กลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออก - The Eastern Relation of Labour Group

กลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออก - The Eastern Relation of Labour Group รับปรึกษาปัญหาด้านแรงงาน

"กลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออก" ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2552 เป็นการรวมกลุ่มกันของสหภาพแรงงานที่อยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออก เพื่อให้การศึกษาด้านการบริหารและการดำเนินกิจกรรมของสหภาพแรงงานซึ่งเป็นองค์กรประชาธิปไตยขั้นพื้นฐานของคนงาน และคุ้มครองช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานที่ได้รับความเดือดร้อนหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวเนื่องจากการทำงาน รวมทั้งรับเรื่องราวร้องทุกข์ต่างๆจากผู้

ใช้แรงงาน เป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และเคลื่อนไหวด้านความเป็นประชาธิปไตยทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและวัฒนธรรม ตลอดจนให้ความร่วมมือและสนับสนุนกิจกรรมของชุมชนในเขตพื้นที่อุตสาหกรรมและพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อน

10/02/2026

สรุปปรากฏการณ์ #นับใหม่ทั่วประเทศ ที่ #ชลบุรีเขต1
นับตั้งแต่เวลา 16.00 น. มีรายงานข่าวจากเพจต่างๆ ในจังหวัดชลบุรีที่รายงานว่า จะมีการนับคะแนนใหม่ของเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี แต่เมื่อประชาชนไปติดตามการนับคะแนนดังกล่าว กลับได้รับแจ้งว่า ไม่มีการนับคะแนนใหม่แต่อย่างใด จากนั้น จึงมีการติดตามเรื่องหีบบัตรจนพบว่า หีบบัตรเลือกตั้งได้ถูกนำมารวมไว้ที่สนามแบดมินตัน เทศบาลเมืองชลบุรี
ต่อมาเวลา 17.00 น. ประชาชนได้ทยอยกับมารวมตัวที่สนามแบดมินตัน เทศบาลเมืองชลบุรี พร้อมกับข้อเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ทันที โดยพบความผิดปกติว่า กองที่รวมบัตรในหน่วยต่างๆ มีการปิดผนึกที่ไม่ถูกต้องตามระเบียบของ กกต. ซึ่งระบุว่า ต้องปิดหีบด้วยสายรัดหรืออุปกรณ์อื่นแทนสายรัดพร้อมลงลายมือชื่อไว้ แต่ปรากฎว่า หลายหีบมีการปิดผนึกด้วยเทปกาวและไม่มีสายรัดที่ลงลายมือชื่อ
ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ กกต.จังหวัด ได้เข้ามาพูดคุยกับประชาชนที่มาติดตามเรื่องการนับคะแนนใหม่ โดยแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ไม่มีสายรัดเคเบิ้ลไทร์ เพราะหมด แต่ต่อมาประชาชนกลับพบว่า ด้านในสนามแบดมินตันยังมีเคเบิ้ลไทร์จำนวนหนึ่งอยู่ และทำให้ประชาชนรู้สึกไม่พอใจ
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบรถยนต์ที่ขนหีบบัตรเลือกตั้งจำนวนสองคันพบว่า หีบบัตรเลือกตั้งจำนวนหนึ่งซึ่งเป็นส่วนน้อยมีการใส่สายรัดสีฟ้าพร้อมทั้งมีการลงลายมือชื่อกำกับเอาไว้ ในขณะที่หีบบัตรเลือกตั้งส่วนมากไม่มีการใส่สายรัดเอาไว้ มีการแปะเทปกาว แต่ไม่ได้มีการใช้วัสดุอื่นใดแทนสายรัด และไม่มีการลงนามกำกับไว้แต่อย่างใด เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า ในหีบบัตรเลือกตั้ง 1 ใบ มีการบรรจุถุงใส่บัตรเลือกตั้ง จำนวนหลายใบไว้ในหีบเดียว
ต่อมาเวลา 21.00 น. มติชนรายงานข่าวว่า วรจักร สถาพรภิญโญ นายอำเภอเมืองชลบุรี ได้ลงมาพบประชาชนที่มารวมตัวกัน และทางตัวแทนประชาชนได้แสดงความประสงค์ว่า ขอให้นับคะแนนใหม่ตอนนี้เลย รวมถึงได้สะท้อนปัญหาที่ได้เจอระบุว่า “หีบถูกเปิดไปแล้ว และเปิดนานแล้วและไม่มีคำชี้แจง เราจึงไม่สบายใจว่าจะเอาหีบไปเก็บที่เดิม หรือต้องนับคะแนนใหม่ จึงขอให้นับคะแนนใหม่ตอนนี้เลย ความประสงค์ของประชาชนคืออยากให้นับคะแนนใหม่
มติชนรายงานต่อด้วยว่า ตอนเวลาประมาณ 21.30 น. วรจักร สถาพรภิญโญ นายอำเภอเมืองชลบุรี ได้แจ้งกับประชาชนว่า กรณีนี้การส่งมอบหีบคะแนนทุกอย่าง เมื่อเสร็จแล้ว เมื่อจะให้นับคะแนนใหม่ เนื่องจากมีผู้สงสัย ต้องรายงานไปที่ กกต.ส่วนกลาง ว่ามีคำร้องเรื่องนี้ และให้กกต.ได้สั่งมาว่าจะให้เปิดหรือไม่เปิด สมมุติว่านับวันนี้ไม่ได้ ก็กลัวว่าสิ่งที่รวมหีบไหม จะมีคนเปิดไหม ก็อยากให้เก็บไว้ที่ไหน ให้ปลอดภัย พร้อมยืนยันว่านับตอนนี้ไม่ได้
ต่อมาเวลา 22.00 น. ทาง มนัสนันท์ วิทนา ผอ.กกต. จังหวัดชลบุรี ได้ออกมาแจ้งกับประชาชนที่มาติดตามเรื่องการนับคะแนนใหม่ว่า ไม่สามารถทำได้ หลังมีการพูดคุยกับรองเลขาธิการ กกต. และทำได้เพียงรับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ ประชาชนได้สอบถามว่า ทำไมกรณีที่จังหวัดปทุมธานีสามารถขอนับคะแนนใหม่ได้ทันที ทางนายอำเภอจึงตอบกลับว่า เนื่องจากปทุมธานีมีการนับคะแนนอยู่ และมีการทักท้วงก่อนปิดหีบจึงสามารถนับคะแนนใหม่ได้ทันที
ต่อมาเวลา 22.00 น. ตัวแทน iLaw ได้เข้าพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ กกต. ว่า ทำไมถึงมีการเปิดหีบบัตรเลือกตั้งที่ได้รับมาจากแต่ละหน่วยเลือกตั้ง รวมถึงมีการเปิดผนึกและตัดสายเคเบิ้ลไทร์ที่มีการลงลายมือชื่อ ทางเจ้าหน้าที่ กกต. แจ้งว่า ได้ดำเนินการตามระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี 2566 ข้อ 183 ที่เจ้าหน้าที่สามารถยุบรวมหีบที่ได้มาจากหน่วยเลือกตั้งต่างๆ ได้ เพียงแต่ในระเบียบระบุชัดว่า จะต้องมีการปิดหีบด้วยสายรัดหรืออุปกรณ์อื่นแทนสายรัดพร้อมลงลายมือชื่อไว้ แต่ปรากฎว่า หลายหีบมีการปิดผนึกด้วยเทปกาวและไม่มีสายรัดที่ลงลายมือชื่อ ซึ่งเจ้าหน้าที่ กกต. ไม่ได้ให้คำตอบว่า ทำไมจึงเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น
ต่อมา เวลา 23.00 น. ทาง ผอ.กกต. จังหวัดชลบุรี แจ้งว่าจะมีผู้ใหญ่ที่มีอำนาจตัดสินใจเข้ามาหารือกับประชาชนเรื่องการนับคะแนนใหม่ หลังจากนั้น เวลา 01.30 น. ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้เดินทางมายังสนามแบดมินตัน เทศบาลเมืองชลบุรี โดยย้ำว่าต้องการมาดูแลความถูกต้อง ให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย
เมื่อตัวแทนประชาชน ได้สอบถามกับทางรองเลขาธิการ กกต. ว่า สามารถดำเนินการนับคะแนนใหม่ได้เลยหรือไม่ ทางรองเลขาฯ กกต. ตอบว่า ไม่สามารถนับคะแนนได้ทันทีต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดใหม่เป็นผู้พิจารณาตัดสินใจ และทาง กกต.ชุดใหญ่ จะมีการพิจารณาเรื่องนี้ในเวลา 10.00 น. ของวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ทำให้ประชาชนที่ต้องการนับคะแนนทันทีเกิดความไม่พอใจและมีการตะโกนโห่ร้อง
ต่อมาทางตัวแทน iLaw ได้สอบถามกับทางรองเลขาธิการ กกต. ว่า กรณีที่เจ้าหน้าที่ทำการยุบรวมหีบตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ปี 2566 ข้อที่ 183 ระบุชัดว่า จะต้องมีการปิดหีบด้วยสายรัดหรืออุปกรณ์อื่นแทนสายรัดพร้อมลงลายมือชื่อไว้ แต่ปรากฎว่า หลายหีบมีการปิดผนึกด้วยเทปกาวและไม่มีสายรัดที่ลงลายมือชื่อ แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏต่อหน้ากลับไม่เป็นไปตามระเบียบ สิ่งนี้จะเป็นความผิด และสมควรจะต้องมีการนับคะแนนใหม่หรือไม่ ทางรองเลขาฯ กกต. ตอบกลับแต่ว่า ให้รวบรวมหลักฐานแล้วเสนอเรื่องเข้ามา จนทำให้ประชาชนที่มารอนับคะแนนใหม่เกิดความไม่พอใจขึ้นอีกครั้ง
ต่อมาเวลา 02.30 น. มีการพบแบบขีดคะแนน สส.5/11 และ สส. 5/11 (บช) ในสนามแบดมินตัน หลังจากการรวมตัวของประชาชนจำนวนมาก ประชาชนส่วนหนึ่งได้เข้าไปในสนามแบดมินตัน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งอยู่ในสนาม มีการพบ สส.5/11 และ สส.5/11 (บช) 2 กรณี ในกรณีแรก ประชาชนคนหนึ่งเล่าว่าตนจะนำขยะไปทิ้ง และสังเกตเห็นว่ามีกระดาษที่ถูกพับจำนวนหนึ่งถูกวางไว้บนตระกร้าสีเขียวขนาดเล็กซึ่งมีขยะอยู่ในนั้น จึงได้คลี่ออกและพบว่าเป็นใบขีดคะแนนตามแบบ สส.5/11 และ สส. 5/11 (บช) จำนวนหนึ่ง กรณีถัดมา ประชาชนอีกคนหนึ่งได้พบว่ามีการนำหีบบัตรเลือกตั้งจำนวนมากวางซ้อนทับกันอยู่ข้างสนาม เมื่อเข้าไปตรวจสอบถึงพบกระดาษถูกพับอยู่ เมื่อคลี่ออกก็พบว่าเป็นแบบขีดคะแนนอีกหนึ่งใบ
นอกจากนี้ผู้สังเกตการณ์ยังพบว่าบางจุดในสนามแบดมินตันเป็นพื้นที่รวม “ขยะ” ที่เป็นวัสดุอุปกรณ์เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวนั้นพบเอกสารและวัสดุต่างๆ เช่น สายรัดสีฟ้าพร้อมลายมือชื่อที่ถูกตัดทิ้งไว้ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะต้องแสดงตนลงลายมือชื่อก่อนรับบัตรลงคะแนน ตามแบบ สส.1/3
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เป็นปัญหาจนประชาชนต้องขอนับคะแนนใหม่ มีอย่างน้อย 3 ประเด็น ได้แก่
🔥 หนึ่ง กรณีการนับคะแนนมีความผิดพลาด ได้แก่
📌 หน่วยที่ 32 ตำบลแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี มีคะแนนที่ไม่ตรงกัน ในแบบขีดคะแนน หรือ ใบ สส. 5/11 มีการรวมคะแนนของ สุชาติ ชมกลิ่น ผู้สมัคร สส. ของพรรคภูมิใจไทย ไว้ 273 คะแนน แต่ในแบบรวมคะแนน ใบ สส.5/18 กับระบุคะแนนเป็น 274 คะแนน และยอดผู้มาใช้สิทธิกับบัตรที่ใช้ก็ไม่ตรงกัน โดยพบว่า มีบัตรเกินจากจำนวนผู้มาใช้สิทธิ 1 ใบ
📌 หน่วยที่ 23 บริเวณอาคารอเนกประสงค์ ฝั่งประถมศึกษา (โดม) โรงเรียนสาธิตพิบูลบำเพ็ญ ตำบลแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี มีจำนวนผู้มาใช้สิทธิ 585 คน แต่ใช้บัตรเลือกตั้งไปเพียง 584 ใบ มีบัตรหายไปจำนวน 1 ใบ
📌 หน่วย 7 บริเวณสนามฟุตบอล โรงเรียนวัดตาลล้อม ไม่มีการระบุจำนวนบัตรดี
📌 หน่วย 12 บริเวณอาคารองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีโรงเรียนวอนนภาศัพท์ อำเภอเมือง ตำบลแสนสุข มียอดผู้มาใช้สิทธิกับบัตรที่ใช้ก็ไม่ตรงกัน พบว่า มีจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 844 แต่มีการใช้บัตร 845 เกินมา 1 ใบ
🔥 สอง กรณีการปิดยุบรวมหีบไม่มีการรัดสาย
ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ข้อ 183 กกต.ประจำเขตจะต้องยุบรวมหีบโดยเปิดหีบแล้วนำถุงใส่บัตรเลือกตั้งรวมไว้ในหีบใดหีบหนึ่งจนเต็ม แล้วปิดหีบด้วยสายรัดหรืออุปกรณ์อื่นแทนสายรัดพร้อมลงลายมือชื่อไว้ จนครบทุกถุง แล้วทำบัญชีข้อมูลว่ามีบัตรเลือกตั้งใดบ้างอยู่ในหีบไว้จำนวนสามชุด เพื่อปิดไว้ที่หีบ เก็บไว้เป็นหลักฐานและส่งมอบให้กกต.ประจำเขต จากนั้นนำหีบไปเก็บรักษาไว้ตามสถานที่ที่ กกต. ประจำเขตกำหนด จากนั้นจัดทำรายงานการส่งหีบบัตร เอกสาร และวัสดุต่างๆ เพื่อส่งมอบให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด แต่กรณีชลบุรี เขต 1 กลับพบว่า หีบที่มีการยุบรวมไม่มีการปิดหีบด้วยสายรัดหรืออุปกรณ์อื่นแทนสายรัดพร้อมลงลายมือชื่อไว้
🔥 สาม กรณีพบแบบขีดคะแนน ตามแบบ สส.5/11 และ สส. 5/11 (บช) ที่กองขยะ
ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2566 ข้อ 179 ระบุว่าทั้งใบขีดคะแนน ตามแบบ สส.5/11 และ สส. 5/11 (บช) กปน.จะต้องถูกบรรจุไว้ในถุงใส (ถุงชั้นนอก) ก่อนจะมัดถุงชั้นนอกด้วยสายรัดและนำไปบรรจุไว้ในหีบบัตรเลือกตั้ง จากนั้น กปน. จะต้องนำหีบบัตรเลือกตั้งที่บรรจุ สส.5/11 และ สส. 5/11 (บช) ไว้ด้วย ส่งมอบให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขต ซึ่งตามข้อ 182 คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตมีหน้าที่ต้องตรวจรับหีบบัตรเลือกตั้ง คูหาออกเสียง สิ่งของและวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง เพื่อนำไปเก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัยตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตกำหนด แต่กรณีชลบุรี เขต 1 กลับพบว่า เอกสารดังกล่าวอยู่ภายนอกถุงและกองอยู่บริเวณถังขยะตามที่ประชาชนพบเห็น
จากปมปัญหาทั้งสามข้อที่ได้กล่าวมา เมื่อเทียบกับข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการนับคะแนนใหม่ จะพบว่า เข้าข่ายที่จะสามารถนับคะแนนใหม่ได้ ดังนี้
(1) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 124 ระบุว่า “เมื่อคณะกรรมการได้รับรายงานผลการนับคะแนนแล้ว ถ้าปรากฏหลักฐาน อันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งใดมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือการนับคะแนน เป็นไปโดยไม่ถูกต้อง คณะกรรมการจะงดการประกาศผลการเลือกตั้งและจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือ นับคะแนนใหม่ในหน่วยเลือกตั้งใดหน่วยเลือกตั้งหนึ่งหรือทุกหน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นก็ได้”
(2) ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ข้อ 223 ที่ระให้ กกต. สั่งให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ได้ เมื่อมีเหตุว่า จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ออกเสียงลงคะแนน หรือ ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า การเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งใดมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือการนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง หรือ ก่อนหรือในวันเลือกตั้งเมื่อคณะกรรมการหรือกรรมการได้ดำเนินการสอดส่อง สืบสวน ไต่สวน หรือแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานรวมถึงได้สืบสวนหรือไต่สวนแล้วมีเหตุอันควรสงสัย ว่าการเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
ดังนั้น กรณีชลบุรีเขต 1 จึงเข้าข่ายที่จะตีความได้ว่า ควรมีการนับคะแนนใหม่ แต่ต้องรอให้ กกต.ชุดใหญ่ เป็นผู้พิจารณาในด่านสุดท้าย

10/02/2026
ปิดหีบเลือกตั้งล่วงหน้าเวลา 17.00 น. รีบออกไปใช้สิทธิ์กันนะคะ เผื่อเวลารถติดด้วยนะเพราะแต่ละหน่วยมีผู้ออกไปใช้สิทธิ์เป็น...
01/02/2026

ปิดหีบเลือกตั้งล่วงหน้าเวลา 17.00 น. รีบออกไปใช้สิทธิ์กันนะคะ เผื่อเวลารถติดด้วยนะเพราะแต่ละหน่วยมีผู้ออกไปใช้สิทธิ์เป็นจำนวนมาก

และอย่าลืมในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ออกไปใช้สิทธิ์กันอีกรอบเพื่อเปิดประตูบานแรกสู่การเขียนรัฐธรรมนูญใหม่
#เลือกตั้ง69
#8กุมภากาเห็นชอบ

25/01/2026

“ไม่ใช่ข้อเสนอ แต่คือใบสั่งถึงพรรคการเมือง”
ภาคประชาชนจัดเวทีเสนอนโยบาย ถึงรัฐบาลสมัยหน้า

วันนี้ (25 มกราคม 2569) เวลา 15.00 น. ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ตัวแทนสมัชชาคนจน ร่วมกับ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนจัดกิจกรรม “กป.อพช.เฟสติวัล : เปิดข้อเสนอภาคประชาชนถึงพรรคการเมือง” โดยมีเครือข่ายภาคประชาชนเข้าร่วมกว่า 20 เครือข่าย เพื่อระดม แลกเปลี่ยน และจัดทำข้อเสนอถึงพรรคการเมือง อาทิ สภาริมรางรถไฟ จ.ขอนแก่น นักรบผ้าถุง มูลนิธิทำทาง เครือข่ายปัตตานี เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่ เป็นต้น

เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน กล่าวว่า “เวทีนี้เป็นเวทีสาธารณะ และเป็นเสียงจากประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย และเป็นผู้ที่พบเจอปัญหาจริงจากพื้นที่ เพื่อที่จะเสนอให้พรรคการเมืองผู้ที่กำลังจะก้าวสู่เป็นรัฐบาล ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทโดยตรงในการกำหนดทิศทางประเทศ ทั้งในเชิงนโยบายการออกกฎหมาย และ การใช้อำนาจรัฐ และย้ำอีกว่าข้อเสนอในวันนี้เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายที่ผ่านการแลกเปลี่ยนคิดวิเคราะห์ และเชื่อมโยงข้ามเครือข่ายอย่างจริงจัง บนฐานของประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์”

โดยมีตัวแทนพรรคการเมืองกว่า 11 พรรค ร่วมรับฟังเสียง และตอบรับคำมั่นสัญญา ดังนี้
• ณัฐยา บุญภักดี (พรรคประชาชน)
• พลตำรวจตรี ไมตรี สันตยากุล (พรรคประชาชาติ)
• ดร.รวีภัทร์ จิรศักดิ์วัฒนา (พรรคเพื่อไทย)
• สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ (พรรคภูมิใจไทย)
• เบสท์ วงศ์ไพโรจน์กุล (พรรคไทยสร้างไทย)
• กัณวีร์ สืบแสง (พรรคพลวัต)
• ดร.ปิติพงศ์ เต็มเจริญ (พรรคเป็นธรรม)
• ดร.บุณณดา สุปิยพันธุ์ (พรรคไทยก้าวใหม่)
• ดิษยะฤทธิ์ รู้ดี (พรรคกล้าธรรม)
• ศิริภา อินทวิเชียร (พรรคประชาธิปัตย์)
ทั้งนี้ทุกพรรคการเมืองพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าพร้อมน้อมรับทุกข้อเสนอของพี่น้องประชาชนเพื่อผลักดันเป็นนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม และพร้อมแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนหากได้เป็นรัฐบาล

ในช่วงท้ายของกิจกรรม แถลงการณ์จุดยืนของกป.อพช. ต่อการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ยังทิ้งท้ายอีกว่า ขบวนการประชาชนหลากหลายจากภาคส่วนทั่วประเทศได้ร่วมกันสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงโครงสร้างผ่านเวทีในวันนี้ที่เพื่อสื่อสารกับพรรคการเมืองอย่างตรงไปตรงมาในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตย บนสิทธิเสรีภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน และทุกพรรคการเมืองต้องรับรอง และต้องทำให้เป็นจริง ไม่ใช่เพียงทำนโยบายหลอกลวงหรือเป็นคำมั่นสัญญาในช่วงหาเสียง และข้อเสนอทั้งหมดต้องเป็นทางออกเชิงระบบที่พรรคการเมืองต้องแปลงเป็นบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ กฎหมายงบประมาณ และกลไกบังคับใช้ที่ตรวจสอบได้ อีกทั้งยังเสนอให้ทุกพรรคการเมืองมีจุดยืนในการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ

ติดตามข่าวสารของสมัชชาคนจน
IG : assemblyofthepoor.official
FB : สมัชชาคนจน Assembly of the Poor
Tiktok :
twiter (x) :
#รัฐธรรมนูญคนจน
#รัฐธรรมนูญต้องเขียนใหม่ทั้งฉบับ
#คนจนเขียนรัฐธรรมนูญ

รัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ได้มีแค่เรื่องแย่ๆ ที่มีคำว่าแรงงานอยู่เพียง 3 คำ ในสองมาตราเท่านั้น แต่ยังพรากสิทธิที่เราเคยมีไปหลาย...
25/01/2026

รัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ได้มีแค่เรื่องแย่ๆ ที่มีคำว่าแรงงานอยู่เพียง 3 คำ ในสองมาตราเท่านั้น แต่ยังพรากสิทธิที่เราเคยมีไปหลายอย่าง ทั้งยังสร้างระบบกลไกให้องค์กรอิสระที่ไม่ได้มีความยึดโยงกับประชาชนมีอำนาจล้นฟ้าเกินกว่าจะรับได้ ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องปกป้องเพื่อให้กติกาสูงสุดของประเทศนี้คงอยู่

วันนี้ (25 มกราคม 2569) กลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออก สภาองค์การลูกจ้างแรงงานสัมพันธ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ (CALL) CALL - เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ จัดกิจกรรมสัมมนาในหัวข้อ “สิทธิแรงงานกับรัฐธรรมนูญไทยและการเปลี่ยนแปลง” โดยมีตัวแทนผู้นำแรงงานจากองค์กรสหภาพแรงงานที่เป็นสมาชิกฯ เข้าร่วมการสัมมนานี้กว่าสิบสหภาพแรงงาน

สาระสำคัญของการสัมมนาในครั้งนี้ คือเรื่องการทำความเข้าใจอย่างละเอียดถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญ 2560 และความจำเป็นที่แรงงานจะต้องตระหนักและให้ความสำคัญของการทำประชามติเพื่อเห็นชอบในการเปิดทางให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ เช่น

- ที่มาและกระบวนการร่างล้วนมาจากกลไกจากคณะรัฐประหาร
- อ้างเป็นรัฐธรรมนูญปราบโกง แต่องค์กรอิสระที่เชิดชูที่โฆษณาว่าเป็นจุดแข็งหลักกลับถูกแทรกแซงโดยกลุ่มการเมืองบางกลุ่ม
- ส.ว.ที่มีความใกล้ชิดกับกลุ่มการเมือง ควบคุมทิศทางการทำงานของรัฐสภาให้เป็นไปตามที่วางกรอบไว้ อีกทั้งยังมีอำนาจในการพิจารณาแต่งตั้งองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) เป็นต้น
- มีคนบางกลุ่มตั้งคำถามว่าจะร่างใหม่ทำไม ทำไมไม่แก้เป็นรายมาตรา :) พรรคการเมืองมีความพยายามที่จะแก้รัฐธรรมนูญแบบรายมาตรา เคยเสนอมาแล้ว 26 ร่าง พิจารณา 5 ยก ตกไป 25 ร่าง คนที่ขวางกระบวนการนี้ก็คือ ส.ว.
- สิทธิของประชาชนถูกลิดรอนไปหลายประการแล้วถูกแทนที่ไว้ด้วยหน้าที่ของรัฐที่จะให้สิทธินั้นๆ แก่ประชาชน
- ไม่มีการรับรองสิทธิแรงงาน ค่าจ้างถูกกำหนดไว้ให้เป็นเพียงค่าจ้างที่เหมาะสมต่อการดำรงชีพ ไม่มีความมุ่งหมายให้แรงงานได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรม
ฯลฯ

ไม่ว่าจะมองมุมไหน ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องปกปักษ์รักษารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไว้ซึ่งเป็นมรดกบาปของเผด็จการคสช. ยกเว้นเสียแต่ว่าพวกเขาได้ประโยชน์จากกลไกอันบิดเบี้ยวของรัฐธรรมนูญฉบับนี้

ในวันนี้ เราไม่จำเป็นต้องขอมติให้เป็นเอกฉันท์ แต่เราได้รับรู้ได้ประสบพบเจอความเลวร้ายของการมีอยู่ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วยตัวของเราเอง และมันก็ได้นำไปสู่ความเข้าใจร่วมกันขององค์กรสหภาพแรงงานที่กระดูกสันหลังตั้งตรงที่ยึดมั่นในประชาธิปไตยไม่ฝักใฝ่เผด็จการ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ นี้ เราจะออกไปกาเห็นชอบเพื่อเปิดทางให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และเราจะร่วมรณรงค์ให้ความฝันของแรงงานเป็นจริง

ด้วยความสมานฉันท์
#8กุมภากาเห็นชอบ
#เขียนใหม่ทั้งฉบับ
#รัฐธรรมนูญใหม่ต้องรับรองสิทธิแรงงาน
#กลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออก
#สภาองค์การลูกจ้างแรงงานสัมพันธ์แห่งประเทศไทย

22/01/2026
รัฐธรรมนูญ 2560 มีคำว่า “แรงงาน” 3 คำ ในสองมาตรา คือ๐ มาตรา 30 การเกณฑ์แรงงานจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญั...
22/01/2026

รัฐธรรมนูญ 2560 มีคำว่า “แรงงาน” 3 คำ ในสองมาตรา คือ
๐ มาตรา 30 การเกณฑ์แรงงานจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อป้องกันภัยพิบัติสาธารณะ หรือในขณะที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือประกาศใช้กฎอัยการศึก หรือในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะสงครามหรือการรบ
๐ มาตรา 74 รัฐพึงส่งเสริมให้ประชาชนมีความสามารถในการทำงานอย่างเหมาะสมกับศักยภาพและวัยและให้มีงานทำและพึงคุ้มครองผู้ใช้แรงงานให้ได้รับความปลอดภัยและมีสุขอนามัยที่ดีในการทำงาน ได้รับรายได้ สวัสดิการ การประกันสังคม และสิทธิประโยชน์อื่นที่เหมาะสมแก่การดำรงชีพ และพึงจัดให้มีหรือส่งเสริมการออมเพื่อการดำรงชีพเมื่อพ้นวัยทำงาน

รัฐพึงจัดให้มีระบบแรงงานสัมพันธ์ที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการดำเนินการ

๐๐๐
หากตัดมาตรา 30 ของรัฐธรรมนูญออกไป เราก็จะพบว่าเหลือแค่เพียงมาตราเดียวเท่านั้นที่มีรายละเอียดจริงๆ ของเรื่อง “แรงงาน” ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และเมื่อไปดูเนื้อหาของมาตรา 74 ก็พบว่า เนื้อความในมาตรานี้ไม่ได้มีความมุ่งเน้นที่จะส่งเสริมหรือคุ้มครอง “สิทธิแรงงาน” แม้แต่น้อย ซึ่งมาตรา 74 ของรัฐธรรมนูญ 2560 มีรายละเอียดหลักแค่เพียงเรื่องการกำหนดค่าแรงและสวัสดิการต่างๆ ของผู้ใช้แรงงานโดยใช้ข้อความว่าให้ได้รับค่าแรงที่ “เหมาะสมแก่การดำรงชีพ” จากเดิมที่รัฐธรรมนูญ 2540 ใช้ข้อความว่า ให้ได้รับค่าแรง “ให้เป็นธรรม” และรัฐธรรมนูญ 2550 ใช้ข้อความว่าให้ได้รับค่าแรงที่ “เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ”
การไม่ระบุเรื่องค่าจ้างที่เป็นธรรม แต่กลับไปใช้คำว่า “ที่เหมาะสมแก่การดำรงชีพ” จึงเป็นความหมายที่ไม่ต้องการให้แรงงานได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรมและหากมองในเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำ ก็ยังสามารถตีความได้อีกว่าค่าจ้างขั้นต่ำแต่ละพื้นที่ไม่จำเป็นต้องเท่ากัน

มีเพียงเท่านี้จริงๆ กับเรื่องของแรงงานในรัฐธรรมนูญ 2560...

๐๐๐
การดำรงอยู่ของรัฐธรรมนูญ 2560 คือพิษร้ายที่ทำลายขบวนการแรงงานอย่างช้าๆ ในรัฐธรรมนูญฉบับมรกดก คสช.นี้เพียงสองมาตราที่มีการพูดถึงแรงงานเพียงไม่กี่บรรทัด ปัญหาของแรงงานได้ถูกละเลยและถูกกดทับไว้ด้วยยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยสอดรับด้วยแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2566 - 2580) การสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษโดยการปล่อยให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนโดยไม่มีการควบคุมและคุ้มครองแรงงานไทย เจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีหน้าที่ปกป้องและคุ้มครองแรงงานไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อนายทุน ปล่อยปละละเลยให้มีการละเมิดสิทธิแรงงานอย่างน่าละอาย ส่งผลให้เกิดการละเมิดสิทธิของแรงงานอย่างมากมาย ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นกับเฉพาะแรงงานไทยแต่ยังเกิดขึ้นกับแรงงานข้ามชาติอื่นๆ

หากจะแก้ไขปัญหาของแรงงานได้อย่างเป็นระบบและเกิดรูปธรรมที่จับต้องได้ เราจะต้องเริ่มต้นที่เสาหลักใหญ่ทางโครงสร้างอำนาจทางกฎหมาย นั่นคือ รัฐธรรมนูญ การเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับเพื่อจัดวางอำนาจอธิปไตยขึ้นเสียใหม่โดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนทุกหมู่เหล่า สถาปนาอำนาจของประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศให้เข้มแข็ง

รัฐธรรมนูญใหม่จะต้องมีเรื่องของ “สิทธิแรงงาน” เพื่อส่งเสริม คุ้มครองและปกป้องประชากรในวัยทำงาน ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องปกป้องรัฐธรรมนูญอันบิดเบี้ยวฉบับนี้เฉกเช่นคนบางกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าเป็นผู้นำแรงงาน

พี่น้องกรรมกรผู้ใช้แรงงานที่เคารพ พวกท่านคือทรัพยากรอันมีค่าในการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับประเทศนี้มาอย่างยาวนาน พวกท่านควรจะได้รับการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิแรงงานอันเป็นสิทธิมนุษยชนให้มากกว่านี้ กฎหมายรัฐธรรมนูญ คือ ร่มคันใหญ่ที่จะรับรองสิทธิของแรงงานเพื่อเป็นหลักประกันว่าประเทศนี้จะให้ความสำคัญต่อพวกเราชนชั้นแรงงาน

กลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออก ขอเชิญชวนพี่น้องแรงงานผู้เชื่อมั่นในประชาธิปไตยและประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติทุกสาขาอาชีพมาร่วมกันแสดงเจตจำนงที่ต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยกาในช่อง “เห็นชอบ” ให้ถล่มทลายเพื่อที่เสียงของเราจะเป็นหลักประกันว่า เราจะไม่ทนต่อการอยู่ภายใต้การบังคับใช้ของรัฐธรรมนูญที่เป็นซากเดนและเป็นมรดกของเผด็จการคสช. ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้

#8กุมภากาเห็นชอบ
#เขียนใหม่ทั้งฉบับ
#รัฐธรรมนูญใหม่ต้องรับรองสิทธิแรงงาน
#กลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออก

22/01/2026

เลือกตั้งครั้งนี้ อย่าปล่อยให้พรรคการเมืองคิดแทนเราเพียงลำพัง ‼️

ขอเชิญชวนร่วมงาน Festival กป.อพช. (เครือข่ายภาคประชาชน)
Kick Off ข้อเสนอนโยบายภาคประชาชนถึงพรรคการเมือง
📆 วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม 2569
ห้องอเนกประสงค์ 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)
เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป

ถ้าคุณคือคนจนสิทธิ จนโอกาส จนอำนาจ
และถูกทำให้จน
นี่คือเวทีที่เปิดโอกาสให้คุณมีส่วนร่วมในการเสนอนโยบายถึงพรรคการเมือง
ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนกว่า 20 เครือข่ายทั่วประเทศ

เพื่อสร้างประชาธิปไตยที่กินได้และผลักดันให้พรรคการเมืองเห็นหัวของคนจน
นำข้อเสนอของภาคประชาชนไปใช้เป็นฐานในการกำหนดนโยบาย บนหลักการว่าการเมืองที่เข้มแข็งและเติบโตได้ต้องเกิดจากการรับฟังและการมีส่วนร่วมของประชาชน คนจน คนรากหญ้า

เพราะอนาคตประเทศต้องถูกกำหนดจากฐานราก ✊
ไม่ใช่คนเพียงกลุ่มใดเพียงกลุ่มหนึ่ง

ติดตามข่าวสารของสมัชชาคนจน
IG : assemblyofthepoor.official
FB : สมัชชาคนจน Assembly of the Poor
Tiktok :
twiter (x) :
#รัฐธรรมนูญคนจน
#รัฐธรรมนูญต้องเขียนใหม่ทั้งฉบับ
#คนจนเขียนรัฐธรรมนูญ

22/01/2026

จากกรณีปมร้อน โรงอาหารกระทรวงแรงงาน 12 ล้าน นางสาวหัฏฐริภิม ณมงคลบุญวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบ สำนักงานประกันสังคม ชี้แจงกรณีการปรับปรุงก่อสร้างโรงอาหารภายในกระทรวงแรงงานว่า โครงการดังกล่าวใช้งบจากกองทุนประกันสังคมจริง แต่การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของสำนักงานประกันสังคมทุกขั้นตอน ทั้งการขอใช้งบประมาณและกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง
โครงการเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2561 เดิมมีแผนปรับปรุงโรงอาหารของสำนักงานประกันสังคมพื้นที่ 3 เพื่อรองรับผู้ประกันตน แต่พื้นที่เดิมมีข้อจำกัด ทั้งความคับแคบ ความแออัด และสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม จึงพิจารณาขอใช้พื้นที่ภายในกระทรวงแรงงาน ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางที่มีผู้ประกันตน นายจ้าง และลูกจ้างมาติดต่อราชการมากกว่า 1,000 คนต่อวัน
ทั้งนี้ โรงอาหารดังกล่าวเป็นโครงการของสำนักงานประกันสังคม ไม่ใช่ความคลาดเคลื่อนจากแผนเดิม และก่อนดำเนินการได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครบถ้วนแล้ว โดยสำนักงานประกันสังคมได้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อ ป.ป.ช. ในกรณีที่มีภาคประชาชนร้องเรียนเป็นที่เรียบร้อย
สำหรับประเด็นการไม่เปิดเครื่องปรับอากาศและโทรทัศน์ในโรงอาหาร นางสาวหัฏฐริภิม ชี้แจงว่า โรงอาหารแห่งนี้ไม่เก็บค่าเช่าพื้นที่จากผู้ค้า เพียงขอความร่วมมือสมทบค่าทำความสะอาดเล็กน้อย ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับค่าไฟฟ้า หากมีการเปิดเครื่องปรับอากาศ อีกทั้งร้านค้าในโรงอาหารจำหน่ายอาหารในราคาควบคุม 30–35 บาทต่อจาน
นางสาวหัฏฐริภิม ยังชี้แจงกรณีข้อสงสัยการใช้งบของผู้ประกันตนแทนงบประมาณแผ่นดินว่า งบแผ่นดินสามารถใช้ได้เฉพาะบางรายการ เช่น เงินเดือนและสวัสดิการข้าราชการเท่านั้น ส่วนภารกิจดูแลผู้ประกันตนเป็นหน้าที่ของสำนักงานประกันสังคม จึงต้องใช้งบบริหารของกองทุน โดยโรงอาหารจัดอยู่ในหมวดสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อผู้ประกันตน นายจ้าง และลูกจ้าง
นางสาวหัฏฐริภิม ยังระบุว่า ในปี 2561 สำนักงานประกันสังคมพื้นที่ 3 ดูแลสถานประกอบการกว่า 13,300 แห่ง ผู้ประกันตนกว่า 590,000 คน และมีผู้มาใช้บริการวันละ 300–400 คน ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวยังไม่มีบริการสั่งอาหารเดลิเวอรีเหมือนปัจจุบัน ทำให้เห็นความจำเป็นในการจัดตั้งโรงอาหารเพื่อรองรับผู้มาติดต่อราชการ
สำนักงานประกันสังคมได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่ภายในกระทรวงแรงงานตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2561 ก่อนเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ใช้งบประมาณกว่า 12 ล้านบาท และเปิดให้บริการในปี 2562 ยืนยันว่าโครงการดังกล่าวได้รับการตรวจสอบจาก สตง. เป็นประจำทุกปี และไม่พบความผิดปกติ
ส่วนความเคลื่อนไหวของ รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ขณะลงพื้นที่หาเสียงที่จังหวัดอุดรธานีว่า หากดูกองทุน กบข. หรือบำเหน็จบำนาญข้าราชการ จะเห็นว่าเป็นกองทุนที่พี่น้องข้าราชการได้ประโยชน์แบบแท้จริง ส่วนประกันสังคมนั้นอยู่นอกระบบราชการ และมีวิธีสรรหาผู้เชี่ยวชาญหรือมืออาชีพมาเป็น CEO เพื่อดูแลกองทุน จึงอยากให้ดำเนินการในลักษณะเดียวกัน คือการนำออกจากระบบราชการ ไม่ยึดติดกับระบบราชการ มีมืออาชีพมาบริหาร ให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และให้ประชาชนได้รู้ว่าเงินของเขาถูกนำไปใช้อะไร รวมถึงในอีก 25 ปี เงินดังกล่าวจะยังมั่นคงอยู่หรือไม่ โดยมองว่าอย่างน้อยจะมีความโปร่งใสมากกว่าการอยู่ในระบบราชการปัจจุบัน หากเทียบกับกองทุน กบข. หรือบำเหน็จบำนาญ ซึ่งมีมืออาชีพบริหารและมีพัฒนาการที่ดีขึ้น จึงอยากให้ประกันสังคมพัฒนาไปในทิศทางเดียวกัน
ขณะเดียวกัน ประกันสังคมก้าวหน้า โพสต์ข้อความเพิ่มเติมว่า ไม่ใช่แค่โรงอาหารกระทรวงแรงงาน ตึก SKY9 เท่านั้น แต่ประกันสังคมยังเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีสภาพร้างอีกแห่งหนึ่งที่สำคัญ คือ TU Dome หากผู้ประกันตนหรือนายจ้างท่านใดเรียนหรืออาศัยอยู่แถวธรรมศาสตร์ รังสิต คงจะรู้จักหอเก่า ๆ (สัญญาเช่า 30 ปี) ซึ่งออกแบบและก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน ปัจจุบันชั้นบนโซนพลาซ่าถูกปล่อยร้าง
โครงการดังกล่าวมีชื่อว่า ทียูโดม หรือชื่ออย่างเป็นทางการ คือ ที ยู โดม เรสซิเดนท์เชียล คอมเพล็กซ์ (TU-PF) โดยประกันสังคมเข้าไปลงทุนถือสัดส่วน 76.75% เป็นผู้ถือหุ้นอันดับหนึ่งเกือบถือครองสินทรัพย์เพียงรายเดียว ปัจจุบันถือหน่วยจำนวน 80 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าตามราคาที่เสนอขายครั้งแรกประมาณ 800 ล้านบาท (หน่วยละ 10 บาท)
อย่างไรก็ตาม มูลค่าปัจจุบันจากข้อมูลในเว็บไซต์ SET ลดลงเหลือหุ้นละประมาณ 1 บาท ส่งผลให้มูลค่า NAV ที่ประกันสังคมถืออยู่เหลือไม่ถึง 100 ล้านบาท และคาดว่าได้รับเงินปันผลรวมไม่เกิน 170 ล้านบาท ถือเป็นอีกกรณีหนึ่งที่เพิ่งรับทราบว่าเงินลงทุนสูญเสียมูลค่าไปเป็นจำนวนมากจากการลงทุนในอดีต
ทั้งนี้ หากไม่ต้องการให้เงินของผู้ประกันตนถูกนำไปลงทุนในลักษณะดังกล่าวอีก จำเป็นต้องนำประกันสังคมออกนอกระบบราชการ และกลับมาบริหารโดยประชาชน ทั้งนายจ้างและแรงงานร่วมกันคัดเลือกผู้บริหาร เพื่อให้เป็นองค์กรที่เปิดเผย โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้
#ประกันสังคม #ตรวจสอบ #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่

08/12/2025

👉👉 สหภาพแรงงานโยโกฮามาสัมพันธ์ ขอแสดงจุดยืนและสนับสนุนสหภาพแรงงานไดกิ้นรักษ์เสรี และขอประนามสื่อสังคมออนไลน์ที่บิดเบือนข้อมูลข้อเท็จจริงซึ่งจะส่งผลก่อให้เกิดความขัดแย้งนี้รุนแรงเพิ่มขึ้น

#การปิดงานไม่ใช่การเลิกจ้าง

การปิดงาน (Lockout) เป็นมาตรการขั้นสุดท้ายตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ ไม่ใช่การเลิกจ้าง ไม่ใช่การยกเลิกสัญญาจ้าง และไม่ใช่เหตุให้ความเป็นลูกจ้างสิ้นสุดลงในทางกฎหมาย

ตาม พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ได้ให้คำนิยามชัดเจนไว้ใน ว่า “การปิดงาน” หมายความว่า การกระทำของนายจ้างโดยปิดสถานที่ทำงานทั้งหมดหรือบางส่วน หรือกระทำการใด ๆ เพื่อมิให้ลูกจ้างบางส่วนหรือทั้งหมดเข้าทำงานได้ ไม่ว่าจะเป็นการตอบโต้ข้อเรียกร้อง หรือกดดันให้ลูกจ้างยอมตามเงื่อนไขใดๆ

สิ่งนี้ชี้ให้เห็นชัดว่า ปิดงานเป็นเพียงการระงับการทำงานชั่วคราว โดยนายจ้างเป็นผู้ริเริ่ม มิใช่การเลิกจ้างแต่อย่างใด

📌 แล้วการเลิกจ้างคืออะไร? ต่างจากปิดงานอย่างไร?

การเลิกจ้างถูกกำหนดไว้ใน พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา_118 และมาตราอื่น ๆ คือ การที่นายจ้างบอกเลิกสัญญาจ้าง ทำให้สถานะความเป็นลูกจ้างยุติลงทันที และนายจ้างอาจต้องจ่าย ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า,ค่าชดเชยตามอายุงาน เงินอื่น ๆ ตามกฎหมาย

#แต่การปิดงานไม่มีการสิ้นสุดสัญญาจ้าง ลูกจ้างจึงยังคงสถานะ “ลูกจ้าง” อยู่เหมือนเดิม และนายจ้างไม่มีสิทธิถือว่าเป็นการลาออกหรือทิ้งงาน

📌การปิดงานต้องทำเงื่อนไขตามกฎหมาย ไม่ใช่นายจ้างจะทำเมื่อไรก็ได้ พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์กำหนดเงื่อนไขอย่างเข้มงวด เช่น

นายจ้างจะปิดงานได้เฉพาะกรณี มีข้อพิพาทแรงงาน ผ่านขั้นตอนการเจรจาแล้วไม่สามารถตกลงกันได้ นายจ้างต้องแจ้งพนักงานประนอมข้อพิพาทล่วงหน้า ต้องแจ้งวัน เวลา สถานที่ และลูกจ้างที่ถูกปิดงาน

ห้ามปิดงานในกรณีดังต่อไปนี้ เพื่อขัดขวางสิทธิของลูกจ้างในการรวมตัวหรือจัดตั้งสหภาพแรงงาน เพื่อกดดันไม่ให้ลูกจ้างใช้สิทธิอันชอบธรรม เพื่อบังคับให้ลูกจ้างลาออกหรือยุติสหภาพ หากทำถือว่า ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

หลักการสากลที่สอดคล้องกัน (อ้าง ILO 87 และ ILO 98)
ทั้งสองอนุสัญญายืนยันว่า ลูกจ้างมีสิทธิรวมตัว มีสิทธิเจรจาต่อรอง ห้ามใช้อำนาจฝ่ายนายจ้างแทรกแซงหรือกดดัน การปิดงานเพื่อบีบให้ลูกจ้างยอมจำนนจึง ขัดต่อหลัก spirit ของอนุสัญญาสากล

🟦 #สรุปชัดๆ
ปิดงาน ≠ เลิกจ้าง
❌ ไม่ทำให้สัญญาจ้างสิ้นสุด
❌ ไม่ใช่การลาออก
❌ ไม่ใช่การผิดวินัย
❌ ไม่สามารถอ้างว่า “ลูกจ้างไม่มาทำงาน”
✔ เป็นมาตรการกดดันตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์
✔ ลูกจ้างยังเป็น “ลูกจ้างเต็มสิทธิ”
✔ การทำผิดขั้นตอน = ปิดงานไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ที่อยู่

Chon Buri
20230

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออก - The Eastern Relation of Labour Groupผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์