยคนก็จริง แต่ “ธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ” ช่วยคนทุกๆคนและสิ่งมีชีวิตทุกชีวิตบนโลกนี้ อะไรมีคุณค่ากว่ากัน
- และพูดถึงคนส่วนใหญ่ ที่อาจกำลังมอง "สิ่งแวดล้อม" แยกออกจากชีวิต ทั้งที่จริงแล้ว มันคือเรื่องเดียวกัน

เพราะเมื่อแม่น้ำสกปรก สุดท้ายคือน้ำที่เราใช้ดื่ม ใช้กิน
เมื่อแม่น้ำ ทะเลเต็มไปด้วยขยะ สุดท้ายคือ ความมั่นคงทางอาหารบนโต๊ะของเรา
เมื่อพื้นที่สีเขียว ผืนป่า พื้นที่ชุ่มน้ำหายไป สุดท้ายคืออากาศที่ร้อนขึ้นทุกปี

สิ่งแวดล้อมจึงไม่ใช่เรื่องของป่า ไม่ใช่เรื่องของทะเล ไม่ใช่เรื่องของสัตว์ป่าเพียงอย่างเดียว แต่มันคือเรื่องของชีวิตเรา คนที่เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อมเหมือนทุกๆอย่างที่กล่าวมา

มีประเด็นที่ชอบมากในวงสนทนา คือ ปัญหาที่เรื่องสิ่งแวดล้อมมันไม่แมส ไม่ใช่เพราะคนไม่รักโลก แต่เป็นเพราะคนยังมองไม่เห็น "ความเชื่อมโยง"

- เราเห็นขวดพลาสติกในมือ แต่ไม่เห็นว่ามันมาจากไหน
- เราเห็นขยะในบ้าน แต่ไม่สนใจขยะที่พ้นจากหน้าบ้านเรา ไม่สนใจว่าหลังรถขยะมารับแล้วมันเดินทางไปไหน หรือไปเป็นอะไรต่อได้
- เราเห็นอาหารบนจาน แต่ไม่เห็นต้นทุนทางธรรมชาติที่ถูกใช้เพื่อให้มันมาถึงตรงหน้า
เมื่อมองไม่เห็นความเชื่อมโยง เราจึงรู้สึกว่าปัญหาเหล่านี้ไกลตัว ทั้งที่จริงแล้ว มันอยู่รอบตัวเราแทบทุกวัน

ประสบการณ์และการได้สัมผัสกับธรรมชาติจึงสำคัญ …. เพราะมันสร้างความรู้สึก สร้างอารมณ์ และสร้างความรัก ปล่อยให้มดกัดเราบ้าง 💚

อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือเรื่อง “เมือง" มีคนบอกว่า เมืองสีเขียวไม่ได้แปลว่าปลูกต้นไม้เพิ่มอย่างเดียว แต่มันคือการออกแบบเมืองใหม่ ออกแบบให้คนอยากเดิน อยากปั่นจักรยาน อยากใช้ขนส่งสาธารณะ หรือแม้แต่อยากให้คนพายเรือ ออกแบบให้คลองกลับมามีชีวิต ออกแบบให้ยังมีที่เพื่อให้ธรรมชาติได้มีชีวิตและได้สร้างชีวิต

ในวงมีสถาปนิก นักออกแบบเมืองพูดประโยคที่เราชอบ "เราออกแบบบ้านให้คนอยู่ได้ เราก็สามารถออกแบบบ้านให้สัตว์อยู่ได้ด้วย"

ฟังดูง่ายแต่จริงๆ คือการเปลี่ยนวิธีคิดทั้งระบบ เพราะเมืองที่ดี อาจไม่ใช่เมืองที่อยากจะเอาชนะธรรมชาติ แต่คือเมืองเปิดพื้นที่ให้ธรรมชาติกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราอีกครั้ง

ปัญหาอีกอย่างคือ การสื่อสาร บางทีการสื่อสารเรื่องโลกกรีนๆ อาจไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยคำยากๆ อย่างเช่น Carbon credit , Net zero , Circular economy , Climate Change หรือคำฮิตอย่าง Sustainability และ Biodiversity ซึ่งแม้แต่คนที่ตั้งใจพยายามเข้าใจก็ยังมีงงๆ

บางทีการสื่อสารมันควรเริ่มต้นด้วยคำถามง่ายๆ อย่างเช่น

อยากให้ลูกหลานเติบโตในเมืองแบบไหน?
อยากกินอาหารที่ปลอดภัยหรือไม่?
อยากมีอากาศสะอาดให้หายใจหรือเปล่า?
และ เรายังอยากมีทะเล แม่น้ำ และธรรมชาติที่ยังดีอยู่สำหรับลูกหลานเราต่อไปไหม?

สำหรับเราในฐานะคนลงมือ ลงพื้นที่ และทำงานสื่อสารมวลชนก็ต้องฟังไว้บ้าง (เผื่อจะแมสกับเค้ามั่ง) เรายังเชื่อว่าจะใช้คำยาก-ง่าย จะแมสไม่แมส ก็ช่วยกันสื่อสารไปเถิด สื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และอยู่บนความจริงและจริงใจที่สุด

อ่านแล้วอาจจะวกไปวนมาต้องขอโทษจากใจเด็กหลังห้องอย่างเรา 😅 แต่นี่คือข้อสรุปที่ได้จากการจับประเด็นกว่า 3 ชม. และจากผู้พูดในวงไข่แดงที่มีความหลากหลายทางชีวภาพกว่า 30 -40 คน และวงไข่ขาวอีกเพียบ

สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ได้จากวงสนทนานี้ อาจจะไม่ได้คำตอบว่าโลกกรีนๆ จะเกิดขึ้นได้หรือไม่และอย่างไร แน่นอนว่ามันต้องอาศัยคนทุกคนที่มีจิตสำนึกสาธารณะร่วมกัน แต่เท่านั้นยังไม่พอ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เราต้องการระบบที่ดี นโยบายที่ดี เพื่อสร้างเมืองที่ถูกคิดเพื่อให้คนกับธรรมชาติอยู่ร่วมกันได้

ในวงสนทนาที่คนหลักๆ เป็นภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และภาคสังคมจบลงที่เรารู้ดีว่า สิ่งที่เราลงมือทำมันคือเกมยาว และเราต้องทำต่อไปเรื่อยๆ และสนับสนุนกันและกัน เพราะเรื่องนี้มันยากเกินกว่าจะทำด้วยตัวเราเพียงคนเดียว และก็ใหญ่เกินกว่าจะรอให้คนอื่นเริ่มแทนเราเช่นกัน และหวังว่าผู้มีอำนาจ ที่ไม่ค่อยได้เห็นในวงแบบนี้ แต่มีบทบาทสูงมากในการสร้างให้เกิดนโยบายและระบบที่เอื้อต่อโลกกรีนๆ จะมองเห็นความสำคัญของโลกกรีนๆ และมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างเศรษฐกิจ (ของสาธารณะ) และต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมที่มีคุณค่า

บางทีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุด อาจเริ่มต้นจากการที่เราเลิกมองว่าธรรมชาติอยู่แยกจากมนุษย์แล้วเริ่มมองเห็นว่า เราเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติมาตั้งแต่แรกแล้ว 💚🌏💙

โพสต์สรุปวงพูดคุยจากผู้จัดงานคุณนิ้วกลมค่ะ

https://www.facebook.com/share/p/16LqXCzjKx/?mibextid=wwXIfr

#โลกกรีนๆเป็นไปได้จริงเหรอ

“ทำให้เป็นประจำทำให้ธรรมดา”Indigo Wave Sustainability  #ชวนดูแลรักษาธรรมชาติ ใจดีกับสิ่งแวดล้อมกินอยู่ใช้อย่างใส่ใจและรั...
25/05/2026

“ทำให้เป็นประจำทำให้ธรรมดา”
Indigo Wave Sustainability #ชวน
ดูแลรักษาธรรมชาติ ใจดีกับสิ่งแวดล้อม
กินอยู่ใช้อย่างใส่ใจและรับผิดชอบ
ลด ละ เริ่ม ไม่เพิ่มขยะ
#ลดละเริ่มไม่เพิ่มขยะ
#กินอยู่ใช้อย่างใส่ใจและรับผิดชอบ
#ต้นทางปรับปลายทางเปลี่ยน #วิถีนำพาวิธี #ทำให้เป็นประจำทำให้ธรรมดา #จริงจังจริงใจเปลี่ยนโลกได้ใจต้องมา

“เชอรี่ เข็มอัปสร” คืนรันเวย์ในฐานะดีไซเนอร์ป้ายแดง ปลุกกระแสแฟชั่นยั่งยืน
เก็บผ้าค้างสต็อกนำกลับมาออกแบบใหม่เพื่อลดขยะจากอุตสาหกรรมสิ่งทอ กลายเป็นความหรูหราที่รับผิดชอบต่อโลก เพราะไอคอนสายกรีนระดับประเทศอย่าง “เชอรี่ เข็มอัปสร” ตั้งใจอยากปฏิวัติตู้เสื้อผ้าของผู้หญิงทุกคนให้ก้าวสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง ผ่านการรังสรรค์ผลงานร่วมกับดีไซเนอร์ระดับตำนานแบนด์ดัง โดยเจ้าตัวบอกว่า ชิ้นงานทุกชิ้นถูกคำนวณแพทเทิร์นอย่างประณีตเพื่อลดการสูญเสียเศษผ้าให้ได้มากที่สุด
นักแสดงสาวเผยว่า ตนเลือกใช้วัสดุทางเลือก เช่น ผ้าทอจากฟางข้าว นวัตกรรมรักษ์โลกสุดล้ำจาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ถูกนำมาตัดเย็บเป็นกระโปรงดีไซน์เก๋ ให้สัมผัสนุ่ม สวมใส่สบาย และช่วยลดการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรผ้าทอพื้นถิ่นสามภูมิภาค , การออกแบบลวดลายและโทนสีใหม่ร่วมกับชุมชนในจังหวัดโคราช เกาะยอ (สงขลา) และน่านบ้านเกิด ยกระดับงานฝีมือไทยให้โมเดิร์นและอินเตอร์ รวมไปถึงเลือกหนังวีแกน วัสดุทางเลือกจากพืชเพื่อทดแทนหนังสัตว์ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นี่จึงไม่ใช่เพียงแฟชั่นคอลเลกชั่น แต่คือการค่อย ๆ ถักทอความตั้งใจ เรื่องความยั่งยืน และความเชื่อของตัวเองลงไปในทุกรายละเอียดของงานออกแบบ ผ่านมุมมองของความเป็นผู้หญิงที่เชื่อมั่นว่า “ความงาม” และ “ความรับผิดชอบ” สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างงดงาม
#ไทยบันเทิง #ศูนย์สื่อศิลปวัฒนธรรม #ไทยพีบีเอส

“ทำให้เป็นประจำทำให้ธรรมดา”Indigo Wave Sustainability  #ชวนดูแลรักษาธรรมชาติ ใจดีกับสิ่งแวดล้อมกินอยู่ใช้อย่างใส่ใจและรั...
14/05/2026

“ทำให้เป็นประจำทำให้ธรรมดา”
Indigo Wave Sustainability #ชวน
ดูแลรักษาธรรมชาติ ใจดีกับสิ่งแวดล้อม
กินอยู่ใช้อย่างใส่ใจและรับผิดชอบ
ลด ละ เริ่ม ไม่เพิ่มขยะ
#ลดละเริ่มไม่เพิ่มขยะ
#กินอยู่ใช้อย่างใส่ใจและรับผิดชอบ
#ต้นทางปรับปลายทางเปลี่ยน #วิถีนำพาวิธี #ทำให้เป็นประจำทำให้ธรรมดา #จริงจังจริงใจเปลี่ยนโลกได้ใจต้องมา

14/05/2026
“ทำให้เป็นประจำทำให้ธรรมดา”Indigo Wave Sustainability  #ชวนดูแลรักษาธรรมชาติกินอยู่ใช้อย่างใส่ใจและรับผิดชอบลด ละ เริ่ม ...
14/05/2026

“ทำให้เป็นประจำทำให้ธรรมดา”
Indigo Wave Sustainability #ชวน
ดูแลรักษาธรรมชาติ
กินอยู่ใช้อย่างใส่ใจและรับผิดชอบ
ลด ละ เริ่ม ไม่เพิ่มขยะ
#ลดละเริ่มไม่เพิ่มขยะ
#กินอยู่ใช้อย่างใส่ใจและรับผิดชอบ
#ต้นทางปรับปลายทางเปลี่ยน #วิถีนำพาวิธี #ทำให้เป็นประจำทำให้ธรรมดา #จริงจังจริงใจเปลี่ยนโลกได้ใจต้องมา

🐢 ช่วยชีวิตเพื่อนร่วมโลก

หากพบ
🔹 เต่าทะเลเกยตื้น
🔹 โลมา วาฬ พะยูน บาดเจ็บ
🔹 สัตว์ทะเลติดอวนหรือได้รับอันตราย
🔹 การกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

📞 โทร 1362 สายด่วนพิทักษ์ป่าและรักษาทะเล
พร้อมรับแจ้งเหตุ ตลอด 24 ชั่วโมง 🌊💙

หนึ่งสายของคุณ อาจช่วยได้อีก 1 ชีวิต
และเป็นพลังสำคัญที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว และช่วยรักษาทะเลไทยให้อุดมสมบูรณ์ต่อไป 💙🌱

“ทำให้เป็นประจำทำให้ธรรมดา”Indigo Wave Sustainability  #ชวนดูแลรักษาธรรมชาติกินอยู่ใช้อย่างใส่ใจและรับผิดชอบลด ละ เริ่ม ...
06/03/2026

“ทำให้เป็นประจำทำให้ธรรมดา”
Indigo Wave Sustainability #ชวน
ดูแลรักษาธรรมชาติ
กินอยู่ใช้อย่างใส่ใจและรับผิดชอบ
ลด ละ เริ่ม ไม่เพิ่มขยะ
#ลดละเริ่มไม่เพิ่มขยะ
#กินอยู่ใช้อย่างใส่ใจและรับผิดชอบ
#ต้นทางปรับปลายทางเปลี่ยน #วิถีนำพาวิธี #ทำให้เป็นประจำทำให้ธรรมดา #จริงจังจริงใจเปลี่ยนโลกได้ใจต้องมา

ปะการังฟอกขาวหนักขึ้น สัญญาณอันตรายหายนะระบบนิเวศ

จากรายงานล่าสุดของ International Coral Reef Initiative (ICRI) ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาสหรัฐอเมริกา หรือ National Oceanic and Atmospheric Administration (NOAA) ในปี 2024 ได้ระบุชัดเจนว่าพื้นที่แนวปะการังทั่วโลกกำลังเผชิญกับสภาวะความร้อนสะสมในระดับที่ทำให้เกิดการประการังฟอกขาวและมีประมาณ 82 ประเทศที่โดนผลกระทบอยู่ หรือคิดเป็น 84 % ของปะการังทั่วโลก ถือว่ารุนแรงทุบสถิติที่เคยมีมา

สถานการณ์วิกฤตปะการังฟอกขาวครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2567 จนถึงการสรุปผลเชิงพื้นที่ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2568 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ร่วมกับเครือข่ายสำรวจ 79 สถานี ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน พบสถิติที่น่ากังวลว่ามีอัตราการฟอกขาวในพื้นที่สำรวจเฉลี่ยสูงถึง ร้อยละ 60-80 จากการติดตามผลการฟื้นตัวพบว่า ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงมีอัตราการตายสูงถึงร้อยละ 40 ซึ่งสาเหตุหลักสำคัญมาจากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่ทำให้อุณหภูมิน้ำทะเลพุ่งสูงเกิน สูงกว่า 30.5–31 องศาเซลเซียส ติดต่อกันเป็นเวลานานกว่าปกติ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาวะพึ่งพากันระหว่างปะการังและสาหร่าย Zooxanthellae โดยเมื่อน้ำทะเลร้อนจัด สาหร่ายดังกล่าวจะหลุดออกจากเนื้อเยื่อปะการัง ทำให้ปะการังสูญเสียแหล่งพลังงานหลักที่ได้จากการสังเคราะห์แสง จนเหลือเพียงโครงสร้างสีขาวและอ่อนแอลง

หากอุณหภูมิน้ำทะเลไม่ลดลงปะการังจะเข้าสู่สภาวะตายจากการขาดสารอาหาร ซึ่งจะส่งผลกระทบแบบโดมิโนต่อสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ ที่ใช้แนวปะการังเป็นที่อยู่อาศัยและแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ ดังนั้นวิกฤตปะการังฟอกขาว จึงมิใช่เพียงเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ แต่คือความท้าทายสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องเร่งบูรณาการมาตรการปรับตัวและลดกิจกรรมที่ซ้ำเติมระบบนิเวศอย่างเร่งด่วน

วิกฤตปะการังฟอกขาวที่ผ่านมา ไม่ใช่เพียงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติระยะสั้น แต่คือภาพสะท้อนของวิกฤตโลกเดือด (Global Boiling) ที่กำลังเข้าขั้นวิกฤต การแก้ไขจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การติดตามรายงานเท่านั้น แต่ต้องอาศัยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง และการลดกิจกรรมที่รบกวนหน้าดินและแนวปะการัง เพื่อให้ระบบนิเวศมีโอกาสในการปรับตัวและฟื้นฟูตัวเองได้ทันเวลาก่อนที่หายนะนี้จะกลายเป็นเรื่องที่สายเกินแก้

ที่มา : https://www.facebook.com/share/p/1KNRbcXVAA/

https://www.thaipbs.or.th/news/content/351457

https://shorturl.asia/T86vj

https://www.scimath.org/article-earthscience/item/18434-2025-12-16-03-16-41

"ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน"

#กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

ที่อยู่

Chon Buri
20130

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Indigo Wave Sustainability โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์